องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

พิกัดภูมิศาสตร์: 14°2′55″N 100°42′58″E / 14.04861°N 100.71611°E / 14.04861; 100.71611

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.หรือ NSM) มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2538 เพื่อรับผิดชอบการพัฒนาและจัดการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ และ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ซึ่งพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดตั้งอยู่ ณ เทคโนธานี ถนนเลียบคลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึง จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ที่ศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา กรุงเทพฯ และ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
National Science Museum Thailand
ไฟล์:Nsm logo.jpg
ที่ทำการ
สำนักงานใหญ่
เลขที่ 39 หมู่ 3 เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. [1]
139 อาคารเดอะสตรีท รัชดา ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่
อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ภาพรวม
วันก่อตั้ง วันที่ 30 มกราคม 2538[2] (26 ปี)
งบประมาณ 717.4628 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[3]
ผู้บริหารหลัก ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์, ผู้อำนวยการ
นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ, รองผู้อำนวยการ
นางกรรณิการ์ เฉิน, รองผู้อำนวยการ
นายชนินทร วรรณวิจิตร, รองผู้อำนวยการ
ในกำกับดูแลของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เว็บไซต์
www.nsm.or.th

ประวัติความเป็นมาแก้ไข

เมื่อปี พ.ศ. 2533 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ขึ้น โดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ดูแลพัฒนาโครงการและรับผิดชอบงาน ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ได้รับอนุมัติให้จัดโครงการจัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 โดยเริ่มก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในปี พ.ศ. 2537 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้ง องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เพื่อเป็นหน่วยงานบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ โดยได้มีพระราชกำหนดจัดตั้งองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อพวช.) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 มกราคม พ.ศ. 2538 ให้มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (ในขณะนั้น) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ดำเนินการพัฒนา “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” ซึ่งตั้งอยู่ ณ เทคโนธานี ถนนเลียบคลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นด้วยรูปทรงลูกบาศก์ 3 ลูกเชื่อมติดกัน ภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่นิทรรศการ 6 ชั้น ในพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร มีการจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน และวิทยาศาสตร์ในภูมิปัญญาไทย พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2543

ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 อพวช. ได้เปิดให้บริการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการประมาณ 3,000 ตารางเมตร จัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวกับกำเนิดโลกและสิ่งมีชีวิต การจำแนกประเภทสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงมีการเก็บรักษาตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยา

ปี พ.ศ. 2554 อพวช. ได้พัฒนาแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม บนพื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ทบริเวณชั้น 4-5 อาคาร จัตุรัสจามจุรี (อาคารศูนย์การค้าของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ซึ่งได้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 และปัจจุบันได้ปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562

ปี พ.ศ. 2556 อพวช. เปิดให้บริการพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ภายในอาคารที่มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการรวม 9,300 ตารางเมตร มีการจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารและการคำนวณ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของคอมพิวเตอร์ และพัฒนาต่อมาเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน

ปี พ.ศ. 2562 อพวช. ได้เปิดให้บริการ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ 4 ภายในพื้นที่ อพวช.  โดยพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เป็นโครงการที่ริเริ่มเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยนำเสนอหลักการคิด วิธีการทรงงาน และกระบวนการค้นหาคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ปัญหาแก่พสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมที่แสดงถึงวิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศวิทยาของภูมิภาค และความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวมของโลกและของประเทศไทย พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2562

ปี พ.ศ. 2564 อพวช. ได้พัฒนาแหล่งเรียนรู้ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ในชื่อ “จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา” เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ต่อมา อพวช. ได้พัฒนาและเปิดแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ขึ้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ในชื่อ “จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่” โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ให้จัดตั้ง“จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่” ภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร .อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งเป็นพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยทั้งสองที่ได้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนมีนาคม

พิพิธภัณฑ์ อพวช.แก้ไข

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์[4]แก้ไข

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นด้วยรูปทรงลูกบาศก์ 3 ลูกเชื่อมติดกัน ภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่นิทรรศการ 6 ชั้น โดยจัดแสดงเนื้อหานิทรรศการเกี่ยวกับประวัตินักวิทยาศาสตร์ ประวัติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  วิทยาศาสตร์พื้นฐาน พลังงาน วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน  และวิทยาศาสตร์ในภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย แต่ละชั้นประกอบด้วยสาระดังนี้

ชั้นที่ 1 นักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิก และกิจกรรมเสริมศึกษา ได้แก่  Enjoy Maker Space, Engineering Design, ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์, การแสดงทางวิทยาศาสตร์ และนิทรรศการหมุนเวียน

ชั้นที่ 2 ประวัติการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ชั้นที่ 3 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน อุโมงค์พลังงาน และ โรงภาพยนตร์พลังงาน 4 มิติ

ชั้นที่ 4 โลกของเรา ธรณีวิทยา ภูมิศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกษตรแห่งความสุข และ สิ่งก่อสร้างและโครงสร้าง

ชั้นที่ 5 ร่างกายของเรา การคมนาคม คุณภาพชีวิต วิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และนาโนเทคโนโลยี

ชั้นที่ 6 เทคโนโลยีภูมิปัญญาไทย

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา[5]แก้ไข

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2546 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยด้านธรรมชาติวิทยาและวัสดุอุเทศน์ของประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง และยังเป็นศูนย์จัดแสดงนิทรรศการความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนำเสนอตั้งแต่การกำเนิดโลก สู่กำเนิดสรรพสิ่งและสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วยส่วนแสดงนิทรรศการถาวร 1,000 ตารางเมตร ส่วนแสดงนิทรรศการหมุนเวียน และห้องแสดงนิทรรศการนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุลพร้อมด้วยตัวอย่างเขาสัตว์ที่ท่านได้มอบให้กับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พื้นที่ 400 ตารางเมตร พื้นที่รวมจัดแสดง 1,400 ตารางเมตร

การจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วยส่วนจัดแสดงหลัก 4 ส่วน  ได้แก่

ส่วนที่ 1 การกำเนิดโลก

ส่วนที่ 2 การกำเนิดสิ่งมีชีวิต

ส่วนที่ 3 วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

ส่วนที่ 4 ความหลากหลายทางชีวภาพ

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ยังเป็นคลังเก็บวัตถุตัวอย่าง ประกอบด้วยคลังเก็บวัตถุตัวอย่างแห้ง และคลังเก็บวัตถุตัวอย่างเปียก พื้นที่ 1,200 ตารางเมตร วัตถุตัวอย่างเริ่มต้นจากการบริจาคตัวอย่างนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากครอบครัว นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล และตัวอย่างปลา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ต่อมาจึงได้เก็บตัวอย่างพืชและสัตว์ทุกชนิดต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ[6]แก้ไข

พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความรู้ ประโยชน์ และความสำคัญของเทคโนโลยีการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเตรียมคนไทยสู่สังคมดิจิทัล สร้างความตระหนักรู้เท่าทันเทคโนโลยีซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการถาวรที่เล่าเรื่องราววิวัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารนับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบัน  ผ่านการนำเสนอด้วยเทคนิค แสง สี เสียง ที่ทันสมัย ประกอบด้วยชิ้นงาน เครื่องเล่นทางวิทยาศาสตร์ สื่อประสมเชิงปฏิสัมพันธ์ และกิจกรรมเสริมการเรียนรู้มากมาย เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไปกับการเรียนรู้ภายในพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการถาวร ประกอบด้วยส่วนจัดแสดงหลัก 6 ส่วน  ได้แก่

ส่วนที่ 1  ประตูสู่วิวัฒนาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ส่วนที่ 2 การสื่อสารยุคก่อนประวัติศาสตร์

ส่วนที่ 3 การสื่อสารยุคอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนที่ 4 การคำนวณ

ส่วนที่ 5 คอมพิวเตอร์

ส่วนที่ 6 เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า[7]แก้ไข

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้าเป็นโครงการที่ริเริ่มเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยนำเสนอหลักการคิด วิธีการทรงงาน และกระบวนการค้นหาคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ปัญหาแก่พสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมที่แสดงถึงวิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศวิทยาของภูมิภาค และความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวมของโลกและของประเทศไทย

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า จึงเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของประชาชนชาวไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักในบทบาทความสัมพันธ์ของระบบนิเวศที่สำคัญของโลกและของประเทศไทย อันจะนำไปสู่การมีจิตสำนึกในการรักษา อนุรักษ์ระบบนิเวศ และเตรียมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรู้เท่าทัน

การจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วยส่วนจัดแสดงหลัก 3 ส่วน  ได้แก่

ส่วนที่ 1 บ้านของเรา กำเนิดโลกและสิ่งมีชีวิต

ส่วนที่ 2 ชีวิตของเรา ชีวนิเวศแบบต่าง ๆ บนโลกนี้

ส่วนที่ 3 ในหลวงของเรา ศาสตร์พระราชาสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช.แก้ไข

จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะสตรีท รัชดาแก้ไข

แหล่งเรียนรู้แห่งใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่สำหรับส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกันภายในครอบครัว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งประกอบด้วยนิทรรศการและกิจกรรมเสริมศึกษา ดังนี้

1. กิจกรรม BLUE BOX IMAGINARIUM

2. กิจกรรม Inspire Lab

3. กิจกรรม Innovation Space

4. กิจกรรม Explorium

5. กิจกรรม I-SCREAM

จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่แก้ไข

จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งเน้นการสร้างเสริมประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชน ด้านอาชีพวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่น่าสนใจในอนาคต ผ่านนิทรรศการสื่อสัมผัส และกิจกรรมที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย ได้รับความรู้และแรงบันดาลใจไปพร้อมๆกัน ตอบสนองการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เข้าสู่อาชีพอุตสาหกรรมใหม่เพื่อพัฒนาประเทศ และขยายโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนในภูมิภาค บนพื้นที่กว่า 1,300 ตารางเมตร ประกอบด้วยนิทรรศการ ทั้งหมด 4 ส่วน ดังนี้

ส่วน 1 เปิดโลกอาชีพแห่งอนาคต

ส่วน 2 เปิดโลกทางการแพทย์

ส่วน 3 ฐานปฏิบัติการภัยพิบัติ

ส่วน 4 การบินและอวกาศ

คาราวานวิทยาศาสตร์ และนิทรรศการเคลื่อนที่แก้ไข

คาราวานวิทยาศาสตร์ เป็นรูปแบบของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ เริ่มขึ้นในปี 2548 โดยร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นเช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โดยคาราวานเน้นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สร้างความสนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามอัธยาศัย ผ่านชิ้นงานสื่อสัมผัสและกิจกรรมที่หลากหลายของ อพวช.

กิจกรรมเสริมศึกษาแก้ไข

กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การคิดแบบวิทยาศาสตร์ ภายใต้พื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อให้เยาวชนเกิดความเข้มแข็งทางความคิดและจิตใจ สู่การเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์และพัฒนาชาติอย่างยั่งยืนต่อไป เช่น ค่ายวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ห้องการทดลองวิทยาศาสตร์ การแสดงวิทยาศาสตร์ โดมดูดาว เป็นต้น

อ้างอิงแก้ไข

  1. https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_6056109
  2. https://newswit.com/th/L0WO
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เล่ม 132 ตอนที่ 91ก วันที่ 25 กันยายน 2558
  4. Thailand, Museum. "พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. :: Museum Thailand". www.museumthailand.com.
  5. Thailand, Museum. "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อพวช. :: Museum Thailand". www.museumthailand.com.
  6. Thailand, Museum. "พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อพวช. :: Museum Thailand". www.museumthailand.com.
  7. Thailand, Museum. "พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. :: Museum Thailand". www.museumthailand.com.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

แม่แบบ:กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย