สงครามกลางเมืองรัสเซีย

สงครามกลางเมืองรัสเซีย (รัสเซีย: Гражда́нская война́ в Росси́и, อักษรโรมัน: Grazhdanskaya voyna v Rossiyi)[9] เป็นสงครามกลางเมืองหลายฝ่ายในอดีตจักรวรรดิรัสเซียที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันภายหลังจากการปฏิวัติสองครั้งในปี ค.ศ. 1914 เนื่องจากหลายฝ่ายต่างแก่งแย่งกันในการกำหนดอนาคตทางการเมืองของรัสเซีย กลุ่มทหารสู้รบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่สองกลุ่มคือ กองทัพแดง ที่ต่อสู้เพื่อลัทธิสังคมนิยมตามแบบของบอลเชวิกที่นำโดยวลาดีมีร์ เลนิน และกองทัพพันธมิตรที่ดูหละหลวม ซึ่งเป็นที่รู้จักกันคือ กองทัพขาว ซึ่งได้รวมถึงผลประโยชน์ที่หลากหลาย ซึ่งได้ให้การสนับสนุนทางการเมืองจากฝ่ายนิยมกษัตริย์ ฝ่ายทุนนิยม และฝ่ายประชาธิปไตยสังคมนิยม โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีทั้งรูปแบบประชาธิปไตยและต่อต้านประชาธิปไตย นอกจากนี้นักสู้ฝ่ายสังคมนิยมที่เป็นคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ มักโนเวีย(Makhnovia) ที่เป็นฝ่ายอนาธิปไตย และนักปฏิวัติสังคมนิยมฝ่ายซ้าย(Left SRs) รวมทั้งกองทัพเขียวที่ไม่มีอุดมการณ์ ที่ต่อสู้รบกับทั้งฝ่ายแดงและฝ่ายขาว[10] นานาชาติทั้งสิบสามชาติได้เข้าแทรกแซงกองทัพแเดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอดีตกองทัพทหารฝ่ายสัมพันธมิตรจากสงครามโลก โดยมีเป้าหมายในการจัดตั้งแนวรบด้านตะวันออกขึ้นมาใหม่ สามชาติของฝ่ายมหาอำนาจกลางก็ได้เข้ามาแทรกแซงเช่นกันโดยมีเป้าหมายหลักในการรักษาดินแดนที่พวกเขาได้รับในสนธิสัญญาเบรสท์-ลีตอฟสก์

สงครามกลางเมืองรัสเซีย
ส่วนหนึ่งของ การปฏิวัติรัสเซีย
Russian Civil War montage.png
ภาพตามเข็มนาฬิกาจากบนสุด:
  • ทหารแห่งกองทัพดอน
  • ทหารแห่งกองทัพไซบีเรียซึ่งต่อต้านบอลเชวิค
  • ทหารกองทัพแดงปราบปรามการกบฏครอนชตัดท์ เดือนมีนาคม 1921
  • ทหารอเมริกันในวลาดิวอสตอกระหว่างการเข้าแทรกแซงของฝ่ายสัมพันธมิตร, สิงหาคม 1918
  • ผู้เสียหายจากความน่าสะพรึงกลัวแดงในไครเมีย
  • กองทัพออสเตรีย-ฮังการีแขวนคอกรรมกรในเยคาเตรีโนสลาฟ
  • การตรวจทหารกองทัพแดงในกรุงมอสโกในปี 1918
วันที่7 พฤศจิกายน 191716 มิถุนายน 1923[k][1]:3,230[2]
(5 years, 7 months and 9 days)
สนธิสัญญาสันติภาพ
สถานที่อดีตจักรวรรดิรัสเซีย, ยูเครนตะวันตก, มองโกเลีย, ตูวา, เปอร์เซีย
ผล
  • บอลเชวิคชนะ:
    • สถาปนาการปกครองของบอลเชวิคในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอดีตจักรวรรดิรัสเซีย
    • สถาปนารัฐมองโกเลียและตูวาที่นิยมบอลเชวิค
    • การล่มสลายของสาธารณรัฐรัสเซีย และรัฐรัสเซีย
    • ขบวนการขาวปราชัย และอพยพออกนอกประเทศ
    • การยุติการเข้าแทรกแซงของฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายมหาอำนาจกลาง
    • จุดเริ่มต้นของการต่อต้านบอลเชวิค
  • ขบวนการเอกราชชนะ:[3]:7
    • ฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนียและโปแลนด์สถาปนาสาธารณรัฐเอกราช
    • โปแลนด์ผนวกเบลารุสตะวันตกและยูเครนตะวันตก
    • สาธารณรัฐนิยมโซเวียตในฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทวเนียและโปแลนด์ปราชัย
ดินแดน
เปลี่ยนแปลง
ยกให้แก่บอลเชวิคและรัฐที่นิยมบอลเชวิค
  • การสถาปนาสหภาพโซเวียต สาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย และตันนูตูวา
  • การยกรัสเซีย; ยูเครนกลาง ตะวันตก ใต้และตะวันออก; เบลารุสตะวันออก, คอเคซัสใต้และเอเชียกลางให้สหภาพโซเวียต
  • การยก Uryankhay Krai ให้ตูวา
  • การยกรัฐข่านบ็อกแก่มองโกเลีย
ยกให้แก่ขบวนการแยกตัวออกชาตินิยม
  • ฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนียและโปแลนด์ได้รับเอกราช
  • ยกดินแดนวิสตูลา เบลารุสตะวันตกและยูเครนตะวันตกให้โปแลนด์
  • ยกแรนด์ดัชชีและเปตซาโมให้ฟินแลนด์
  • ยกเขตผู้ว่าการปกครองตนเองให้เอสโตเนีย
  • ยกลิโวเนียใต้และเขตผู้ว่าการคูร์ลันด์ให้ลัตเวีย
  • ยกวิลนาเหนือและเขตผู้ว่าการคอฟโนให้ลิทัวเนีย
ยกให้แก่ชาติอื่น
  • ยกเบสซาราเบียให้โรมาเนีย
  • ยกคาร์สให้ตุรกี
  • ยกสัมปทานเทียนจินของรัสเซียให้จีน
คู่สงคราม

บอลเชวิค:

รัฐบอลเชวิคอื่น:

สาธารณรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐรัสเซีย[a]
(1917)


กองกำลังขาว:

ทางการท้องถิ่น:

ผู้ถือคตินิยมการแยกตัวออก:
นักอนาธิปไตย: ฝ่ายสัมพันธมิตร: ฝ่ายมหาอำนาจกลาง:
ผู้ให้ความร่วมมือ:
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
วลาดีมีร์ เลนิน
เลออน ทรอตสกี
Jukums Vācietis
Yakov Sverdlov 
Sergey Kamenev
Nikolai Podvoisky
Joseph Stalin
Yukhym Medvedev
Vilhelm Knorin
A. Krasnoshchyokov
อะเลคซันดร์ เคเรนสกี Surrendered
Alexander Kolchak โทษประหารชีวิต

Lavr Kornilov 
Anton Denikin
Pyotr Wrangel
Nikolai Yudenich
Grigory Semyonov
Yevgeny Miller
สาธารณรัฐดอน Pyotr Krasnov
สาธารณรัฐดอน Afrikan P. Bogaewsky
Bogd Khan
โปแลนด์ Józef Piłsudski
ฟินแลนด์ C.G.E. Mannerheim
Konstantin Päts
Jānis Čakste
Antanas Smetona
Symon Petliura
Jan Sierada
Noe Zhordania
A. Khatisian
Nasib Yusifbeyli
Nestor Makhno
Nikifor Grigoriev 
Vladimir Volsky
Maria Spiridonova
Stepan Petrichenko
and others
Otani Kikuzo
Maurice Janin
เชโกสโลวาเกีย Radola Gajda
Edmund Ironside
William S. Graves
and others
จักรวรรดิเยอรมัน H. von Eichhorn 
แม่แบบ:Country data Austro-Hungarian Empire C. von Hötzendorf
จักรวรรดิออตโตมัน Nuri Pasha
Pavlo Skoropadskyi
P. Bermondt-Avalov
and others
กำลัง

Soviet Red Army Hammer and Plough.svg Red Army:
5,498,000 (peak)[4][l]


Black Army:
103,000 (peak)[5]
Green Army:
70,000 (peak)
Kronstadt Mutineers:
17,961

Volunteer Army Insignia.svg White Army:
1,023,000 (peak)[m]

Local authorities:

Japanese Army: 70,000 (peak)
Coat of arms of the Czechoslovak Legion.svg Czechoslovak Legion: 50,000 (peak)
Orzełek II RP.svg Polish Army: ~1,000,000 (peak)
Coat of arms of Finland.svg Finnish Army:
90,000 (peak)
Also:

German Army:
~547,000 (peak)
Also:
ความสูญเสีย

~1,500,000
[ต้องการอ้างอิง]

~1,500,000
[ต้องการอ้างอิง]


เชโกสโลวาเกีย 13,000 killed
6,500 killed
สหราชอาณาจักร 938+ killed[8]
สหรัฐ 596 killed
โรมาเนีย 350 killed
กรีซ 179 killed

โปแลนด์ ~400,000

  • 57,000 killed
  • 113,000 wounded
  • 50,000 POWs

ยูเครน ~125,000

  • 15,000 killed

ฟินแลนด์ ~5,000

  • 3,500 killed
  • 1,650 executed/dead

เอสโตเนีย 3,888 killed
ลัตเวีย 3,046 killed
สวีเดน 55 killed


จักรวรรดิเยอรมัน 500 killed

7,000,000–12,000,000 total casualties, including
civilians and non-combatants

1–2 million refugees outside Russia

ภายหลังการปฏิวัติ บอลเชวิกได้ทำการกวาดล้างทั่วทั้งรัสเซียจนแทบจะไร้การต่อต้าน สาธารณรัฐได้ล่มสลาย ภายหลังจากโซเวียตได้มีอำนาจทางการเมืองทั้งหมด โดยเหลือเพียงการต่อต้านที่ไม่มั่นคงต่อฝ่ายแดง ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1918 กองทหารชาวเช็กในรัสเซียได้ก่อกบฏในไซบีเรีย ด้วยการตอบสนองต่อสิ่งนี้ ฝ่ายสัมพันธมิตรได้เริ่มเข้าแทรกแซงในรัสเซียตอนเหนือและไซบีเรีย สิ่งนี้ ได้รวมกับการก่อตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลของรัสเซียทั้งหมดทำให้ลดทอนของบอลเชวิกในส่วนใหญ่ของรัสเซียยุโรปและบางส่วนของเอเชียกลาง ในเดือนพฤศจิกายน Alexander Kolchak ได้ทำการก่อรัฐประหารเพื่อเข้าควบคุมรัฐรัสเซีย โดยได้ก่อตั้งรัฐบาลเผด็จการทหารโดยพฤตินัย

กองทัพขาวได้เปิดฉากเข้าโจมตีหลายครั้งจากทางตะวันออกในเดือนมีนาคม ทางใต้ในเดือนกรกฎาคม และตะวันตกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1919 การรุกเหล่านี้ได้ถูกตรวจสอบในภายหลังกับหน่วยการรุกตอบโต้กลับในแนวรบด้านตะวันออก การรุกตอบโต้กลับแนวรบทางใต้ และความพ่ายแพ้ของกองทัพตะวันตกเฉียงเหนือ ขบวนการขาวยังประสบความสูญเสียมากขึ้น เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรได้ล่าถอยออกจากรัสเซียทางเหนือและทางใต้ ด้วยฐานทัพหลักของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซียที่ปลอดภัย โซเวียตจึงได้ทำการตอบโต้กลับได้

ในที่สุด กองทัพภายใต้การนำของ Kolchak ได้ถูกบังคับให้ล่าถอยไปทางตะวันออก กองทัพโซเวียตได้รุกคืบไปทางตะวันออก แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับการต่อต้านในชิตา ยาคุต และมองโกเลีย ไม่นาน กองทัพแดงก็ได้ทำการแบ่งแยกกองกำลังออกเป็นสองกลุ่มคือ กองทัพดอน และกองทัพอาสาสมัคร ได้บังคับให้ทำการอพยพใน Novorossiysk ในเดือนมีนาคม และไครเมียในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1920 ฝ่ายต่อต้านขาวได้แตกแยกกระจัดกระจายเป็นเวลาสองปีจนกระทั่งการล่มสลายลงของกองทัพขาวในยาคุต ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1923 แต่ยังคงดำเนินต่อไปในเอเชียกลางและดินแดนฮาบารอฟสค์ (Khabarovsk Krai) ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 7 ถึง 12 ล้านคนในช่วงสงคราม ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน:287

การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชหลายครั้ง ได้เกิดขึ้นในภายหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิรัสเซียและได้ต่อสู้รบในสงคราม หลายส่วนของอดีตจักรวรรดิรัสเซีย - ฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และโปแลนด์ ได้ทำการก่อตั้งขึ้นเป็นรัฐเอกราช ซึ่งพวกเขาต่างได้ทำสงครามกลางเมืองและสงครามเพื่ออิสรภาพของพวกเขาเอง ส่วนที่เหลือของอดีตจักรวรรดิรัสเซียได้ถูกรวบรวมกลายมาเป็นสหภาพโซเวียตหลังจากนั้นได้ไม่นาน[11]

เชิงอรรถแก้ไข

  1. ถูกล้มล้างอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1918
  2. Decentralized after 1920.
  3. สงครามกลางเมืองฟินแลนด์
  4. Basmachi movement
  5. สงครามโปแลนด์-โซเวียต
  6. ฝ่ายเดียวกับบอลเชวิคจนถึงเดือนมีนาคม ค.ศ. 1918
  7. ฝ่ายเดียวกับบอลเชวิคจนถึง ค.ศ. 1919
  8. ฝ่ายเดียวกับบอลเชวิคจนถึง ค.ศ. 1920
  9. กองทัพญี่ปุ่นยังคงอยู่ในซาฮาลินเหนือจนถึง ค.ศ. 1925
  10. Official allegiance to the Russian State
    Unofficial allegiance to the German Empire
  11. สงครามหลักยุติลงเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1922 แต่การจราจลต่อต้านบอลเชวิคในเอเชียกลางและตะวันออกไกลยังคงดำเนินต่อไปตลอดช่วงทศวรรษที่ 1920 ถึงทศวรรษที่ 1930
  12. The Red Army peaked in October 1920 with 5,498,000: 2,587,000 in reserves, 391,000 in labor armies, 159,000 on the front and 1,780,000 drawing rations
  13. 683,000 active
    340,000 reserve
  14. There were an additional 6,242,926 hospitalizations due to sickness.

อ้างอิงแก้ไข

  1. Mawdsley, Evan (2007). The Russian Civil War. New York: Pegasus Books. ISBN 9781681770093.
  2. Последние бои на Дальнем Востоке. М., Центрполиграф, 2005.
  3. Bullock, David (2008). The Russian Civil War 1918–22. Oxford: Osprey Publishing. ISBN 978-1-84603-271-4.
  4. Erickson 1984, p. 763.
  5. Belash, Victor & Belash, Aleksandr, Dorogi Nestora Makhno, p. 340
  6. Damien Wright, Churchill's Secret War with Lenin: British and Commonwealth Military Intervention in the Russian Civil War, 1918-20, Solihull, UK, 2017, pp. 394, 526-528, 530-535; Clifford Kinvig, Churchill's Crusade: The British Invasion of Russia 1918–1920, London 2006, ISBN 1-85285-477-4, p. 297; Timothy Winegard, The First World Oil War, University of Toronto Press (2016), p. 229
  7. Krivosheev 1997, p. 7-38.
  8. Damien Wright, Churchill's Secret War with Lenin: British and Commonwealth Military Intervention in the Russian Civil War, 1918-20, Solihull, UK, 2017, pp. 490-492, 498-500, 504; Clifford Kinvig, Churchill's Crusade: The British Invasion of Russia 1918–1920, London 2006, ISBN 1-85285-477-4, pp. 289, 315; Timothy Winegard, The First World Oil War, University of Toronto Press (2016), p. 208; Malleson Mission - Casualties
  9. Mawdsley, pp. 3, 230
  10. Russian Civil War Encyclopædia Britannica Online 2012
  11. "Russian Civil War | Causes, Outcome, and Effects". Encyclopedia Britannica (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-08-07.