วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรรมการในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นกรรมการในหน่วยงานต่างๆ อีกหลายหน่วยงาน เขาเป็นผู้พิการทางสายตา ที่มีบทบาทในการเป็นแกนนำรณรงค์เพื่อประโยชน์ของผู้พิการในหลายด้าน และได้รับรางวัลและการยกย่องจากหลายๆ หน่วยงาน

วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์
ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์.png
เกิด3 มกราคม พ.ศ. 2495 (70 ปี)
นครราชสีมา
สัญชาติไทย
ชาติพันธุ์ไทย
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยฮาวาร์ด
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โรงเรียนอัสสัมชัญ
โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
โรงเรียนคงวิทยา
อาชีพอาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มีชื่อเสียงจากบุคคลดีเด่นของชาติ สาขาพัฒนาสังคม (กฎหมาย)

ประวัติแก้ไข

วิริยะเกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2495 เดิมทีในช่วงวัยเด็ก เขาไม่ได้มีความพิการแต่อย่างใด แต่ด้วยความคึกคะนองในวัยเด็ก เป็นคนที่ชอบค้นคว้าและทดลองวิทยาศาสตร์ จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ 2510 ทำให้ดวงตาของเขาทั้งสองข้างบอดสนิท[1] ภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ เขาเสียใจเป็นอย่างมากคิดว่าเมื่อเป็นผู้พิการก็คงไม่สามารถที่จะทำหรือปฏิบัติงานอะไรได้เหมือนที่เคยตาดีอยู่ แต่เขาก็ได้รับการแนะนำในทางที่ถูกต้องจากผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะ Miss. Jenivieve Caulfield (สตรีตาบอดชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) ซิสเตอร์โรสมัวร์ แม่อธิการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ จึงทำให้เกิดมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อมาในฐานะผู้พิการ

สมรสกับ มณี นามศิริพงศ์พันธุ์ มีบุตรด้วยกัน 3 คน

ประวัติการศึกษาแก้ไข

การทำงานแก้ไข

วิริยะรับราชการตำแหน่งศาสตราจารย์ระดับ 10 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับเป็นผู้พิการไทยคนแรกที่ได้เข้ารับราชการ[2] เคยเป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาในช่วงที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่ เขาเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ

วิริยะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย จากจำนวน 23 คน[3] และเมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2544 และ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านคนพิการ และเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาด้านคนพิการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี[4] โดยดำรงตำแหน่งทั้งสอง ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 - 2549 จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร พ.ศ. 2549

หลังจากการรัฐประหาร วิริยะได้รับการแต่งตั้งจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เป็นที่ปรึกษาในคณะที่ปรึกษาฝ่ายการเสริมสร้างสมานฉันท์และความเป็นธรรมในสังคม ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการอีกจำนวนหลายคน[5] ต่อมาในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ[6] รวมถึงเป็นรองประธานกรรมมาธิการกิจการ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายู ผู้พิการและความมั่นคงแห่งชาติ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านผู้พิการ

รางวัลแก้ไข

  • รางวัล บุคคลดีเด่นของชาติ สาขาพัฒนาสังคม (กฎหมาย)
  • รางวัลหอเกียรติยศ บุคคลคนพิการต้นแบบ พ.ศ. 2551
  • รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ 3 สมัยติดต่อกัน ระหว่าง พ.. 2545 - 2547
  • รางวัล พ่อดีเด่นแห่งขาติ
  • รางวัล ค่าของแผ่นดิน ประจำปีพุทธศักราช 2561 ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน มอบให้แก่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ซึ่งศาสตราจารย์วิริยะเป็นประธานมูลนิธิ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ นักสู้ผู้วิริยะ". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-06-22. สืบค้นเมื่อ 2011-12-14.
  2. "โครงการผลิตรายการโทรทัศน์ ประชาสัมพันธ์ด้านคนพิการ". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2016-03-05. สืบค้นเมื่อ 2011-12-16.
  3. ปิดตำนาน8ปีทรท.ไปไม่ถึงฝันสถาบันการเมือง[ลิงก์เสีย]
  4. คณะกรรมการส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศของคนพิการ[ลิงก์เสีย]
  5. "สำเนาที่เก็บถาวร" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2016-03-05. สืบค้นเมื่อ 2011-12-16.
  6. "พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2016-03-11. สืบค้นเมื่อ 2011-12-14.
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๒๕ ข หน้า ๖, ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๒๓ ข หน้า ๑๔, ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๙
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๕๘, เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๒ ข หน้า ๒๖, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๒ ข หน้า ๓๓๑, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕