เปิดเมนูหลัก

ริยาฎ กะรีม มะห์รัซ (อาหรับ: رياض كريم محرز‎; อังกฤษ: Riyad Karim Mahrez; เกิด 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991) เป็นนักฟุตบอลชาวแอลจีเรีย ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งปีกให้กับแมนเชสเตอร์ซิตีในระดับพรีเมียร์ลีก และทีมชาติแอลจีเรีย

ริยาฎ มะห์รัซ
Algérie - Arménie - 20140531 - Riyad Mahrez.jpg
มะห์รัซขณะเล่นให้กับแอลจีเรียในปี ค.ศ. 2014
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ริยาฎ กะรีม มะห์รัซ[1]
วันเกิด 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 (28 ปี)
สถานที่เกิด ซาร์แซล ฝรั่งเศส
ส่วนสูง 1.79 เมตร (5 ฟุต 10.5 นิ้ว)
ตำแหน่ง ปีก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
แมนเชสเตอร์ซิตี
หมายเลข 26
สโมสรเยาวชน
2004–2009 อาอาแอ็สซาร์แซล
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2009–2010 แก็งแปร์ 27 (1)
2010–2013 เลออาฟวร์ 2 60 (24)
2011–2014 เลออาฟวร์ 60 (6)
2014–2018 เลสเตอร์ซิตี 158 (42)
2018– แมนเชสเตอร์ซิตี 33 (8)
ทีมชาติ
2014– แอลจีเรีย 53 (13)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21 กันยายน 2019
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2019

ประวัติแก้ไข

มะห์รัซเกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 ที่เมืองซาร์แซล ประเทศฝรั่งเศส โดยมีพ่อเป็นชาวแอลจีเรียชื่ออะห์มัด และมีแม่เป็นลูกครึ่งแอลจีเรียกับโมร็อกโกชื่อศอลิฮะฮ์ มะห์รัซมีจิตใจรักในการเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยรูปร่างที่ผอมบาง จึงถูกปฏิเสธจากสโมสรต่าง ๆ ที่ไปร่วมทดสอบตั้งแต่เด็ก ต่อมาเมื่ออายุได้ 15 ปี พ่อก็เสียชีวิตไปด้วยโรคหัวใจ แต่มะห์รัซก็ไม่เลิกล้มในการที่จะเป็นนักฟุตบอล ด้วยการฝึกฝนกับอาอาแอ็ส ซาร์แซล ในฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 ก่อนจะย้ายไปแก็งแปร์ในอีก 5 ปีถัดมา ซึ่งยังคงเป็นสโมสรในระดับสมัครเล่นของฝรั่งเศสเทียบเท่ากับดิวิชัน 4 ของอังกฤษ มะห์รัซมีสถิติลงเล่นฤดูกาลแรก 22 นัด ยิงได้ 2 ประตู

จากการเล่นกับแก็งแปร์ ทำให้มะห์รัซได้ย้ายไปอยู่กับเลออาฟวร์ แต่ลงเล่นให้กับทีมสำรองอยู่ราว 3 ปี ก่อนจะได้ขึ้นไปเล่นในชุดใหญ่ และได้เล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในปี ค.ศ. 2013 โดยมีผลงานลงเล่นไปทั้งหมด 67 นัด รวมทุกรายการ และยิงได้ 10 ประตู ก่อนที่เลสเตอร์ซิตีจะซื้อตัวไปด้วยราคา 400,000 ปอนด์ (ราว 20 ล้านบาท) ด้วยสตีฟ วอลช์ แมวมองของเลสเตอร์ซิตีตั้งใจไปที่เลออาฟวร์เพื่อดูการเล่นของไรอัน เมนเดส แต่ปรากฏว่ามะห์รัซเล่นได้โดดเด่นกว่า โดยในระยะแรกครอบครัวของมะห์รัซไม่เห็นด้วยกับการที่จะย้ายมาเล่นในอังกฤษ เนื่องจากเห็นว่ารูปแบบการเล่นของมะห์รัซเหมาะสมกับการเล่นในสเปนมากกว่า

ฤดูกาล 2015–16แก้ไข

ในฤดูกาล 2015–16 มะห์รัซเล่นได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมหลายคน เช่น เจมี วาร์ดี หรือเอ็นโกโล ก็องเต ส่งผลให้เลสเตอร์ซิตีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และทำให้มะห์รัซได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอมาครองด้วย ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกของเลสเตอร์ซิตีและนักฟุตบอลชาวแอฟริกาด้วยที่ได้รับรางวัลนี้ และทำให้หลายสโมสรในระดับใหญ่ต้องการตัว เช่น บาร์เซโลนา, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, ทอตนัมฮอตสเปอร์ หรืออาร์เซนอล[2]

ฤดูกาล 2016–17แก้ไข

ก่อนเริ่มฤดูกาล 2016–17 มะห์รัซตกเป็นข่าวอย่างมากว่าจะย้ายสโมสร โดยเฉพาะจะย้ายไปอาร์เซนอล เช่นเดียวกับเจมี วาร์ดี แต่ท้ายสุดทั้งคู่ก็ยังคงอยู่กับเลสเตอร์ซิตีต่อไป ในนัดแรกของฤดูกาล เลสเตอร์เป็นฝ่ายบุกไปเยือนฮัลล์ซิตี สโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา ที่สนามเคซีสเตเดียม ซึ่งนับเป็นคู่แรกของการแข่งขันพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และเป็นฝ่ายแพ้ไป 1-2 โดยที่มะห์รัซเป็นผู้ยิงจุดโทษให้กับสโมสรในนาทีที่ 47 ซึ่งเป็นประตูที่ทำให้เลสเตอร์ซิตีตีเสมอฮัลล์ซิตี[3]

ฤดูกาล 2018–19แก้ไข

สถิติอาชีพแก้ไข

ทีมชาติแก้ไข

ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2019[4]
แอลจีเรีย
ปี ลงเล่น ประตู
2014 9 2
2015 13 2
2016 5 2
2017 8 2
2018 8 2
2019 9 3
ทั้งหมด 53 13

ประตูในนามทีมชาติแก้ไข

ประตูในนามทีมชาติแอลจีเรีย[5]
ลำดับ วันที่ สนาม คู่แข่ง ประตู ผล รายการแข่งขัน
1. 15 ตุลาคม 2014 Mustapha Tchaker Stadium, Blida, Algeria   มาลาวี 2–0 3–0 แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2015 รอบคัดเลือก
2. 15 พฤศจิกายน 2014 Mustapha Tchaker Stadium, Blida, Algeria   เอธิโอเปีย 2–1 3–1
3. 27 มกราคม 2015 Nuevo Estadio, Malabo, Equatorial Guinea   เซเนกัล 1–0 2–0 แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2015
4. 17 พฤศจิกายน 2015 Mustapha Tchaker Stadium, Blida, Algeria   แทนซาเนีย 3–0 7–0 ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก
5. 4 กันยายน 2016 Mustapha Tchaker Stadium, Blida, Algeria   เลโซโท 2–0 6–0 แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2017 รอบคัดเลือก
6. 6–0
7. 15 มกราคม 2017 Stade de Franceville, Franceville, Gabon   ซิมบับเว 1–0 2–2 แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2017
8. 2–2
9. 18 พฤศจิกายน 2018 Stade Municipal, Lomé, Togo   โตโก 1–0 4–1 แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2019 รอบคัดเลือก
10. 3–0
11. 23 มิถุนายน 2019 30 June Stadium, Cairo, Egypt   เคนยา 2–0 2–0 แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 2019
12. 7 กรกฎาคม 2019 30 June Stadium, Cairo, Egypt   กินี 2–0 3–0
13. 14 กรกฎาคม 2019 Cairo International Stadium , Cairo, Egypt   ไนจีเรีย 2–1 2–1

เกียรติประวัติแก้ไข

เลสเตอร์ซิตี

แมนเชสเตอร์ซิตี

แอลจีเรีย

รางวัลส่วนตัว

  • Algerian Footballer of the Year: 2015,[12] 2016[13]
  • PFA Team of the Year: พรีเมียร์ลีก 2015–16[14]
  • PFA Players' Player of the Year: 2015–16[15]
  • PFA Fans' Player of the Year: 2016[16]
  • Leicester City Player of the Year: 2015–16[17]
  • BBC African Footballer of the Year: 2016[18]
  • Facebook FA Premier League Player of the Year: 2016[19]
  • El Heddaf Arab Footballer of the Year: 2016[20]
  • Lion d'Or African Footballer of the Year: 2016[21][22]
  • CAF African Footballer of the Year: 2016[23]
  • CAF Team of the Year: 2016,[24] 2018[25]
  • CAF Africa Cup of Nations Team of the Tournament: 2019[26]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Barclays Premier League: notification of shirt numbers" (PDF). Premier League. p. 10. สืบค้นเมื่อ 16 August 2014.
  2. เดลินิวส์ เสาร์สปอร์ต, จากดินสู่ดาว. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,306: วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559 แรม 9 ค่ำ เดือน 5 ปีวอก
  3. ""จิ้งจอก" เสียฟอร์ม เปิดสนามพ่ายน้องใหม่ 1-2". ผู้จัดการออนไลน์. August 13, 2016. สืบค้นเมื่อ August 14, 2016.
  4. ริยาฎ มะห์รัซ เว็บไซต์ National-Football-Teams.com (อังกฤษ)
  5. "La fiche de Riyad Mahrez". DZFoot. สืบค้นเมื่อ 9 May 2015.
  6. 6.0 6.1 "Riyad Mahrez: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 17 May 2019.
  7. "Leicester City promoted to Premier League after 10-year absence". BBC Sport. 5 April 2014. สืบค้นเมื่อ 20 December 2015.
  8. McNulty, Phil (18 May 2019). "Manchester City 6–0 Watford". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 18 May 2019.
  9. McNulty, Phil (24 February 2019). "Chelsea 0–0 Manchester City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 24 February 2019.
  10. Bevan, Chris (5 August 2018). "Chelsea 0–2 Manchester City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 5 August 2018.
  11. Rose, Gary (19 July 2019). "Senegal 0–1 Algeria". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 19 July 2019.
  12. "Riyad Mahrez Named Algerian Footballer of the Year". Leicester City F.C. 25 January 2016. สืบค้นเมื่อ 25 January 2016.
  13. "Mahrez, Ballon d'Or El Heddaf – Le Buteur 2016 (Vidéo)". lebuteur.com. 8 June 2017. สืบค้นเมื่อ 9 June 2017.
  14. "PFA awards: Leicester and Spurs dominate Premier League team". BBC Sport. 21 April 2016. สืบค้นเมื่อ 21 April 2016.
  15. "Riyad Mahrez: Leicester City forward named PFA Player of the Year". BBC Sport. 25 April 2016. สืบค้นเมื่อ 25 April 2016.
  16. "Leicester City's Riyad Mahrez named as PFA Fans' Player of the Season". Sports Mole. 17 May 2016. สืบค้นเมื่อ 20 May 2016.
  17. City, Leicester. "Riyad Mahrez Named Leicester City Player of the Season". สืบค้นเมื่อ 30 December 2016.
  18. "Riyad Mahrez wins BBC African Footballer of the Year 2016 award". BBC Sport. 12 December 2016. สืบค้นเมื่อ 12 December 2016.
  19. Richards, Alex (9 May 2016). "Facebook Football Awards: Which Leicester star wins player of the year?". mirror. สืบค้นเมื่อ 1 February 2017.
  20. "Mahrez, joueur arabe de l'année". El Heddaf. 26 December 2016.
  21. "رياض محرز يتوج بجائزة "الأسد الذهبي" لـ "المنتخب"". AlMountakhab official. 1 January 2017.
  22. "Une nouvelle récompense pour Mahrez". El Heddaf. 1 January 2017.
  23. "Riyad Mahrez élu Joueur africain de l'année 2016". lequipe.fr. 5 January 2017. สืบค้นเมื่อ 6 January 2017.
  24. "CAF – CAF Awards – Previous Editions – 2016". CAFOnline. สืบค้นเมื่อ 7 January 2017.
  25. "Salah and Mane Picked in First Africa Best 11". FIFPro. 8 January 2019. สืบค้นเมื่อ 8 January 2019.
  26. Kappel, David (21 July 2019). "Caf Announces Afcon Team of The Tournament". www.soccerladuma.co.za. สืบค้นเมื่อ 25 July 2019.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข