เปิดเมนูหลัก

สุรักษ์ สุขเสวี เป็นนักแต่งเพลงที่มีเอกลักษณ์ในการใช้ภาษาในการเขียนเพลงโดยมักจะมีภาพหรือฉากอยู่ในเพลง มีผลงานเขียนเพลงทั้งกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่,ค่ายเพลงอื่นๆ และเพลงเพื่อบริษัทเอกชน,องค์กร,มหาวิทยาลัยต่างๆ กว่า 250 เพลง

สุรักษ์ สุขเสวี
ชื่อจริงสุรักษ์ สุขเสวี
ชื่อเล่นรักษ์, รัก
เกิด10 ตุลาคม พ.ศ. 2510 (52 ปี)
ที่เกิดอำเภอดำเนินสะดวก , จังหวัดราชบุรี
อาชีพนักแต่งเพลง นักร้อง
ช่วงปี2544 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลงจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ประวัติแก้ไข

สุรักษ์ สุขเสวี เกิดวันที่ 10 ตุลาคม 2510 ที่โรงพยาบาลหมอสงวน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นบุตรคนที่ 5 ของนายวิเชียร สุขเสวี และนางเฉลียว สุขเสวี (สถาพรศิริกุล) สุรักษ์เป็นนักเดินทางตั้งแต่เด็กเพราะครอบครัวมีอาชีพค้าผลไม้ส่ง จึงมักติดรถบรรทุกไปเที่ยวต่างจังหวัดทุกภาคของประเทศไทยด้วยเสมอ ทำให้สุรักษ์ได้ซึมซับบทเพลงทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง และเพลงสากลในยุค 1970 ที่ทั้งพี่ชายและคนขับรถบรรทุกผลัดเปลี่ยนกันเปิดให้ฟัง เป็นพื้นฐานสำคัญให้เขารู้จักความสละสลวยงดงามทั้งภาษาและท่วงทำนองของบทเพลงแต่ละแบบทั้งเพลงไทยและสากล จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สุรักษ์เป็นหนึ่งในนักแต่งเพลงจำนวนน้อยคนที่สามารถเขียนเพลงด้วยภาษากลอนกวีได้แบบเพลง “วิมานดิน” (นันทิดา แก้วบัวสาย) หรือ “ลมหนาวและดาวเดือน” (ปนัดดา เรืองวุฒิ) , รัตนโกสินทร์ (สุรสีห์ อิทธิกุล) , King Of Kings ฯลฯ


เข้าสู่วงการเพลงแก้ไข

สุรักษ์เริ่มตามหาความฝันและเส้นทางดนตรีของตัวเองด้วยการแต่งเพลงเก็บเอาไว้จำนวนหนึ่ง จากกีตาร์ราคาถูกและวิทยุเทปบันทึกเสียงที่คุณพ่อยอมลงทุนซื้อให้เมื่อรู้ว่าบุตรชายของตัวเองชอบแต่งเพลง แม้ฐานะของครอบครัวไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วอัดส่งไปให้ค่ายเพลงต่างๆ ต้องผ่านอุปสรรคมากมายเพราะไม่รู้จักคนในวงการดนตรี ทำตั้งแต่ไปดัก เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ ที่ห้องบันทึกเสียงศรีสยาม เปิดหนังสือดนตรีหาที่อยู่ของ ชาตรี คงสุวรรณ นักแต่งเพลงที่ชื่นชอบแล้วตามไปถึงบ้าน ในที่สุดก็พบว่าคนที่ให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้โดยตรงคือ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงแล้วตามนิติพงษ์จนเจอด้วยการเปิดสมุดโทรศัพท์โทรหาถึงบ้าน ลูกศิษย์รุ่นแรกๆของนิติพงษ์ที่ประสบความสำเร็จมาพร้อมๆกับสุรักษ์คือ จักราวุธ แสวงผล, วรัชยา พรหมสถิต, ชนะ เสวิกุล, กฤชยศ เลิศประไพ (The Must),มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ปี 2533 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นการเป็นนักแต่งเพลงอาชีพของสุรักษ์ เพียงปีแรกที่เริ่มทำงาน ลายมือของเขาก็เริ่มบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ทางภาษา เช่นเพลง หัวใจขอมา วิมานดิน หมากเกมนี้ แทนคำนั้น นาทีที่ยิ่งใหญ่ ฯลฯ งานเขียนเพลงทำให้เขาได้พบชีวิตที่อิสระ เดินทางคนเดียว ใช้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของประเทศไทยเป็นที่เขียนเพลง แต่สุรักษ์บอกว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานของเขาคือการได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับ เรวัต พุทธินันทน์ หลังวงการเพลงต้องสูญเสีย เรวัติ พุทธินันทน์ ไปในปลายปี 2539 สิ่งทิ่เกิดขึ้นทำให้คนในตึกแกรมมี่ปั่นป่วน ทีมงานแตกออกเป็นหลายทีมย่อย สุรักษ์เป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจลาออกเป็นนักแต่งเพลงอิสระตั้งแต่ต้นปี 2544 เปิดบริษัทเล็กๆของตัวเองชื่อบริษัท MIND MEDLEY (I Feel Fine Music) ทำอัลบั้มอินดี้ รับแต่งเพลงให้บริษัทองค์กรต่างๆ มากมาย เขียนหนังสือ และเป็นวิทยากรสอนการแต่งเพลงให้กับสถาบันต่างๆเป็นบางครั้ง ผลงานหลังจากที่ออกจากการเป็นนักแต่งเพลงประจำบริษัทแกรมมี่ ที่เห็นคือ

ผลงานแก้ไข

อัลบั้มแก้ไข

“ดนตรีสีคราม” (2544)
“ภาพผ่านวันเขียนเพลง” (2545)
“ALL STARS FOR CARE“ (2546)
“THE WINTER SONG“ (2547)
“เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง” (2548)
“Playlist By สุรักษ์ สุขเสวี“ (2551)

หนังสือแก้ไข

“หนังสือ “เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง” (2548)
“หนังสือ “ท้องฟ้าริมหน้าต่าง” (2551)“
“หนังสือนวนิยาย “มิวส์กับหมู่ดาวกีตาร์” (2551)
“หนังสือ “ความรักเขียนเพลง” (2545)“