สโมสรฟุตบอลคัสตอม ยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอลคัสตอม ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย ปัจจุบันแข่งขันในไทยลีก 2 เจ้าของสโมสรคือ กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง

คัสตอม ยูไนเต็ด
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลคัสตอม ยูไนเต็ด
ฉายาสิงห์นายด่าน
ก่อตั้ง1954; 68 ปีที่แล้ว (1954) ในนาม สโมสรศุลกากร
2015; 7 ปีที่แล้ว (2015) ในนาม เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด
2021; 1 ปีที่แล้ว (2021) ในนาม คัสตอม ลาดกระบัง ยูไนเต็ด
2022; 0 ปีที่แล้ว (2022) ในนาม คัสตอม ยูไนเต็ด
สนามสนามกีฬาลาดกระบัง 54
(ถนนวัดศรีวารีน้อย/ลาดกระบัง 54)
ประธานไทย กีรติ เส็นติระ
ผู้จัดการไทย ธนธัช ศรีตรัย
ผู้ฝึกสอนไทย จเด็จ มีลาภ
ลีกไทยลีก 2
2564–65อันดับที่ 15
สีชุดทีมเยือน

ประวัติสโมสรแก้ไข

สโมสรศุลกากร ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2497 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้พนักงานในองค์กรมีสุขภาพแข็งแรง และต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการกีฬาไทย สโมสรเคยส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน "ถ้วยน้อย" ซึ่งจัดโดย สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อ พ.ศ. 2511 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ยุติมิได้ส่งทีมฯ เข้าร่วมแข่งขันอีกเลย [1]

จวบจนเมื่อ พ.ศ. 2536 ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศขึ้น โดยมี ฮ่องกง เป็นเจ้าภาพการแข่งขันครั้งแรก โดยทีมฟุตบอล สโมสรศุลกากร จึงได้ส่งทีมและเข้าร่วมแข่งขันตลอดมาตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปีปัจจุบัน[1]

ก้าวสู่วงการลูกหนังแบบเต็มตัวแก้ไข

ต่อมา สโมสรฯ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในปี พ.ศ. 2541 [1] และได้ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ทุกชั้น ทั้ง ถ้วย ง., ถ้วย ค. และ ถ้วย ข. ตามระบบคัดกรอง นอกจากนั้นยังได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลกระทรวงและการแข่งขันทุกรายการที่มีโอกาส โดยในปีแรกที่ส่งทีมเข้าแข่งขัน สโมสรทำผลงานได้ดีจนคว้าตำแหน่งชนะเลิศ "ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง." ได้ทันที ทำให้ทีมได้รับการจับตามองมากขึ้น และในปีเดียวกัน สโมสรยังชนะเลิศ "ฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ครั้งที่ 6" ซึ่งจัดขึ้นที่ ฮ่องกง ได้อีกด้วย ก่อนปีต่อมาจะชนะเลิศการแข่งขันนี้ใน ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย

ไต่เต้าสู่ลีกสูงสุดแก้ไข

ในช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2545 สโมสรฯ มีผลงานในสนามที่ดีขึ้น จนเป็นที่จับตามองอย่างมาก โดยในระหว่างนั้น สโมสรกรมศุลกากร ได้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันต่างๆมากมาย อาทิ [1]

ก่อนจะมาพลาด ได้แค่รองชนะเลิศฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ปี พ.ศ. 2545 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สโมสรกรมศุลกากร ผลงานแผ่วไปนัก

สู่ลีกสูงสุดแก้ไข

สโมสรกรมศุลกากรได้รองชนะเลิศในการแข่งขัน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ข. พร้อมกับสิทธิ์ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกรองของประเทศอย่าง "ดิวิชั่น 1" ทันที ในปี พ.ศ. 2547 แถมยังหนีบถ้วยชนะเลิศฟุตบอลภายใน กระทรวงการคลัง (วายุภักษ์เกมส์) พ.ศ. 2547 อีกด้วย สโมสรกรมศุลกากร ใช้เวลาอยู่ในลีกดิวิชั่น 1 เพียง 3 ปี ก่อนจะชนะเลิศการแข่งขัน พร้อมกับเลื่อนชั้นไปเล่นใน "ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก" ได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2552 แต่ทว่าผลงานของสโมสรฯ ไม่ดีนัก โดยจบด้วยอันดับที่ 16 มีเพียง 20 คะแนน จาก 30 นัด ตกชั้นพร้อมกันกับ ยอดทีมอย่าง ธนาคารกรุงเทพ และ ทหารบก ในที่สุด

หลังจากตกชั้นแก้ไข

หลังจากการตกชั้นในปี 2552 สโมสรฯ ก็ได้ทำการเปลื่ยนชื่อเป็น สมาคมสโมสรสุวรรณภูมิ ศุลกากร ซึ่งทำผลงานได้ดี โดยได้อันดับที่ 7 เกือบที่จะได้ร่วมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น เนื่องจากในฤดูกาลนั้น ทาง ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องการเพิ่มทีม เป็น 18 ทีม ภายหลังในฤดูกาล 2554 สโมสรกรมศุลกากรได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้เปลื่ยนชื่อมาเป็น สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด โดยที่ทีมบริหารทั้งหมดยังเป็นของกรมศุลกากร และมีเป้าหมายคือ ปฏิเสธการซื้อผู้เล่นที่ราคาแพงเกินจริง เพื่อสวนทางกับระบบทำลายเพดานเงินเดือนของทีมใหญ่ๆในไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 และเน้นสร้างผู้เล่นดาวรุ่งสู่ทีมชุดใหญ่ วางรากฐานระบบจัดการแบบมืออาชีพ[2] ซึ่งเพราะเหตุผลนี้ ทำให้ผลงานของทีมไม่ดีนัก จนตกชั้นไปเล่น ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ในปี 2554

สู่ไทยลีก 3 และเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2แก้ไข

หลังจากที่เล่นในดิวิชั่น 2 มาเป็นเวลาถึง 5 ปี โดยลงแข่งขันในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใน ดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2559 ในโซน สโมสรฯ ทำผลงานจบด้วยอันดับที่ 2 ของสาย ทำให้ผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนลีก แต่แพ้ สโมสรราชประชา จากการดวลจุดโทษ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปเล่นใน ไทยลีก 2 อย่างไรก็ดีด้วยนโยบายของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่จะจัดตั้งลีกระดับ 3 แทนที่ ทำให้สโมสรได้ลงเล่นใน ไทยลีก 3 โซนตอนล่างของประเทศในปี 2560 ต่อมาในฤดูกาล 2561 สโมสรสามารถจบอันดับที่ 1 และเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 2 ได้สำเร็จ

ชื่อและอัตลักษณ์ของสโมสรแก้ไข

ผู้เล่นชุดปัจจุบันแก้ไข

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
1 GK   สุเมธี โคกโพธิ์
2 MF   พศวีร์ เหมือนมาตย์ (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
5 MF   กิตติชัย ใยดี (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
6 DF   อภิณัฐ ศรีพลวารี
7 DF   อดิศร สัพโส
8 MF   ไดซูเกะ ซากาอิ
9 FW   พัศพล เฉิดวิจิตร
10 FW   ภีมปภพ วิริยะชาญชัย
11 MF   ปรัชญา เกตุทิพย์
12 DF   โฮเซ มิเกล คลาริโน
14 FW   พชร ชัยณรงค์ (ยืมตัวจาก การท่าเรือ)
15 DF   พนมพร พวงมาลัย (ยืมตัวจาก การท่าเรือ)
16 MF   ศิวกร จักขุประสาท (กัปตันทีม)
17 MF   ธนวัฒน์ ทรายเพชร (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
18 GK   ธีรัตม์ นาคชำนาญ
19 DF   อัดนัน ออราฮอวัช
21 MF   ดาบิด คูเอร์บา
23 MF   จิรัฐติกาล วาพิลัย
24 DF   อภิวิชญ์ ทราบรัมย์
25 DF   ณัฐวัฒน์ โทบ้านซ้ง
27 DF   อนุศักดิ์ ใจเพชร (ยืมตัวจาก การท่าเรือ)
30 GK   รณชาติ ภูชุม (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
32 FW   กิตติวุฒิ บัวลอย
40 MF   ประกายเกียรติ สุขคง
47 MF   สิทธา บุญหล้า (ยืมตัวจาก การท่าเรือ)
72 MF   กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ (ยืมตัวจาก การท่าเรือ)
76 MF   กฤตภาส วิชัยดิษฐ (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
99 FW   อาเลชังดรี ดิ เอสเตฟานู

ผลงานแก้ไข

การแข่งขันภายใต้สมาคมฯแก้ไข

ผลงานอื่น ๆแก้ไข

  • ฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ - ชนะเลิศ 3 ครั้ง 2541 (ฮ่องกง), 2542 (ไทย), 2544 (มาเก๊า)
  • กีฬาฟุตบอลข้าราชการพลเรือน - ชนะเลิศ พ.ศ. 2545
  • ฟุตบอลศุลกากรลุ่มแม่น้ำโขง - ชนะเลิศ พ.ศ. 2545 ที่เชียงใหม่
  • ฟุตบอลภายในกระทรวงการคลัง (วายุภักษ์เกมส์) - ชนะเลิศ พ.ศ. 2547

ผลงานของสโมสรในแต่ละฤดูกาลแก้ไข

ฤดูกาล ลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพ ผู้ยิงประตูสูงสุด
ระดับ แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย คะแนน อันดับ ชื่อ จำนวนประตู
2564–65 ไทยลีก 2 34 9 8 17 44 63 35 อันดับที่ 15 รอบ 64 ทีมสุดท้าย ไม่ได้เข้าร่วม   เอเลียส เฟนานด์ เด โอลีเวย์รา 11
2565–66 ไทยลีก 2 รอบ 64 ทีมสุดท้าย รอบ 32 ทีมสุดท้าย
แชมป์ รองแชมป์ อันดับที่สาม เลื่อนชั้น ตกชั้น

สโมสรพันธมิตรแก้ไข

พันธมิตรในประเทศแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข