ฉบับร่าง:รายชื่อแหล่งมรดกโลกแบ่งตามปีที่ได้ขึ้นทะเบียน

นี่คือรายชื่อแหล่งมรดกโลกตามที่องค์การยูเนสโกได้มีมติขึ้นทะเบียน ผ่านการประชุมประจำปีของคณะกรรมการมรดกโลก ทั้ง 21 ท่าน (มาจาก 21 ประเทศ)

โดยแหล่งมรดกโลกแห่งแรกที่มีการขึ้นทะเบียนในรายการ ก็คือ "หมู่เกาะกาลาปากอส (Galápagos Islands)" จากประเทศเอกวาดอร์ มีมติเมื่อ ค.ศ. 1978 (หรือตรงกับ พ.ศ. 2521)

ขณะที่ประเทศที่มีแหล่งมรดกโลกมากที่สุด ณ ปัจจุบัน (ค.ศ.2019) ก็คือ "ประเทศจีน และประเทศอิตาลี" โดยมีการขึ้นทะเบียนประเทศละ 55 รายการ แต่หากนับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกโดยลำพัง ประเทศที่มีแหล่งมรดกโลกมากที่สุด ก็คือ "ประเทศจีน" รวมทั้งสิ้น 54 รายการ // (F) หมายถึง แหล่งมรดกโลกแห่งแรกของประเทศนั้น ๆ

ค.ศ.1983 (คณะกรรมการสมัยที่ 7)แก้ไข

หรือตรงกับ พ.ศ. 2526 มีการจัดประชุม ณ ประเทศอิตาลี

มีการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก จำนวนทั้งสิ้น 29 แห่ง (มรดกโลกทางวัฒนธรรม 19 แห่ง / มรดกโลกทางธรรมชาติ 9 แห่ง / มรดกโลกแบบผสม 1 แห่ง)

ประเทศ รายนามแหล่งมรดกโลก ความสำคัญ ประเภท เกณฑ์การพิจารณา แหล่งอ้างอิง
โกตดิวัวร์ อุทยานแห่งชาติโกโมเอ (Comoé National Park)      อุทยานแห่งนี้เป็นหนึ่งในเขตอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันตก เนื่องจากมีแม่น้ำโกโมเอไหลผ่าน จึงทำให้มีความหลากหลายด้านพรรณพืช ทั้ง ไม้พุ่มสะวันนา และป่าฝนหนาทึบที่ปรากฏเป็นหย่อม ๆ ธรรมชาติ (9) (10)
คอสตาริกา (F) กับปานามา ทิวเขาตาลามังกา-เขตอนุรักษ์ธรรมชาติลาอามิสตัด / อุทยานแห่งชาติลาอามิสตัด (Talamanca Range-La Amistad Reserves / La Amistad National Park)       ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
แคนาดา อุทยานแห่งชาติวูดบัฟฟาโล (Wood Buffalo National Park)      อุทยานแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงควายไบซันจำนวนมากที่สุดในอเมริกาเหนือ อีกทั้งยังเป็นที่ทำรังตามธรรมชาติของนกกระสาสีขาวขนาดใหญ่ สิ่งที่น่าชมอีกสิ่งหนึ่งของอุทยาน ได้แก่ "ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก" ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำพีซ (Peace) และแม่น้ำอธาบาสกา (Athabasca) ธรรมชาติ (7) (9) (10)
เซเชลล์ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติวาลเลเดอเม (Vallée de Mai Nature Reserve)       ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
บราซิล ศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองเซาหลุยส์ (Historic Centre of São Luís)       วัฒนธรรม (3) (4) (5)
บัลแกเรีย เขตอนุรักษ์ธรรมชาติซเรบาร์นา (Srebarna Nature Reserve)      เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งนี้ เป็นทะเลสาบน้ำจืดติดกับแม่น้ำดานูบ เป็นแหล่งวางไข่ของนกกว่า 100 สายพันธุ์ ซึ่งหลายชนิดจัดเป็นนกหายากหรือเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ธรรมชาติ (10)
เมืองโบราณเนสเซบาร์ (Ancient City of Nessebar)      เมืองแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี เคยเป็นชุมชนของชาวเธรเชียน (Thracian) ก่อนจะตกเป็นอาณานิคมของกรีซ ร่องรอยหลักฐานในเมืองส่วนใหญ่อยู่ในช่วงยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic) จนถึงยุคกลาง ประกอบด้วย เทวสถาน วิหารเทพอะพอลโล ตลาด กำแพงของป้อมปราการ และบ้านไม้โบราณ ที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 16-19 วัฒนธรรม (3) (4)
อารามรีลา (Rila Monastery)      อารามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 มีบทบาทสำคัญด้านจิตวิญญาณและสังคมของบัลแกเรียยุคกลาง รูปแบบของอารามนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศิลปะสมัยบัลแกเรียน เรอแนซ็องส์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งการตระหนักรู้ถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสลาวิก (Slavic) หลังจากที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชนชาติอื่นมาหลายศตวรรษ วัฒนธรรม (6)
อุทยานแห่งชาติพิริน (Pirin National Park)      อุทยานแห่งนี้ ประกอบด้วย ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ ป่าสน ภูเขาอันขรุขระ ทะเลสาบน้ำแข็งทั้ง 70 แห่ง กระจายอยู่ทั่วบริเวณ เป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์ประจำถิ่นและพืชหายากหลากสายพันธุ์ นอกจากนี้ภูเขาพิรินยังมีภูมิทัศน์ที่หลากหลายและมีลักษณะเฉพาะอันงดงาม ธรรมชาติ (7) (8) (9)
ปวยร์โตรีโก (เครือรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกา) ลา ฟอร์ตาเลซา และแหล่งประวัติศาสตร์แห่งชาติซานฮวน ในเปอร์โต ริโก (La Fortaleza and San Juan National Historic Site in Puerto Rico) (F)       วัฒนธรรม (6)
เปรู เมืองคุซโก (City of Cuzco)       วัฒนธรรม (3) (4)
แหล่งอนุรักษ์ประวัติศาสตร์มาชู ปิกชู (Historic Sanctuary of Machu Picchu) (F)       ผสม (1) (3) (7) (9)
โปรตุเกส คอนแวนต์แห่งพระคริสต์ในโตมาร์ (Convent of Christ in Tomar)       วัฒนธรรม (1) (6)
ย่านใจกลางเมืองอังกรา โด เอโรอิซโม ในอาซัวเรช (Central Zone of the Town of Angra do Heroismo in the Azores)      อดีตเมืองอังกรา เป็นจุดแวะพักที่สำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 15 จวบจนกระทั่งมีการประดิษฐ์เรือกลไฟขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ป้อมที่มีอายุกว่า 400 ปี เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงสถาปัตยกรรมทางการทหารอันเกรียงไกร วัฒนธรรม (4) (6)
อารามของนักบวชเยโรนีไมต์ และหอคอยแห่งเบเลในลิสบอน (Monastery of the Hieronymites and Tower of Belém in Lisbon)       วัฒนธรรม (3) (6)
อารามแห่งบาตานยา (Monastery of Batalha)       วัฒนธรรม (1) (2)
ฝรั่งเศส จัตุรัสปลาซ สตานิสลาส ปลาซ เดอ ลา การ์ริแอร์ และปลาซ ดัลลิยองซ์ ในน็องซี (Place Stanislas, Place de la Carrière and Place dAlliance in Nancy)      น็องซี (Nancy) เมืองพำนักของกษัตริย์ผู้ไร้อาณาจักร "สตานิสลาส เลสซินสกี (Stanislas Leszczynski)" ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นดยุกแห่งลอร์เรน (Duke of Lorraine) สร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1752-1756 (ตรงกับ พ.ศ. 2295-2299)

     จัตุรัสและอาคารรายรอบ ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองน็องซี โรงอุปรากร พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ และอาคารขนาดเล็ก ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งในแง่การสร้างสรรค์ด้วยความละเมียดละไมและประโยชน์การใช้งานได้จริง

วัฒนธรรม (1) (4)
วิหารแซงต์-ซาแว็ง ซูร์ การ์ตองป์ (Abbey Church of Saint-Savin sur Gartempe)      วิหารหลังนี้ได้รับฉายาว่า “วิหารซิสทีนโรมาเนสก์ (Romanesque Sistine Chapel)" สร้างขึ้นราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 11 ในลักษณะสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ความสำคัญของวิหารนี้อยู่ที่จิตรกรรมฝาผนังจากคริสต์ศตวรรษที่ 11 และ 12 ที่ได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพที่ดีมาก วัฒนธรรม (1) (3)
อ่าวปอร์โต : กาลองช์แห่งเปียนา อ่าวจิโรลาตา เขตอนุรักษ์ธรรมชาติสแกนโดลา (Gulf of Porto: Calanche of Piana, Gulf of Girolata, Scandola Reserve)      เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งนี้มีพืชพรรณอันโดดเด่นแบบป่าไม้พุ่มเตี้ย นกที่พบมีทั้ง นกนางนวล นกกาน้ำ และอินทรีทะเล น้ำอันใสสะอาด และเกาะขนาดเล็กซึ่งมีถ้ำที่มนุษย์เข้าไม่ถึง เป็นที่อยู่ของสรรพชีวิตอันอุดมสมบูรณ์ ธรรมชาติ (7) (8) (10)
เยอรมนี (อดีตคือ เยอรมนีตะวันตก) โบสถ์สำหรับนักแสวงบุญแห่งวีส์ (Pilgrimage Church of Wies)      โบสถ์แห่งนี้เป็นผลงานของสถาปนิกโดมินิคุส ซิมเมอร์มันน์ (Dominikus Zimmermann) และเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมบาวาเรียนโรโกโก (Bavarian Rococo) ซึ่งมีการประดับประดาอย่างหรูหราโอ่อ่่า แตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เน้นความเรียบง่าย วัฒนธรรม (1) (3)
สวิตเซอร์แลนด์ คอนแวนต์นิกายเบเนดิคทีนของเซนต์จอห์นที่มุสแตร์ (Benedictine Convent of St John at Müstair)      เป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิรูปอารามคริสเตียนในยุคคาโรลิงเจียน (Carolingian) สถานที่นี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ที่เขียนขึ้นราว ค.ศ. 800 (ตรงกับ พ.ศ. 1343) รวมทั้งจิตรกรรมปูนเปียก และประติมากรรมปูนปั้นสมัยโรมาเนสก์ วัฒนธรรม (3)
วิหารแห่งเซนต์ กอลล์ (Abbey of St Gall) (F)      ตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบของอารามคาโรลิงเจียน (Carolingian) ที่ยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในอารามที่สำคัญที่สุดของยุโรปจากคริสต์ศตวรรษที่ 8 ห้องสมุดของที่นี่เป็นหนึ่งในห้องสมุดที่มีหนังสือมากที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก มีต้นฉบับล้ำค่ามากมายกว่า 170,000 รายการ วัฒนธรรม (2) (4)
เมืองเก่าแบร์น (Old City of Berne)      ก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เป็นตัวอย่างผังเมืองสมัยกลางที่ดีที่สุดในทวีปยุโรป เริ่มจากเขตเมืองเก่า ไปจนถึงหอนาฬิกา สวนหมี พิพิธภัณฑ์บ้านไอน์สไตน์ และกลิ่นอายแห่งอดีตของศตวรรษที่ 16 ซึ่งสามารถสัมผัสได้จากความขลังของรูปปั้นน้ำพุ ทั้ง 11 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วเมือง วัฒนธรรม (3)
สหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติเกรตสโมกกีเมาน์เทนส์ (Great Smoky Mountains National Park)      อุทยานแห่งนี้เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ที่เสี่ยงต่อภาวะสูญพันธุ์ และพรรณพืชกว่า 3,500 ชนิด มีชื่อเสียงด้านความสวยงามของปรากฏการณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
อินเดีย ถ้ำอจันตา (Ajanta Caves) (F)      ศิลปะภายในถ้ำแห่งนี้มีอายุตั้งแต่ 200-100 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีถ้ำหลายถ้ำที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม จิตรกรรมและประติมากรรมของถ้ำอจันตาเรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกในศิลปะพระพุทธศาสนา ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่องานศิลปะในยุคต่อ ๆ มา วัฒนธรรม (1) (2) (3) (4)
ถ้ำเอลโลรา (Ellora Caves)      สถานที่สำคัญทางศาสนาและโบสถ์ 34 แห่งในเนื้อที่ยาวกว่า 2 กิโลเมตร ที่เกิดจากการขุดเจาะเข้าไปในกำแพงหน้าผาหินบะซอลต์ มีอายุระหว่าง ค.ศ. 600-1000 (ตรงกับ พ.ศ. 1143-1543) สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ทางด้านศิลปะและเทคนิคของศาสนาพุทธ ฮินดูและเชน วัฒนธรรม (1) (3) (6)
ทัชมาฮาล (Taj Mahal)      สุสานขนาดมหึมาที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สร้างขึ้นในเมืองอัครา ระหว่าง ค.ศ. 1631-1648 (ตรงกับ พ.ศ. 2174-2191) ตามบัญชาของชาห์จาฮานจักรพรรดิแห่งโมกุล เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมเหสีเอก สถานที่แห่งนี้เป็นเพชรน้ำเอกแห่งศิลปะมุสลิมในอินเดีย และเป็นผลงานชิ้นเอกที่ทั่วโลกต่างพากันยกย่อง วัฒนธรรม (1)
ป้อมแดงอัครา (Agra Fort)      อนุสรณ์สถานสำคัญของราชวงศ์โมกุล (Mughal) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ป้อมหินทรายนี้สร้างเป็นกำแพงล้อมรอบพระราชวังของกษัตริย์โมกุล มีความยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในประกอบด้วยพระราชวัง เช่น วังจาฮานกีร์ (Jahangir) และคาสมาฮาล (Khas Mahal) ห้องท้องพระโรงใหญ่ และสุเหร่าอันงดงามมากอีก 2 หลัง วัฒนธรรม (3)
เอกวาดอร์ อุทยานแห่งชาติซานเกย์ (Sangay National Park)       ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)

ค.ศ.1982 (คณะกรรมการสมัยที่ 6)แก้ไข

หรือตรงกับ พ.ศ. 2525 มีการจัดประชุม ณ ประเทศฝรั่งเศส

มีการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก จำนวนทั้งสิ้น 24 แห่ง (มรดกโลกทางวัฒนธรรม 17 แห่ง / มรดกโลกทางธรรมชาติ 5 แห่ง / มรดกโลกแบบผสม 2 แห่ง)

ประเทศ รายนามแหล่งมรดกโลก ความสำคัญ ประเภท เกณฑ์การพิจารณา แหล่งอ้างอิง
โกตดิวัวร์ อุทยานแห่งชาติไต (Taï National Park)      อุทยานแห่งนี้เป็นหนึ่งในป่าเขตร้อนดั้งเดิมที่สำคัญไม่กี่แห่งที่เหลืออยู่ในแอฟริกาตะวันตก ความอุดมของพืชพรรณธรรมชาติและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกคุกคาม ทั้ง ฮิปโปโปเตมัสแคระ และลิงกว่า 11 สายพันธุ์ ถือว่ามีความน่าสนใจทางชีววิทยาเป็นอย่างมาก ธรรมชาติ (7) (10)
คิวบา เมืองฮาวานาเก่าและป้อมปราการ (Old Havana and its Fortifications) (F)      เมืองที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1519 (ตรงกับ พ.ศ. 2061) จนในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมืองแห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการต่อเรือในทะเลแคริบเบียน ปัจจุบันย่านเมืองเก่ายังคงรักษาสภาพสิ่งก่อสร้างที่ผสมผสานศิลปะแบบบาโรกและนีโอคลาสสิกไว้ได้เป็นอย่างดี วัฒนธรรม (4) (5)
เซเชลล์ เกาะวงแหวนปะการังอัลดาบรา (Aldabra Atoll) (F)      เกาะปะการังที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ถิ่นอาศัยของเต่ายักษ์กว่า 152,000 ตัว ด้วยลักษณะทางกายภาพอันซับซ้อน จึงทำให้การเข้าถึงค่อนข้างยากลำบาก แต่ก็เป็นกลไกที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากมนุษย์ ธรรมชาติ (7) (9) (10)
แทนซาเนีย เขตอนุรักษ์สัตว์เซลูส (Selous Game Reserve)      ช้าง แรดดำ ชีตาห์ ยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส และจระเข้จำนวนมาก อาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอันกว้างใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 50,000 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีเขตพืชพรรณหลากหลาย ตั้งแต่ไม้พุ่มหนาทึบจนถึงทุ่งหญ้าเปิดโล่งแทรกด้วยป่า ธรรมชาติ (9) (10)
บราซิล ศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองโอลีนดา (Historic Centre of the Town of Olinda)      ก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยชาวโปรตุเกส ประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับอุตสาหกรรมน้ำตาลอ้อย สิ่งก่อสร้างภายในเมืองถูกออกแบบมาได้อย่างสมดุลและกลมกลืน ทั้ง อาคาร สวน โบสถ์บาโรก ชุมชนนักบวชชาวคริสต์ และโบสถ์น้อยจำนวนมาก ล้วนแต่เป็นเสน่ห์ของเมืองโอลีนดา วัฒนธรรม (2) (4)
ฝรั่งเศส จากโรงผลิตเกลือใหญ่แห่ง ซาแลงส์-เลส์-แบงส์ ถึงโรงผลิตเกลือหลวงแห่ง อาร์ค-เอต์-เซอนองส์ การผลิตเกลือแบบถาดเปิด (From the Great Saltworks of Salins-les-Bains to the Royal Saltworks of Arc-et-Senans, the production of open-pan salt)      โรงผลิตเกลือหลวง แห่งอาร์ค-เอต์-เซอนองส์ เริ่มก่อสร้าง ค.ศ. 1775 (ตรงกับ พ.ศ. 2318) ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖ (Louis XVI) เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ครั้งแรกของสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงอุดมคติและความก้าวหน้าแห่งปัญญาญาณ (Enlightenment) กลุ่มอาคารขนาดใหญ่นี้ ได้รับการออกแบบให้ตรงกับการทำงานอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ

     โรงผลิตเกลือใหญ่ แห่งซาแลงส์-เลส์-แบงส์ มีการสูบน้ำเกลือมาตั้งแต่ยุคกลางหรือก่อนหน้านั้น ประกอบด้วยอาคารที่แสดงถึงความสัมพันธ์กับโรงผลิตเกลือหลวง เป็นหลักฐานที่สำคัญของประวัติศาสตร์การผลิตเกลือในฝรั่งเศส

วัฒนธรรม (1) (3) (4)
เยเมน เมืองปราการเก่าชีบาม (Old Walled City of Shibam) (F)      เมืองในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 16 มีปราการล้อมรอบ เป็นหนึ่งในตัวอย่างอันเก่าแก่และดีที่สุดของการวางผังเมืองตามหลักของการก่อสร้างแนวตั้ง ลักษณะอาคารเหมือนหอคอยจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากหน้าผา ทำให้เมืองนี้มีฉายาว่า “แมนฮัตตันแห่งทะเลทราย” วัฒนธรรม (3) (4) (5)
ลิเบีย แหล่งโบราณคดีซาบราธา (Archaeological Site of Sabratha)      สถานีการค้าของฟีนีเชีย เป็นสถานที่ส่งออกสินค้าจากดินแดนตอนในของแอฟริกา เมืองแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรมาสสินิสซาแห่งนูมิเดีย (Numidian Kingdom of Massinissa) ที่ดำรงอยู่เพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่จะถูกโรมันยึดครองและสร้างขึ้นใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 2-3 วัฒนธรรม (3)
แหล่งโบราณคดีซีเรเน (Archaeological Site of Cyrene)      เมืองซีเรเนได้รับอิทธิพลโรมันและคงความเป็นนครหลวงอันยิ่งใหญ่จนประสบเหตุแผ่นดินไหวใน ค.ศ. 365 (ตรงกับ พ.ศ. 908) ประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นพัน ๆ ปีของเมืองนี้ ปรากฏอยู่ในร่องรอยของซากโบราณสถานอันมีชื่อเสียงมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 วัฒนธรรม (2) (3) (4)
แหล่งโบราณคดีเลปติส แมกนา (Archaeological Site of Leptis Magna) (F)      เมืองเลปติส แมกนาได้รับการขยายและตกแต่งให้งดงามโดยเซปติมัส เซเวรัส (Septimus Severus) ซึ่งเกิดที่เมืองนี้และต่อมาได้เป็นจักรพรรดิ เมืองนี้เป็นเมืองที่งดงามที่สุดเมืองหนึ่งในจักรวรรดิโรมัน ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างที่สง่างาม อาทิ อนุสรณ์สถาน ท่าเรือ ตลาด โรงเก็บสินค้า ร้านค้า และเขตที่อยู่อาศัย วัฒนธรรม (1) (2) (3)
ศรีลังกา นครประวัติศาสตร์โปลอนนารุวา (Ancient City of Polonnaruwa) (F)      เมืองนี้เป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 ของศรีลังกา หลังจากเมืองอนุราธปุระ (Anuradhapura) มีอายุยาวนานประมาณ 200 ปี ก่อนจะถูกทำลายใน ค.ศ. 993 (ตรงกับ พ.ศ. 1536) ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ศาสนสถาน อุทยาน รูปปั้นอนุสาวรีย์ วิหาร เป็นต้น วัฒนธรรม (1) (3) (6)
นครประวัติศาสตร์สิคิริยา (Ancient City of Sigiriya)      หรือ "แท่นศิลาราชสีห์" เป็นอีกหนึ่งเมืองป้อมปราการโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงพระเจ้ากัสสปะที่ 1 (King Kassapa I) สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 17-18 จัดว่าเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นด้านการวางผังเมือง ระบบชลประทาน แผนการป้องกันข้าศึกศัตรู และงานศิลปกรรม นอกจากซากปรักหักพังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สวนน้ำ สวนน้ำพุ สวนหิน ถ้ำ พระราชวัง ทั้งยังมีงานจิตรกรรมสีน้ำของชาวสิงหลอันเลื่องลือ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี วัฒนธรรม (1) (3) (4)
เมืองศักดิ์สิทธิ์อนุราธปุระ (Sacred City of Anuradhapura)      เมืองแห่งนี้สร้างล้อมรอบหน่อต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นอดีตเมืองหลวงที่สำคัญทางด้านทางการเมืองและศาสนาของชาวซีลอน รุ่งเรืองมากว่านาน 1,300 ปีก่อนจะถูกปล่อยให้ทิ้งร้างหลังจากการรุกรานใน ค.ศ. 993 (ตรงกับ พ.ศ. 1536) มีสิ่งก่อสร้างอันสง่างามมากมาย ทั้ง พระราชวัง ศาสนสถาน อนุสรณ์สถาน ฯลฯ วัฒนธรรม (2) (3) (6)
สหรัฐอเมริกา แหล่งประวัติศาสตร์แห่งรัฐเนินคาโฮเกีย (Cahokia Mounds State Historic Site)      เนินคาโฮเกีย (Cahokia Mounds) เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยุคพรี-โคลัมเบียน (Pre-Columbian) ที่ใหญ่ที่สุดทางเหนือของเม็กซิโก เดิมเป็นที่อยู่อาศัยในยุคมิซซิสซิปเปียน (Mississippian คริสต์ศักราช ๘๐๐–๑๔๐๐/ พุทธศักราช ๑๓๔๓-๑๙๔๓) พื้นที่ประมาณ ๑,๖๐๐ เฮคแตร์ และมีเนินราว ๑๒๐ เนิน แหล่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของสังคมที่มีผู้นำที่ซับซ้อน โดยมีศูนย์กลางของกลุ่มเนิน รายล้อมด้วยหมู่บ้านเล็ก ๆ และหมู่บ้านรอบนอกจำนวนมาก สังคมเกษตรกรรมแหล่งนี้อาจจะมีประชากรถึง ๒๐,๐๐๐ คนในช่วงที่มีคนหนาแน่นที่สุดระหว่าง คริสต์ศักราช ๑๐๕๐-๑๑๕๐ (พุทธศักราช ๑๕๙๓-๑๖๙๓) โบราณสถานเด่นในแหล่งนี้ได้แก่ มังค์ส มาวนด์ (Monks Mound) เนินดินก่อนประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกา ครอบคลุมพื้นที่ ๕ เฮคแตร์ และสูงถึง ๓๐ เมตร วัฒนธรรม (3) (4)
ออสเตรเลีย ดินแดนแทสมาเนีย (Tasmanian Wilderness)      ดินแดนแห่งนี้เคยเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพธารน้ำแข็งอย่างรุนแรง บริเวณเขตอุทยานและพื้นที่สงวนครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย หนึ่งในพื้นที่ป่าไม้อบอุ่นไม่ผลัดใบแห่งสุดท้ายของโลก ถ้ำหินปูนที่แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในเขตนี้เมื่อ 20,000 ปีที่แล้ว ผสม (3) (4) (6) (7) (8) (9) (10)
หมู่เกาะลอร์ด ฮาว (Lord Howe Island Group)      ตัวอย่างของเกาะอันห่างไกลในมหาสมุทร ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลลึกกว่า 2,000 เมตร หมู่เกาะนี้มีภูมิประเทศอันน่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นถิ่นอาศัยของพันธุ์สัตว์หายากจำนวนมากโดยเฉพาะนก ธรรมชาติ (7) (10)
อิตาลี ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์แห่งฟลอเรนซ์ (Historic Centre of Florence)      สร้างขึ้นบนที่ตั้งของชุมชนเดิมยุคอีทรัสกัน (Etruscan) สัญลักษณ์ของศิลปะเรอแนซ็องส์ ที่ได้เป็นอิทธิพลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมภายใต้การปกครองของตระกูลเมดิชี (Medici) ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 และ 16 จนเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินของยุคกลาง ภายในมีวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม อนุสาวรีย์ และงานศิลป์ที่ลือเลื่องมากมาย วัฒนธรรม (1) (2) (3) (4) (6)
แอลจีเรีย เจมิลา (Djémila)      ซากเมืองเจมิลา ประกอบด้วยจตุรัสกลางเมือง วัด อาคารสำหรับตกลงธุรกิจและตัดสินคดีความ ประตูชัย และบ้านเรือน มรดกโลกแหล่งนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการวางผังเมืองแบบโรมันที่ปรับให้เข้ากับภูมิประเทศแบบภูเขาสูง วัฒนธรรม (3) (4)
ทาสสิลี นาจเจอร์ (Tassili nAjjer)      สถานที่แห่งนี้มีภูมิประเทศงดงามแปลกตาด้วยการกัดกร่อนหินทรายขนาดมหึมารูปลักษณ์ต่าง ๆ คล้าย "ป่าหิน" ทั้งมีกลุ่มถ้ำซึ่งเป็นแหล่งรวมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแหล่งหนึ่งของโลก ภาพเขียนและภาพสลักมากกว่า 15,000 ภาพได้บันทึกเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอพยพของสัตว์ และวิวัฒนาการของมนุษย์ในดินแดนชายขอบของทะเลทรายซาฮาราตั้งแต่ 6,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ผสม (1) (3) (7) (8)
ทิปาซา (Tipasa)      สถานีการค้าโบราณของฟีนีเชีย (Punic หรือ Phoenician) ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งโรมเข้ายึดครองและใช้เป็นฐานทัพเพื่อเข้าตีอาณาจักรมอริทาเนีย (Mauritania) โบราณสถานในแหล่งนี้ประกอบด้วยกลุ่มสิ่งก่อสร้างแบบฟีนิเชียน โรมัน พาลีโอคริสเตียน (คริสเตียนยุคเก่า) ไบแซนไทน์ และมอริทาเนีย วัฒนธรรม (3) (4)
ทิมกาด (Timgad)      สร้างขึ้นโดยสมัยพระจักรพรรดิทราจัน (Emperor Trajan) ใน ค.ศ. 100 (ตรงกับ พ.ศ. 643) เพื่อเป็นเมืองของทหาร อาคารบ้านเรือนสร้างจากหิน ผังเมืองเป็นลักษณะตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัสและเส้นตั้งฉากตามแบบฉบับของโรมัน ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของการวางผังเมืองแบบโรมัน วัฒนธรรม (2) (3) (4)
หุบเขามูซาบ (MZab Valley)      ในหุบเขามูซาบ เป็นที่ตั้งถิ่นฐานสำคัญของมนุษย์ในคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดยชาวมุสลิมนิกายอิบาดะฮ์ หมู่บ้านในหุบเขานี้ยังคงสภาพดั้งเดิม มีลักษณะเรียบง่าย และรู้จักการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งสถาปัตยกรรมของมูซาบยังได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของชุมชน ทำให้แหล่งมรดกโลกนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวางผังเมืองในยุคปัจจุบัน วัฒนธรรม (2) (3) (5)
ฮอนดูรัส เขตอนุรักษ์ชีวภาพรีโอ ปลาตาโน (Río Plátano Biosphere Reserve)      เขตอนุรักษ์ชีวภาพแห่งนี้ เป็นหนึ่งในป่าฝนเขตร้อนที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในอเมริกากลาง มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายของพืชและสัตว์ป่าในภูมิทัศน์ขุนเขาที่ลาดลงสู่ชายฝั่งแคริบเบียน มีชนพื้นเมืองอาศัยมากกว่า 2,000 คน พวกยังยังคงธำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
เฮติ อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ – ป้อม ซองส์ซูซี ฮามิเอร์ส์ (National History Park – Citadel, Sans Souci, Ramiers) (F)      โบราณสถานแห่งนี้มีอายุตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อเฮติประกาศอิสรภาพ วังซองส์ ซูซี อาคารที่ฮามิเอร์ส์และโดยเฉพาะป้อม เป็นสัญลักษณ์สากลของเสรีภาพ เป็นสิ่งก่อสร้างแรกที่สร้างโดยแรงงานทาสผิวดำที่ได้รับอิสรภาพแล้ว วัฒนธรรม (4) (6)

ค.ศ.1981 (คณะกรรมการสมัยที่ 5)แก้ไข

หรือตรงกับ พ.ศ. 2524 มีการจัดประชุม ณ ประเทศออสเตรเลีย

มีการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก จำนวนทั้งสิ้น 26 แห่ง (มรดกโลกทางวัฒนธรรม 15 แห่ง / มรดกโลกทางธรรมชาติ 9 แห่ง / มรดกโลกแบบผสม 2 แห่ง)

ประเทศ รายนามแหล่งมรดกโลก ความสำคัญ ประเภท เกณฑ์การพิจารณา แหล่งอ้างอิง
โกตดิวัวร์ กับกินี เขตอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเข้มงวด ภูเขานิมบา (Mount Nimba Strict Nature Reserve) (F)      เขตอนุรักษ์ที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศกินี ไลบีเรีย และโกตดิวัวร์ ตั้งอยู่เหนือทุ่งหญ้าสะวันนา ไหล่เขาปกคลุมด้วยป่าทึบ เชิงเขาเป็นทุ่งหญ้าที่อุดมไปด้วยพรรณพืชและสัตว์ป่า มีสิ่งมีชีวิตพื้นถิ่น โดยเฉพาะคางคกวิวิพารัส (Viviparous toad) อาศัยอยู่ ธรรมชาติ (9) (10)
กัวเตมาลา อุทยานโบราณคดีและซากเมืองคีริกัว (Archaeological Park and Ruins of Quirigua)      ซากปรักหักพัง อดีตเมืองหลวงของรัฐที่ปกครองตนเองและเคยมั่งคั่งในรัชสมัยของพระเจ้าคาวัก สกาย (Cauac Sky) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 2 เมืองที่ประกอบด้วยโบราณสถานอันโดดเด่นสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 8 แท่งหินแกะสลัก และประติมากรรมปฏิทินอันน่าประทับใจ จัดว่าเป็นแหล่งสำคัญของการศึกษาอารยธรรมมายาแห่งอเมริกากลาง วัฒนธรรม (1) (2) (4)
แคนาดา ผาควายโดด เฮด-สแมชด์-อิน (Head-Smashed-In Buffalo Jump)      ร่องรอยทางเดินที่มีการทำเครื่องหมาย ค่ายพักของชนพื้นเมือง และเนินดินที่พบกระดูกควายอเมริกันไบซัน สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมากว่า 6,000 ปี ในหมู่ชนพื้นเมืองอเมริกาเหนือ โดยอาศัยความรู้อันยอดเยี่ยมด้านภูมิประเทศและนิสัยใจคอของควาย พวกเขาจึงฆ่าควายโดยการต้อนพวกมันไปยังหน้าผา จากนั้นก็แล่เนื้อควายเหล่านั้นที่ค่ายพักที่อยู่เบื้องล่าง วัฒนธรรม (6)
สกังก์ กวาย (Sgang Gwaay)      หลักฐานของบ้านเรือน ที่เก็บศพแกะสลัก และเสาอนุสรณ์ เแสดงให้เห็นถึงศิลปะและวิถีชีวิตของชนเผ่าไฮดา (Haida) มรดกโลกแหล่งนี้เป็นอนุสรณ์ของวัฒนธรรมที่ยังมีชิวิตของชาวไฮดาและความสัมพันธ์ของชนเผ่านี้กับแผ่นดินและทะเล เป็นกุญแจที่ทำให้เราเข้าใจประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาแบบมุขปาฐะ วัฒนธรรม (3)
เซเนกัล เขตสงวนนกแห่งชาติดจูดจ์ (Djoudj National Bird Sanctuary)      พื้นที่ชุ่มน้ำที่ประกอบด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยธารน้ำ สระ และน้ำขัง เป็นเขตที่อาศัยของสิ่งที่มีชีวิตกว่า 1.5 ล้านตัว อาทิ นกเพลิแกนขาว นกกระสาแดง นกปากช้อนแอฟริกา นกยางโทนใหญ่ นกกาน้ำ เป็นต้น ธรรมชาติ (7) (10)
อุทยานแห่งชาตินิโอโคโล-โคบา (Niokolo-Koba National Park)      พื้นที่ซึ่งมีน้ำอุดมสมบูรณ์ตามแนวฝั่งแม่น้ำแกมเบีย ผืนป่า และทุ่งหญ้าสะวันนาของอุทยานแห่งนี้ อุดมไปด้วยสัตว์ อาทิ ดาร์บีอีแลนด์ ชิมแปนซี สิงโต เสือดาว ประชากรช้างจำนวนมาก นอกจากยังมีนก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอีกมากมาย ธรรมชาติ (10)
แทนซาเนีย ซากโบราณสถานคิลวา คิสิวานี และซองโก มนารา (Ruins of Kilwa Kisiwani and Ruins of Songo Mnara)      ซากปรักหักพังของเมืองท่าแอฟริกันตะวันออกที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 เมืองนี้ ได้รับการชื่นชมจากนักสำรวจชาวยุโรปมาช้านาน ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13-16 พ่อค้าเมืองคิลวา มักประกอบอาชีพค้าขายทองคำ ไข่มุก เครื่องถ้วยชามอาหรับ และเครื่องปั้นดินเผาเปอร์เซีย ทำให้การค้าขายในแถบมหาสมุทรอินเดียคึกคักมากเป็นพิเศษ วัฒนธรรม (3)
อุทยานแห่งชาติเซอเรงเกติ (Serengeti National Park)      ทุ่งหญ้าสะวันนากว้างสุดลูกหูลูกตาที่ครอบคลุมพื้นที่มากสุดในแทนซาเนีย ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่ากว่า 5 ล้านตัว ทำให้เกิดการอพยพประจำปีของเหล่าสัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Great Migration) จนจัดว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ธรรมชาติ (7) (10)
นครเยรูซาเลม เมืองเก่าเยรูซาเล็มและกำแพงเมือง (Old City of Jerusalem and its Walls) (F)      นครศักดิ์สิทธิ์ของศาสนายิว คริสต์ และอิสลาม มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ ประกอบด้วยโบราณสถานกว่า 220 แห่ง ได้แก่ โดมออฟเดอะร็อก (Dome of the Rock) ที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 7 ตกแต่งด้วยลวดลายเรขาคณิตและลายดอกไม้งดงาม กำแพงร้องไห้ (Wailing Wall) สิ่งก่อสร้างที่แบ่งเขตชุมชนต่างศาสนา และโดมแห่งการฟื้นคืนชีพ ในโบสถ์แห่งหลุมศพศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานหลุมศพของพระคริสต์ เป็นต้น วัฒนธรรม (2) (3) (6)
ปากีสถาน ป้อมและสวนชาลามาร์แห่งลาฮอร์ (Fort and Shalamar Gardens in Lahore)      สถานที่ 2 แห่งนี้เป็นผลงานชิ้นเอกสมัยอารยธรรมโมกุล (Mughal) รุ่งเรืองที่สุดในยุคจักรพรรดิชาห์ชะฮัน (Shah Jahan) ในบริเวณป้อมมีพระราชวังหินอ่อนและสุเหร่าประดับด้วยหินโมเสกและทอง สวนที่สร้างอยู่ใกล้ ๆ เมืองลาฮอร์นั้นงดงามด้วยรูปแบบการสร้างลดหลั่นกันเป็น 3 ระดับ มีห้อง น้ำตกและสระประดับตกแต่งอย่างสวยงาม วัฒนธรรม (1) (2) (3)
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่มาคลี เมืองทัตตา (Historical Monuments at Makli, Thatta)      อดีตเมืองหลวงของ 3 ราชวงศ์ที่สืบต่อ ๆ กันมา เมื่อเข้าสู่ยุคการปกครองโดยจักรพรรดิโมกุลแห่งเดลลี เมืองนี้ก็ได้รับการประดับตกแต่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14-18 ซากเมืองและสุสาน แสดงให้เห็นอารยธรรมอันเก่าแก่ของแคว้นสินธ์ (Sind) วัฒนธรรม (3)
ปานามา อุทยานแห่งชาติดาเรียน (Darien National Park)      อุทยานแห่งนี้เป็นสะพานเชื่อมสองทวีปของโลกใหม่ มีระบบนิเวศหลากหลายรูปแบบ ทั้ง หาดทราย ชายฝั่งที่เต็มไปด้วยหิน ป่าโกงกาง ที่ลุ่มหนอง และป่าเขตร้อนในที่ต่ำและที่สูง มีสัตว์ป่าที่น่าสนใจ และชนเผ่าอินเดียนอาศัยอยู่ ธรรมชาติ (7) (9) (10)
ฝรั่งเศส โบราณสถานโรมันและโรมาเนสก์ที่อาร์ลส์ (Arles, Roman and Romanesque Monuments)      นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการปรับเมืองโบราณให้เข้ากับอารยธรรมยุโรปยุคกลาง เมืองแห่งนี้มีโบราณสถานโรมันน่าประทับใจที่เก่าแก่มากมาย ทั้ง สนามกีฬา โรงละคร ทางเดินใต้ดิน ที่อาบน้ำของคอนสแตนติน สุสานอาลีสกอง กำแพงเมืองโบราณและลานฝึกทหาร ฯลฯ จนถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน วัฒนธรรม (2) (4)
โบสถ์นิกายซิสเตอร์เชียนที่ฟงเตอเน (Cistercian Abbey of Fontenay)      โบสถ์แบบเบอร์กันดีที่เคร่งขรึมแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นโดยนักบุญเบอร์นาร์ด (St Bernard) ใน ค.ศ. 1119 (ตรงกับ พ.ศ. 1662) ประกอบด้วยโบสถ์ ลานโล่งภายในโบสถ์ที่มีทางเดินล้อมรอบประดับด้วยเสาลอย โรงอาหาร ที่นอน โรงอบขนม และโรงทำเครื่องเหล็ก นี่เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการพึ่งพาตนเองอย่างพอเพียง ที่ชุมชนนักบวชนิกายซิสเตอร์เชียน (Cistercian) ในยุคแรกสุดถือปฏิบัติกัน วัฒนธรรม (4)
มหาวิหารโนเทรอดามแห่งอาเมียงส์ (Amiens Cathedral)      มหาวิหารแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์โกธิกแบบคลาสสิคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 13 มีความโดดเด่นด้านการจัดวางผังอาคาร ความงามของรูปด้านภายในที่ทำเป็น 3 ชั้น และประติมากรรมบนผนัง โดยเฉพาะหินสลักขนาดใหญ่ของพระเจ้าแผ่นดิน 22 พระองค์ วัฒนธรรม (1) (2)
โรงละครโรมันและบริเวณแวดล้อมและ “ประตูชัย” แห่งโอรองช์ (Roman Theatre and its Surroundings and the "Triumphal Arch" of Orange)      โรงละครโบราณแห่งโอรองช์ ก่อสร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ. 10-25 (ตรงกับ พ.ศ. 553-568) มันสามารถรอดพ้นจากยุคจักรวรรดิโรมันล่มสลาย ยุคกลาง และยุคสงครามศาสนา จนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในโรงละครโรมันอันยิ่งใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่วนประตูชัยตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนต่ำ สร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1-2 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารผ่านศึกในสงคราม วัฒนธรรม (3) (6)
สวนและพระราชวังฟงแตนโบล (Palace and Park of Fontainebleau)      ตำหนักล่าสัตว์ยุคกลางแห่งฟงแตนโบล เป็นที่เสด็จประพาสของกษัตริย์ฝรั่งเศสมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 ได้รับการเปลี่ยนรูปแบบ ขยาย และตกแต่งใหม่ในรัชสมัยของพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 (François I) ผู้ซึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงสถานที่นี้ให้เป็น “โรมใหม่ (New Rome)" พระราชวังแบบอิตาเลียนแห่งนี้ล้อมรอบด้วยอุทยานอันกว้างใหญ่ ศิลปะของพระราชวังเป็นแบบผสมผสานระหว่างเรอแนซ็องส์และฝรั่งเศส วัฒนธรรม (2) (4)
โมร็อกโก มะดีนาแห่งเฟ็ซ (Medina of Fez) (F)      เมืองเฟ็ซ ก่อตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 9 เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลาม ได้รับการขนานนามว่า "มักกะฮ์แห่งตะวันตก" เมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก องค์ประกอบและสิ่งก่อสร้างสำคัญเมืองโบราณ อาทิ สถานที่สอนศาสนาอิสลาม ย่านพาณิชยกรรม ที่พักคนเดินทาง พระราชวัง บ้านพักอาศัย และลานน้ำพุ ล้วนแต่มีอายุสมัยที่เก่าแก่ แม้กาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่เฟ็ซก็ยังคงสถานภาพความเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของประเทศได้เป็นอย่างดี วัฒนธรรม (2) (5)
เยอรมนี (อดีตคือ เยอรมนีตะวันตก) มหาวิหารสเปเยอร์ (Speyer Cathedral)      มหาวิหารที่ก่อตั้งโดยพระเจ้าคอนราดที่ 2 (Conrad II) ใน ค.ศ. 1030 (ตรงกับ พ.ศ. 1573) เป็นหนึ่งในโบราณสถานโรมาเนสก์ที่สำคัญที่สุดในยุคจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire) อาสนวิหารแห่งนี้เป็นที่ฝังพระศพพระจักรพรรดิของเยอรมนีมาเป็นเวลาเกือบ 300 ปี วัฒนธรรม (2)
วังเวิร์ซบวร์ก พร้อมด้วยสวนและจตุรัสประจำสำนัก (Würzburg Residence with the Court Gardens and Residence Square)      วังแบบบาโรกที่ตระการตาแห่งนี้ เป็นหนึ่งในวังที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในเยอรมนี ห้อมล้อมด้วยอุทยานงดงามหลายแห่ง ถูกสร้างขึ้นโดยการอุปถัมภ์ของเจ้าชาย–บาทหลวงสองพี่น้อง ก่อสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1720-1744 (ตรงกับ พ.ศ. 2263-2287) การตกแต่งภายในแสดงให้เห็นถึงงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบบาโรก–โรโกโกชั้นเลิศ วัฒนธรรม (1) (4)
สหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติถ้ำแมมมอธ (Mammoth Cave National Park)      อุทยานแห่งนี้มีโครงข่ายถ้ำธรรมชาติและทางใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการก่อตัวของหินปูน เป็นที่อาศัยของพืชพรรณและสัตว์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อีกจำนวนหนึ่ง ธรรมชาติ (7) (9)
อุทยานแห่งชาติโอลิมปิก (Olympic National Park)      อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงในแง่ความหลากหลายทางระบบนิเวศ ยอดเขาปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งแทรกด้วยทุ่งหญ้าอัลไพน์ ล้อมรอบด้วยป่าเก่าแก่อันกว้างใหญ่ มีระบบแม่น้ำสำคัญกว่า 11 สายไหลลงมาจากภูเขา เป็นถิ่นอาศัยที่ดีที่สุดในประเทศของปลาอพยพ อุดมไปด้วยสัตว์และพืชพื้นเมืองและประจำถิ่น รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ธรรมชาติ (7) (8) (10)
ออสเตรเลีย อุทยานแห่งชาติคาคาดู (Kakadu National Park)      อุทยานแห่งชาตินี้แสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างการอนุรักษ์ด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติวิทยา บริเวณนี้เป็นแหล่งอาศัยที่ยาวนานกว่า 40,000 ปี มีจิตรกรรมผนังถ้ำ การสลักหิน และแหล่งโบราณคดีที่มีการบันทึกวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งยังมีระบบนิเวศที่หลากหลาย เป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์ประจำถิ่นหายาก ผสม (1) (6) (7) (9) (10)
แนวหินปะการังขนาดใหญ่ (Great Barrier Reef) (F)      เป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายและโดดเด่นทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยปะการังกว่า 400 ชนิด จัดว่าเป็นแหล่งที่มีปะการังจำนวนมากและมีขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังปลากว่า 1,500 ตระกูล สัตว์ประเภทหอยอีก 4,000 ชนิด เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เช่น พะยูน และเต่าสีเขียวขนาดใหญ่ ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
ภูมิภาคทะเลสาบวิลลันดรา (Willandra Lakes Region)      ทะเลสาบขนาดมหึมาที่แห้งขอดไปแล้ว ปรากฏร่องรอยซากดึกดำบรรพ์ที่มีมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง มีการขุดพบสัตว์และพืชโบราณ รวมทั้งซากกระดูกมนุษย์ที่มีอายุกว่า 40,000 ปี แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวอะบอริจินที่อาศัยอยู่ในทวีปออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์บนพื้นที่อันแห้งแล้ง ผสม (3) (8)
อาร์เจนตินา อุทยานแห่งชาติลอสกลาเซียเรส (Los Glaciares National Park) (F)      พื้นที่ที่มีความงามตามธรรมชาติ ประกอบด้วยภูเขาที่ขรุขระสูงเสียดฟ้า และทะเลสาบน้ำแข็งจำนวนมาก ที่ปลายสุดของทะเลสาบมีธารน้ำแข็ง 3 สายไหลมาบรรจบกัน เกิดเป็นภาพภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่ไหลหล่นลงสู่ทะเลสาบ จนน้ำแตกกระจายคล้ายเสียงกัมปนาทของฟากฟ้า ธรรมชาติ (7) (8)

ค.ศ.1980 (คณะกรรมการสมัยที่ 4)แก้ไข

หรือตรงกับ พ.ศ. 2523 มีการจัดประชุม ณ ประเทศฝรั่งเศส

มีการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก จำนวนทั้งสิ้น 27 แห่ง (มรดกโลกทางวัฒนธรรม 22 แห่ง / มรดกโลกทางธรรมชาติ 5 แห่ง)

ประเทศ รายนามแหล่งมรดกโลก ความสำคัญ ประเภท เกณฑ์การพิจารณา แหล่งอ้างอิง
กานา อาคารพื้นถิ่นของอซันเต (Asante Traditional Buildings)      อาคารเหล่านี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ของอารยธรรมอซันเตอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยสร้างด้วยดิน ไม้ และฟาง จึงมีความเปราะบางตามกาลเวลาและสภาพดินฟ้าอากาศ วัฒนธรรม (3)
คองโก-กินชาซา (อดีตคือ ซาอีร์) อุทยานแห่งชาติการัมบา (Garamba National Park)      ทุ่งหญ้าสะวันนาและป่าอันกว้างใหญ่ของอุทยานแห่งนี้ แทรกด้วยป่าที่วางตัวตามฝั่งน้ำและที่ลุ่มหนอง เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ ได้แก่ ช้าง ยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส และที่สำคัญที่สุดคือ "แรดขาว" ถึงแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าแรดดำมาก แต่แรดเหล่านี้กลับไม่เป็นอันตราย และมีจำนวนเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ธรรมชาติ (7) (10)
อุทยานแห่งชาติคาฮูซี–บิเอกา (Kahuzi–Biega National Park)      พื้นที่อันกว้างใหญ่ของป่าเขตร้อนดั้งเดิม ซึ่งมีภูเขาไฟที่ดับแล้วตระหง่านอยู่ 2 ลูก คือ ภูเขาไฟคาฮูซี และภูเขาไฟบิเอกา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์หลากหลายชนิด โดยมีหนึ่งในกลุ่มสุดท้ายของกอริลลาแห่งที่ราบต่ำตะวันออก ที่เหลือเพียง 200 กว่าตัว ธรรมชาติ (10)
ซีเรีย เมืองโบราณบอสรา (Ancient City of Bosra)      อดีตเมืองหลวงของโรมัน จุดแวะพักที่สำคัญในเส้นทางคาราวานสู่นครเมกกะ ภายในกำแพงอันสูงใหญ่ยังมีโบราณสถานมากมาย อาทิ โรงละครโรมันยุคคริสต์ศตวรรษที่ 2 ซากสิ่งก่อสร้างยุคต้นคริสต์ศาสนาและมัสยิดอีกหลายแห่ง วัฒนธรรม (1) (3) (6)
ปาล์มีรา (Site of Palmyra)      โอเอซิสกลางทะเลทรายซีเรีย สถานที่ตั้งของซากโบราณสถานของเมืองอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดในโลกยุคโบราณตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1-2 ศิลปะและสถาปัตยกรรมของปาล์มีรายังตั้งอยู่ที่จุดตัดของอารยธรรมหลายอารยธรรม ทำให้เกิดการผสมผสานกัน ระหว่างเทคนิคก่อสร้างแบบกรีก-โรมัน และอิทธิพลท้องถิ่นอย่างเปอร์เซีย วัฒนธรรม (1) (2) (4)
ไซปรัส แพฟอส (Paphos) (F)      แหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคหินใหม่ เป็นศูนย์กลางของลัทธิบูชาเทพีแอโฟรไดที และเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ก่อนยุคเฮลเลนิสติก ที่นี่มีซากปรักหักพังมากมาย ทั้ง บ้านชนบทคหบดี พระราชวัง โรงมหรสพ ป้อม และสุสาน ที่บ่งบอกถึงคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์กว่าพันปี วัฒนธรรม (3) (6)
ตูนิเซีย อุทยานแห่งชาติอิคเคอุล (Ichkeul National Park)      ทะเลสาบอิคเคอุลและพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นจุดแวะพักสำคัญของนกอพยพจำนวนนับพันซึ่งพากันโบยบินมาหาอาหารและทำรังที่นี่ อิคเคอุลเป็นทะเลสาบแห่งเดียวที่เหลืออยู่ของแนวห่วงโซ่ทะเลสาบที่เคยทอดข้ามบริเวณแถบแอฟริกาเหนือ ธรรมชาติ (10)
นอร์เวย์ เมืองกิจการเหมืองเรอโรส (Røros Mining Town and the Circumference)      เหมืองทองแดงนี้พัฒนาขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ และได้ใช้งานมาเป็นเวลา 333 ปี จนถึง ค.ศ. 1977 (ตรงกับ พ.ศ. 2520) เมืองก็ได้รับการปฏิสังขรณ์เต็มรูปแบบ หลังจากถูกทำลายโดยกองทัพสวีเดน ในเมืองมีบ้านไม้ประมาณ 80 หลัง ส่วนใหญ่สร้างล้อมรอบพื้นที่เปิดโล่งตรงกลาง บ้านหลายหลังยังคงรักษารูปลักษณ์ซึ่งดำคล้ำ เพราะทาด้วยน้ำมันดินไว้ ทำให้เมือง ๆ นี้มีลักษณะคล้ายเมืองยุคกลาง วัฒนธรรม (3) (4) (5)
บราซิล ย่านประวัติศาสตร์เมืองโอโรเปรโต (Historic Town of Ouro Preto) (F)      ก่อตั้งในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมืองแห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางของการตื่นทองและยุคทองของบราซิล เมื่อแร่ทองคำหมดลงในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อิทธิพลของเมืองนี้ก็ค่อย ๆ เสื่อมไป เหลือไว้เพียงโบสถ์ สะพาน ลานน้ำพุ และประติมากรบาโรกของประติมากรและสถาปนิกชาวบราซิล นามว่า "อาเลยาดินโย (Aleijadinho)" วัฒนธรรม (1) (3)
ปากีสถาน Archaeological Ruins at Moenjodaro (กลุ่มซากโบราณคดีที่โมเอนโจดาโร) (F)      ซากนครขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอินดัส ก่อสร้างด้วยอิฐดิบ เมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช เมืองบริวารที่ตั้งอยู่บนเขื่อนสูง กำแพงดิน และตัวเมืองที่ลดหลั่นลงมา แสดงให้เห็นถึงระบบการวางผังเมืองอันยอดเยี่ยมของยุคสมัยโบราณ วัฒนธรรม (2) (3)
กลุ่มซากโบราณสถานพุทธศาสนาแห่งตักห์ติบาไฮ และซากเมืองใกล้เคียงที่ซาห์ริบาลอล (Buddhist Ruins of Takht-i-Bahi and Neighbouring City Remains at Sahr-i-Bahlol)      สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาแห่งตักห์ติบาไฮ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง จึงรอดจากการรุกรานและยังคงอยู่ในสภาพดี ที่แห่งนี้คือแหล่งกำเนิดพระพุทธรูปยุคคันธาระที่ถูกจัดให้เป็นงานพุทธศิลป์ระดับโลก ซึ่งใกล้ ๆ กันนั้นก็ยังมีซากเมืองซาห์ริบาลอลที่สร้างขึ้นในยุคสมัยเดียวกันตั้งอยู่ด้วย วัฒนธรรม (4)
ตักศิลา (Taxila)      จากยุคหินโบราณแห่งซาไรกาลา (Saraikala) จวบจนเป็นส่วนหนึ่งของชีร์แค๊ป (Sirkap) และเซอร์ซัคห์ (Sirsukh) เมืองแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนของการพัฒนาเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากเปอร์เซีย กรีก และเอเซียกลาง มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม (3) (6)
ปานามา ป้อมปราการด้านทะเลแคริบเบียนของปานามา : ปอรโตเบลโล–ซาน ลอเรนโซ (Fortifications on the Caribbean Side of Panama: Portobelo–San Lorenzo) (F)      ตัวอย่างอันน่าอัศจรรย์ของสถาปัตยกรรมทางการทหารยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ป้อมบนฝั่งทะเลแคริบเบียนที่ก่อสร้างขึ้นโดยกษัตริย์สเปน สำหรับปกป้องเส้นทางการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก วัฒนธรรม (1) (4)
โปแลนด์ ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์แห่งวอร์ซอว์ (Historic Centre of Warsaw)      ระหว่างการปฏิวัติวอร์ซอว์ (Warsaw Uprising) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1944 (ตรงกับ พ.ศ. 2487) มากกว่า 85% ของย่านประวัติศาสตร์กรุงวอร์ซอว์ได้ถูกทำลายลงโดยกองทหารนาซี หลังจากสงครามกระบวนการปฏิสังขรณ์กินเวลา 5 ปี ชาววอร์ซอว์ได้บูรณะเมืองเก่าอย่างประณีต ทั้งโบสถ์ วัง ตลาด เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของการลงมือบูรณะปฏิสังขรณ์เกือบเต็มรูปแบบของช่วงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม (2) (6)
มอนเตเนโกร (อดีตคือ ยูโกสลาเวีย) อุทยานแห่งชาติเดอร์มิตอร์ (Durmitor National Park)      อุทยานแห่งชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจแห่งนี้ เกิดขึ้นจากธารน้ำแข็งและการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็งโดยแม่น้ำและสายน้ำใต้ดิน ตลอดแนวหุบแม่น้ำทารา (Tara) ซึ่งมีโตรกผาที่ลึกที่สุดในยุโรป มีป่าสนที่หนาทึบแทรกด้วยทะเลสาบน้ำใสสะอาด เป็นแหล่งพืชเฉพาะถิ่นหลากชนิด ธรรมชาติ (7) (8) (10)
มอลตา เมืองวาลเล็ตตา (City of Valletta) (F)      เมืองหลวงของมอลตา ที่อยู่ภายใต้การปกครองของชาวฟีนิเชียน กรีก คาร์เธจ โรมัน ไบแซนไทน์ อาหรับ และอัศวินกลุ่มออร์เดอร์ ออฟ เซนต์ จอห์น ออฟ เยรูซาเล็ม (Order of St John of Jerusalem) ตามลำดับ โบราณสถานกว่า 320 แห่งในวาเล็ตตา รวมอยู่ในพื้นที่ 0.55 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 343.75 ไร่ ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์ที่มีโบราณสถานหนาแน่นที่สุดในโลก วัฒนธรรม (1) (6)
วิหารหินใหญ่แห่งมอลตา (Megalithic Temples of Malta)      วิหารที่สร้างด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมชิ้นเยี่ยมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ผู้สร้างจะใช้วัสดุอย่างจำกัด และยังเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ทราบว่ามอลตามีประเพณีการสร้างวิหารสืบต่อกันมาได้อย่างไร วัฒนธรรม (4)
ฮัล ซาฟลิเอนี ไฮโพเจียม (Hal Saflieni Hypogeum)      โครงสร้างใต้ดินขนาดมหึมาที่ขุดขึ้นเมื่อราว 2,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช (ราว 2,000 ปีก่อนพุทธศักราช) โดยใช้อุปกรณ์การยกขนาดยักษ์ในการยกหินปูนปะการังที่มีขนาดใหญ่โต เดิมสถานที่แห่งนี้อาจเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่ต่อมาจะถูกใช้เป็นสุสานในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม (3)
สหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติเรดวูด (Redwood National Park)      อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ ประกอบด้วย ภูเขาชายฝั่งทอดตัวตามแนวขอบมหาสมุทรแปซิฟิกทางเหนือ ปกคลุมด้วยทิวป่าหนาทึบของต้นเรดวูดชายฝั่ง (Coastal Redwood Trees) ต้นไม้สูงที่สุดและน่าประทับใจที่สุดของโลก ชีวิตในทะเลและบนบกคราคร่ำไปด้วยสิ่งมีชีวิตน่าทึ่งมากมาย โดยเฉพาะสิงโตทะเล นกอินทรีหัวล้าน นกกระทุงสีน้ำตาลแคลิฟอร์เนีย ซึ่งจัดอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ธรรมชาติ (7) (9)
อิตาลี โบสถ์ซานตามาเรียเดลเลกราซี และจิตรกรรมฝาผนัง “พระกระยาหารมื้อสุดท้าย” โดยเลโอนาร์โด ดา วินชี และคอนแวนต์ในลัทธิโดมินิกัน (Church and Dominican Convent of Santa Maria delle Grazie with "The Last Supper" by Leonardo da Vinci)      โรงอาหารของคอนแวนต์ซานตามาเรียเดลเลกราซี (Santa Maria delle Grazie) เป็นองค์ประกอบสำคัญของกลุ่มสถาปัตยกรรมนี้ เริ่มก่อตั้งใน ค.ศ. 1463 (ตรงกับ พ.ศ. 2006) ที่ผนังทิศเหนือประดับด้วยภาพ “พระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper)" ผลงานชิ้นเอกที่ไม่มีงานใดเทียบ เขียนขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1495-1497 (ตรงกับ พ.ศ. 2038-2040) โดยเลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ซึ่งผลงานของเขาได้เป็นการเปิดยุคสมัยใหม่ในประวัติศาสตร์ศิลปะ วัฒนธรรม (1) (2)
อิตาลี กับนครรัฐวาติกัน (F) ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์แห่งกรุงโรม เขตปกครองพิเศษของพระสันตะปาปา และซานเปาโลฟูโอรี เล มูรา (Historic Centre of Rome, the Properties of the Holy See in that City Enjoying Extraterritorial Rights and San Paolo Fuori le Mura)      ตำนานกล่าวว่าโรมก่อตั้งในปี ค.ศ. 753 ก่อนคริสต์ศักราช (ตรงกับ พ.ศ. 210 ก่อนพุทธศักราช) เริ่มแรกเป็นเพียงศูนย์กลางของสาธารณรัฐโรมัน (Roman Republic) ก่อนที่จะเป็นจักรวรรดิโรมัน (Roman Empire) จากนั้นก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางของคริสตจักรในคริสต์ศตวรรษที่ 4 มรดกโลกแหล่งนี้ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานสำคัญ ๆ มากมาย ได้แก่ จัตุรัสโรมัน (Roman Forum) สุสานจักรพรรดิออกุสตุส (Mausoleum of Augustus) สุสานจักรพรรดิฮาเดรียน (Mausolem of Hadrian) วิหารแพนธีออน (Pantheon) เสาของทราจัน (Trajan’s Column) และเสาของมาร์คุส ออเรลิอุส (Column of Marcus Aurelius) รวมถึงศาสนสถานและอาคารสาธารณะของโรมในเขตปกครองของพระสันตะปาปา วัฒนธรรม (1) (2) (3) (4) (6)
เอธิโอเปีย ติยา (Tiya)      หนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งจากจำนวน 160 แหล่ง ในพื้นที่มีโบราณสถานกว่า 36 แห่ง ประกอบด้วยแท่งหินแกะสลักที่เป็นภาพสัญลักษณ์ 32 แท่ง สัญลักษณ์ส่วนใหญ่ยากที่จะตีความ แท่งหินดังกล่าวเป็นหลักฐานของอารยธรรมเอธิโอเปียโบราณ วัฒนธรรม (1) (4)
หุบเขาอาวาชตอนล่าง (Lower Valley of the Awash)      แหล่งโบราณคดีดึกดำบรรพ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปแอฟริกา แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ การค้นพบที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คือ การขุดพบซากโครงกระดูกมนุษย์คนแรกของโลก นามว่า "ลูซี (Lucy)" ที่มีอายุกว่า 4.4 ล้านปี ใน ค.ศ. 1974 (ตรงกับ พ.ศ. 2517) วัฒนธรรม (2) (3) (4)
หุบเขาโอโมตอนล่าง (Lower Valley of the Omo)      พื้นที่ก่อนประวัติศาสตร์ใกล้ทะเลสาบเทอร์คานา (Lake Turkana) มีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วยการค้นพบซากดึกดำบรรพ์หลายซากที่แหล่งนี้ โดยเฉพาะโฮโมกราซิลิส (Homo gracilis) พื้นที่สำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์ วัฒนธรรม (3) (4)
อักซุม (Aksum)      ซากปรักหักพังของเมืองโบราณอักซุม ตั้งอยู่บนตำแหน่งใจกลางเอธิโอเปียโบราณ เมื่ออาณาจักรอักซุมเป็นรัฐที่มีอิทธิพลสูงสุดระหว่างจักรวรรดิโรมันตะวันออกและเปอร์เซีย ซากโบราณสถานอันใหญ่โตอายุสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 1-13 ทั้งแท่งหินโอเบลิสก์ แผ่นหินสลักขนาดยักษ์ สุสานหลวง ซากปราสาทโบราณ ตลอดจนโบสถ์ที่ชาวเอธิโอเปียเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของหีบแห่งพันธสัญญา (Ark of the Covenant) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไบเบิล วัฒนธรรม (1) (4)
แอลจีเรีย อัลคาลาแห่งเบนีฮัมหมัด (Al Qala of Beni Hammad) (F)      พื้นที่อันงดงามของขุนเขาคือที่ตั้งของซากโบราณสถานอันเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของเอเมียร์ แห่งสกุลฮัมหมัด (Hammadid) ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1007 (ตรงกับ พ.ศ. 1550) และถูกทำลายลงใน ค.ศ. 1552 (ตรงกับ พ.ศ. 1695) หลงเหลือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองป้อมปราการของมุสลิมแบบดั้งเดิม และหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในแอลจีเรีย วัฒนธรรม (3)
ฮอนดูรัส แหล่งอารยธรรมมายาที่โคปาน (Maya Site of Copan) (F)      ซากปรักหักพังของโคปาน แหล่งอารยธรรมมายาที่สำคัญที่สุด ถูกค้นพบใน ค.ศ. 1570 (ตรงกับ พ.ศ. 2113) เมืองที่เคยเจริญสูงสุดในศตวรรษที่ 5 ร่องรอยโบราณสถาน แผ่นศิลาจารึกแนวตั้ง และประติมากรรมของอาคารต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงศิลปกรรมชั้นเยี่ยมจากอารยธรรมเมโสอเมริกาที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรม (4) (6)

ค.ศ.1979 (คณะกรรมการสมัยที่ 3)แก้ไข

หรือตรงกับ พ.ศ. 2522 มีการจัดประชุม ณ ประเทศอียิปต์

มีการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก จำนวนทั้งสิ้น 45 แห่ง (มรดกโลกทางวัฒนธรรม 34 แห่ง / มรดกโลกทางธรรมชาติ 8 แห่ง / มรดกโลกแบบผสม 3 แห่ง)

ประเทศ รายนามแหล่งมรดกโลก ความสำคัญ ประเภท เกณฑ์การพิจารณา แหล่งอ้างอิง
กานา ป้อมและปราสาท โวลตา เกรตเตอร์อักครา บริเวณภาคกลางและภาคตะวันตก (Forts and Castles, Volta, Greater Accra, Central and Western Regions) (F)      สถานีการค้าที่มีป้อมปราการและอาคารพาณิชย์ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่ง จัดตั้งโดยชาวโปรตุเกสยุคล่าอาณานิคม ระหว่าง ค.ศ. 1482-1786 (ตรงกับ พ.ศ. 2025-2329) จุดเชื่อมต่อเส้นทางการค้าทาสที่สำคัญแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแอตแลนติก เคยมีบรรพบุรุษชาวแอฟริกันกว่า 20 ล้านคน ถูกค้าขายจากสถานที่แห่งนี้ไปยังแผ่นดินยุโรปและอเมริกา วัฒนธรรม (6)
กัวเตมาลา อุทยานแห่งชาติติกัล (Tikal National Park) (F)      ใจกลางป่าดิบชื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และถิ่นอาศัยของสัตว์และพืชนานาชนิด ยังเป็นที่ตั้งของซากเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่สุดของอารยธรรมมายา (Mayan civilization) ที่มีอายุตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาล ประกอบไปด้วย สิ่งปลูกสร้างมากกว่า 3,000 หลัง อดีตศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ และการทหาร จุดเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่น ๆ ของดินแดนเมโสอเมริกา ผสม (1) (3) (4) (9) (10)
แอนติกัว กัวเตมาลา (Antigua Guatemala)      อดีตเมืองที่เคยมีความสำคัญมาก เพราะเป็นถึงเมืองหลวงของอเมริกากลางใต้การปกครองของราชสำนักสเปน ช่วง ค.ศ. 1541 (ตรงกับ พ.ศ. 2084) เมืองแห่งนี้

ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมยุคล่าอาณานิคม ทำให้ยังหลงเหลือร่องรอยและโบราณสถานอันเก่าแก่และทรงคุณค่า

วัฒนธรรม (2) (3) (4)
แคนาดา อุทยานไดโนเสาร์จังหวัดปาร์ก (Dinosaur Provincial Park)      นอกเหนือไปจากทิวทัศน์ที่งดงามแล้ว อุทยานไดโนเสาร์แห่งนี้ยังมีการขุดพบซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญจาก “ยุคสัตว์เลื้อยคลาน (Age of Reptiles)" โดยเฉพาะซากโครงกระดูกไดโนเสาร์ 35 สปีชีส์ที่มีอายุกว่า 75 ล้านปี จนถูกจัดว่าเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ธรรมชาติ (7) (8)
แคนาดา กับสหรัฐอเมริกา คลูเอน / แรงเกลล์-เซนต์ เอเลียส / กลาเซียร์ เบย์ / ทัทเชนชินี-อัลเซค (Kluane / Wrangell-St. Elias / Glacier Bay / Tatshenshini-Alsek)      อุทยานเหล่านี้ประกอบด้วยกลุ่มธารน้ำแข็งและยอดเขาสูงที่น่าประทับใจในบริเวณ 2 ด้านของชายแดนระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ภูมิทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้เป็นที่อยู่ของหมีกริซลี กวางคาริบู และแกะดาลล์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของทุ่งน้ำแข็งที่มิได้อยู่ในเขตขั้วโลกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
โครเอเชีย (อดีตคือ ยูโกสลาเวีย) กลุ่มสิ่งก่อสร้างประวัติศาสตร์ของสปลิต พร้อมด้วยพระราชวังของจักรพรรดิไดโอคลีเชียน (Historical Complex of Split with the Palace of Diocletian)      พระราชวังของจักรพรรดิไดโอคลีเชียน (Diocletian) สร้างขึ้นปลายคริสต์ศตวรรษที่ 3 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 ยังมีอาสนวิหารที่สร้างในยุคกลางโดยนำวัสดุจากหลุมศพโบราณมาใช้ โบสถ์โรมาเนสก์ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 ป้อมปราการยุคกลาง พระราชวังกอทิกยุคคริสต์ศตวรรษที่ 15 และพระราชวังอื่น ๆ แบบเรอเนสซองส์และบาโรกซึ่งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ วัฒนธรรม (2) (3) (4)
เมืองเก่าดูบรอฟนิก (Old City of Dubrovnik) (F)      เมืองที่ได้รับสมญานามว่า "ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” เป็นเมืองสำคัญที่มีอิทธิพลในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ทั้งด้านการค้า ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และผังเมืองที่เป็นระเบียบ โอบล้อมด้วยกำแพงเมืองอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี มีปราสาท วิหาร หอระฆัง และผลงานศิลปกรรมทรงคุณค่า วัฒนธรรม (1) (3) (4)
อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิตไวซ์ (Plitvice Lakes National Park)      น้ำที่ไหลผ่านหินปูนและหินชอล์กเป็นเวลาพัน ๆ ปี ได้ก่อให้เกิด "กำแพงหินตะกอน ทราเวอร์ทีน (Travertine barriers)" เหมือนเขื่อนธรรมชาติซึ่งทำให้เกิดทะเลสาบ ถ้ำ และน้ำตกที่สวยงาม กระบวนการทางธรณีวิทยาดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่จนทุกวันนี้ ป่าในเขตอุทยานเป็นถิ่นอาศัยของหมี สุนัขป่า และนกหายากหลายสปีชีส์ ธรรมชาติ (7) (8) (9)
คองโก-กินชาซา (อดีตคือ ซาอีร์) อุทยานแห่งชาติวีรุงกา (Virunga National Park) (F)      อุทยานแห่งนี้ประกอบด้วยความหลากหลายทางระบบนิเนศ จากที่ลุ่มหนองและทุ่งหญ้าสเตปป์ จนถึงทุ่งหิมะในรเว็นโซรี (Rwenzori) ที่ความสูงกว่า 5,000 เมตร และจากทุ่งลาวาจนถึงทุ่งหญ้าสะวันนาบนไหล่ภูเขาไฟ ถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ อย่าง "กอริลลาภูเขา" ตลอดจนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 200 ชนิด และนกกว่า 700 ชนิด ธรรมชาติ (7) (8) (10)
ซีเรีย เมืองโบราณดามัสกัส (Ancient City of Damascus) (F)      เมืองที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ก่อตั้งขึ้นในสหัสวรรษที่ 3 ก่อนคริสต์ศักราช เมืองนี้เป็นศูนย์กลางอันรุ่งเรืองของงานหัตถกรรม โดยเฉพาะงานตีดาบและผ้าลูกไม้ ในตัวเมืองประกอบด้วยโบราณสถาน ประมาณ 125 แห่งจากยุคสมัยต่าง ๆ หนึ่งในโบราณสถานที่น่าชมที่สุดคือมัสยิดใหญ่ของราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (Great Mosque of the Umayyads) วัฒนธรรม (1) (2) (3) (4) (6)
เซอร์เบีย (อดีตคือ ยูโกสลาเวีย) สตารีราส และซอพอตชานี (Stari Ras and Sopocani) (F)      ที่ชานเมืองสตารี ราส เมืองหลวงแห่งแรกของเซอร์เบีย มีกลุ่มสิ่งก่อสร้างยุคกลางที่น่าประทับใจประกอบด้วยป้อม โบสถ์ และอาราม โดยอารามที่ซอพอตชานี (Monastery at Sopocani) เป็นหลักฐานที่แสดงถึงการติดต่อระหว่างอารยธรรมตะวันตกกับโลกไบแซนไทน์ได้เป็นอย่างดี วัฒนธรรม (1) (3)
แทนซาเนีย พื้นที่อนุรักษ์โงรองโกโร (Ngorongoro Conservation Area) (F)      พื้นที่อนุรักษ์ที่มีสภาพเป็นปล่องภูเขาไฟ จัดว่าเป็นปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่ากว่า 25,000 ตัว ทั้งยังเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของโฮโม ฮาบิลิส (Homo Habilis) มนุษย์วานรบรรพบุรุษยุคแรก ๆ ของมนุษย์ปัจจุบัน และออสตราโลพิธิคัส บอยซิไอ (Australopheticus Boisei) มนุษย์วานรที่มีลักษณะคล้ายกอริลลา ที่มีอายุราว ๆ 2.5-3 ล้านปี ผสม (4) (7) (8) (9) (10)
ตูนิเซีย มะดีนาแห่งซูสส์ (Medina of Sousse) (F)      ภายใต้การปกครองของราชวงศ์อัลโมฮัด (Almohad) และฮัฟซิด (Hafsid) ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-16 เมืองตูนิสได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ยิ่งใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในโลกอิสลาม ประกอบด้วย โบราณสถานราว 700 แห่ง ที่สะท้อนให้เห็นถึงอดีตอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกร ผ่านพระราชวัง มัสยิด สุสาน สถานที่สอนศาสนา และน้ำพุ วัฒนธรรม (3) (4) (5)
สนามกีฬาแห่งเอลเจม (Amphitheatre of El Jem)      ซากปรักหักพังของสนามกีฬาการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกาเหนือ ซึ่งสามารถบรรจุผู้ชมได้ถึง 35,00 คน ถูกค้นพบในเอลเจม ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ โบราณสถานแห่งนี้ถูกสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 3 แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และอิทธิพลอันกว้างไกลของจักรวรรดิโรมัน วัฒนธรรม (4) (6)
แหล่งโบราณคดีคาร์เธจ (Archaeological Site of Carthage)      เมืองคาร์เธจ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 9 ก่อนคริสต์ศักราช จนคริสต์ศตวรรษที่ 6 คาร์เธจได้พัฒนาเป็นอาณาจักรการค้าที่ยิ่งใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่แถบเมดิเตอร์เรเนียนและเป็นอู่อารยธรรมอันโดดเด่น ในช่วงสงครามพิวนิก (Punic Wars) ก่อนจะถูกทำลายโดยชนชาติโรมในปี 146 ก่อนคริสต์ศักราช วัฒนธรรม (2) (3) (4)
นอร์เวย์ โบสถ์ไม้แห่งอูร์เนส (Urnes Stave Church) (F)      หนึ่งในโบสถ์ขั้นบันไดที่เก่าแก่ที่สุดในนอร์เวย์ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 และ 13 ตัวอย่างสถาปัตยกรรมไม้ของสแกนดิเนเวีย หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง การซึมซับ และการยอมรับศาสนาคริสต์ของวัฒนธรรมไวกิง วัฒนธรรม (1) (2) (3)
ย่านท่าเรือเก่าบริกเกิน (Bryggen)      ย่านท่าเรือและกลุ่มอาคารไม้เก่าแก่ สิ่งย้ำเตือนถึงความสำคัญของเมืองแห่งนี้ ในฐานะอดีตแหล่งค้าขาย ส่วนหนึ่งของสมาคมการค้าสันนิบาตฮันเซียติก (Hanseatic League) สมาคมการค้าที่รุ่งเรืองมากในทวีปยุโรป ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14-16 วัฒนธรรม (3)
เนปาล หุบเขากาฐมาณฑุ (Kathmandu Valley) (F)      ในอดีตหุบเขาแห่งนี้เป็นชุมทางการค้าสำคัญบนเส้นทางการค้าระหว่างธิเบตและอินเดีย เป็นดินแดนของกษัตริย์แห่งราชวงศ์มัลละที่ปกครองดินแดนแถบนี้มายาวนานกว่า 800 ปี อนุสรณ์สถานและอาคารต่าง ๆ รวม 7 กลุ่มสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองด้านการผสมผสานวัฒนธรรมระหว่างศาสนาพุทธนิกายมหายานและฮินดู ตลอดจนศิลปะอันงดงามอ่อนช้อย วัฒนธรรม (3) (4) (6)
อุทยานแห่งชาติสคารมถะ (Sagarmatha National Park)      นอกจากจะมีภูเขาเอเวอร์เรสต์ที่สูงตระหง่านแล้ว บริเวณแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยภูเขาธารน้ำแข็ง หุบผาลึก สัตว์หายาก ทั้งเสือดาวหิมะ และหมีแพนด้า ตลอดจนเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเศรปา (Sherpas) ชนเผ่าพื้นเมืองที่มีวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ ธรรมชาติ (7)
บัลแกเรีย คนขี่ม้ามาดารา (Madara Rider)      ภาพอัศวินที่กำลังพิชิตสิงโต ถูกแกะสลักอยู่บนหน้าผาสูง 100 เมตร ใกล้หมู่บ้านมาดาราในบัลแกเรียตะวันออกเฉียงเหนือ มาดาราเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรบัลแกเรียโบราณ ก่อนที่จะเริ่มมีการนับถือศาสนาคริสต์ มรดกโลกแห่งนี้จึงถือว่าเป็นประติมากรรมนูนสูงที่สะท้อนเรื่องราวของบัลแกเรียในช่วงต้นศตวรรษที่ 8 ได้เป็นอย่างดี วัฒนธรรม (1) (3)
โบสถ์โบยานา (Boyana Church) (F)      โบสถ์ที่ตั้งอยู่ชานเมืองโซเฟีย สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ภายในเป็นแหล่งรวบรวมงานงานศิลปะอันเก่าแก่และทรงคุณค่า ทั้ง ภาพชีวประวัติของเซนต์นิโคลัส ภาพกษัตริย์และราชินีแห่งบัลแกเรีย ภาพพระเยซูและสาวกผู้เผยแผ่ศาสนาทั้ง 4 องค์ ภาพคู่สามีภรรยาผู้อุปถัมภ์ในการสร้างโบสถ์แห่งนี้ จนโบสถ์แห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น "หอศิลป์แห่งศิลปะยุคกลางของยุโรปตะวันออก" วัฒนธรรม (2) (3)
โบสถ์หินสกัดแห่งอิวาโนโว (Rock-Hewn Churches of Ivanovo)      กลุ่มอาคารสกัดจากหิน ประกอบด้วย โบสถ์ โบสถ์น้อย อารามและห้องพักนักบวช ถูกสร้างขึ้นใกล้กับหมู่บ้านอิวาโนโวโดยนักบวชยุคก่อน ภายในเป็นแหล่งรวบรวมจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ ตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13-14 แสดงให้เห็นถึงความสามารถของจิตรกรสกุลช่างทาร์โนโว (Tarnovo) วัฒนธรรม (2) (3)
สุสานเทรเชียนแห่งสเวสห์ตาริ (Thracian Tomb of Sveshtari)      สุสานแห่งนี้ถูกสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ก่อนจะมีการค้นพบในปี ค.ศ. 1982 (ตรงกับ พ.ศ. 2525) เนินดินเหนือสุสานมีรูปแบบเฉพาะแสดงถึงพื้นฐานอาคารแบบเทรเชียน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอารยธรรมเฮเลนนิสติก (Hellenistic) ภายในบรรจุโบราณวัตถุ ผลงานประติมากรรม และจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงถึงภาพพิธีกรรมและวัฒนธรรมการฝังศพของชาวเทรเชียนอย่างสมบูรณ์ วัฒนธรรม (1) (3)
โปแลนด์ ค่ายกักกันและประหารเอาชวิทซ์ เบียร์เคอเนา ของนาซีเยอรมัน [พ.ศ. 2483-2488] (Auschwitz Birkenau German Nazi Concentration and Extermination Camp [1940-1945])      กำแพงอันแข็งแกร่ง ลวดหนาม ลาน ค่ายทหาร ที่แขวนคอ ห้องรมแก๊ส และเตาเผาศพ แสดงให้เห็นสภาพของสถานที่ซึ่งนาซีใช้ดำเนินการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในค่ายควบคุมและประหาร มีมนุษย์กว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยิวถูกจับอดอาหาร ทรมาน และสังหารอย่างเป็นระบบในค่ายแห่งนี้ นี่จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการกระทำทารุณกรรมของมนุษย์ต่อมนุษย์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 วัฒนธรรม (6)
เบโลเวชสกายา ปุซชา / ป่าเบียโลเวียชา (Belovezhskaya Pushcha / Bialowieza Forest)      ตั้งอยู่ในพื้นที่สันปันน้ำระหว่างทะเลบอลติกและทะเลดำ ป่าขนาดมหึมานี้ประกอบด้วยไม้ไม่ผลัดใบและไม้ใบกว้าง แหล่งอาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหายาก เช่น สุนัขป่า แมวป่า (lynx) นาก (otter) และไบซันยุโรปกว่า 300 ตัว ธรรมชาติ (9) (10)
ฝรั่งเศส มงต์-แซงต์-มิเชล และอ่าว (Mont-Saint-Michel and its Bay)      บนเนินหินท่ามกลางชายฝั่งทรายกว้างขวาง เป็นที่ตั้งของ “สิ่งมหัศจรรย์แห่งตะวันตก” โบสถ์รูปแบบกอทิกนิกายเบเนดิกทีน (Benedictine) ซึ่งอุทิศให้กับอัครทูตสวรรค์มิเชล (Archangel St Miche) สร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 11-16 เป็นผลงานอันยอดเยี่ยมด้านเทคนิคและศิลปะ เนื่องจากต้องแก้ปัญหาอันเกิดจากที่ตั้งซึ่งมีลักษณะทางธรรมชาติที่พิเศษเฉพาะ วัฒนธรรม (1) (3) (6)
วิหารเวเซอเลย์และเนินเขา (Vézelay, Church and Hill)      ไม่นานหลังจากการก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 9 วิหารนิกายเบเนดิกทีน (Benedictine abbey) แห่งเวเซอเลย์ได้รับอัฐิของนักบุญแมรี แมกดาลีน (St Mary Magdalene) จากนั้นก็ได้กลายเป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญ และเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะและสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในแบบเบอร์กันเดียน โรมาเนสก์ (Burgundian Romanesque) วัฒนธรรม (1) (6)
สวนและพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace and Park of Versailles) (F)      ที่ประทับหลักของกษัตริย์ฝรั่งเศส ตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Loius XIV) ถึงรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI) พระราชวังแห่งนี้ได้รับการตกแต่งโดยฝีมือสถาปนิก ประติมากร มัณฑนากร และภูมิสถาปนิกหลายรุ่น จึงเป็นต้นแบบของพระราชวังในอุดมคติของยุโรปเป็นเวลานานกว่าศตวรรษ วัฒนธรรม (1) (2) (6)
แหล่งก่อนประวัติศาสตร์และถ้ำที่มีภาพเขียนสีในหุบเขาเวแซร์ (Prehistoric Sites and Decorated Caves of the Vézère Valley)      หุบเขาเวแซร์มีแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ 147 แหล่ง มีอายุตั้งแต่ยุคหินเก่า มีถ้ำที่มีภาพเขียนสี 25 ถ้ำ เป็นแหล่งที่ได้ความน่าสนใจในด้านชาติพันธุ์วิทยาและมานุษยวิทยา รวมถึงด้านศิลปะเป็นพิเศษ เนื่องจากภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ โดยเฉพาะที่ถ้ำลาสโกซ์ (Lascaux Cave) ซึ่งการค้นพบใน ค.ศ.1940 (ตรงกับ พ.ศ. 2483) ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประวัติศาสตร์ศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ ภาพการล่าสัตว์แสดงให้เห็นสัตว์มากกว่า 100 ภาพ ซึ่งมีความโดดเด่นในรายละเอียด สีสันสดใส และลักษณะของภาพที่สมจริงเหมือนมีชีวิต วัฒนธรรม (1) (3)
อาสนวิหารโนเทรอดามแห่งชาร์ตร์ (Chartres Cathedral)      อาสนวิหารโรมันคาทอลิกประจำมุขมณฑลชาร์ตร์ ถูกจัดว่าเป็น "จุดสูงสุดของศิลปะกอทิกแบบฝรั่งเศส" เป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และหน้าต่างกระจกสีที่ยังคงสภาพสมบูรณ์งดงาม อาสนวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1194-1220 (ตรงกับ พ.ศ. 1737-1763) เป็นอาสนวิหารที่มีบทบาทสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส วัฒนธรรม (1) (2) (4)
มาซิโดเนีย (อดีตคือ ยูโกสลาเวีย) มรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมของแคว้นโอห์ริด (Natural and Cultural Heritage of the Ohrid region) (F)      เมืองโอห์ริด เป็นหนึ่งในชุมชนมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นระหว่างคริสตศตวรรษที่ 7 และ 19 เมืองนี้มีอารามของชาวสลาฟที่เก่าแก่ที่สุด และยังมีรูปเคารพศิลปะไบแซนไทน์มากกว่า 800 รูป จนถูกจัดให้เป็น "แหล่งรวบรวมรูปเคารพที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก" ผสม (1) (3) (4) (7)
มอนเตเนโกร (อดีตคือ ยูโกสลาเวีย) เขตธรรมชาติและประวัติศาสตร์–วัฒนธรรมแห่งคอเตอร์ (Natural and Culturo–Historical Region of Kotor) (F)      เมืองโบราณอายุกว่า 2,000 ปี มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน เป็นเมืองชายฝั่งทะเลสำคัญในอดีตและยังเป็นศูนย์กลางการค้าในแถบทะเลเอเดรียติก ภายในเมืองมีกำแพงเมือง ป้อมปราการ คูคลองที่เชื่อมสู่อ่าว และอาคารบ้านเรือนแบบยุคกลางที่อนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี วัฒนธรรม (1) (2) (3) (4)
สหรัฐอเมริกา อินดิเพนเดนซ์ฮอลล์ (Independence Hall)      คำประกาศอิสรภาพและรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ได้ลงนามในอาคารหลังนี้ เป็นหลักการสากลของอิสรภาพและประชาธิปไตย อันเป็นรากฐานสำคัญของประวัติศาสตร์อเมริกา ที่ยังมีผลอย่างลึกล้ำต่อนักกฎหมายทั่วโลก วัฒนธรรม (6)
อุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ (Everglades National Park)      ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำ สะท้อนจากการเป็นแหล่งอาศัยและหลบภัยของนก สัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อย่าง พะยูนมานาที (Manatee) ทำให้อุทยานแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “แม่น้ำหญ้า ซึ่งไหลอย่างเงียบเชียบจากภายในแผ่นดินลงสู่ทะเล (A River of grass flowing imperceptibly from The hinterland into The sea)” ธรรมชาติ (8) (9) (10)
อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park)      เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำโคโลราโดที่ความลึกเกือบ 1,600 เมตร ไหลผ่านที่ราบสูงทำให้เกิดการสึกกร่อน พังทะลายของหินตั้งแต่เมื่อหลายสิบล้านปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงร่องรอยทางธรณีวิทยาอันน่ามหัศจรรย์ ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
อิตาลี ศิลปะสกัดหินแห่งหุบเขาวาลคาโมนิคา (Rock Drawings in Valcamonica) (F)      หนึ่งในกลุ่มภาพบนผนังหินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วยสัญลักษณ์และภาพกว่า 140,000 ภาพ แกะสลักลงบนผนังหินในช่วงเวลากว่า 8,000 ปี บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย อาทิ เกษตรกรรม การเดินเรือ สงคราม และเวทมนตร์คาถา วัฒนธรรม (3) (6)
อิหร่าน จัตุรัสอิหม่าม แห่งอิสฟาฮาน (Meidan Emam, Esfahan)      สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างโดยชาห์แอ็บบาส (Shah Abbas) ที่ 1 มหาราช ประมาณต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 ภายในมีสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากมาย ทั้ง สุเหร่าหลวง และพระราชวังทูมิวริ ที่แสดงให้เห็นถึงระดับชีวิต สังคม และวัฒนธรรมเปอร์เซียสมัยราชวงศ์ซาฟาวิยะห์ (Safavid) วัฒนธรรม (1) (5) (6)
พีระมิดโชกา ซานบิล (Tchogha Zanbil) (F)      ซากนครศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรอีแลม (Elam) ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงวงกลมขนาดใหญ่เชื่อมต่อกัน 3 ด้าน ถูกสร้างเมื่อประมาณ 1,250 ปีก่อนคริสต์ศักราช เมืองนี้ยังสร้างไม่แล้วสมบูรณ์ เพราะถูกพระเจ้าอัสเซอร์บานิปาล (Ashurbanipal) บุกโจมตี สังเกตได้จากซากอิฐที่ถูกกองทิ้งไว้จำนวนมากมาย วัฒนธรรม (3) (4)
เมืองเพอร์เซโพลิส (Persepolis)      เมืองหลวงของจักรวรรดิอาเคเมนิด (Achaemenid Empire) สร้างโดยดาริสอุสที่ 1 เมื่อ 518 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่ซึ่งจอมจักรพรรดิสร้างสรรค์พระราชวังอันสลับซับซ้อนโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเมโสโปเตเมีย สถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม (1) (3) (6)
อียิปต์ นครประวัติศาสตร์ไคโร (Historic Cairo)      ส่วนหนึ่งของเมืองอิสลามที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไคโรใหม่ ประกอบด้วยมัสยิดสอนศาสนาอิสลาม โรงอาบน้ำ และน้ำพุ นครประวัติศาสตร์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 และกลายเป็นศูนย์กลางของโลกอิสลามที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดในคริสต์ศตวรรษที่ 14 วัฒนธรรม (1) (5) (6)
โบราณสถานของนูเบีย จากอาบู ซิมเบล ถึงฟิเล (Nubian Monuments from Abu Simbel to Philae)      แหล่งโบราณคดีอันโดดเด่นแหล่งนี้ ประกอบด้วยโบราณสถานที่ยิ่งใหญ่ อาทิ วิหารของรามเสสที่ 2 (Temples of Ramses II) ที่อาบู ซิมเบล และวิหารของเทพีไอซิส (Sanctuary of Isis) ที่ฟิเล ซึ่งได้รับการเคลื่อนย้ายให้รอดพ้นปัญหาน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนอัสวาน ช่วง ค.ศ. 1960-1980 (ตรงกับ พ.ศ. 2503-2523) วัฒนธรรม (1) (3) (6)
เมมฟิสและสุสานโบราณ – ทุ่งพีระมิดจากกิซาถึงดาห์ชูร์ (Memphis and its Necropolis – the Pyramid Fields from Giza to Dahshur)      ราชธานีของอาณาจักรเก่าในยุคอียิปต์โบราณ มีโบราณสถานสำหรับฝังศพที่มีลักษณะพิเศษ คือ สุสานสร้างด้วยหินมาสตาบา (Mastaba) วิหาร และพีระมิด แหล่งมรดกโลกนี้ยังจัดเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณอีกด้วย วัฒนธรรม (1) (3) (6)
เมืองธีบส์โบราณและสุสาน (Ancient Thebes with its Necropolis) (F)      นครแห่งเทพอามุน อดีตราชธานีของอียิปต์ในยุคอาณาจักรกลางและอาณาจักรใหม่ ประกอบด้วย วิหาร พระราชวัง และสุสานหุบผากษัตริย์และหุบผาราชินี แหล่งมรดกโลกนี้จึงเป็นประจักษ์พยานอันแจ่มชัดของอารยธรรมอียิปต์ในยุคที่เจริญรุ่งเรืองสูงสุด วัฒนธรรม (1) (3) (6)
อาบู เมนา (Abu Mena)      ซากปรักหักพังของโบสถ์ อาคารสำหรับทำพิธีศีลจุ่ม อาคารสำหรับตกลงธุรกิจและตัดสินคดีความ อาคารสาธารณะ บ้านเรือน ถนน อาราม และโรงงานในนครศักดิ์สิทธิ์ยุคคริสต์ศาสนาตอนต้น ถูกสร้างขึ้นบนหลุมศพของนักบุญเมนาส แห่งอเล็กซานเดรีย (Menas of Alexandria) ซึ่งสละชีวิตเพื่อปกป้องศรัทธาในคริสต์ศาสนาในปี ค.ศ. 296 (ตรงกับ พ.ศ. 839) วัฒนธรรม (4)
เอธิโอเปีย ฟาซิลเก็บบิแห่งแคว้นกอนดาร์ (Fasil Ghebbi, Gondar Region)      ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 เมืองป้อมปราการแห่งนี้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิฟาซิลิดิส (Fasilides) แห่งเอธิโอเปียและผู้สืบทอดราชบัลลังก์องค์ต่อ ๆ มา ตัวเมืองล้อมรอบด้วยกำแพงยาว 900 เมตร ภายในมีพระราชวัง โบสถ์ อาราม อาคารราชการและเอกชนที่ได้รับอิทธิพลมากจากฮินดูและอาหรับ วัฒนธรรม (2) (3)

ค.ศ.1978 (คณะกรรรมการสมัยที่ 2)แก้ไข

หรือตรงกับ พ.ศ. 2521 มีการจัดประชุม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

มีการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก จำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง (มรดกโลกทางวัฒนธรรม 8 แห่ง / มรดกโลกทางธรรมชาติ 4 แห่ง)

ประเทศ รายนามแหล่งมรดกโลก ความสำคัญ ประเภท เกณฑ์การพิจารณา แหล่งอ้างอิง
แคนาดา แหล่งประวัติศาสตร์แห่งชาติแลนโซเมโดวส์ (L’Anse aux Meadows National Historic Site) (F)      ร่องรอยการดำรงอยู่ของชุมชนไวกิงในคริสต์ศตวรรษที่ 11 บนเกาะนิวฟันด์แลนด์ หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการสำรวจและการตั้งถิ่นฐานโดยชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางไกลที่สุดในโลกใหม่ ก่อนการเดินทางของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส วัฒนธรรม (4)
อุทยานแห่งชาตินาฮานนี (Nahanni National Park)      อุทยานที่มีลักษณะทางกายภาพหลากหลาย ทั้งถ้ำหินปูนเป็นเนินสูงต่ำ น้ำพุร้อน และน้ำตกขนาดใหญ่ เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ในป่าบอเรียล (ฺBoreal Forest) ซึ่งเป็นเขตภูมิศาสตร์ทางเหนือของแคนาดาอยู่ในแนววงแหวนรอบขั้วโลกเหนือ ธรรมชาติ (7) (8)
เซเนกัล เกาะกอเร (Island of Gorée) (F)      เกาะที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าทาสที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกาตะวันออก บนเกาะมีสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างย่านพักอาศัยชวนหดหู่ของเหล่าทาส กับบ้านพักโอ่อ่าของนักค้าทาส ปัจจุบันแหล่งมรดกโลกนี้เป็นสถานที่เตือนใจให้ชาวโลกได้ระลึกถึงความโหดร้ายจากธุรกิจการค้าทาสในอดีต วัฒนธรรม (6)
โปแลนด์ ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์แห่งกรากุฟ (Historic Centre of Kraków) (F)      เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์ตั้งอยู่ที่เชิงเขาปราสาทวาเวล (Wawel Castle) เมืองการค้าสำคัญช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ประกอบไปด้วย บ้านประวัติศาสตร์ พระราชวัง โบสถ์เก่าแก่จำนวนมาก และตลาดกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป วัฒนธรรม (4)
เหมืองเกลือวีลิชกา–บอคเนีย (Wieliczka and Bochnia Royal Salt Mines)      เหมืองเกลือใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกขุดมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 700 ปี ภายในมีเส้นทางสลับซับซ้อน ประกอบไปด้วยชั้นใต้ดิน 9 ชั้น อุโมงค์ 180 แห่ง ห้องว่างที่ขุดเสร็จสมบูรณ์อีก 2,040 ห้อง โบสถ์ที่แกะสลักจากเกลือ งานประติมากรรมจากเกลือ ทะเลสาบน้ำเค็มใต้ดิน และร่องรอยการขุดเกลือภายในเหมือง วัฒนธรรม (4)
เยอรมนี (อดีตคือ เยอรมนีตะวันตก) อาสนวิหารอาเคิน (Aachen Cathedral) (F)      อาสนวิหารที่เก่าแก่ที่สุดทางภาคเหนือของทวีปยุโรป มีความสำคัญมากทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยใช้เป็นสถานที่สวมมงกุฎกษัตริย์ราชวงค์คาโรลิงเกียน (Carolingian) กว่า 42 พระองค์ ระหว่าง ค.ศ. 936-1531 (ตรงกับ พ.ศ. 1479-2074) อาสนวิหารแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรักษาสมบัติอันมีค่ามากมายของประเทศเยอรมนี วัฒนธรรม (1) (2) (4) (6)
สหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติเมซาเวิร์ด (Mesa Verde National Park)      ชุมชนของบรรพบุรุษชาวอินเดียนพูเอโบล (Pueblo Indian) สร้างตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6-12 ตั้งอยู่บนที่ราบสูงหินทรายเมซาเวิร์ด (Mesa Verde plateau) จากหลักฐานทางโบราณคดี พื้นที่แห่งนี้มีการสร้างบ้านบนหน้าผาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยห้องมากกว่า 100 ห้อง มีร่องรอยของรูปแบบการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์ ทั้ง การผลิตเครื่องปั้นดินเผา การทำเกษตรกรรม และสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม (3)
อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) (F)      อุทยานแห่งแรกของโลกและของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยที่ราบสูง ภูเขาที่มีหน้าผาชัน ทะเลสาบ บ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อนที่มีมากกว่า 10,000 แห่ง นับว่าเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนระบบนิเวศเขตร้อนที่สมบูรณ์และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
เอกวาดอร์ เมืองกีโต (City of Quito)      เมืองหลวงของเอกวาดอร์ เมืองนี้มีย่านประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมและเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดในแถบละตินอเมริกา ทั้งยังมีสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึง “สกุลช่างบาโรคแห่งกีโต” (Baroque school of Quito) ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะสเปน, อิตาเลียน, มัวร์ (Moorish), เฟลมิช (Flemish) และศิลปะพื้นถิ่น วัฒนธรรม (2) (4)
หมู่เกาะกาลาปากอส (Galápagos Islands) (F)      หมู่เกาะที่ได้รับสมญานามว่า "พิพิธภัณฑ์มีชีวิตและห้องแสดงวิวัฒนาการ (Living museum and Showcase of Evolution)" ถิ่นอาศัยของสัตว์แปลกตาหลากสปีชีส์ ทั้ง อีกัวนาบก เต่ายักษ์ และนกฟินช์ (Finch) ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) หลังจากที่ดาร์วินมาเยือนยังเกาะแห่งนี้เมื่อ ค.ศ. 1835 (ตรงกับ พ.ศ. 2378) ธรรมชาติ (7) (8) (9) (10)
เอธิโอเปีย โบสถ์หินสกัดที่ลาลีเบลา (Rock-Hewn Churches, Lalibela)      โบสถ์ยุคกลางที่เสมือนสร้างแบบกลับหัว เกิดจากการสกัดหินดานลงไปเป็นโพรงขนาดใหญ่ จนเกิดเป็นโบราณสถานที่แสดงถึงวิศวกรรมโบราณอันน่าทึ่ง ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 จำนวน 11 หลัง เป็นสถานที่สำคัญในคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกซ์ของเอธิโอเปีย และยังคงเป็นสถานที่แสวงบุญและเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสมาจนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรม (1) (2) (3)
อุทยานแห่งชาติซีเมียน (Simien National Park) (F)      อุทยานภูเขาที่มีภูมิทัศน์ตระการตาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เกิดจากการสึกกร่อนขนาดมหาศาลในช่วงเวลาหลายล้านปีบนที่ราบสูงเอธิโอเปีย จนปรากฏเป็นยอดเขาหยักคล้ายฟันเลื่อย หุบเขาลึก หน้าผา และยอดเขาปลายแหลม ทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หายากมากมาย ทั้ง ลิงบาบูนเชลาดา (Gelada baboon) จิ้งจอกซีเมียน (Simien fox) และกวางผาวาเลีย (Walia ibex) ธรรมชาติ (7) (10)

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  • https://whc.unesco.org/en/list/ — หน้าค้นหาบัญชีรายชื่อมรดกโลกที่จดทะเบียน ขององค์การยูเนสโก
  • http://164.115.22.96/heritage.aspx — หน้าค้นหาบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก (ฉบับภาษาไทย) ของศูนย์ข้อมูลมรดกโลก กระทรวงวัฒนธรรม