สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (อังกฤษ: The Board of Investment of Thailand หรือ BOI) เป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย ทั้งในด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และด้านการบริการสนับสนุนธุรกิจ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 จึงโอนไปสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทั่งในปี พ.ศ. 2557 มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้โอนกลับมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีดังเดิม

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
The Board of Investment of Thailand
BOI Logo.jpg
ภาพรวมหน่วยงาน
ก่อตั้ง21 กรกฎาคม พ.ศ. 2509
สำนักงานใหญ่555 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
งบประมาณประจำปี872.17 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ฝ่ายบริหารหน่วยงาน
  • นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์, เลขาธิการ
  • ซ่อนกลิ่น พลอยมี, รองเลขาธิการ
  • วิรัตน์ ธัชศฤงคารสกุล, รองเลขาธิการ
  • ชนินทร์ ขาวจันทร์, รองเลขาธิการ
เว็บไซต์http://www.boi.go.th

ประวัติแก้ไข

การส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย เริ่มเกิดนโยบายดังกล่าวในปี พ.ศ. 2497[2] ในรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งมีพลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยเหตุที่รัฐวิสาหกิจของไทยประสบปัญหารายได้จากการส่งออกลดลง จึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมมากขึ้น แต่ในระหว่างที่มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว มีกิจการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพียง 9 ราย และได้รับอนุมัติเพียง 6 ราย ดังนั้นในรัฐบาลของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยยกเลิกพระราชบัญญัติเดิมและตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ. 2503 ขึ้นมาแทน และมีการแต่งตั้ง "คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม" มีอำนาจหน้าที่ให้การส่งเสริมการลงทุน มีกรรมการทั้งหมด 36 คน โดยมีนาย ทวี บุณยเกตุ เป็นประธาน

ในระยะแรกคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม ไม่มีบุคลากรประจำ ต้องยืมตัวข้าราชการจากหน่วยต่างๆ มาทำงาน ต่อมาจึงมีการแก้ไขกฎหมายและจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 มีฐานะเทียบเท่ากรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีที่ทำการอยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง และในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน" และ "สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน" ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 227 ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2515[3]

ใน พ.ศ. 2546 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้โอนไปเป็นส่วนราชการภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ได้มีคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 100/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 โอนสำนักงานฯ จากกระทรวงอุตสาหกรรม ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี[4][5]ใน วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 [6]ได้เปิด ศูนย์บุคลากรทักษะสูง ขึ้นที่ อาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น18

ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 นาย นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ บุตรอดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ในขณะอายุเพียง 48 ปี นับเป็นเลขาธิการที่อายุน้อยที่สุดตั้งแต่เปิดสำนักงาน

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เล่ม 132 ตอนที่ 91ก วันที่ 25 กันยายน 2558
  2. พระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๔๙๗
  3. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๒๗ (มีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติ ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙ ตอน ๑๕๘ ก พิเศษ หน้า ๑ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
  4. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๐/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมและกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑ ตอน ๑๔๓ ง พิเศษ หน้า ๖ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
  5. ประกาศ คสช. ดึง 'บีโอไอ' ขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี
  6. เปิด “ศูนย์บุคลากรทักษะสูง” ดึงอัจฉริยะทำงานขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0