เปิดเมนูหลัก

สาธารณรัฐหลานฟาง (Lanfang Republic; ภาษาจีน: 蘭芳共和國; พินยิน: Lánfāng Gònghéguó; Pe̍h-ōe-jī: Lân-phang Kiōng-hô-kok) เป็นรัฐของชาวจีนที่ใช้ระบบกงสีในกาลีมันตันตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย ก่อตั้งโดยชาวจีนฮากกาชื่อหลัว ฟางปั๋ว (羅芳伯) เมื่อ พ.ศ. 2320 ก่อนจะสิ้นสุดลงโดยการยึดครองของดัตช์เมื่อ พ.ศ. 2427

สาธารณรัฐหลานฟาง
蘭芳共和國
สาธารณรัฐ
รัฐบรรณาการ ของ ราชวงศ์ชิง
พ.ศ. 2320–พ.ศ. 2427


ธงชาติ

เมืองหลวง อาจจะเป็น ปอนเตียนัก
ภาษา ภาษาจีน, ภาษามลายู
รัฐบาล สาธารณรัฐแบบมีประธานาธิบดี
กงสี
ประธานาธิบดี
 -  พ.ศ. 2320 -2428 หลัว ฟางปั๋ว
ยุคประวัติศาสตร์ จักรวรรดินิยมใหม่
 -  ก่อตั้ง พ.ศ. 2320
 -  ดัตช์อีสต์อินดีสยึดครอง พ.ศ. 2427
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ  อินโดนีเซีย

การมาถึงของชาวจีนแก้ไข

สุลต่านแห่งบอร์เนียวตะวันตกได้นำเข้าแรงงานชาวจีนในพุทธศตวรรษที่ 23 เพื่อทำงานในเหมืองทองคำและตะกั่ว กลุ่มกงสีของแรงงานเหมืองได้จัดตั้งกลุ่มเพื่อปกครองตนเอง[1] แต่หลานฟางเป็นที่รู้จักเพราะบันทึกไว้โดยยับ เซียงโยน บุตรเขยของกัปตันคนสุดท้ายของกงสีแห่งหลานฟาง ซึ่งแปลเป็นภาษาดัตช์ใน พ.ศ. 2428[2][3][4][5][6][7][8][9][10][11][12] ไม่มีหลักฐานที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับกลุ่มกรรมกรเหมืองกลุ่มอื่น

การปกครองของหลัว ฟางปั๋วแก้ไข

ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐหลานฟางคือหลัว ฟางปั๋ว ผู้มาจากเหมย์โจวในมณฑลกวางตุ้ง และมาอาศัยในเกาะบอร์เนียวเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการค้าและทำเหมือง เขาก่อตั้งบริษัทของเขาเอง หลัวได้จัดตั้งสาธารณรัฐหลานฟางขึ้นใน พ.ศ. 2320 เมืองหลวงอยู่ที่วันยินตะวันออกเพื่อปกป้องผู้ตั้งถิ่นฐานชาวจีนจาการกดดันของชาวดัตช์[13][14][15][16][17][18][19][20][21][22][23][24][25][26][27][28][29][30] หลัวได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาได้นำหลักการปกครองแบบประชาธิปไตยมาใช้เช่น การมีส่วนร่วมของพลเมือง ตำแหน่งผู้บริหารต่างๆมาจากการเลือกตั้ง หลานฟางเป็นพันธมิตรกับสุลต่านอับดูร์เราะห์มานแห่งรัฐสุลต่านปอนเตียนัก[31][32][33][34][35]

การบริหารของหลัวปฏิเสธการจัดตั้งราชวงศ์ แต่ดำเนินตามประเพณีของชาวจีน เช่น ประกาศใช้ปีที่ก่อตั้งสาธารณรัฐเป็นปีแรกของปฏิทิน แต่เขาก็ส่งรายงานไปยังราชวงศ์ชิงว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐและส่งบรรณาการให้ราชวงศ์ชิง

หลัวเป็นประมุขของรัฐจนเสียชีวิตเมื่อพ.ศ. 2338 ชาวหลานฟางเลือกเจียง อู่ปั๋ว (江戊伯) เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป มีชาวพื้นเมืองเข้ามาเป็นพันธมิตรกับหลานฟางมากขึ้น แต่จะมีชาวจีนในสาธารณรัฐเท่านั้นที่เลือกผู้นำได้

การรุกรานของดัตช์แก้ไข

เมื่อราชวงศ์ชิงอ่อนแอลงและไม่สามารถสนับสนุนสาธารณรัฐหลานฟางในฐานะรัฐบรรณาการได้อีก ทำให้หลานฟางเผชิญการรุกรานของดัตช์ ประชากรของสาธารณรัฐพยายามต่อต้านแต่ขาดแคลนอาวุธ ลิน อาห์ซินเป็นผู้นำคนสุดท้ายของหลานฟาง[36] ชาวจีนในหลานฟางเดินทางไปยังสุมาตราและสิงคโปร์เพื่อหวังสร้างสาธารณรัฐชองชาวจีนแห่งใหม่ในเอเชียตะวันออก สงครามระหว่างชาวจีนกับกองทัพของดัตช์อีสต์อินดีสที่เรียกสงครามกงสี มีเหตุการณ์ที่สำคัญคือการขยายตัวสู่ชายฝั่งตะวันตกของบอร์เนียว (พ.ศ. 2365 – 2367) การต่อต้านของชาวจีนที่มนตราโด (พ.ศ. 2393 – 2397) และการลุกฮือของชาวจีนที่มันโดร์ บอร์เนียว (พ.ศ. 2427 – 2428) ในที่สุดชาวจีนจึงเสียการปกครองของตนเองไป ดัตช์มิได้ผนวกหลานฟางในทันทีแต่ตั้งระบอบหุ่นเชิดขึ้นมาแทน จนกระทั่งราชวงศ์ชิงล่มสลายใน พ.ศ. 2455 ดัตช์จึงประกาศผนวกดินแดน

อ้างอิงแก้ไข

  1. 海外華人創建了世上第一個共和國
  2. Groot, J.J.M. (1885), Het Kongsiwezen van Borneo: eene verhandeling over den grondslag en den aard der chineesche politieke vereenigingen in de koloniën, The Hague: M. Nijhof.
  3. Lindsey'& Pausacker & Coppel &Institute of Southeast Asian Studies & Monash Asia Institute 2005, p. 105.
  4. ed. Gerber &Guang 2006, p. 164.
  5. ed. Reid & Alilunas-Rodgers 1996, p. 169.
  6. ed. Blussé & Zurndorfer & Zürcher 1993, p. 288.
  7. Chin 1981, p. 19.
  8. ed. Suryadinata 1997,
  9. Setyautama & Mihardja 2008, p. 233.
  10. ed. Oelschlägel & Nentwig & Taube 2005, p. 290.
  11. Zhang 2002, p. 2.
  12. Gakuen 1967, p. 258.
  13. Gernet 1996, p. 489.
  14. YUNOS 2011.
  15. "The Eurozone as a Lan Fang Republic" 2012
  16. Zheng 1982, p. 40.
  17. Wang 1994, p. 87.
  18. "Taiwan guang Hua za zhi, Volume 33, Issues 7-12" 2008, p. 119.
  19. "The Numismatic Chronicle, Volume 153" 1993, p. 172.
  20. "Revue bibliographique de sinologie, Volumes 6-7" 1988, p. 165.
  21. ed. Reid 2008, p. 74.
  22. Yong 1994, p. 27.
  23. "Mitteilungen der Gesellschaft für Natur- und Völkerkunde Ostasiens, Volume 75; Volume 77" 1979, p. 189.
  24. Zheng 1969, p. xvi.
  25. "China Today, Volume 6" 1963, p. 33.
  26. Reece 1993, p. 3.
  27. "Tempo: Indonesia's Weekly News Magazine, Volume 4, Issues 43-52" 2004, p. 9.
  28. "Excerpta Indonesica, Issues 58-62" 1998, p. 45.
  29. "Jahrbuch des Museums für Völkerkunde zu Leipzig, Volume 41" 1997, p. 273.
  30. "The Sarawak Museum Journal, Volume 19" 1971, p. 119.
  31. "The Sarawak Museum Journal" 1959, p. 671.
  32. Heidhues 2003, p. 65.
  33. Heidhues 2003, p. 103.
  34. Luo & Luo 1941,
  35. 羅 1961,
  36. Irwin 1955, p. 173.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข