เปิดเมนูหลัก

ความขัดแย้งอิสราเอล-เลบานอน พ.ศ. 2549 หรือ ความขัดแย้งเฮซบอลลาห์-อิสราเอล พ.ศ. 2549 เป็นชุดของการปฏิบัติการและการปะทะทางทหารนาน 34 วันในประเทศเลบานอนและตอนเหนือของประเทศอิสราเอล โดยผู้มีส่วนร่วมคือฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มเฮซบอลลาห์ และกองทหารอิสราเอล

สงครามเลบานอน พ.ศ. 2549
เป็นส่วนหนึ่งของ Israeli–Lebanese conflict และIran–Israel proxy conflict[1]
files:Tyre air strike.jpg
ฝุ่นคลุ้งในบริเวณที่ถูกระเบิดสองจุดในไทร์, ประเทศเลบานอน.
วันที่ 12 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม ค.ศ.2006
(การกั้นเลบานอนของอิราเอลสิ้นสุดในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ.2006)
สถานที่ เลบานอน, อิสราเอลตอนเหนือ และที่ราบสูงโกลัน[2]
ผลลัพธ์ จนมุม,[3] ทั้งสองฝ่ายอ้างชัยชนะ[4][5]
คู่ขัดแย้ง
 อิสราเอล
InfoboxHez.PNG ฮิซบุลลอฮ์

Flag of the Amal Movement.svg ขบวนการอมัล[7]
Flag of the Lebanese Communist Party.svg LCP[8]
PFLP-GC Flag.svg PFLP-GC[9]

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
อิสราเอล เอฮุด โอลเมิร์ต (นายกรัฐมนตรีอิสราเอล)

อิสราเอล Amir Peretz
อิสราเอล Dan Halutz
อิสราเอล Moshe Kaplinsky
อิสราเอล Udi Adam
อิสราเอล Eliezer Shkedi
อิสราเอล David Ben Ba'ashat

InfoboxHez.PNG ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอห

(เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์)
InfoboxHez.PNG Imad Mughniyeh
Flag of the Amal Movement.svg Nabih Berri
Flag of the Lebanese Communist Party.svg Khaled Hadadi
PFLP-GC Flag.svg Ahmed Jibril

กำลัง
Up to ทหาร 10,000 นายในวันที่ 2 สิงหาคม;[11] ทหาร 30,000 นายในช่วงไม่กี่วันก่อนสงครามสิ้นสุด.[12] ประมาณร้อยคน
(ทางแม่น้ำลิทานีตอนใต้)[13][14]
กำลังพลสูญเสีย
กองกำลังอิสราเอล:

ถูกฆ่า: 121
บาดเจ็บ: 1,244 [15]
ประชาชนชาวอิสราเอล:
ถูกฆ่า: 44 [16][17]
บาดเจ็บ:1,384 [18]

ชาวต่างชาติ:
ตาย 2 [19]

กองกำลังฮิซบุลลอฮ์:

ถูกฆ่า: 250 (ยืนยันโดยฮิซบุลลอฮ์)[20]
≤500 (ยืนยันโดยรัฐบาลเลบานอน)[21]
500 (ยืนยันโดยสหประชาชาติ)[22]
600–800 (ยืนยันโดย IDF)[23][24]
ถูกจับ: 4 fighters[25]

ทหาร Amal: ตาย 17

ทหาร LCP: ตาย 12

ทหาร PFLP-GC: ตาย 2

IRGC: ตายประมาณ 6–9 (ข่าวเลบานอน)[26][27]

กองทัพเลบานอน และInternal Security Forces: ตาย 43[7]

ชาวเลบานอน และชาวต่างชาติ:
ตาย:*
1,191 (องค์กรแอมเนสตี)[28]
1,109 (รวมนักรบอิซบุลลอฮ์อีก 250 คน)(Human Rights Watch)[29][30]
1,191 (รัฐบาลเลบานอน)[31][32][33][34][35]
บาดเจ็บ:
4,409

ชาวต่างชาติ:
ตาย 51[19]
บาดเจ็บ 25

สหประชาชาติ:
ตาย 5
บาดเจ็บ 12[36]

*The Lebanese government does not differentiate between civilians and combatants in death toll figures.[24]
For total casualty figures, see: Casualties of the 2006 Lebanon War
แผนที่แสดงบริเวณขัดแย้ง (area of conflict)

ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 9:05 น. ตามเวลาท้องถิ่น (06:05 GMT) ฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มเฮซบอลลาห์ เริ่ม ปฏิบัติการสัจจสัญญา (Operation Truthful Promise[37]) ทำการโจมตีข้ามพรมแดน มีนายทหารอิสราเอล 8 นายเสียชีวิต และถูกจับเป็นตัวประกัน 2 นาย จากนั้นจึงตามมาด้วยการแก้แค้นของฝ่ายอิสราเอลในชื่อ ปฏิบัติการตอบแทนอย่างสาสม (Operation Just Reward[38]) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ปฏิบัติการการเปลี่ยนทิศ (Operation Change of Direction[39])

รัฐบาลเลบานอนได้ประกาศไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นกับปฏิบัติการของเฮซบอลลาห์ และได้เรียกร้องให้องค์กรนานาชาติช่วยเหลือเพื่อให้สงครามยุติโดยทันที[40]

ประวัติแก้ไข

จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งแก้ไข

 
บรรยากาศงานศพของทหารอิสราเอลที่ถูกสังหารโดยเฮซบอลลาห์

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 เวลา 9:05 น. ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มทหารภาคพื้นดินของเฮซบอลลาห์ได้โจมตีทหารอิสราเอลขณะลาดตระเวณอยู่บริเวณชายแดนของสองประเทศ ส่งผลให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 3 นาย และถูกจับกุมไป 2 นาย หลังจากนั้น ทหารอิสราเอลทั้งห้าที่ถูกส่งไปช่วยเหลือทหารที่ถูกจับกุมได้ถูกสังหารทั้งหมด กองกำลังตำรวจเลบานอนและเฮซบอลลาห์รายงานว่า ทหารอิสราเอลถูกจับกุมเนื่องจากพยายามที่จะแทรกซึมเข้าไปในเมือง Ayta al-Sha`b ของเลบานอน

จากนั้น วันที่ 13 กรกฎาคม กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ได้ยืนยันการถูกจับกุมของสองนายทหารและคาดว่าจะเป็น Ehud Goldwasser และ Eldad Regev

การโจมตีของเฮซบอลลาห์ถูกตั้งชื่อว่า "พันธสัญญา" โดย ผู้นำของกลุ่มชีค ฮัซซัน นาซรัลลาห์ เพื่อที่ต้องการจะแลกเปลี่ยนเชลยระหว่างนายทหารอิสราเอล กับนักโทษเลบานอนซึ่งถูกจับกุมอยู่ในอิสราเอล

เฮซบอลลาห์ได้แถลงการว่า "เพื่อทำสัญญาที่จะปล่อยนักโทษอาหรับในกรงขังอิสราเอล นักสู้ของเราได้จับตัวสองนายทหารอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอน" หลังจากนั้น ซายิด ฮัซซัน นาสรัลลาห์ ได้ประกาศว่า "ไม่มีปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ที่นำพวกเขากลับไปได้ นักโทษจะไม่ถูกปล่อยตัว ยกเว้นเพียงหนทางเดียว คือ การเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษ"

 
เด็กหญิงชาวเลบานอนที่เสียชีวิตในปฏิบัติการถล่มคานาของอิสราเอล ณ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

ฮิซบอลเลาะห์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ฮิซบอลเลาะห์

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ หรือในภาษาอาหรับมีความหมายว่า พรรคของพระผู้เป็นเจ้า เป็นองค์กรอิสลามนิกายชีอะห์ที่ตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1982 มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการยึดครองของอิสราเอลโดยเฉพาะ นโยบายของเฮซบอลลาห์ได้ถูกกล่าวอย่างชัดเจนเสมอมา คือ เพื่อป้องกันและทำลายอิสราเอล ปัจจุบันมีผู้นำคือ ซายิด ฮัซซัน นาซรัลลาห์

องค์กรนี้มีทั้งกองทหาร และพลเรือน โดยกลุ่มพลเรือนได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาของเลบานอน โดยมีเสียงอยู่ราว ๆ 18% ในสภา (23 จาก 128 ที่นั่งในสภา) และยังพรรคที่องค์กรนี้ร่วมกันจัดตั้งกับองค์กรอื่นคือ "Resistance and Development Bloc" (พรรคเพื่อการป้องกันและพัฒนา) มีเสียงอยู่ราว 30% (35 ที่นั่ง) ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสงครามแก้ไข

  • กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลโจมตีโรงงานไฟฟ้า Jiyeh ในวันที่ 13 และ 15 กรกฎาคม ส่งผลให้น้ำมัน 25,000 ตันทะลักเข้าไปในทะเลเมติเทอเรเนียน และทำให้เกิดความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้น ในเวลานี้น้ำมันได้ครอบคลุมบริเวณชายฝั่งของเลบานอนเป็นบริเวณ 80 กิโลเมตร จากบริเวณชายฝั่งทั้งหมด 200 กิโลเมตร การทะลักของน้ำมันก่อให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจ สังหารสิ่งมีชีวิตในทะเลโดยเฉพาะปลา และคาดว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อเต่าสีเขียวที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น
  • การใช้หัวรบขีปนาวุธที่ทำจากยูเรเนียม เช่น GBU-28 "Bunker Buster" ของทหารอิสราเอล ทำให้เกิดสารพิษตกค้างสะสมในสิ่งแวดล้อม กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลประกาศว่าได้ใช้ GBU-28 เพื่อทำลายจุดยุทธศาสตร์ที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของเฮซบอลลาห์

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ zisser
  2. Uzi Rubin. The Rocket Campaign against Israel during the 2006 Lebanon War. p. 12. The Begin-Sadat Center for Strategic Studies Bar-Ilan University
  3. Matthews, Matt M. We Were Caught Unprepared: The 2006 Hezbollah-Israeli War, DIANE Publishing, 2011.
  4. "Both Hezbollah and Israeli Leaders Declare Victory". สืบค้นเมื่อ 13 October 2015.
  5. "Israeli Gains in the Second Lebanon War". สืบค้นเมื่อ 13 October 2015.
  6. "Rebuilding and Security in Focus". Wall Street Journal. 11 September 2006. Archived from the original on 18 February 2016. สืบค้นเมื่อ 20 September 2014.
  7. 7.0 7.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ DailyStarTimeline
  8. Herbert Docena (17 August 2006). "Amid the bombs, unity is forged". Asia Times. สืบค้นเมื่อ 25 November 2011. The LCP ... has itself been very close to Hezbollah and fought alongside it in the frontlines in the south. According to Hadadeh, at least 12 LCP members and supporters died in the fighting.
  9. "PFLP claims losses in IDF strike on Lebanon base". The Jerusalem Post. Associated Press. 6 August 2006. Archived from the original on 3 February 2012.
  10. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ iht_vio_challenge
  11. "Israel captures guerillas in Hezbollah hospital raid", USA Today, Beirut: reprinted from the Associated Press, 2 August 2006, สืบค้นเมื่อ 12 September 2015
  12. "Some 30,000 Israeli troops in Lebanon – army radio". Yahoo! News. Reuters. 13 August 2006. Archived from the original on 15 February 2008.
  13. Nicholas Blanford (11 August 2006). "Hizbullah's resilience built on years of homework". The Christian Science Monitor. สืบค้นเมื่อ 23 January 2012.
  14. Harel and Issacharoff, p. 172
  15. "The Final Winograd Commission report, pp. 598–610" (PDF) (in Hebrew). สืบค้นเมื่อ 23 September 2013. 628 wounded according to Northern Command medical census of 9 November 2006 (The Final Winograd Commission Report, page 353)
  16. "State snubbed war victim, family says". ynetnews.com. 30 August 2007. Archived from the original on 2 June 2008. สืบค้นเมื่อ 13 July 2008.
  17. BBC News Online (8 March 2007). "PM 'says Israel pre-planned war'". Retrieved 9 March 2007.
  18. "The Final Winograd Commission report, pp. 598–610" (PDF) (in Hebrew). สืบค้นเมื่อ 23 September 2013.
  19. 19.0 19.1 See Casualties of the 2006 Lebanon War#Foreign civilian casualties in Israel and Casualties of the 2006 Lebanon War#Foreign civilian casualties in Lebanon for a complete and adequately sourced list
  20. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Ghattas
  21. Con Coughlin (4 August 2006). "Teheran fund pays war compensation to Hizbollah families". The Daily Telegraph. London. Archived from the original on 30 May 2007. สืบค้นเมื่อ 2 March 2007.
  22. Patrick Bishop (22 August 2006). "Peacekeeping force won't disarm Hizbollah". The Daily Telegraph. London. Archived from the original on 5 March 2008. สืบค้นเมื่อ 30 April 2007. A UN official estimated the deaths at 500
  23. Lessons of the 2006 Israeli-Hezbollah War, by Anthony H. Cordesman, William D. Sullivan, CSIS, 2007, page 16
  24. 24.0 24.1 "Lebanon Sees More Than 1,000 War Deaths". usti.net. Associated Press. Archived from the original on 6 February 2012. Israel initially said 800 Hezbollah fighters died but later lowered that estimate to 600.
  25. Yossi Melman (19 May 2008). "Israel to Hezbollah: Forget Palestinian prisoners in swap for IDF soldiers". สืบค้นเมื่อ 20 October 2011.
  26. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ nysun1
  27. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ynetnews1
  28. "Lebanon – Amnesty International Report 2007". Human Rights in LEBANESE REPUBLIC. Amnesty International. Archived from the original on 17 February 2015.
  29. Why They Died: Civilian Casualties in Lebanon during the 2006 War, Human Rights Watch, September 2007
  30. Moral Dilemmas of Modern War: Torture, Assassination, and Blackmail in an Age of Asymmetric Conflict. Cambridge University Press. 2010. ISBN 9780521866156. สืบค้นเมื่อ 20 September 2014.
  31. Israel/Lebanon: Out of all proportion – civilians bear the brunt of the war, Amnesty International, November 2006.
  32. "Implementation of General Assembly Resolution 60/251 of March 2006 entitled "Human Rights Council"" (PDF). United Nations Human Rights Council. 23 November 2006. Archived from the original (PDF) on 17 June 2013.
  33. McRae, D.M; De Mestral, A.L.C (2010-02-01). CANADIAN YEARBOOK OF INTERNATIONAL LAW: 2008. ISBN 9780774859172. สืบค้นเมื่อ 20 September 2014.
  34. SIPRI Yearbook 2007: Armaments, Disarmament, And International Security, Oxford University Press, page 69.
  35. Yearbook of International Humanitarian Law:Volume 9; Volume 2006. 2006. ISBN 9789067042697. สืบค้นเมื่อ 20 September 2014.
  36. "United Nations Interim Force in Lebanon (UNIFIL)". United Nations. 6 August 2009. Archived from the original on 10 December 2010. สืบค้นเมื่อ 16 January 2011.
  37. บทบรรณาธิการ Lebanese brace for Israel's signature strategy: collective punishment. The Daily Star, 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
  38. ข่าว Israel for rules change in south Lebanon. United Press International, 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
  39. ข่าว L-3276269, 00.html Israel to Lebanon: No to ceasefire. Ynetnews.com, 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
  40. ข่าว Middle East Situation; Siniora Addresses Lebanese People (transcript). CNN, 2006-07-15.