สโมสรฟุตบอลนอตทิงแฮมฟอเรสต์

สโมสรฟุตบอลนอตทิงแฮมฟอเรสต์ (อังกฤษ: Nottingham Forest Football Club) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ฟอเรสต์ เป็นสโมสรฟุตบอลประจำเมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ มีฉายาในภาษาไทยว่า "เจ้าป่า" เป็นสโมสรที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการได้แชมป์ดิวิชันหนึ่ง 1 สมัย รวมถึงได้แชมป์ยูโรเปียนคัพ (ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปัจจุบัน) ได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน คือใน ปี ค.ศ.1979 และ 1980 ก่อนจะตกต่ำถูกลดชั้นลงไปเล่นในลีกระดับรอง ปัจจุบันฟอเรสต์ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเตะในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022–23 หลังจากตกชั้นไปนานกว่า 23 ปี[3]

นอตทิงแฮมฟอเรสต์
Nottingham Forest F.C. logo.svg
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลนอตทิงแฮมฟอเรสต์
ฉายาThe Reds, The Garibaldi, เจ้าป่า, The Tricky Trees
ก่อตั้ง1865; 157 ปีที่แล้ว (1865)[1]
สนามซิตีกราวด์
Ground ความจุ30,446 ที่นั่ง
เจ้าของNF Football Investments Ltd
ประธานNicholas Randall QC[2]
หัวหน้าผู้ฝึกสอนสตีฟ คูเปอร์
ลีกพรีเมียร์ลีก
2021–22ลีกแชมเปียนชิป, อันดับ 4 จาก 24 (เลื่อนชั้นผ่านการเพลย์ออฟ)
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

ฟอเรสต์คว้าแชมป์ลีกมาแล้ว 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีกคัพ 4 สมัย, FA Charity Shield 1 สมัย, ยูโรเปียนคัพ 2 สมัย และ ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ 1 สมัย ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือภายใต้การบริหารทีมของ ไบรอัน คลัฟ และ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งรวมถึงชัยชนะติดต่อกันใน ยูโรเปียนคัพ ในปี 1979 และ 1980

ในทศวรรษสุดท้ายของคลัฟที่สโมสร ทีมฟอเรสต์คว้าแชมป์ลีกคัพในปี ค.ศ. 1989 และ 1990 และแพ้ในรอบชิงเอฟเอ คัพ ปี ค.ศ. 1991 ก่อนตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในปี ค.ศ. 1993 เมื่อฟอเรสต์กลับมาก็ได้อันดับสามในพรีเมียร์ลีกทันทีในปี ค.ศ. 1995 ก่อนที่สโมสรจะตกชั้นอีกครั้งในปี ค.ศ. 1997 และกลับมาอีกครั้งช่วงสั้น ๆ ในปี ค.ศ. 1999

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ได้เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกหลังจากเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ทาวน์ ไป 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟที่ สนามเวมบลีย์[4]

ประวัติแก้ไข

นอตทิงแฮมฟอเรสต์ ได้ก่อตั้งใน 1865 โดยกลุ่ม shinty (เป็นสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่อยู่มาถึงปัจจุบัน) ใน 1862 พวกเขาเข้าร่วมใน Football Alliance ใน 1888 และได้ชนะในการแข่งขันในปี 1892 พวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้ากับฟุตบอลลีกและฟอเรสต์ชนะ เอฟเอคัพในปี ค.ศ. 1898 ฟอเรสต์ อ้างเกียรติยศของพวกเขาขณะที่พวกเขาชนะเอฟเอคัฟ 1898 ชนะ ดาร์บีเคาน์ตี 3-1 ที่สนามของคริสตัลพาเลซ อย่างไรก็ตาม สโมสรได้ใช้ตกชั้นไปเล่นในลีก ดิวิชัน 2 (แชมป์เปียนชิพในปัจจุบัน) ในปี ค.ศ. 1949 และสโมสรก็ได้ตกชั้นไปเล่นใน ดิวิชัน 3 (ลีกวันในปัจจุบัน), ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาในอีกสองปี หลังจากนั้นก็ได้แชมป์ "แชมป์เปียนชิพ" พวกเขาได้เลื่อนชั้นไปเล่นใน พรีเมียร์ชิพ(พรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน) ในปี 1957 และชนะเอฟเอคัพเป็นครั้งที่สองในปี 1959, แม้สูญเสีย รอย ดไวทย์ ลุงของ เอลตัน จอห์น และ เป็นทีมแรกที่เอาชนะ 'hoodoo' ที่ Wembley โดยครั้งนี้ได้กลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนอตทิงแฮม แต่หลังจากที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ ได้เข้ารอบรองชนะเลิศในปี 1967 ฟอเรสต์ก็ตกชั้นจากพรีเมียร์ชิพในปี 1972

ฟอเรสต์เป็นทีมเล็ก ๆ ใน ลีกมาตรฐานของอังกฤษ จนกระทั่งกลางปี 1970 เมื่อ ไบรอัน คลัฟ และผู้ช่วยของเขา ปีเตอร์ เทเลอร์ เข้ามาคุมทีม คลัพว์เป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของฟอเรสต์ พวกเขาได้แชมป์ลีกกับทีม คาร์บี้เคาว์ตี้ ในปี 1972 ที่ลนามของ ฟอเรสต์ ในวันที่ 6 มกราคม ปี 1975 หลังจากแพ้ 0-2 ในบ้านของพวกเขาต่อ น็อต เคาน์ตี ในวัน บ็อกซิง เดย์ (ฟอเรสต์ ไม่มีบอดร์ตัดสินใจ) จึงไล่ผู้จัดการทีมคนเก่าออก อลัน บราวน์ และเมื่อคลัวพ์ได้มาคุมเป็นนัดแรก มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เอฟเอคัฟรอบสามนัดรีเพลยกับ ทอตแนมฮอตสเปอร์ ชนะไป1-0 ประตูชัยจากกองหน้าชาวสก็อต เนล มาร์ติน (ในการเล่นกับฟอเรสต์ มาร์ตินเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงได้ 100 ประตู ในลีกทั้ง อังกฤษและสกอตแลนด์)

ทีมชุดปัจจุบันแก้ไข

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
4 DF   โจ วอร์รอล
5 DF   แมท มิลส์
6 DF   เควิน วิลสัน
7 FW   แมตต์ ฟายแอทท์  
8 MF   คริส โคเฮน (Captain)
9 FW   บริตต์ อัซซอมบาลองกา  
10 MF   เฮนรี่ แลนส์บิวรี่
11 MF   แอนดี้ รีด (Vice-Captain)  
13 DF   แดนนี่ ฟ็อก
14 MF   ไคล์ อีเบซิลิโอ (ยืมตัวจากทเวนเต้)  
15 MF   ไรอัน เมนเดส (ยืมตัวจากลีลล์)
17 FW   เนลสัน โอลิเวียรา (ยืมตัวจากเบนฟิกา)
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
18 MF   เลียม ทรอตเตอร์ (ยืมตัวจากโบลตันวอนเดอเรอร์)
20 MF   จอนนี่ วิลเลียมส์ (ยืมตัวจากคริสตัล พาเลซ)
23 FW   เด๊กเตอร์ แบล๊คสต๊อค
24 MF   เดวิด วอกฮาน
25 DF   แจ็ค ฮอปส์
26 GK   ดิมิทาร์ เอฟติมอฟ
27 MF   คริส เบอร์ก
29 FW   คริส โอเกรดี้ (ยืมตัวจากไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน)
30 GK   บรีซ แซมบ้า
31 DF   แดเนียล พินิลลอส  
32 MF   โรเบิร์ต เทสเช
34 FW   ไทเลอร์ วอล์กเกอร์
35 MF   โอลิเวอร์ เบอร์ก
36 DF   โรเจอร์ ริเอรา
38 MF   เบน ออสบอร์น
41 FW   เจอร์รี แมคโดนักฮ์
FW   ไตโว อโวนิยี
GK   ดีน เฮนเดอร์สัน (ยืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด)
DF   ชูเลียน บียองกอน

สีของสโมสรแก้ไข

นอตทิงแฮมฟอเรสต์ได้ใช้เสื้อสีแดงเป็นสัญลักษณ์นับตั้งแต่การก่อตั้งสโมสรเมื่อปี ค.ศ. 1865 ในการประชุมที่ Clinton Arms ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ คณะกรรมการในที่ประชุมได้ผ่านมติให้ใช้สีแดงที่เรียกว่าสี ‘Garibaldi Red’ เป็นสีประจำทีม[5] เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ จูเซปเป การิบัลดี ผู้รักชาติชาวอิตาลีซึ่งเป็นผู้นำของพรรค Camicie rosse (พรรคเสื้อสีแดง) ซึ่งเป็นพรรคที่มีบทบาทในการเคลื่อนไหวให้เกิดการรวมชาติอิตาลี ในเวลานั้นสโมสรยังได้ทำเครื่องหมายสำหรับระบุทีมของตนเพิ่มด้วยการทำเครื่องประดับศีรษะและหมวกแก๊ปสีแดงมีพู่ห้อยอีก 12 ใบ ทำให้ทีมนี้เป็นที่แรกที่ใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่นั้นมาสีแดงก็ได้เป็นสีสำคัญที่ได้รับการยอมรับจากสโมสรฟุตบอลจำนวนมาก และทีมฟอเรสต์เองก็เป็นเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการเลือกสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของอาร์เซนอล จากการบริจาคคิลต์ (กระโปรงสำหรับผู้ชายชาวสก็อต) สีแดงแบบครบชุดให้แก่อาร์เซนอลเนื่องในวาระการก่อตั้งสโมสรดังกล่าวในปี ค.ศ. 1886

เกียรติประวัติแก้ไข

  ระดับประเทศแก้ไข

  ระดับทวีปยุโรปแก้ไข

  ระดับโลกแก้ไข

รายการอื่น ๆแก้ไข

  • Anglo-Scottish Cup
    • ชนะเลิศ (1): 1977
  • Bass Charity Vase
    • ชนะเลิศ (3): 1899, 2001, 2002
  • Brian Clough Trophy
    • ชนะเลิศ (3): 2009 (29 August), 2010 (29 December), 2011 (22 January)
  • Dallas Cup
    • ชนะเลิศ (1): 2002
  • Football League Centenary Tournament
    • ชนะเลิศ (1): 1988
  • Nuremberg Tournament
    • ชนะเลิศ (1): 1982
  • Trofeo Colombino Cup
    • ชนะเลิศ (1): 1982

อ้างอิงแก้ไข

  1. "History of NFFC". Nottingham Forest Football Club. สืบค้นเมื่อ 25 August 2019.
  2. "Who's Who". Nottingham Forest Football Club. สืบค้นเมื่อ 25 August 2019.
  3. เจ้าป่ามาแล้ว! ฟอเรสต์ทำได้ตบฮัดเดอร์สฟิลด์ตีตั๋วขึ้นพรีเมียร์ลีกรอบ 23 ปี
  4. "Nottingham Forest promoted to Premier League for first time since 1999". Sportsnet.ca (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-05-29.
  5. [1] The Official History of Nottingham Forest
  6. Upon its formation in 1992, the Premier League became the top tier of English football; the First and ดิวิชัน 2s then became the second and third tiers, respectively. The First Division is now known as the Football League Championship and the Second Division is now known as Football League One.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข