เปิดเมนูหลัก

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์​ไทย
(เปลี่ยนทางจาก วันดำรงราชานุภาพ)

นายพลเอก มหาอำมาตย์เอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 – 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486) พระนามเดิม พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม พระสนมเอก และเป็นองค์ต้นราชสกุลดิศกุล[7] ชาววังออกพระนามโดยลำลองว่า "เสด็จพระองค์ดิศ" ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางการทหารและพลเรือน เช่น เจ้าพนักงานใหญ่ ผู้ช่วยบัญชาการทหารบก อธิบดีกรมศึกษาธิการ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร นายกราชบัณฑิตสภา และยังทรงดำรงตำแหน่งองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 4
พระองค์เจ้าชั้นเอก
Prince Ditsawarakuman.png
เจ้าพนักงานใหญ่ ผู้ช่วยบัญชาการทหารบก[1]
ดำรงตำแหน่ง8 เมษายน พ.ศ. 2430 - เมษายน พ.ศ. 2433
ถัดไปเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต)
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย[2]
ดำรงตำแหน่ง1 เมษายน พ.ศ. 2435 - 8 สิงหาคม พ.ศ. 2458[3]
ถัดไปเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร)
เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร
ดำรงตำแหน่ง29 สิงหาคม พ.ศ. 2466 – 23 มีนาคม พ.ศ. 2468[4]
อภิรัฐมนตรี[5]
ดำรงตำแหน่ง28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 – 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2475[6]
นายกราชบัณฑิตยสภา
ดำรงตำแหน่ง19 เมษายน พ.ศ. 2469 – 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
ถัดไปพระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ)
หม่อม11 คน
พระบุตร37 องค์
ราชวงศ์จักรี
พระราชบิดาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดาชุ่ม
ประสูติ21 มิถุนายน พ.ศ. 2405
พระบรมมหาราชวัง อาณาจักรสยาม
สิ้นพระชนม์1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 (81 ปี)
วังวรดิศ จังหวัดพระนคร
ลายพระอภิไธย

นอกจากนี้ยังทรงพระปรีชาสามารถในด้านการศึกษา สาธารณสุข ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรม ทรงได้รับพระสมัญญานามเป็น "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย" ในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ที่ประชุมใหญ่ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องพระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกคนแรกของประเทศไทย[8] และวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น "วันดำรงราชานุภาพ" กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ[9]

เนื้อหา

พระประวัติแก้ไข

ประสูติแก้ไข

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร (อ่านว่า พระ-องค์-เจ้า-ดิด-สะ-วอ-ระ-กุ-มาร) เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์เดียวที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม พระสนมเอกพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ได้รับพระราชทานพระนามจากพระบิดาในวันสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ โดยมีรายละเอียดว่า[10]

"สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าแผ่นดินสยามผู้พระบิดา ขอตั้งนามกุมารบุตรที่เกิดแต่ชุ่มเล็กเป็นมารดานั้น และซึ่งคลอดในวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีจอจัตวาศกนั้น ว่าดังนี้ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร นาคนาม ขอจงเจริญชนมายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคลทุกประการ สิ้นกาลนานต่อไปเทอญ"

ชาววังโดยทั่วไปเรียกกันว่า "เสด็จพระองค์ดิศ" โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำเอานามของพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าจอมมารดาชุ่มมาตั้งพระราชทาน เนื่องจากทรงพระราชดำริว่าท่านเป็นคนซื่อตรง[11]

ทรงศึกษาแก้ไข

พระองค์ทรงเริ่มเรียนหนังสือไทยชั้นต้นจากสำนักคุณแสงและคุณปาน ราชนิกุล ในพระบรมมหาราชวัง ทรงศึกษาภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลวง ซึ่งมีมิสเตอร์ ฟรานซิส ยอร์ช แพตเตอร์สัน เป็นพระอาจารย์

รับราชการแก้ไข

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านต่าง ๆ และทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเชษฐา ถึงขนาดตรัสชมว่า ทรงเป็นเสมือน "เพชรประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ"

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ได้สนองพระเดชพระคุณตลอดมา ตราบจนชราทุพพลภาพ ไม่สามารถทำราชการหนักในตำแหน่งต่อไปอีก จึงกราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงสถาปนาเป็นเสนาบดีที่ปรึกษา[12][13]

สิ้นพระชนม์แก้ไข

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เริ่มประชวรด้วยโรคพระหทัยพิการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2484 จึงเสด็จกลับมารักษาพระอาการประชวรในประเทศไทย (ก่อนหน้านั้นทรงประทับอยู่ต่างประเทศ จากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475) พระอาการทรงและทรุดเรื่อยมาจนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ที่วังวรดิศ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร สิริพระชันษา 81 ปี[12][13]

พระกรณียกิจแก้ไข

 
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงฉายกับ เจ้าจอมมารดาชุ่ม ในรัชกาลที่ 4

พระอิสริยยศแก้ไข

ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
 
ธงประจำพระอิสริยยศ
 
ตราประจำพระองค์
การทูลใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตนข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ
  • พ.ศ. 2405 พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร
  • พ.ศ. 2411 พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร
  • พ.ศ. 2429 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (ทรงศักดินา 15000)[14]
    • เจ้ากรม-หมื่นดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 600)
    • ปลัดกรม-หมื่นปราบบรพล (ศักดินา 400)
    • สมุห์บาญชี-หมื่นสกลคณารักษ์ (ศักดินา 300)
  • พ.ศ. 2442 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (ทรงศักดินา 15000)
    • เจ้ากรม-หลวงดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 600)
    • ปลัดกรม-ขุนปราบบรพล (ศักดินา 400)
    • สมุห์บาญชี-หมื่นสกลคณารักษ์ (ศักดินา 300)
  • พ.ศ. 2454 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ อิสสริยลาภบดินทร์ สยามพิชิตินทรวโรปการ มโหฬารราชกฤตยานุสร อาทรประพาสการสวัสดิ์ วรรัตนปัญญาศึกษาพิเศษ นรินทราธิเบศบรมวงศ์อดิศัย ศรีรัตนตรัยคุณธาดา อุดมเดชานุภาพบพิตร (ทรงศักดินา 15000)[15]
    • เจ้ากรม-พระดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 800)
    • ปลัดกรม-หลวงปราบบรพล (ศักดินา 600)
    • สมุห์บาญชี-ขุนสกลคณารักษ์ (ศักดินา 400)
  • พ.ศ. 2472 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อิสสริยลาภบดินทร สยามวิชิตินทรวโรปการ มโหฬารรัฐประศาสน์ ปิยมหาราชนรานุศิษย์ ไพศาลราชกฤตยการี โบราณคดีปวัติศาสตรโกศล คัมภีรพนธ์นิรุกติปฏิภาน ราชบัณฑิตวิธานนิติธรรมสมรรถ ศึกษาภิวัธปิยวาที ขันติสัตยตรีสุจริตธาดา วิมลรัตนปัญญาอาชวาศรัย พุทธาทิไตรสรณาทร พิเศษคุณาภรณ์ธรรมิกนาถบพิตร (ทรงศักดินา 35000)[16]
    • เจ้ากรม-พระยาดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 1000)
    • ปลัดกรม-พระปราบบรพล (ศักดินา 800)
    • สมุห์บาญชี-หลวงสกลคณารักษ์ (ศักดินา 500)

พระโอรสและพระธิดาแก้ไข

 
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับพระธิดา คือหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา และหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นองค์ต้นราชสกุลดิศกุล มีหม่อม 11 คน ได้แก่

  1. หม่อมเฉื่อย (สกุลเดิม ยมาภัย)
  2. หม่อมนวม (สกุลเดิม โรจนดิศ)
  3. หม่อมลำดวน (สกุลเดิม วสันตสิงห์) ธิดาหลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ (สิงโต วสันตสิงห์)
  4. หม่อมแสง (สกุลเดิม ศตะรัตน์) ธิดาพระดำรงราชานุภาพ
  5. หม่อมเจิม (สกุลเดิม สนธิรัตน์) ธิดาพระยาอุไทยมนตรี (ทิม สนธิรัตน์)
  6. หม่อมอบ (สกุลเดิม สุขไพบูลย์)
  7. หม่อมหลวงใหญ่ (เดิม หม่อมหลวงลำดวน อิศรเสนา) ธิดาหม่อมเทวาธิราช (หม่อมราชวงศ์แดง อิศรเสนา)
  8. หม่อมหยาด (สกุลเดิม กลัมพากร) ธิดาพระจำนงค์อักษร (เปลี่ยน กลัมพากร)
  9. หม่อมเป๋า
  10. หม่อมเยื้อน
  11. หม่อมเพิ่ม (สกุลเดิม สุขไพบูลย์)

โดยมีพระโอรสและพระธิดารวมทั้งหมด 37 องค์ เป็นชาย 14 องค์ เป็นหญิง 23 องค์

พระรูป พระนาม หม่อมมารดา ประสูติ สิ้นชีพิตักษัย คู่สมรส
  1. หม่อมเจ้าจุลดิศ ที่ 1 ในหม่อมเฉื่อย 27 ธันวาคม 2424 3 กรกฎาคม 2490 หม่อมแช่ม (เปาโรหิตย์)
  2. หม่อมเจ้าอิทธิดำรง ที่ 2 ในหม่อมเฉื่อย 18 พฤศจิกายน 2428 12 เมษายน 2436
  3. หม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ที่ 1 ในหม่อมนวม 3 สิงหาคม 2429 23 กันยายน 2521
  4. หม่อมเจ้าพร้อมเพราพรรณ ที่ 2 ในหม่อมนวม 9 ธันวาคม 2431 4 กันยายน 2467 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร
  5. หม่อมเจ้าทรงวุฒิภาพ ที่ 3 ในหม่อมเฉื่อย 13 กรกฎาคม 2432 11 พฤษภาคม 2469 หม่อมราชวงศ์สอิ้ง (สนิทวงศ์)
หม่อมราชวงศ์สุทธิสอาด (สนิทวงศ์)
  6. หม่อมเจ้า (แฝด) (หญิง) ที่ 4 ในหม่อมเฉื่อย ไม่ทราบปี ราว 3 ชั่วโมงหลังประสูติ[17]
  7. หม่อมเจ้า (แฝด) (หญิง) ที่ 5 ในหม่อมเฉื่อย ไม่ทราบปี ราว 3 ชั่วโมงหลังประสูติ
  8. หม่อมเจ้ารัชลาภจิรธิษฐ ที่ 6 ในหม่อมเฉื่อย มิถุนายน 2436 21 สิงหาคม 2443
  9. หม่อมเจ้าสรรพสมบูรณ์ ที่ 3 ในหม่อมนวม 4 ตุลาคม 2436 15 มกราคม 2463
  10. หม่อมเจ้าหญิง (ไม่ปรากฏพระนาม) 23 พฤศจิกายน 2437 ในวันประสูติ
  11. หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ที่ 7 ในหม่อมเฉื่อย 17 กุมภาพันธ์ 2438 11 สิงหาคม 2533
  12. หม่อมเจ้าพิไลยเลขา ที่ 8 ในหม่อมเฉื่อย 8 สิงหาคม 2440 11 ธันวาคม 2528
  13. หม่อมเจ้าแฝด (หญิง) ที่ 1 ในหม่อมลำดวน 8 มกราคม 2440 22 เมษายน 2455
  14. หม่อมเจ้าพัฒนายุ หรือ หม่อมเจ้าพัฒนายุคุณวรรณ
(แฝด)
ที่ 2 ในหม่อมลำดวน 8 มกราคม 2440 3 ธันวาคม 2516
  15. หม่อมเจ้าบันลุศิริศานต์ ที่ 1 ในหม่อมเจิม กันยายน 2441 22 เมษายน 2455
  16. หม่อมเจ้าบันดาลสวัสดี ที่ 9 ในหม่อมเฉื่อย 25 กรกฎาคม 2442 8 กุมภาพันธ์ 2469 หม่อมเจ้าไตรทิพเทพสุต เทวกุล
  17. หม่อมเจ้าสิวลีวิลาศ ที่ 3 ในหม่อมลำดวน 11 มกราคม 2443 16 กุมภาพันธ์ 2535
  18. หม่อมเจ้ามารยาตรกัญญา ที่ 1 ในหม่อมแสง 8 เมษายน 2445 11 ธันวาคม 2549
  19. หม่อมเจ้าดิศานุวัติ ที่ 10 ในหม่อมเฉื่อย 4 สิงหาคม 2445 13 พฤศจิกายน 2510 หม่อมเจ้าลุอิสาณ์ (จักรพันธุ์)
  20. หม่อมเจ้าอัปภัศราภา ที่ 2 ในหม่อมเจิม 4 มิถุนายน 2447 18 กุมภาพันธ์ 2524 หม่อมเจ้าอนันตนรชัย เทวกุล
  21. หม่อมเจ้าทักษิณาธร ที่ 4 ในหม่อมลำดวน 10 สิงหาคม 2446 17 เมษายน 2515
  22. พรพิลาศ
(ลาออกจากฐานันดรศักดิ์)
ที่ 2 ในหม่อมแสง 10 ธันวาคม 2447 10 ธันวาคม 2519 ชวน บุนนาค
  23. หม่อมเจ้านิพัทธ์พันธุดิศ ที่ 3 ในหม่อมเจิม 24 กรกฎาคม 2448 4 เมษายน 2514 หม่อมรำไพ (กันตามระ)
  24. หม่อมเจ้าพิสิษฐดิศพงศ์ ที่ 5 ในหม่อมลำดวน 9 สิงหาคม 2448 31 มีนาคม 2509 หม่อมสวาสดิ์ (เกตุทัต)
  25. หม่อมเจ้าพวงมาศผกา ที่ 3 ในหม่อมแสง 3 กันยายน 2450 12 มิถุนายน 2526
  26. หม่อมเจ้ารัชมาลินี ที่ 4 ในหม่อมเจิม 11 ตุลาคม 2451 30 มกราคม 2528 หม่อมเจ้าธัญญลักษณ์ สุขสวัสดิ์
  27. สุมณีนงเยาว์
(ลาออกจากฐานันดรศักดิ์)
ที่ 6 ในหม่อมลำดวน 16 มีนาคม 2451 ประมาณ พ.ศ. 2546 พันเอกสุวัฒน์ วินิจฉัยกุล
  28. หม่อมเจ้าศุกรวรรณดิศ ที่ 4 ในหม่อมแสง 14 มกราคม 2452 26 กุมภาพันธ์ 2519 หม่อมลดา (อินทรกำแหง)
  29. หม่อมเจ้ากาฬวรรณดิศ หม่อมอบ 5 มีนาคม 2453 25 มกราคม 2527 หม่อมฉวีทิพย์ (หงสนันท์)
  30. หม่อมเจ้าวีรดิศ ที่ 1 ในหม่อมหลวงใหญ่ 23 มีนาคม 2454 1 ตุลาตม 2489
  31. เราหิณาวดี
(ลาออกจากฐานันดรศักดิ์)
ที่ 5 ในหม่อมแสง 12 พฤศจิกายน 2455 1 มีนาคม 2527 หม่อมหลวงฉายชื่น กำภู
  32. หม่อมเจ้าอาชวดิศ ที่ 5 ในหม่อมเจิม 23 มีนาคม 2456 4 ธันวาคม 2518 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง
  33. หม่อมเจ้ากุมารีเฉลิมลักษณ์ ที่ 6 ในหม่อมเจิม 3 มกราคม 2458 4 พฤศจิกายน 2544 หม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์
  34. หม่อมเจ้ากฤษณาพักตรพิมล ที่ 6 ในหม่อมแสง 24 ธันวาคม 2460 2 ตุลาคม 2561 หม่อมเจ้าประสพสุข สุขสวัสดิ์
  35. หม่อมเจ้าพิริยดิศ ที่ 2 ในหม่อมหลวงใหญ่ 28 พฤษภาคม 2464 14 สิงหาคม 2543 หม่อมเจ้าภัทรลดา (ฉัตรชัย)
  36. หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ที่ 7 ในหม่อมเจิม 23 พฤศจิกายน 2466 6 พฤศจิกายน 2546 หม่อมอรพินทร์ (อินทรทูต)
  37. หม่อมเจ้ากุมารดิศ หม่อมหยาด 15 เมษายน 2471 20 มิถุนายน 2532 หม่อมอุบลวรรณ (เก่งธัญการ)

พระราชานุสาวรีย์แก้ไข

 
พระราชานุสาวรีย์ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บริเวณหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในลักษณะประทับนั่ง บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ แขวงวัดราชบพิตร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

วันดำรงราชานุภาพแก้ไข

วันดำรงราชานุภาพ ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สืบเนื่องจากการที่พระองค์เป็นบุคคลไทยพระองค์แรกที่ได้รับการยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อปี พ.ศ. 2505 และทรงได้รับการถวายพระนามเป็น "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย"

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยแก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศแก้ไข

ประเทศ ปีที่ได้รับ เครื่องอิสริยาภรณ์ แพรแถบ อ้างอิง
  จักรวรรดิรัสเซีย พ.ศ. 2449 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้ ชั้นที่ 1   [20]
  จักรวรรดิรัสเซีย เครื่องราชอิสริยาภรณ์เซนต์แอน ชั้นที่ 1   [20]
  ปรัสเซีย เครื่องราชอิสริยาภรณ์นกอินทรีแดง ชั้นที่ 1   [20]
  อิตาลี เครื่องราชอิสริยาภรณ์มอรีสแอนด์ลัสรัส ชั้นที่ 1   [20]
  อิตาลี เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฏอิตาลี ชั้นที่ 1   [21]

สถานที่และสิ่งสืบเนื่องด้วยพระนามแก้ไข

พงศาวดีแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

เชิงอรรถ
  1. "ประกาศจัดการทหาร [ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งตำแหน่ง ผู้บัญชาการทั่วไป (คอมมานเดออินชิฟ) โดยให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช รับตำแหน่ง แต่โดยที่ทรงเห็นว่ายังทรงพระเยาว์จึงให้ตราพระราชบัญญัติตั้งกรมทหารควบคู่ไว้ด้วยเพื่อช่วยการจัดระเบียบให้เป็นแบบแผนเดียวกัน]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 4 (4): 25. 22 เมษายน 2429. สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2562.
  2. "พระดำรัสสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย [ในการสมโภชสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ที่รับมอบยศ นายร้อยตรี]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 18 (38): 734. 22 ธันวาคม 2444. สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2562.
  3. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งเสนาบดีที่ปรึกษา และผู้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 32 (0 ก): 143. 8 สิงหาคม 2458. สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2562.
  4. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งผู้แทนเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศและเปลี่ยนตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมุรธาธร" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 40 (0 ก): 41. 8 กรกฎาคม 2466. สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2562.
  5. "พระราชดำรัสทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 42 (0 ง): 2618. 28 พฤศจิกายน 2468. สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2562.
  6. "พระบรมราชโองการ ประกาศ เลิกอภิรัฐมนตรีสภา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 49 (0 ก): 2618. 17 กรกฎาคม 2475. สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2562.
  7. "ประกาศกรมราชเลขานุการ เรื่อง พระราชทานนามสกุล สำหรับสืบเชื้อพระวงศ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๔" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 32 (0 ง): 137. 18 เมษายน 2458. สืบค้นเมื่อ 7 มีนาคม 2562.
  8. UNESCO ยกย่อง "กรมพระยาดำรงราชานุภาพ" ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [1], 2560. สืบค้น 8 มีนาคม 2562.
  9. ขอให้กำหนดวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันดำรงราชานุภาพ" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [http://www.cabinet.soc.go.th/soc/Program2-3.jsp?top_serl=175952&key_word=%C7%D1%B9%B4%D3%C3%A7%C3%D2%AA%D2%B9%D8%C0%D2%BE&owner_dep=&meet_date_dd=27&meet_date_mm=11&meet_date_yyyy=2544&doc_id1=&doc_id2=&meet_date_dd2=&meet_date_mm2=&meet_date_yyyy2=, 2544. สืบค้น 8 มีนาคม 2562.
  10. จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, คาถาพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามพระราชโอรสธิดา, โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, พ.ศ. 2472
  11. สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ, หน้า 2-3
  12. 12.0 12.1 "สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ : สนเทศน่ารู้". สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 29 มีนาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2560.
  13. 13.0 13.1 H.R.H. Prince Damrong Rajanupab
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งกรม พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงค์ราชานุภาพ, เล่ม 3, ตอน 9, 22 มิถุนายน พ.ศ. 1886, หน้า 69
  15. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ เลื่อน แลตั้งกรม แลตั้งเจ้าพระยา, เล่ม 28, ตอน 0 ง, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454, หน้า 1735-1737
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ ตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้าและเจ้าพระยา, เล่ม 46, 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472, หน้า 174-180
  17. หนังสือ สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น หน้า 249-250 โดย ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล
  18. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๗, ตอน ๔๓, ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๓, หน้า ๓๙๒
  19. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๔
  20. 20.0 20.1 20.2 20.3 ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๙, ตอน ๒, ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕, หน้า ๑๒
  21. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๒, ตอน ๓๖, ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๘, หน้า ๓๒๘
  22. ข้อมูลโดยสังเขปหม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล - ราชสกุลสายพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ)
  23. ธงทอง จันทรางศุ. ในกำแพงแก้ว. กรุงเทพฯ : เอส.ซี.พริ้นท์แอนด์แพค, พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2550, หน้า 113
บรรณานุกรม
  • Jeffy Finestone. 2542. สมุดพระรูป พระราชโอรส พระราชธิดา พระราชนัดดาใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ปรียนันทนา รังสิต,ม.ร.ว. โลมาโฮลดิ้ง
  • สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และ หม่อมเจ้าหญิง จงจิตรถนอม ดิศกุล. จดหมายถึงหญิงใหญ่ (ฉบับชำระใหม่). กรุงเทพ : สถาพรบุ๊คส์, 2551. ISBN 978-974-16-6535-8
  • สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ความทรงจำ, สำนักพิมพ์สมาคมสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย, 12 พฤศจิกายน 2505
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 70-71. ISBN 978-974-417-594-6

ดูเพิ่มแก้ไข

ก่อนหน้า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ถัดไป
พระองค์แรก    
เจ้าพนักงานใหญ่ ผู้ช่วยบัญชาการทหารบก
(8 เมษายน พ.ศ. 2430 - เมษายน พ.ศ. 2433)
  เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต)


พระองค์แรก    
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
(1 เมษายน พ.ศ. 2435 - สิงหาคม พ.ศ. 2458)
  เจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร)


พระองค์แรก    
นายกราชบัณฑิตยสภา
(19 เมษายน พ.ศ. 2469 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475)
  พระยาอนุมานราชธน_(ยง_เสฐียรโกเศศ)