พระเจ้าเหี้ยนเต้

(เปลี่ยนทางจาก หองจูเหียบ)

หลิว เสีย (จีน: 劉協; พินอิน: Liú Xié; สำเนียงฮกเกี้ยนว่า "เล่าเหียบ") เป็นเจ้าชายในราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของประเทศจีน เสวยราชย์เป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 14 และพระองค์สุดท้ายของราชวงศ์ ด้วยพระนาม "เซี่ยนตี้" (獻帝; ฮกเกี้ยนว่า "เหี้ยนเต้"; แปลว่า "จักรพรรดิเซี่ยน/เหี้ยน") ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 189 จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 220 นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้จักด้วยพระนาม "หฺวังจื่อเสีย" (皇子協; ฮกเกี้ยนว่า "หองจูเหียบ"; แปลว่า "ราชบุตรเหียบ/เสีย")

เซี่ยนตี้ (มาตรฐาน)
เหี้ยนเต้ (ฮกเกี้ยน)
獻帝
Emperor Xian Qing illustration.jpg
ภาพวาดสมัยราชวงศ์ชิง
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่น
ครองราชย์28 กันยายน ค.ศ. 189 – 11 ธันวาคม ค.ศ. 220[1]
ก่อนหน้าหฺวังจื่อเปี้ยน
ผู้สำเร็จราชการ
ชานหยางกง (山陽公)
วาระ11 ธันวาคม ค.ศ. 220 – 21 เมษายน ค.ศ. 234
ถัดไปหลิว คัง (劉康)
ปั๋วไห่หวัง (渤海王)
วาระค.ศ. 189
เฉินหลิวหวัง (陳留王)
วาระค.ศ. 189
ภริยาฟู่ โช่ว
เฉา เจี๋ย
พระนามเต็ม
แซ่: หลิว (劉)
ชื่อตัว: เสีย (協)
ชื่อรอง: ปั๋วเหอ (伯和)
พระนามหลังสิ้นพระชนม์
สั้น: เซี่ยน (獻), หมิ่น (愍)
ยาว: เสี่ยวเซี่ยน (孝獻), เสียวหมิ่น (孝愍)
ราชวงศ์ฮั่น
พระราชบิดาหลิว หง
พระราชมารดาหลิงหฺวาย (靈懷)
ประสูติ2 เมษายน ค.ศ. 181[2]
ลั่วหยาง, จักรวรรดิฮั่น
สวรรคต21 เมษายน ค.ศ. 234 (53 ปี)[3]
รัฐเฉาเว่ย์

หฺวังจื่อเสียเป็นพระโอรสของหลิว หง (劉宏; ฮกเกี้ยนว่า "เล่าฮอง") ซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 12 ของราชวงศ์ ทรงพระนาม หลิงตี้ (靈帝; ฮกเกี้ยนว่า "เลนเต้"; แปลว่า "จักรพรรดิหลิง/เลน") มีพระอนุชาร่วมพระบิดา คือ หฺวังจื่อเปี้ยน (皇子辯; ฮกเกี้ยนว่า "หองจูเปียน"; แปลว่า "ราชบุตรเปี้ยน/เปียน") ซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 13 ของราชวงศ์

ใน ค.ศ. 189 ขณะหฺวังจื่อเสียพระชนม์ได้ 8 ปี ขุนพลต่ง จั๋ว (董卓; ฮกเกี้ยนว่า "ตั๋งโต๊ะ") ถอดหฺวังจื่อเปี้ยนออกจากราชสมบัติ แล้วยกพระองค์ขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน โดยที่ต่ง จั๋ว ควบคุมราชการทั้งสิ้นทั้งปวงในทางปฏิบัติ ครั้นปีถัดมา ขุนพลจากภูมิภาครวมกำลังกันมาปราบต่ง จั๋ว ทำให้ต่ง จั๋ว สั่งเผาพระนครลั่วหยาง (洛阳; ฮกเกี้ยนว่า "ลกเอี๋ยง") แล้วบีบให้พระองค์ไปอยู่พระนครแห่งใหม่ คือ ฉางอาน (長安; ฮกเกี้ยนว่า "เตียงฮัน") แต่เมื่อต่ง จั๋ว ถูกลอบสังหารใน ค.ศ. 192 พระองค์ก็ตกไปอยู่ในความควบคุมของบริวารต่ง จั๋ว คือ หลี่ เจว๋ (李傕; ฮกเกี้ยนว่า "ลิฉุย") กับกัว ซื่อ (郭汜; ฮกเกี้ยนว่า "กุยกี") ครั้น ค.ศ. 195 พระองค์อาศัยโอกาสที่หลี่ เจว๋ กับกัว ซื่อ วิวาทกันเอง ลอบหนีออกจากฉางอานไปลี้เร้นอยู่ในลั่วหยาง พระนครเดิมอันเหลือแต่ซาก หนึ่งปีให้หลัง ขุนพลเฉา เชา (曹操; ฮกเกี้ยนว่า "โจโฉ") นำกำลังไปรับเสด็จ และได้พระองค์มาอยู่ในเงื้อมมือแทน เฉา เชา นำพาพระองค์ไปอารักขาไว้ที่พระนครแห่งใหม่ คือ สฺวี่ตู (許都; ฮกเกี้ยนว่า "ฮูโต๋"; แปลว่า "นครสฺวี่/ฮู") ถึงแม้เฉา เชา จะเคารพพระองค์ในฐานะประมุขแห่งรัฐ แต่อำนาจปกครองที่แท้จริงอยู่ที่เฉา เชา อัครมหาเสนาบดีผู้ใช้พระองค์เป็นตราประทับรับรองความชอบธรรมในคำสั่งต่าง ๆ ของตนเอง จนกระทั่งเฉา เชา ถึงแก่กรรมในปลาย ค.ศ. 220 เฉา พี (曹丕; ฮกเกี้ยนว่า "โจผี") ขึ้นสืบตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีแทน และบีบพระองค์ให้สละราชสมบัติแก่ตน เฉา พี ตั้งราชวงศ์ใหม่ คือ เฉาเว่ย์ (曹魏; ฮกเกี้ยนว่า "โจวุย") นับเป็นจุดสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของตระกูลหลิว

เมื่อพ้นราชสมบัติแล้ว หฺวังจื่อเสียได้รับบรรดาศักดิ์ "ชานหยางกง" (山陽公) จากเฉา พี และใช้ชีวิตสืบมาด้วยความสุขสบาย จนถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 234 ราว 14 ปีหลังจากราชวงศ์ฮั่นตะวันออกล่มสลาย

อ้างอิงแก้ไข