สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านซะอีด บิน เตมัวร์

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านซะอีด บิน เตมัวร์ (อังกฤษ: Said bin Taimur; อาหรับ: سعيد بن تيمور‎) ทรงเป็นสุลต่านแห่งมัสกัตและโอมาน (ประเทศโอมานในปัจจุบัน) ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 1932–1970

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านซะอีด บิน เตมัวร์
Sultan Said bin Taimur of Muscat and Colonel David Smiley of the British Army.png
สุลต่านซะอีด บิน เตมัวร์ (ซ้าย) กับพันเอกเดวิด สไมลีย์ แห่งกองทัพบกสหราชอาณาจักร
สุลต่านแห่งโอมาน
ครองราชย์10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1932 – 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1970
ก่อนหน้าสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านเตมัวร์ บิน เฟซาล
ถัดไปสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านกอบูส บิน ซะอีด อัสซะอีด
คู่อภิเษกเชคา ฟะติมะ อัล-มาชานี
เชคา มาซูน อัล-มาชานี
พระราชบุตรสุลต่านกอบูส บิน ซะอีด
ราชวงศ์อัลซะอีด
พระราชบิดาสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านเตมัวร์ บิน เฟซาล
พระราชมารดาพระนางซัยยิดา ฟะติมะ บินต์ อาลี อัล-ซะอีด
ประสูติ13 สิงหาคม ค.ศ. 1910(1910-08-13)
ประเทศโอมาน
สวรรคต19 ตุลาคม ค.ศ. 1972 (62 ปี)
ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ฝังพระศพสุสานบรูควูด เซอร์รีย์ ประเทศอังกฤษ
สุสานหลวง กรุงมัสกัต
ศาสนาอิสลาม

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านซะอีด บิน เตมัวร์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1910 ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านเตมัวร์ บิน เฟซาล (Taimur bin Feisal) กับพระนางซัยยิดา ฟะติมะ บินต์ อาลี อัล-ซะอีด (Sayyida Fatima bint 'Ali Al-Sa'id) ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1932 พระองค์พัฒนาประเทศให้ทันสมัยขึ้นด้วยใช้เงินจากการค้าขายปิโตรเลียม ต่อมาพระองค์ทรงขัดแย้งกับอิหม่ามกาลิบ บิน อาลี (Ghalib bin Ali) ผู้นำทางศาสนาของโอมานซึ่งตั้งตนเองเป็นสุลต่านเช่นกัน กาลิบ บิน อาลีก่อกบฏในปี ค.ศ. 1955 แต่ถูกปราบโดยกองทัพโอมานและสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม สุลต่านซะอิดถูกซาอุดีอาระเบียและอียิปต์กดดันเนื่องจากสองประเทศนี้สนับสนุนอิหม่ามกาลิบและมองว่าการแทรงแซงของสหราชอาณาจักรนั้นเป็นสิ่งที่ขัดกับแนวคิดชาตินิยมอาหรับ ดังนั้นในปี ค.ศ. 1957 ซาอุดีอาระเบียและอียิปต์จึงสนับสนุนให้อิหม่านกาลิบก่อกบฏอีกครั้ง แต่ก็ถูกปราบลงในอีกสองปีต่อมา[1] อิหม่ามกาลิบตัดสินใจลี้ภัยในประเทศซาอุดีอาระเบียจนกระทั่งเสียชีวิต

ในปี ค.ศ. 1958 สุลต่านซะอีดทรงขายเมืองกวาดาร์ (Gwadar) ให้แก่ประเทศปากีสถาน ด้วยมูลค่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1962–1976 เกิดเหตุการณ์กบฏในจังหวัดโดฟาร์ (Dhofar Rebellion)[3] และมีความพยายามในการลอบปลงพระชนม์สุลต่านซะอีด ซึ่งส่งผลให้ในช่วงปลายรัชกาล สุลต่านซะอีดทรงมีพระสติฟั่นเฟือน ในวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1970 กอบูส บิน ซะอีด พระราชโอรสได้ปลดพระองค์ออกจากตำแหน่งประมุขและเนรเทศพระองค์ไปประทับที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร[4] สุลต่านซะอีดเสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 1972 พระบรมศพถูกฝังที่สุสานบรูควูด (Brookwood Cemetery) ในมณฑลเซอร์รีย์ ต่อมาพระบรมศพถูกเคลื่อนย้ายกลับมายังประเทศโอมานและถูกฝังที่สุสานหลวงในกรุงมัสกัต[5]

อ้างอิงแก้ไข