เปิดเมนูหลัก

สโมสรฟุตบอลไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน

สโมสรฟุตบอลไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน (อังกฤษ: Brighton & Hove Albion Football Club; /ˈbrtən ən ˈhv/) เป็นสโมสรฟุตบอลจากนครไบรตันและโฮฟ เทศมณฑลอีสต์ซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ มักเรียกโดยย่อว่า ไบรตัน ปัจจุบันแข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ โดยมีสนามเหย้าคือสนามกีฬาฟัลเมอร์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส คอมมิวนิตี สเตเดียม โดยสนามแห่งนี้มักถูกเรียกโดยย่อว่า ดิ เอเม็กซ์

ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน
Brighton & Hove Albion logo.svg
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน
ฉายาThe Seagulls
(นกนางนวล)
ก่อตั้ง24 มิถุนายน 1901; 117 ปีก่อน (1901-06-24)
สนามสนามกีฬาฟัลเมอร์
(ความจุ: 30,750)
ประธานสโมสรโทนี บลูม อังกฤษ
ผู้จัดการทีมเกรแฮม พ็อตเตอร์ อังกฤษ
ลีกพรีเมียร์ลีก
2018–19อันดับที่ 17
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
สีชุดที่ 3
ฤดูกาลปัจจุบัน

ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน มีฉายาว่า The Seagulls ที่แปลว่านกนางนวล รวมถึงใช้นกนางนวลเป็นสัญลักษณ์บนตราสโมสร เนื่องจากสโมสรมีที่ตั้งอยู่ในนครไบรตันและโฮฟ ซึ่งเป็นเมืองชายทะเลที่มีนกนางนวลอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสโมสรมีคู่แข่งสำคัญคือ สโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 40 ไมล์[1][2]

โดยสโมสรเคยเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศเพียง 4 ฤดูกาล ในช่วงทศวรรษที่ 80 เกียรติประวัติสูงสุดของสโมสรที่เคยได้คือ รองแชมป์เอฟเอคัพเมื่อปี ค.ศ. 1983 โดยเข้าชิงชนะเลิศกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรที่ใหญ่และมีเกียรติประวัติมากกว่า โดยนัดแรกสามารถเอาเสมอไปได้ 2–2 ที่สนามของตนเอง ทำให้ต้องมีการแข่งกันในนัดที่สอง ปรากฏว่าไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียนเป็นฝ่ายแพ้ไป 0–4 และในการแข่งขันฟุตบอลลีกหรือลีกอาชีพไม่ว่าระดับใดก็ยังไม่เคยได้แชมป์[3] อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของการก่อตั้งสโมสร สโมสรเคยคว้าแชมป์เซาท์เทิร์นลีก ดิวิชัน 1 ซึ่งเป็นลีกสมัครเล่นได้ในฤดูกาล 1909–1910

ในฤดูกาล 2016–17 ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียนได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแข่งในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก และนับเป็นการกลับขึ้นมาแข่งขันบนลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี หลังจากเอาชนะวีแกนแอทเลติก ได้ที่สนามฟัลเมอร์สเตเดียมของตนเองไป 2–1 ในวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2016 ทำให้มี 92 คะแนน จากการลงแข่งขัน 43 นัด การันตีว่าจะได้อยู่สองอันดับแรกเมื่อจบฤดูกาลแน่นอน[4] และจบฤดูกาลด้วยการได้อันดับสอง มี 93 คะแนน น้อยกว่านิวคาสเซิลยูไนเต็ด ที่ได้อันดับหนึ่ง หรือแชมป์เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น[5]

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

 
ผู้เล่นของสโมสรชุดที่คว้าแชมป์เอฟเอ แชริตี ชิลด์ ในปี ค.ศ. 1910 ด้วยการเอาชนะแอสตันวิลลา 1–0 ที่สนามกีฬาสแตมฟอร์ดบริดจ์

สโมสรก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1901 และส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันในเซาเทิร์นลีก โดยสามารถคว้าแชมป์เซาเทิร์นลีก ดิวิชัน 1 ได้ในฤดูกาล 1909—10 ทำให้ได้แข่งขันเอฟเอ แชริตี ชิลด์ ซึ่งในยุคสมัยนั้นจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างแชมป์เซาเทิร์นลีก และแชมป์ฟุตบอลลีก โดยแชริตี ชีลด์ ในปี ค.ศ. 1910 ไบรตันแอนด์โฮฟ อัลเบียน ซึ่งได้แชมป์เซาเทิร์นลีก สามารถเอาชนะ แอสตันวิลลา ที่เป็นแชมป์ฟุตบอลลีกได้ 1—0 ทำให้เป็นแชมป์แชริตี ชีลด์ ในปีดังกล่าว โดยนับเป็นแชมป์ในรายการสำคัญของประเทศรายการเดียวของสโมสร

ค.ศ. 1920 สโมสรได้เข้ามาแข่งขันในฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรก ในฐานะของสโมสรที่มีผลงานดีในเซาเทิร์นลีก โดยได้เข้ามาแข่งขันในระดับ ดิวิชัน 3 และได้ตำแหน่งรองแชมป์ ดิวิชัน 3 ในฤดูกาล 1971—72 ทำให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปแข่งขันในดิวิชัน 2 แต่สโมสรลงแข่งขันในดิวิชัน 2 ได้แค่ฤดูกาลเดียวก็ต้องตกชั้นกลับลงไปในดิวิชัน 3 เมื่อจบฤดูกาลด้วยอันดับสุดท้ายในตารางคะแนนดิวิชัน 2 ฤดูกาล 1972—73

ปี ค.ศ. 1976 สโมสรได้แต่งตั้งให้อลัน มัลเลอรี อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ โดยมัลเลอรี ที่เพิ่งประกาศเลิกเล่นฟุตบอลและรับงานคุมทีมเป็นครั้งแรก สามารถสร้างผลงานพาสโมสรเลื่อนชั้นได้ถึง 2 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาแค่ 3 ปี โดยในฤดูกาล 1976—77 มัลเลอรีพาสโมสรได้รองแชมป์ ดิวิชัน 3 และได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นไปแข่งในดิวิชัน 2 อีกครั้ง ก่อนจะได้รองแชมป์ดิวิชัน 2 เมื่อจบฤดูกาล 1978—79 และได้เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรก

ผู้เล่นแก้ไข

ผู้เล่นชุดปัจจุบันแก้ไข

ณ วันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2018[6][7][8]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1   GK แมทิว ไรอัน
2   DF บรูโน ซัลตอร์ (กัปตัน)
3   DF Gaëtan Bong
4   DF Shane Duffy
5   DF ลูวิส ดังก์ (รองกัปตัน)
6   MF Dale Stephens
7   MF Beram Kayal
8   MF Yves Bissouma
9   FW Jürgen Locadia
10   FW ฟลอริน อันดอเน
11   MF Anthony Knockaert
13   MF Pascal Groß
14   DF Leon Balogun
16   FW แอลีเรซอ แจฮอนแบฆช์
17   FW Glenn Murray
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
19   MF โฮเซ อิซกิเอร์โด
20   MF ซอลลี มาร์ช
21   DF Ezequiel Schelotto
23   GK เจสัน สตี
24   MF Davy Pröpper
25   FW Tomer Hemed
27   GK เดวิด บัตตอน
29   DF Markus Suttner
30   DF Bernardo
36   MF Richie Towell
39   MF Anders Dreyer
  MF ออลิเวอร์ นอร์วุด
  FW Percy Tau
---   DF มาร์ติน มอนโตยา

เกียรติประวัติแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Club Rivalries Uncovered Results" (PDF). FootballFanCensus. Archived from the original (PDF) on 20 October 2013. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011.
  2. Burnton, Simon (2011) How Brighton v Crystal Palace grew into an unlikely rivalry, The Guardian, 27 September (Accessed Dec 2012)
  3. หน้า 8 กีฬา, เรื่องเล่าจาก 'ไบรท์ตัน' น้องใหม่ศึกพรีเมียร์ลีก. คมชัดลึกปีที่ 16 ฉบับที่ 5661: วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560
  4. ""ไบรจ์ตันฯ" เลื่อนชั้นรอบ 34 ปี ฮัดเดอร์สฟิลด์สะดุด เจ๊าแกะท้ายเกม". ผู้จัดการออนไลน์. 2017-04-18.
  5. "ตารางคะแนน เดอะแชมเปียนชิพ อังกฤษ 2016 - 2017". สนุกดอตคอม. สืบค้นเมื่อ 2017-05-11.
  6. "First team 2018/19". Brighton & Hove Albion F.C. สืบค้นเมื่อ 9 June 2018.
  7. "First team squad numbers confirmed". Brighton & Hove Albion F.C. 8 August 2017. สืบค้นเมื่อ 8 August 2017.
  8. "Albion's 2018/19 squad numbers confirmed". Brighton & Hove Albion F.C. 7 August 2018. สืบค้นเมื่อ 7 August 2018.
  9. "R.U.R. Cup Final Results – Sussex County Football Association". Sussexcountyleague.com. สืบค้นเมื่อ 11 November 2012.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข