สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์

นาวาเอก สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ (เกิด 1 มกราคม พ.ศ. 2508) หรือคนส่วนใหญ่เรียก โค้ชหมี เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 15 และทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 17

สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม นาวาเอก สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ (โค้ชหมี)
วันเกิด 1 มกราคม พ.ศ. 2508 (57 ปี)
สถานที่เกิด จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย
ส่วนสูง 178 ซm (5 ft 10 in)
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
สมุทรปราการ (ประธานเทคนิค)[1]
จัดการทีม
ปี ทีม
2008-2009 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (หัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้ฝึกสอนเยาวชน)
2010 พะเยา เอฟซี (ที่ปรึกษา)
2011 สุพรรณบุรี (ผู้ฝึกสอนชั่วคราว)
2011-2012 ทีมชาติไทย (ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน)
2012 ฟุตบอลทีมชาติไทยเยาวชน (ผู้ฝึกสอน)
2012 ฟุตบอลคนหูหนวกทีมชาติไทย (ผู้ฝึกสอน)
2013 สมุทรปราการ (ผู้ฝึกสอนอบรมเยาวชน)
2013 นครราชสีมา (ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน)
2013-2015 ราชนาวี (ผู้ฝึกสอน)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 1 มกราคม 2562

ประวัติแก้ไข

สุรศักดิ์ อดีตทีมชาติไทย ผู้ที่โยนให้ซิโก้โหม่งแจ้งเกิดทีมชาติและคว้าแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยการเอาชนะพม่า 4-3

สุรศักดิ์ เคยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนพาทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ก้าวเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 1 สู่ไทยลีกได้เป็นผลสำเร็จ ในฐานะ แชมป์ดิวิชั่น 1 และ ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ก่อนที่จะคุมทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ต่อในไทยลีกอีก 5 นัด และพาทีมทำผลงานสุดแกร่งไร้พ่าย แต่เนื่องจากติดในส่วนของราชการ จึงขอลาทีม และให้ อรรถพล ปุษปาคม เข้ารับหน้าที่แทนในปี 2552

15 เมษายน พ.ศ. 2554 สุรศักดิ์ เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาเทคนิคควบตำแหน่งกุนซือขัดตาทัพของทีมให้กับ สุพรรณบุรี เอฟซี แทนที่ วิลสัน โทลิโด้ ที่ทำผลงานออกสตาร์ตด้วยผลงานน่าผิดหวัง โดยลงสนามไปแล้ว 8 นัด ชนะ 1 เสมอ 3 และแพ้ 4 นัด เก็บได้เพียงแค่ 6 แต้มเท่านั้น หลังจากการเข้ามาของ สุรศักดิ์ โดยนัดแรกเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ กระทิงเหล็ก บางกอก เอฟซี ก่อนที่จะเสมอกันไป 2-2 โดยถือเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวทีเดียว นัดที่สองบุกไปเยือน พญาอินทรี ไทยฮอนด้า ก่อนที่จะเฉือนเอาชนะไปได้หวุดหวิด 1-0 และนัดที่สามเปิดรังเหย้าเชือด ฟอร์ซ่า สมุทรปราการ ศุลกากร ไปอย่างสนุก 1-0 รวมผลงาน 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 0 เก็บได้ 7 แต้ม สร้างความพอใจให้กับ วราวุธ ศิลปอาชา และแฟนบอลสุพรรณบุรีกับอย่างยิ่ง ซึ่งวราวุธ บอสใหญ่ของสุพรรณบุรี เอฟซี ก็อยากให้ สุรศักดิ์ มาทำทีมถาวรแต่เนื่องจากติดหน้าที่ของราชการ จึงไม่สามารถทำทีมสุพรรณบุรีแบบเต็มเวลาได้ ทางสโมสรสุพรรณบุรีเอฟซีจึงตัดสินใจดึง เรเน่ เดอซาเยียร์ กุนซือใหญ่ชาวเบลเยียม เข้ารับหน้าที่แทน

นอกจากนี้ สุรศักดิ์ ยังได้ชื่อเสียงให้กับวงการคนหูหนวกแห่งประเทศไทยในการคุมทีม ฟุตบอลคนหูหนวกทีมชาติไทย ชนะทีมฟุตบอลคนหูหนวกทีมชาติญี่ปุ่น คว้าอันดับ 1 ของเอเชีย และคว้าอันดับ 7 ของโลก ในศึกชิงแชมป์ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 2 ที่เมืองอัลคาร่า ประเทศตุรกี ซึ่งทั้งคู่ผ่านเข้ามาในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยรายการระดับโลกนี้ที่มี 16 ทีมมาทำการแข่งขัน จากการคลอลิฟลาย 125 ประเทศ

ธันวาคม พ.ศ. 2556 สุรศักดิ์ ตอบรับเข้ารับตำแหน่งกุญซือทีมตะหานน้ำ ราชนาวีสโมสร ในศึกยามาฮ่า ลีกวัน ที่ก่อนหน้านี้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องของกุนซือหลังจากที่ทางสโมสรประกาศแยกทางกับ อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ และได้ทำการดันทางด้าน สุรศักดิ์ มือขวาเข้าทำหน้าที่แทนในฤดูกาล 2014

1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 คุมทีม ราชนาวีสโมสร ได้อันดับ 3 คว้าตั๋วไทยลีกใบสุดท้ายเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกเป็นผลสำเร็จ โดยการคุมทีมเปิดบ้านยันเสมอกับ บางกอก เอฟซี 1-1 นอกจากนี้ยังคุมทีมราชนาวีสโมสรทำผลงานรอบ 32 ทีมในรายการ มูลนิธิไทยคมเอฟเอคัพ 2014 และ โตโยต้าลีก คัพ 2014

ธันวาคม พ.ศ. 2558 สุรศักดิ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาฟุตบอลคนพิการสมองชาติไทย นำทัพสู้ศึก อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 8 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นแชมป์ของรายการนี้ด้วยรูปแบบการเล่นที่น่าประทับใจ และการแก้เกมส์อย่างเหนือชั้น ทำให้ทุกครั้งที่ประเทศไทยลงสนาม จะได้รับเสียงเชียร์จากกองเชียร์มากมายทั้งไทยและต่างประเทศ

อดีตประธานฝ่ายเทคนิคแก้ไข

  • พ.ศ. 2554 สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี
  • พ.ศ. 2555 สโมสรสมุทรปราการ เอฟซี (และช่วยดูแล พัฒนาเยาวชนสโมสร)

อดีตผู้ฝึกสอนฟุตบอลแก้ไข

  • พ.ศ. 2551 – เมษายน พ.ศ. 2552 หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรเมืองทองฯ ยูไนเต็ด
  • พ.ศ. 2551 ผู้ฝึกสอนอบรมเยาวชน (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด) โครงการความร่วมมือ ฟิวเจอร์ ฟุตบอล ดีวิลอปเม้นท์
  • พ.ศ. 2553 ที่ปรึกษาสโมสรจังหวัดพะเยา เอฟซี
  • เมษายน พ.ศ. 2554 หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมทีมสุพรรณบุรี เอฟซี (ผู้ฝึกสอน ชั่วคราว คุมทีม 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1)
  • พ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2555 ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่
  • พ.ศ. 2555 ผู้ช่วยโค้ชในทีมฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย อายุ 19 ปี
  • พ.ศ. 2555 ผู้ฝึกสอนฟุตบอลคนหูหนวกทีมชาติไทย (ผลงาน อันดับ 1 ของเอเชีย; อันดับ 7 ของโลก)
  • พ.ศ. 2556 ผู้ฝึกสอนอบรมเยาวชน (สมุทรปราการ เอฟซี) สมุทรปราการ เอฟซี ซัมเมอร์แคมป์ 2013
  • พ.ศ. 2556 ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสโมสรนครราชสีมา เอฟซี
  • พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2558 ผู้ฝึกสอนสโมสรราชนาวี

อดีตผู้ฝึกสอนฟุตซอลแก้ไข

  • หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรราชนาวี

ผลงานในนามทีมชาติไทยแก้ไข

  • อดีตนักเตะ ชุด แชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 13
  • อดีตนักเตะ ชุด แชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 15
  • อดีตนักเตะ ชุด แชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 17 พ.ศ. 2536
  • อดีตผู้ฝึกสอนฟุตบอลคนหูหนวกที่ชาติไทย (ผลงาน อันดับ 1 ของเอเชีย; อันดับ 7 ของโลก)
  • หัวหน้าฝ่ายเทคนิคกีฬาฟุตบอลคนพิการทางสมอง สังกัดสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย

ผลงานในระดับสโมสรแก้ไข

  • พ.ศ. 2551 รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ดิวิชั่น 1 (สโมสรเมืองทองฯ ยูไนเต็ด)
  • พ.ศ. 2557 ผู้ฝึกสอนทีม ราชนาวีสโมสร คว้าอันดับ 3 (เลื่อนชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก)

ผลงานอื่นแก้ไข

  • ผู้ฝึกสอนโรงเรียนนายเรือ กองทัพเรือ ได้รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 กีฬา 4 เหล่าทัพ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Samutprakan Football Club
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย, เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๓ ข หน้า ๗, ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๐
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๒ ข หน้า ๑๘๙, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๑๖ ข หน้า ๔๐, ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖