หอสมุดอะยาตุลลอฮ์มัรอะชีย์นะญะฟีย์

หอสมุด อะยาตุลลอฮ์ มัรอะชีย์ นะญะฟีย์ (Ayatollah Marashi Najafi) เป็นหนึ่งในหอสมุดที่ยิ่งใหญ่ในอิหร่าน.ปัจจุบันหอสมุดแห่งนี้มีหนังสือที่ตีพิมพ์มากกว่า 250,000 เล่ม และต้นฉบับที่เขียนด้วยมือ 31,000 ฉบับ. [1]

หอสมุด อะยาตุลลอฮ์ มัรอะชีย์ นะญะฟีย์

ผู้ก่อตั้งแก้ไข

หอสมุดนี้ได้ก่อตั้งและพัฒนาขึ้นโดยค่าใช้จ่ายของมัรอะชีย์ นะญะฟีย์ นักวิชาการชาวชีอะฮ์ในปี 1344. ดังในพินัยกรรมที่ติดไว้บนหลุมฝังศพของเขาที่เขียนว่า

ท่านได้อธิบายถึงแรงบันดาลใจในการรวบรวมหนังสือและการจัดตั้งหอสมุดว่า “วันหนึ่งฉันกำลังเดินผ่านกัยศะรียะฮ์แห่งเมืองนะญัฟ ฉันได้เห็นนักวิชาการกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกัน ณ สถานแห่งหนึ่ง... ฉันเห็นว่ามีคนหนึ่งยืนบนไม้ และกำลังเสนอขายหนังสือต่างๆ ในราคาที่ถูกมาก... ฉันยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าหนังสือส่วนมากนั้นเกี่ยวกับอิสลามและเป็นหนังสือของชีอะฮ์ซึ่งบุคคลหนึ่งชื่อว่า กาซิม ได้ซื้อไปเป็นจำนวนมาก... ฉันจึงถามผู้คนว่าเขาเป็นใครกัน? พวกเขาตอบว่า เขาเป็นตัวแทนกงสุลอังกฤษ ณ เมืองแบกแดด. ฉันแอบคิดว่า... เขาซื้อมันไปเพื่อทำลาย หรือต้องการรวบรวมแหล่งข้อมูลชั้นต้นของชีอะฮ์ที่เคยอยู่ในมือบรรดาอุละมา (ผู้รู้) จนกระทั้งว่าพวกเราไม่สามารถหามาอ้างอิงได้ (ในภายหลัง) เช่นหนังสือ มะดีนะตุลอิล ของเชคซอดูก ที่ท่านได้เขียนขึ้นเองและอธิบายเอาไว้. หากหนังสือเล่มนี้อยู่ในมือของเรา เราก็ไม่ต้องพึ่งพา กุตุบอัรบะอะฮ์”. ในช่วงชีวิตของมัรอะชีย์ นะญะฟีย์ ท่านได้เขียนหนังสือกว่า ๑๔๘ เล่ม คำวินิจฉัยบทความก็เคยได้รับการนำเสนอ และโดยส่วนมากก็ยังไม่ได้ตีพิมพ์จนถึงวันนี้.

ประวัติความเป็นมาและการบริหารจัดการแก้ไข

ซัยยิด มะฮ์มูด มัรอะขีย์ บุตรชายของมัรอะชีย์ นะญะฟีย์ ผู้บริหารห้องสมุดกล่าวว่า “ในแง่คุณภาพฉบับหนังสือต่างๆ ที่บันทึกด้วยความประณีตและมีความเก่าแก่อย่างมาก ซึ่งนับว่าเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่าน และเป็นหอสมุดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และถูกรู้จักในนามศูนย์กลางวัฒนธรมมนานาชาติโลก” หอสมุดนี้ตั้งอยู่ในเมืองกุม (Qom) ห่างจากฮะรัมท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ (Fatima Masomeh) ๑๐๐ เมตร ซึ่งสุสานของผู้ก่อตั้งก็อยู่ใกล้ๆ กัน หอสมุดก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพศ. ๒๕๐๘ และได้รับการพัฒนาใน พ.ศ. ๒๕๒๒ และ พ.ศ. ๒๕๓๑. นักวิชาการที่ได้ใช้ประโยชน์จากห้องสมุดนี้ได้แก่ อับบาส อิกบาล ออชติยานีย์ (Abbas Iqbal Ashtiani) บะดีอุซซะมาน ฟุรูซานฟัร (Badi'al Zaman Foruzanfar) และออกอ โบโซร เตหะรานีย์ (Aqa Taherani). หอสมุดนี้ได้รับทุนสร้างโดยมัรอะชีย์ นะญะฟีย์ และลูกๆ และจากองค์การการกุศลอื่นๆ จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๔๐. ตั้งแต่ปีดังกล่าวหอสมุดกลายเป็นขององค์กรเอกชนโดยไม่เกี่ยวข้องกับรัฐ ซึ่งได้รับงบประมาณประจำปีทุกปี. หอสมุดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ , และสอดคล้องกับมาตรา ๒๐๕ แห่งสภาสูงสุดของการปฏิวัติทางวัฒนธรรม , กระทรวงวัฒนธรรมและแนวทางอิสลาม ซึ่งหากมีการจัดพิมพ์หนังสือในประเทศอิหร่าน ทางผู้จัดจำหน่ายจำเป็นต้องมอบสำเนาหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ที่เผยแพร่ดังกล่าวไปยังหอสมุดด้วย. การบริหารจัดการหอสมุดเป็นไปตามความประสงค์ของมัรอะชีย์ นะยะฟีย์ คือให้คนในครอบครัวเป็นผู้ดูแลจัดการ. อิมามโคมัยนีย์ได้กล่าวถึงหอสมุดแห่งนี้ว่า “หอสมุดอายาตุลลอฮ์ นะญะฟีย์ มัรอะชีย์ เป็นหอสมุดที่ไม่เหมือนกับห้องสมุดอื่นๆ และสามารถกล่าวได้ว่า ณ อิหร่าน มีอยู่ที่เดียวเท่านั้น” ในหนังสือเรียนภาษาเปอร์เซีย ม. ๒ บทเรียนที่ ๒๘ ได้กล่าวถึงรายงานการเยี่ยมชมหอสมุดดังกล่าว เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาทำความรู้จัก. ผู้อำนวยการหอสมุดได้กล่าวถึงการเยี่ยมชมของบรรดานักพรตชาวยิวซึ่งมีอาการตกตลึงเมื่อเห็นหนังสือที่เขียนด้วยภาษาฮิบรูของชาวยิวว่า “ได้มีคอคอม (พระยิว จากอเมริกา ๓ คน และอังกฤษ ๒ คน) ได้มาเยือนอิหร่าน โดยพวกเขามีเวลาเยี่ยมชมเมืองกุม ๓ ชั่วโมง. ลำดับแรกพวกเขาได้มายังหอสมุดแห่งนี้. เมื่อพวกเขามองเห็นตำราฉบับลายมือ โดยเฉพาะฉบับที่เขียนด้วยภาษาฮิบรูในตู้โชว์ ทำให้พวกเขาตกตลึกเป็นอย่างมาก”. นักแปลของพวกเขากล่าวว่า พวกเขา (คอคอม) กล่าวว่าเมืองกุมคือศูนย์กลางการปฏิวัติ พวกเขา (คอคอม) คิดว่าหนังสือต่างๆ ของเราโดนเผาไปก่อนหน้าการปฏิวัติเสียแล้ว แต่เรากลับเห็นว่าหลักฐานตำราของพวกเราถูกเก็บไว้ในตู้โชว์ โดยว่างใกล้กับหนังสือต่างๆ ของพวกเขา (หนังสืออิสลาม) ซึ่งพวกเขาได้ให้เกียรติ และเชื่อไปยังตำราของพวกเขาเองและเชื่อยังตำราของเราด้วย. พวกเรา (บรรณารักษ์) กล่าวแก่พวกเขาว่า เราเชื่อว่าท่านศาสดามูซา (อ.) คือศาสดาท่านหนึ่งจากพระเจ้าของเรา เราไม่มีปัญหากับชาวยิว. การเยี่ยมชมหอสมุดดึงดูดพวกเขาเป็นอย่างมาก จนพวกเขาบอกว่า ๓ ชั่วโมงของเรา คือที่นี้”[2]

ขุมทรัพย์แห่งตำราต่างๆแก้ไข

  1. เป็นคลังตำราฉบับลายมือ , ฉบับเขียนบนแผ่นหิน ซึ่งจบเจอได้น้อยมาก. ในปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๔๖) มีอยู่ ๖๐,๐๐๐ เรื่อง และ ๓๑,๐๐๐ เล่ม เป็นตำราฉบับลายมือเกี่ยวกับเรื่อง ฟิกฮ์และอุศูล (สาขานิติศาสตร์) , กะลามและอะกออิด (สาขาเทววิทยา) , มันติกและฟัลซะฟะฮ์ (สาขาตรรกศาสตร์และปรัชญา) , อิรฟานและตะเซาวุฟ (สาขารหัสย) , ฮะดีษ (สาขาวัจนะศาสดา) , ซึ่งเป็นภาษาอาหรับประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็น และที่เหลือเป็นภาษาเปอร์เซีย ตุรกี อุรดู และภาษาอื่นๆ. อีกทั้งตำราต่างๆ เหล่านี้ก็มีต้นฉบับที่บันทึกโดยเจ้าของตาราเอง ซึ่งเป็นระดับคณาจารย์ที่เป็นที่รู้จักในโลกอิสลามอีกด้วย. ฉบับเก่าแก่ที่สุดซึ่งไม่ได้บันทึกวันเวลาไว้ ที่มีการเก็บรักษาคือคัมภีร์อัลกุรอาน ฉบับอักษรกูฟีย์ จากปลายทศวรรษที่สองและสามของปีฮิจเราะฮ์. และฉบับเก่าแก่ที่สุดที่มีการบันทึกวันเวลาไว้คือสองส่วนของคัมภีร์อัลกุรอาน ฉบับอักษรกูฟีย์โดย อะลี บิน ฮิลาล ถูกรู้จักในนาม อิบนิ เบาวาบ และอะบุลฮะซัน อะลี บินฮิลาล. และตำราสองเล่มจากตัฟซีร อัตติบยาน , นะญุลบะลาเฆาะ โดยชะรีฟ รอฎีย์ , เอี๊ยะรอบุลกุรอาน , ฟุรรอฮ์ , บทวิวรจากคัมภีร์อิลญีล (พระวรสาร เป็นหนังสือหมวดแรกในคัมภีร์ไบเบิล) ด้วยอักษรลาติน และคัมภีร์อเวสตะ ด้วยอักษรพะละวีย์ (อักษรเปอร์เซียกลาง).

มากกว่า ๔,๐๐๐ ฉบับ เป็นฉบับภาพเขียน ที่มีอยู่ในห้องสมุดต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีการเก็บรักษาไว้อย่างดี. โดย ๑๒,๐๐๐ ฉบับ ได้ทำเป็นฟิล์มขนาดเล็กแล้ว และมีชุดรวบรวมสารบัญของหนังสือ ที่ตีพิมพ์แล้วของโลกเป็นภาษาต่างๆ และในห้องสมุดนี้มีฉบับตัวอย่างการพิมพ์ที่เก่าแก่และสมบูรณ์ เป็นภาษาอาหรับ เปอร์เซีย ตุรกี ละติน และอาร์เมเนียจากศตวรรษที่ 10 และ 11 ซึ่งเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติในรูปแบบการพิมพ์เก่า. นอกจากนี้ยังมีการพิมพ์หินมากกว่า 30,000 แผ่นและหาได้ยากในภาษาเปอร์เซีย อาหรับ ตุรกี อุรดู อุสเบกิสตาน และตาตาร์ , ซึ่งเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติล้ำค่าจากการพิมพ์หินที่หายาก.

  1. คลังหนังสือ. มีหนังสือที่ถูกพิมพ์จำนวนกว่า 1,500,000 เล่ม เป็นภาษาเปอร์เซีย อารบิก ตุรกี อูรดู และอื่นๆ ไม่ใช่ภาษาละตินอยู่. นอกจากนี้ยังมีที่เก็บจดหมายเหตุจากหนังสือของพรรคคอมมิวนิสต์และกลุ่มต่อต้านศาสนาและหนังสือต่อต้านศาสนาอิสลามอยู่ด้วย.
  2. คลังวารสาร. ในส่วนนี้มีนิตยสารและหนังสือพิมพ์มากกว่า 2,500 ฉบับ เป็นภาษาเปอร์เซีย อาหรับตุรกี อูรดู และภาษาอื่นๆ. นอกจากนี้ยังมีนิตยสารและหนังสือพิมพ์ต่างๆ ที่พิมพ์จากหินจำนวนมากจากยุคกอญาร และสามารถพบเจอนิตยสารเก่าแก่เป็นภาษาอาหรับเช่นกัน.
  3. คลังเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร. มีเอกสารที่เขียนด้วยลายมือมากกว่า 100,000 ฉบับจากห้าศตวรรษก่อนจนถึงปัจจุบัน. ทั้งหมดนี้ร่วมถึงคำสั่งของกษัตริย์ , กฎหมายการปกครอง , สนธิสัญญาต่างๆ และอื่น...
  4. คลังเอกสารที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร. ประกอบด้วยวัตถุต่างๆ เช่นเหรียญ แสตมป์เก่า อัลบั้มภาพเก่าโทนสี เทปเสียง วิดีโอดิสก์คอมพิวเตอร์ และภาพขาว – ดำ.
  5. คลังทางภูมิศาสตร์. แผนที่และแผนที่ทางภูมิศาสตร์ทั้งเก่าและใหม่ และแผ่นที่ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกซึ่งใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ที่เป็นภาษาต่างๆ จะถูกเก็บรักษาไว้ในที่นี้.
  6. คลังผลงานผู้ก่อตั้งหอสมุด. ในส่วนนี้จะจัดเก็บผลงานการเขียนของมัรอะชีย์ นะญะฟีย์เอาไว้.

แผนกต่างๆแก้ไข

  1. ศูนย์บริการสาธารณะ. ประกอบด้วย ห้องโถงใหญ่อิบนิซินา , ห้องโถงเฉพาะตำราวิชาการศาสนา , ห้องโถงคอเญะ นะศีรุดดีน ฏูซีย์ , ห้องโถงเชคมุฟีด และร้านขายหนังสือ.
  2. ศูนย์วิทยบริการพิเศษ (ศูนย์วิจัย).ประกอบด้วย การวิจัยและตรวจสอบต้นฉบับลายอักษรของอิสลาม , สารบัญต้นฉบับของตำราที่เขียนด้วยมือ , การลำดับวงศ์ตระกูล และอื่นๆ.
  3. ศูนย์เก็บรักษาทรัพยากรห้องสมุด. ศูนย์นี้ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ อาทิ หน่วยป้องกันและเก็บรักษา , หน่วยซ่อมแซมและบูรณะหนังสือลายอักษรและเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ , หน่วย Micrograph และหน่วยจัดทำเล่มหนังสือ.
  4. ศูนย์บริการด้านเทคนิค. ประกอบด้วยฝ่ายคัดเลือกและสั่งซื้อ , ฝ่ายทะเบียนและโฆษณา , ฝ่ายตรวจสอบหนังสือ , ฝ่ายสถิติ , ฝ่ายวางแผนงาน , ฝ่ายจัดรูปกระดาษ , ฝ่ายวิจัย และฝ่ายคอมพิวเตอร์.
  5. ศูนย์สารสนเทศ. ในปีพ. ศ. 2539 ได้มีการจัดทำระบบสารสนเทศเพื่อเป็นศูนย์ระบบรวบรวมข้อมูล , สนับสนุนด้านเทคนิค ,การจัดทำดัชนีมาตรฐาน , และระบบการจัดการเครือข่ายเพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบรวมศูนย์. นอกจากนี้ยังมีฝ่ายสำหรับจัดทำดัชนีต้นฉบับเขียนด้วยมืออีกด้วย ซึ่งฝ่ายนี้มีนักบรรณานุกรม โดยมีหัวหน้าคือสัยยิดมะฮ์มูด มัรอะชีย์ เป็นผู้สั่งการในการจัดทำดัชนีต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมืออยู่ในขณะนี้.
  6. ศูนย์เมืองกุมวิทยา. เป็นศูนย์รวบรวมหนังสือและบทความที่เขียนเป็นภาษาต่างๆ เกี่ยวกับเมืองกุม (Qom). นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอ้างอิงถึงการสืบลำดับวงศ์ตระกูลที่เป็นภาษาต่างๆ ซึ่งเรียกว่า ศูนย์กลางลำดับวงศ์ตระกูล ก็ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี้ด้วย.
  7. ศูนย์สารานุกรมห้องสมุดโลก. ศูนย์นี้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยปัจจัยหลักเพื่อจัดทำสารานุกรมเฉพาะกิจ เกี่ยวกับห้องสมุดที่มีคอลเลกชันเกี่ยวกับสารบบภาษาศาสตร์อิสลาม.

แกลเลอรี่แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แม่แบบ:پانویس

ลิงค์แก้ไข

  • Empty citation (help)
  • «مروری بر فعالیتهای کتابخانه آیت‌الله مرعشی نجفی». مجله اخبار شیعیان، آذر ۱۳۸۵. بازبینی‌شده در ۱۶ فروردین ۱۳۹۰.แม่แบบ:یادکرد وب