สมโพธิ แสงเดือนฉาย

สมโพธิ แสงเดือนฉาย (24 พฤษภาคม พ.ศ. 2484[1] – ) เป็นผู้อำนวยการสร้าง และผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ไชโยโปรดักชั่นส์ จำกัด มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ในแนวสัตว์ประหลาด, แฟนตาซี ที่ต้องใช้สเปเชียลเอฟเฟกส์ต่าง ๆ

สมโพธิ แสงเดือนฉาย
เกิดสมโพธิ แสงเดือนฉาย
24 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 (80 ปี)
จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย
สัญชาติไทย
อาชีพผู้อำนวยการสร้าง, ผู้กำกับภาพยนตร์, ผู้กำกับละครโทรทัศน์
ผลงานเด่น
กิ้งก่ากายสิทธิ์

ประวัติแก้ไข

สมโพธิ เกิดที่อำเภอพระประแดง[2] จังหวัดสมุทรปราการ[3] เป็นบุตรของชาวจีนโพ้นทะเลจากมณฑลกวางตุ้ง เดิมมีชื่อว่า "เล็ก" เนื่องจากเป็นบุตรชายคนเล็กของครอบครัว เป็นเด็กวัดตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ โดยอาศัยอยู่ที่วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร ด้วยการขอพ่อแม่ออกไปอยู่เอง ด้วยความฝันที่อยากเป็นนักสร้างภาพยนตร์ตั้งแต่เด็ก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานการ์ตูนของประยูร จรรยาวงษ์ และภาพยนตร์เร่ที่มาฉายข้างวัด และที่วัดนี้เอง ที่เจ้าอาวาสได้เปลี่ยนชื่อให้เป็น "สมโพธิ" อย่างในปัจจุบัน โดยมีความหมายถึงสัมโพธิญาณ หรือการตรัสรู้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า[1]

สมโพธิเริ่มต้นเรียนรู้งานสร้างภาพยนตร์จากการเป็นลูกจ้างร้านถ่ายรูปก่อน มีผลงานการฉายพระรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงฉลองพระองค์ชุดลูกเสือ แทนช่างภาพตัวจริงที่ป่วย จนได้ลงปกนิตยสารชัยพฤกษ์ ขณะที่ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) และได้เป็นช่างภาพประจำหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี[1] ต่อมาได้เข้าศึกษาต่อด้านการถ่ายภาพและภาพยนตร์ที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ และมีผลงานด้านภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ ตามนโยบายรัฐบาลในขณะนั้น เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ หลังจากที่เข้าศึกษาได้เพียงปีเดียว อีกทั้งยังได้เป็นช่างภาพประจำตัวของจิม ทอมป์สัน[4] ต่อมาเมื่ออายุได้ 20 ปี ได้รับทุนการศึกษาจากธนาคารออมสิน กับธนาคารมิตซุยไปศึกษาต่อด้านเทคนิคภาพยนตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 ปี ในบริษัท โตโฮโปรดักชั่นส์ จำกัด และได้พบกับ เอจิ สึบูรายะ ในฐานะเป็นนักศึกษาฝึกงาน

สมโพธิ ได้สร้างภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย คือ กิ้งก่ากายสิทธิ์ ในปี พ.ศ. 2528 จากนั้นได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อทำงานเกี่ยวกับอุลตร้าแมนโดยเฉพาะ[4] ซึ่งในภายหลังได้มีการฟ้องร้องกรณีเรียกสิทธิจากสึบูรายะโปรดักส์ชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น[5] โดยอ้างถึงการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในส่วนที่เกี่ยวของกับอุลตร้าแมนในประเทศต่าง ๆ รวมถึงสิทธิ์ด้านการตลาดที่ประเทศจีน เนื่องด้วยอุลตร้าแมนเป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเช่นเดียวกับประเทศไทย[6]

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ มีคำสั่งไม่รับฎีกาที่นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย เจ้าของบริษัทไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด ยื่นคดีลิขสิทธิ์หนังยอดมนุษย์อุลตร้าแมน เพื่อต่อสู้กับบริษัทซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ จำกัด โดยศาลสั่งให้ยึดตามคำพิพากษาเดิมของศาลอุทธรณ์ ที่มีคำพิพากษาให้ภาพยนตร์จำนวน 9 เรื่อง ได้แก่ ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ Ultraman 1 "Ultra Q", Ultraman 2, Ultraman Seven, Return Ultraman, Ultraman Ace, Ultraman Taro, Jamborg Ace และ หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ ตกเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทซึบูราญ่า โปรดัคชั่นส์ จำกัด ของญี่ปุ่น ศาลอุทธรณ์ช่วยตอกย้ำความชัดเจน สำหรับข้อพิพาทในสิทธิบนผลงานอุลตร้าแมน ที่ไม่ได้แปลว่าหกคะเมนตีลังกา

แม้ว่าเมื่อเดือนเมษายนปี 2018 ศาลแขวง California ได้มีคำพิพากษาในคดีที่บริษัท Tsuburaya Production (TPC) เป็นโจทก์ ในคดีพิพาทเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในผลงานเรื่อง Ultraman กับทางบริษัท UM Corporation (UMC) โดยศาลได้ตัดสินให้ทาง TPC เป็นผู้ชนะในกรณีนี้ และให้เป็นผู้มีสิทธิในการเผยแพร่ผลงานเรื่องอุลตร้าแมนนอกประเทศญี่ปุ่นเพียงผู้เดียวไปเรียบร้อย และล่าสุดศาลอุทธรณ์ภาคเก้าแห่งสหรัฐอเมริกา ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของการประกาศชัยชนะอีกครั้งของทาง TPC ที่หน้าเว็บไซต์ของทางบริษัท

สำหรับการฟ้องร้องครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อทาง UMC ได้ทำการยื่นฟ้อง TPC ต่อศาลแขวงแห่งสหรัฐอเมริกาประจำแขวงกลางแคลิฟอร์เนีย ในกรณีการเป็นเจ้าของสิทธิในซีรีส์และตัวละครอุลตร้าแมน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2015 ก่อนที่ทาง TPC จะทำการฟ้องกลับเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของสิทธิในตัวอุลตร้าแมนแบบครอบคลุมทั่วโลก พร้อมกับเรียกร้องค่าเสียหายจากกรณีนี้กับทาง UMC เมื่อวันที่ 11 กันยายนปีเดียวกัน

ทั้งนี้ทาง UMC ได้นำหลักฐานเป็นเอกสารสัญญา ลงลายมือชื่อโดยคุณ Tsuburaya Noboru ประธานของ TPC มอบสิทธิการเป็นเจ้าของอุลตร้าแมนให้กับนาย สมโพธิ แสงเดือนฉาย เมื่อปี 1976 ซึ่งสิทธินี้ครอบคลุมทั่วโลกยกเว้นในประเทศญี่ปุ่น อันเป็นสิทธิที่ทาง UMC ได้ซื้อต่อมาจากนายสมโพธิอีกทีหนึ่ง ซึ่งทาง TPC ได้ยืนยันต่อศาลว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของปลอม และ UMC ไม่มีสิทธิในการใช้งานตัวละครอุลตร้าแมน เช่นเดียวกับการฟ้องร้องโดย UMC อย่างไม่มีสิทธิจะกระทำได้ ประเด็นหลักของคดีนี้จึงเป็นกรณีที่ว่าเอกสารสัญญานั้นเป็นของจริงที่ลงนามโดยประธานโนโบรุ หรือเป็นของปลอมที่ทำขึ้นมา

ศาลแขวงได้มีคำพิพากษาชั้นต้นให้ TPC มีสิทธิขาดในอุลตร้าแมน และพยานหลักฐานเอกสารสัญญาของทาง UMC นั้นไม่ใช่ของจริง พร้อมประกาศให้ TPC มีสิทธิเด็ดขาดในตัวละคร, สินค้า, สื่อภาพและเสียงของอุลตร้าแมนแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงสั่งให้ทาง UMC ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและค่าทนายให้กับทาง TPC ในคดีนี้

ต่อมาทาง UMC ได้ยื่นอุทธรณ์คดีเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2018 โดยให้สาเหตุว่าในทั้งก่อนและระหว่างการพิจารณคดีโดยศาลแขวงแคลิฟอเนียมีข้อผิดพลาดหลายประการ และร้องขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ ซึ่งในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ภาคเก้าแห่งสหรัฐอเมริกาได้ปฏิเสธคำขออุทธรณ์ของ UMC และยืนยันตามคำตัดสินของศาลแขวงแคลิฟอเนีย นั่นคือสิทธิทั้งหมดของ Ultraman เป็นของ TPC แต่เพียงผู้เดียว

ซึ่งทาง UMC อาจมีการยื่นต่อศาลสูงให้ตัดสินคดี แต่จากหลายกรณีที่เกิดขึ้นจึงเป็นไปได้สูงที่ศาลสูงจะไม่รับคำร้องต่อ

ผลงานแก้ไข

ภาพยนตร์

(ทั้งหมด 16 เรื่อง[2])

เรื่อง
พ.ศ. 2515 ชาละวัน อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง[7]
พ.ศ. 2516 ท่าเตียน อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง[8]
พ.ศ. 2517 ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ อำนวยการสร้างและร่วมกำกับการแสดง[9]
พ.ศ. 2517 หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ อำนวยการสร้างและร่วมกำกับการแสดง[10]
พ.ศ. 2518 หนุมานพบ 5 ไอ้มดแดง อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง[11]
พ.ศ. 2518 7 วันในปักกิ่ง (ภาพยนตร์สารคดี ถูกห้ามฉาย)[12]
พ.ศ. 2520 ยอดมนุษย์คอมพิวเตอร์ อำนวยการสร้าง[2]
พ.ศ. 2521 แผ่นดินวิปโยค อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง[2]
พ.ศ. 2523 กากี อำนวยการสร้าง[2]
พ.ศ. 2523 ไกรทอง อำนวยการสร้าง[2]
พ.ศ. 2524 พระรถเมรี อำนวยการสร้าง[2]
พ.ศ. 2524 จระเข้ อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง[13]
พ.ศ. 2525 ขุนช้างขุนแผน ตอนปราบจระเข้เถนขวาด อำนวยการสร้าง
พ.ศ. 2525 พระเจ้าเสือ พันท้ายนรสิงห์ อำนวยการสร้าง
พ.ศ. 2527 หนุมานพบ 11 ยอดมนุษย์ อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง[14]
พ.ศ. 2527 ศึกกุมภกรรณ อำนวยการสร้างและร่วมกำกับการแสดง
พ.ศ. 2528 ไกรทอง 2 อำนวยการสร้าง
พ.ศ. 2528 กิ้งก่ากายสิทธิ์ อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง

ละครโทรทัศน์ (ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์/ ซีรีส์)

เรื่อง
พ.ศ. 2513 ไกรทอง ทางช่อง 7 (นำแสดงโดย ปรีดา จุลละมณฑล ดามพ์ ดัสกร มาลาริน บุนนาค ขวัญตา บัวเปลี่ยนสี)
พ.ศ. 2514 พระอภัยมณี ทางช่อง 3 (นำแสดงโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คมน์ อรรฆเดช รจนา นามวงศ์ ขวัญตา บัวเปลี่ยนสี ปริม ประภาพร รัตนาภรณ์น้อย อินทรกำแหง)
พ.ศ. 2515 ยายกะตา (นำแสดงโดย พัลลภ พรพิษณุ ขวัญตา บัวเปลี่ยนสี)
พ.ศ. 2516 ล่องไพร[2]
พ.ศ. 2550 โปรเจกต์อุลตร้าแมน อำนวยการสร้าง (แต่มิได้เผยแพร่เนื่องจากคำพิพากษาเรื่องลิขสิทธิ์)[15][2][16]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 "เผยโฉม 'ยอดมนุษย์' ผู้ปราบมาร อภิบาลคนดี". ผู้จัดการออนไลน์. 10 November 2006. สืบค้นเมื่อ 13 December 2015.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 2.7 2.8 "ลายกนก ย้อนหลัง 08 พฤศจิกายน 2558 ตอน บันไดชีวิต สมโพธิ แสงเดือนฉาย". เนชั่นทีวี. 8 November 2015. สืบค้นเมื่อ 9 November 2015.
  3. Biography and informations about Sompote Saengduenchai (อังกฤษ)
  4. 4.0 4.1 "ลายกนก ย้อนหลัง 15 พฤศจิกายน 2558 ตอน บันไดชีวิต สมโพธิ แสงเดือนฉาย (2)". เนชั่นทีวี. 15 November 2015. สืบค้นเมื่อ 16 November 2015.
  5. Legal Victories for Tsuburaya Productions « SciFi Japan (อังกฤษ)
  6. 円谷プロ 中国のウルトラマン著作権裁判で勝訴判決 (ญี่ปุ่น)
  7. Information about the movie Ta Tian (อังกฤษ)
  8. Information about the movie Ta Tian (อังกฤษ)
  9. Information about the movie Jumborg Ace & Giant (อังกฤษ)
  10. The 6 Ultra Brothers vs. the Monster Army (อังกฤษ)
  11. Hanuman and the 5 Kamen Riders (อังกฤษ)
  12. "ภาพพิมพ์เก่า โปสเตอร์ ของสะสม". เฟซบุก. 9 May 2015. สืบค้นเมื่อ 13 February 2016.
  13. Information about the movie Crocodile (อังกฤษ)
  14. Information about the movie 11 Ultraman vs. Hanuman (อังกฤษ)
  15. Information about the television series Project Ultraman (อังกฤษ)
  16. "Project Ultraman Trailer (Ultraman Millenium)". ยูทูบ. 10 July 2013. สืบค้นเมื่อ 17 November 2015.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข