รักกันสนั่นเมือง

รักกันสนั่นเมือง เป็นรายการโทรทัศน์ลำดับที่ 4 ที่ผลิตโดย บริษัท ทริปเปิ้ล ทู จำกัด ต่อจากรายการ แสบคูณสอง จารบีสีชมพู และ จารบีปีเสือ ซึ่งออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2542 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ออกอากาศทุกคืนวันอาทิตย์ เวลา 22.00 - 23.00 น. โดยในยุคแรกเปิดโอกาสให้เฉพาะคู่สามีภรรยามาแข่งขันในรายการ ต่อมาเปลี่ยนเป็นคู่ของพี่-น้อง เพื่อน แม่-ลูกหรือพ่อ-ลูก จากทางบ้านสมัครเข้ามาในรายการ และวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้มีการปรับรูปแบบเกมและฉากใหม่ โดยใช้ชื่อว่า รักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ ได้เพิ่มพิธีกรอีกคนคือ โน๊ต เชิญยิ้ม และยุติการออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2544

รักกันสนั่นเมือง
ประเภทเกมโชว์
พัฒนาโดยบริษัท ทริปเปิ้ล ทู จำกัด
เสนอโดยเกียรติ กิจเจริญ
โน้ต เชิญยิ้ม (2544)
ดนตรีเปิดรักกันสนั่นเมือง (2542 - 2543)
ประเทศแหล่งกำเนิดไทย ประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับไทย
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้างเกียรติ กิจเจริญ
ติ๊ก กลิ่นสี
เอนก วัชระสุขศิลป์
ความยาวตอน60 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
ออกอากาศครั้งแรกพ.ศ. 2542
การออกอากาศแรกพ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2544
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์
เรตไม่มีการจัดระดับ

พิธีกรประจำรายการแก้ไข

เกมในรักกันสนั่นเมืองแก้ไข

ในส่วนของเกมการแข่งขันในรายการรักกันสนั่นเมืองนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ยุคด้วยกัน คือรักกันสนั่นเมือง (มีนาคม 2542 - กรกฎาคม 2544) และรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ (กรกฎาคม 2544 - กันยายน 2544) ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ โดยในแต่ละยุคได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมในรายการอยู่เรื่อยๆ

รักกันสนั่นเมือง (มีนาคม 2542 - 15 กรกฎาคม 2544)แก้ไข

ซิตคอมสั้นในรายการแก้ไข

ช่วงนี้คือช่วง คำตอบง่ายๆของการถ่ายภาพ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ออกอากาศก่อนรอบรักต้องเลือก ในยุคที่ฟิล์มสีโกดัก แม็กซ์ เป็นผู้สนับสนุนหลักในช่วงรักต้องเลือก เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละครหลักคือ กิ๊ก พนักงานดูแลร้านโกดัก ที่มักพบลูกค้ากวนประสาทประจำที่ร้านโกดัก EXPRESS แต่จะลงท้ายด้วยการหักมุม

รักต้องเลือกแก้ไข

ในรอบนี้คือรอบ รักต้องเลือก (ผู้สนับสนุนในรอบนี้ คือ ครีมเทียมคอฟฟี่เมด ต่อมาเป็นฟิล์มสีโกดัก แม็กซ์ อาหารสุนัขเพดดีกรีและรองเท้าแอดด้า (ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2544 - 10 มิถุนายน 2544 ไม่มีผู้สนับสนุนหลัก แต่เป็นผู้สนับสนุนประจำแท่นทั้ง 3)) ผู้แข่งขันต้องตอบคำถามให้ถูก โดยที่ผู้ที่นั่งอีกท่านจะเป็นคนเฉลยคำตอบอยู่แล้ว แล้วผู้แข่งขันอีกคนต้องตอบให้ได้ว่า คู่ของคุณตอบว่าอะไร ถ้าตอบถูกได้ 1 คะแนนสะสม ถ้าตอบผิดก็ไม่ได้คะแนน โดยจะมีคำถามทั้งหมด 6 รอบ โดยในรอบนี้จะมีผู้เข้ารอบ 2 คู่ คู่ตกรอบ 1 คู่ คู่ไหนได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกรอบและได้รับรางวัล 20,000 บาทกลับบ้านไป (ผู้สนับสนุนเงินรางวัล คือ เรนโบว์ฮอลิเดย์ ต่อมาเป็นเอฟวีนิว ทัวร์ และชุดเครื่องนอนโตโต้) และยังมีบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่นโออิชิมูลค่า 1,000 บาท แต่ต่อมาลดเหลือเพียงเงินรางวัล 20,000 บาทเท่านั้น

รักต้องรู้แก้ไข

ในรอบนี้คือรอบ รักต้องรู้ (ผู้สนับสนุนในรอบนี้ คือ ชุดเครื่องนอนโลตัส ต่อมาเป็นซุปไก่สกัดและรังนกแท้สก๊อตและผลิตภัณฑ์น่ารัก) ผู้แข่งขันต้องตอบคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของแต่ละคู่ให้ถูก โดยที่ผู้ที่นั่งอีกท่านจะเป็นคนเฉลยคำตอบอยู่แล้ว แล้วผู้แข่งขันอีกคนต้องตอบให้ได้ว่า คู่ของคุณตอบว่าอะไร ถ้าตอบถูกได้ 1 คะแนนสะสม ถ้าตอบผิดก็ไม่ได้คะแนน โดยจะมีคำถามทั้งหมด 12 ข้อ สลับกันถาม ในรอบนี้จะมีผู้เข้ารอบ 1 คู่ คู่ไหนได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกรอบและได้รับรางวัล 20,000 บาทกลับบ้านไป และได้รับรางวัลจากผู้สนับสนุนหลักอีก 5,500 บาท แต่ต่อมาลดเหลือเพียงเงินรางวัล 20,000 บาทเท่านั้น

รอบตัดสินแก้ไข

รอบตัดสินนี้เป็นรอบที่ใช้เล่นในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนต่ำที่สุดในรอบรักต้องเลือก หรือรอบรักต้องรู้มากกว่า 1 คู่ โดยในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของรายการที่มีหมายเลข 1-4 กำกับทั้งหมด 4 แผ่นป้าย โดยจะมีตัวเลข 0-3 ให้ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนต่ำสุดในกรณีที่มีมากกว่า 1 คู่ ได้เลือกแผ่นป้ายคนละ 1 แผ่นป้าย ในเกมนี้คู่ที่ได้ตัวเลขน้อยที่สุดจะตกรอบทันที และได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้ตัวเลขมากกว่าก็จะเข้ารอบรักต้องรู้ หรือรอบสุดท้ายต่อไป

รักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ (29 กรกฎาคม 2544 - 30 กันยายน 2544)แก้ไข

ในส่วนของรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการตอบคำถามทายใจผู้เข้าแข่งขัน มาเป็นการแข่งขันเกมแนวแอคชั่นเกมเพื่อสะสมคะแนนแทน โดยในแต่ละเทปจะมี 1 เกมที่ใช้ในการแข่งขันทั้ง 2 รอบ ในรอบแรกจะมีคะแนนปกติตามที่ทางรายการกำหนดไว้ (ผู้สนับสนุนหลักในรอบนี้คือ รองเท้าแอดด้า) ส่วนในรอบที่ 2 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการคิดคะแนน (ผู้สนับสนุนหลักในรอบนี้ คือ ผลิตภัณฑ์น่ารัก) คู่ใดก็ตามได้คะแนนมากที่สุดจะเข้ารอบสุดท้าย ส่วนคู่ที่ตกรอบก็จะไปสะสมเงินรางวัลกลับบ้านต่อไป โดยตลอดระยะเวลาการออกอากาศของรายการในยุคนี้มีเกมที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมด 3 เกม

การแข่งขันแก้ไข

เทป เกม รายละเอียด
1 ไก่ฟักไข่ ในรอบนี้คือรอบ ไก่ฟักไข่ ผู้แข่งขันต้องสวมชุดไก่แล้วปิดตา โดยที่ผู้ที่นั่งอีกท่านจะเป็นคนบอกตำแหน่งอยู่แล้ว โดยจะมีลูกโป่ง 2 สีคือสีเหลืองและแดง โดยผู้แข่งขันที่สวมชุดไก่ จะต้องใช้เดือยแทงลูกโป่งให้แตก ถ้าแทงลูกโป่งสีเหลืองแตก ได้ 1 คะแนน แต่ถ้าแทงลูกโป่งสีแดง คะแนนที่มีอยู่จะโดน -1 ในรอบที่ 2 ผู้แข่งขันอีกท่านต้องมาแข่งขันแบบนี้อีกรอบ แต่คะแนนของลูกโป่งจะแตกต่างจากรอบแรก รอบนี้ถ้าแทงลูกโป่งสีเหลืองได้ 2 คะแนน แต่ถ้าแทงลูกโป่งสีแดงได้แค่ 1 คะแนน โดยมีเวลา 90 วินาทีในแต่ละรอบ พอจบการแข่งขันทั้ง 2 รอบ นำคะแนนทั้ง 2 รอบมารวมกัน คู่ไหนมีคะแนนมากที่สุดจะได้เข้ารอบไป เกมนี้นำมาใช้เล่นในเทปวันที่ 29 กรกฎาคม, 2 กันยายน และ 30 กันยายน พ.ศ. 2544
2 ผึ้งเก็บน้ำหวาน ในรอบนี้คือรอบ ผึ้งเก็บน้ำหวาน ในเกมนี้ต้องแข่งเป็นคู่ ผู้แข่งขันต้องสวมชุดผึ้ง โดยจะให้ฝ่ายชายเป็นคนตักน้ำมา โดยจะต้องผ่านอุปสรรคที่เต็มไปด้วยหนาม โดยฝ่ายหญิงรอรับน้ำ ฝ่ายชายจะต้องเทน้ำใส่ถังบรรจุที่อยู่บนศีรษะของฝ่ายหญิง แล้วฝ่ายหญิงต้องเดินข้ามอุปสรรคไปจนถึงถังบรรจุน้ำที่จุดเส้นชัย โดยจะมีขีดบอกตำแหน่งปริมาณน้ำอยู่ด้านล่าง โดยรอบที่ 2 ฝ่ายหญิงจะเป็นคนตักน้ำ ฝ่ายชายรอรับน้ำจากฝ่ายหญิงโดยจะต้องเทน้ำใส่ถังบรรจุที่อยู่บนศีระษะของฝ่ายชาย แล้วฝ่ายชายต้องผ่านอุปสรรคที่เต็มไปด้วยหนาม ไปจนถึงจุดเส้นชัย แต่จะต้องทำให้ปริมาณน้ำมากกว่ารอบแรก โดยมีเวลา 90 วินาทีในแต่ละรอบ พอจบการแข่งขันทั้ง 2 รอบ นำคะแนนทั้ง 2 รอบมารวมกัน คู่ไหนมีคู่ไหนสามารถทำปริมาณน้ำได้มากที่สุดจะได้เข้าสู่รอบสุดท้ายทันที เกมนี้นำมาใช้เล่นในเทปวันที่ 5 สิงหาคม, 26 สิงหาคม และ 16 กันยายน พ.ศ. 2544
3 เกาเหลารสเด็ด ในรอบนี้คือรอบ เกาเหลารสเด็ด ในเกมนี้ต้องแข่งเป็นคู่ ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมชุดอาตี๋และอาหมวย โดยฝ่ายอาตี๋จะเป็นคนตักลูกบอลเพื่อโยนไปให้ฝ่ายอาหมวยรับ โดยมีอุปสรรคคือฝ่ายตรงข้ามจะแต่งตัวเป็นแมลงวันคอยดักลูกบอลจากฝ่ายอาตี๋ โดยจะมีตัวเลขเขียนกำกับไว้ที่ลูกบอล หากฝ่ายอาหมวยรับได้ก็จะได้คะแนนตามที่กำหนดไว้ โดยมี 3 2 และ 1 คะแนน แต่ถ้าโดนแมลงวันดักก็จะได้คะแนนติดลบจากที่กำหนดไว้ ถ้าหากลูกบอลตกพื้นก่อนถือว่าฟาวล์ ต้องเล่นใหม่ ในรอบที่ 2 ยังคงใช้กติกาเดิมแต่เปลี่ยนตัวผู้ที่เล่นเป็นอาตี๋และอาหมวย โดยมีเวลา 60 วินาทีในแต่ละรอบ พอจบการแข่งขันทั้ง 2 รอบ นำคะแนนทั้ง 2 รอบมารวมกัน คู่ไหนมีคะแนนมากที่สุดจะได้เข้ารอบไป เกมนี้นำมาใช้เล่นในเทปวันที่ 19 สิงหาคม และ 23 กันยายน พ.ศ. 2544

รอบตกรอบแก้ไข

รอบตกรอบนี้เป็นรอบสำหรับผู้ตกรอบในรอบที่ 2 เท่านั้น เริ่มเล่นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 โดยในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 20 แผ่นป้าย แบ่งเป็นป้าย 5,000 อยู่ 14 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 5,000 บาท ป้ายกิ๊กและป้ายโน้ตอย่างละ 2 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท และป้ายยักษ์ 2 แผ่นป้าย ซึ่งเป็นตัวหยุด ถ้าเปิดเจอป้าย 5,000 จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท ถ้าเปิดเจอป้ายกิ๊กหรือป้ายโน้ต จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท แต่ถ้าเปิดเจอป้าย 5,000 ป้ายกิ๊กหรือป้ายโน้ตก่อนเป็นป้ายแรกแล้วป้ายต่อมาเจอป้ายยักษ์ เกมจะยุติลงทันทีและได้เงินรางวัลที่สะสมไว้ แต่ถ้าเปิดเจอป้ายยักษ์เป็นป้ายแรกก็จะไม่ได้เงินรางวัลในรอบนี้ โดยผู้เข้าแข่งขันที่เข้ารอบนี้จะมีสิทธิได้เปิดแผ่นป้ายสูงสุด 6 แผ่นป้าย (เป็นที่แน่ชัดว่าเงินรางวัลสูงสุดในรอบนี้คือ 50,000 บาท โดยการเปิดแผ่นป้ายกิ๊กและโน้ตได้ครบทั้ง 4 แผ่นป้าย และป้าย 5,000 อีก 2 แผ่นป้าย) แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลและยักษ์ แล้วแต่ความประสงค์ของผู้เข้าแข่งขัน

รอบสุดท้ายแก้ไข

ในรอบสุดท้าย (Jackpot) ของรายการรักกันสนั่นเมืองในเดือนมีนาคม 2542 - ธันวาคม 2543 คู่ที่เข้ารอบมาถึงรอบสุดท้าย ต้องตอบคำถามที่คู่ของคุณได้ตอบออกมาก่อนล่วงหน้าแล้ว โดยจะมี 1 คำถามกับอีก 5 คำตอบ ตอบถูก 1 คำตอบ ได้เปิดแผ่นป้ายเพื่อสะสมเงินรางวัล 1 แผ่นป้าย แต่ถ้าตอบผิดจะไม่ได้เปิดป้ายสะสมเงินรางวัลแต่อย่างใดและเกมจะค่อยๆยุติลง โดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็น 10,000 อยู่ 6 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท และ 5,000 อีก 6 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 5,000 บาท (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ ลักส์บิวตี้และครีมอาบน้ำลักส์ ต่อมาเป็นเครื่องสำอางคิวท์เพรส) ถ้าตอบถูก5ครั้ง แล้วเปิดเจอ 10000 5 ป้ายรับ50000แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งในยุคนี้มีผู้ทำ Jackpot แตกคู่เดียว

ในช่วงเดือนมกราคม 2544 ถูกปรับเปลี่ยนโดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2544 เพิ่มเป็น 20 แผ่นป้าย) โดยมีแผ่นป้ายรูปหัวใจ 6 แผ่นป้าย และแผ่นป้ายรูปเครื่องในอีก 6 แผ่นป้าย (ภายหลังเพิ่มเป็นอย่างละ 10 แผ่นป้าย) (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ สบู่นกแก้ว) ผู้เข้าแข่งขันจะทำการเลือก 6 แผ่นป้าย โดยหากเปิดแผ่นป้ายแรกออกมาเป็นอะไร ป้ายต่อไปต้องให้ได้เหมือนกันเท่านั้น (เช่นหากเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นหัวใจ ป้ายต่อไปต้องให้ได้หัวใจ) ถ้าหากเปิดได้เหมือนกับป้ายที่เลือกออกมาก่อนหน้านี้จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท แต่ถ้าไม่เหมือนจะได้รับเงินรางวัลแค่ 5,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ถ้าหากสามารถเปิดแผ่นป้ายรูปหัวใจหรือเครื่องในได้เหมือนกันทั้งหมด 6 แผ่นป้ายจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งในยุคนี้มีผู้ทำ Jackpot แตก 2 คู่

ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2544 ถูกปรับเปลี่ยนโดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 20 แผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายรูปผู้ชาย 10 แผ่นป้าย และแผ่นป้ายรูปผู้หญิงอีก 10 แผ่นป้าย (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ สบู่นกแก้ว) ผู้เข้าแข่งขันจะทำการเลือก 6 แผ่นป้าย โดยก่อนเล่น พิธีกรจะให้เลือกก่อนว่าแผ่นป้ายแรกจะเลือกเพศอะไร ถ้าหากตรงกับที่เลือกมาจะได้เงินรางวัลเริ่มต้น 10,000 บาท แต่ถ้าไม่ตรงจะไม่ได้เงินรางวัลเริ่มต้นใดๆ โดยหากเปิดแผ่นป้ายแรกออกมาเป็นเพศอะไร ป้ายต่อไปต้องให้ได้เพศตรงข้ามเท่านั้น (เช่นหากเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นผู้ชาย ป้ายต่อไปต้องให้ได้ผู้หญิง) ถ้าหากเปิดสลับกับป้ายที่เลือกออกมาก่อนหน้านี้จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท แต่ถ้าซ้ำกับป้ายก่อนหน้านั้นจะได้รับเงินรางวัลแค่ 5,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ถ้าหากสามารถเปิดแผ่นป้ายสลับชายหญิงได้ทั้งหมด 6 แผ่นป้ายจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท หรือ 60,000 บาท แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งในยุคนี้มีผู้ทำ Jackpot แตกคู่เดียว

ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2544 ถูกปรับเปลี่ยนจากการเปิดแผ่นป้ายสะสมเงินรางวัลมาเป็นหมุนวงล้อเสี่ยงโชคแทน โดยคู่ที่เข้ารอบมาถึงรอบสุดท้าย ต้องเป่ายิ้งฉุบแข่งกับพิธีกร โดยการหมุนวงล้อ ในการเล่นเกมนี้ ผู้เข้าแข่งขันมีสิทธิเลือกฝั่งหรือเปลี่ยนฝั่งได้ ถ้าผลออกมาชนะได้เงินสะสม 10,000 บาท แต่ถ้าผลออกมาเสมอได้ 5,000 บาท แต่ถ้าผลออกมาแพ้จะไม่ได้เงินรางวัลสะสมแต่อย่างใด (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ สบู่นกแก้ว) แต่ถ้าคู่แข่งขันสามารถเป่ายิ้งฉุบชนะพิธีกรทั้งหมด 6 รอบ จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 100,000 บาท ให้กับผู้แข่งขันและผู้โชคดีจากทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนหลักที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง แต่ในบางครั้งพิธีกรจะให้หมุนวงล้ออีกครั้ง กำหนดตำแหน่งวงล้อของพิธีกร หรือมีเงื่อนไขพิเศษเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน (เช่นหากชนะ ตามกติกาได้เงินรางวัลสะสม 10,000 บาท พิธีกรอาจจะแถมให้เพิ่มเป็น 20,000 บาท) อย่างไรก็ดี ในยุคนี้ถือเป็นยุคแรกและยุคเดียวที่ไม่มี Jackpot แตกเลย โดยมีสถิติการแจกเงินรางวัลให้กับผู้แข่งขันสูงสุด 55,000 บาท (โดยการแถมเงินรางวัล)

ชิงโชคแก้ไข

ในรายการรักกันสนั่นเมืองตั้งแต่เทปแรกจนถึงเทปสุดท้าย มีการจับชิ้นส่วนชิงโชคของผู้โชคดีทางบ้านร่วมกับผู้สนับสนุนหลักในรายการอยู่เป็นประจำ โดยในยุคที่สบู่ลักส์เป็นผู้สนับสนุนหลักใช้ชื่อแคมเปญว่า ผิวสวย รวยสนั่น โดยให้ผู้เข้าแข่งขันไปจับชิ้นส่วนของทางบ้าน ผู้โชคดีจากทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาท เป็นประจำทุกสัปดาห์ ต่อมาในปี 2543 ที่เครื่องสำอางคิวท์เพรสเป็นผู้สนับสนุนหลัก ได้ใช้ชื่อแคมเปญนี้ว่า สวยแล้วลุ้นกันสนั่นเมือง โดยผู้โชคดีทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดิมแต่มีการแจกรางวัลใหญ่ในเทปวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เป็นทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 5 รางวัล และรถยนต์ Honda City Type Z จำนวน 1 คัน ต่อมาในปี 2544 ที่ผลิตภัณฑ์สบู่นกแก้วเป็นผู้สนับสนุนหลัก ได้ใช้ชื่อแคมเปญว่า นกแก้วแจกทองสนั่นเมือง โดยผู้โชคดีทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดิมแต่เพิ่มเป็น 3 รางวัลต่อสัปดาห์ และมีการแจกรางวัลใหญ่ในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เป็นทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 2 รางวัล ทองคำหนัก 10 บาทจำนวน 1 รางวัล และทองคำหนัก 20 บาทจำนวน 1 รางวัล และมีพิธีมอบรางวัลในเทปวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2544 ตรงกับช่วงที่รายการรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ออกอากาศพอดี และในรายการรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ สบู่นกแก้วยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักเช่นเดิม แต่เปลี่ยนชื่อแคมเปญใหม่เป็น ลุ้นได้ทองหรือครองเงินแสนทุกสัปดาห์ โดยผู้โชคดีทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดิมแต่ลดลงเป็น 2 รางวัลต่อสัปดาห์ และเพิ่มกติกาการลุ้นโชคใหม่อีกทางหนึ่ง คือ ผู้เข้าแข่งขันจะจับชิ้นส่วนมา 1 ชิ้นส่วนโดยผู้โชคดีจะได้รับทองไปก่อน 1 บาท ผู้เข้าแข่งขันที่จับได้ผู้โชคดีคนใดถ้าเข้ารอบแล้วทำ Jackpot แตกได้สำเร็จจะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 100,000 บาท ให้กับผู้แข่งขันและผู้โชคดีจากทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนหลักที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง แต่ถ้า Jackpot ไม่แตกในช่วงสิ้นปีจะมีการแจกรางวัลใหญ่เป็นทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 2 รางวัล ทองคำหนัก 10 บาทจำนวน 1 รางวัล และทองคำหนัก 20 บาทจำนวน 1 รางวัลเช่นเดียวกับในช่วงเดือนกรกฎาคม 2544 แต่รายการยุติการออกอากาศกลางคันในเดือนกันยายน 2544 จึงได้ย้ายช่วงการจับชิ้นส่วนของผู้โชคดีทางบ้านนี้ไปไว้ในรายการเกมพันหน้า ที่ออกอากาศทางช่อง 7 ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2544 แทน

ผู้เข้าแข่งขันแก้ไข

ในรักกันสนั่นเมืองยุคแรกนั้นจะมีผู้เข้าแข่งขัน 3 คู่ต่อสัปดาห์ด้วยกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ถึง 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ในช่วงแรกผู้เข้าแข่งขันเป็นคู่สามีภรรยา ต่อมาได้เปิดโอกาสให้คู่สามีภรรยา แฟน พี่น้อง คู่เพื่อนซี้ คู่พ่อลูกหรือแม่ลูกมาร่วมรายการ และเปิดโอกาสให้คนทางบ้านสมัครมาร่วมรายการ โดยหลังจากจบรอบรักต้องเลือกและรักต้องรู้จะมีผู้ตกรอบรอบละ 1 คู่ และหาผู้เข้าแข่งขัน 1 คู่เข้ารอบ Jackpot และในรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ ผู้เข้าแข่งขันเหลือ 2 คู่ต่อสัปดาห์ เป็นคู่สามี-ภรรยา ยกเว้นในเทปวันที่ 16 กันยายน และ 23 กันยายน พ.ศ. 2544 ที่เป็นคู่พี่-น้อง และในบางเทปยังมีผู้เข้าแข่งขันจากทางบ้านมาร่วมรายการด้วย โดยหลังจากจบเกมการแข่งขันจะมีผู้ตกรอบเพื่อไปสะสมเงินรางวัล และผู้เข้าแข่งขันอีก 1 คู่เข้ารอบ Jackpot

ตอบคำถามชิงรางวัลแก้ไข

ในเทปวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2543 ทางรายการได้ให้ผู้ชมทางบ้านตอบคำถามเพื่อชิงรางวัลเป็นเงินรางวัล 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล โดยทางรายการจะถามคำถามก่อนเริ่มเกม รักต้องเลือก ให้ผู้ชมทางบ้านโทรเข้ามาภายในวันพฤหัสบดีเวลาตอนเที่ยง แล้วโทรเข้ามาว่าจะโหวตข้อไหน ถ้าโหวตข้อใดข้อหนึ่งสูงที่สุด ทางรายการจะจับสุ่มผู้ที่โหวตเข้ามาในรายการ และได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทไป

เพลงประกอบแก้ไข

ในรายการรักกันสนั่นเมืองได้มีการปรับเปลี่ยนเพลงไตเติ้ล 2 ครั้งด้วยกัน โดยรูปแบบแรกเป็นเพลงไตเติ้ลที่มีผู้ขับร้อง ถูกใช้ในช่วง พ.ศ. 2542 ถึง 26 มีนาคม พ.ศ. 2543

  • ยึกยึกยักยัก รักกันมันน่าเบื่อ
  • รักรักล้นล้น เหลือเฟือจะเผือใคร
  • รักซักนิดนิดคิดดู ไม่อิ่มใจ
  • จะเอาแบบไหนนักใจ จึงจะพอดี
  • รักฉันบ้านบ้าน คงหวานเหมือนป่าเถื่อน
  • รักแล้วมันเอื่อมระอา ต้องหลีกหนี
  • รักทั้งหัวใจให้ดันเป็นสิ่งดี ที่บอกอย่างนี้เพราะมีใจให้เธอ
  • อยากบอกให้รู้ความในใจ..ว่ารักกันยังไงเธอฉันจึงชื่นบาน
  • อยากบอกให้เขารู้กัน...ว่าเรารักกัน..รักกันสนั่นเมือง

และตั้งแต่ 9 เมษายน พ.ศ. 2543 ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้มีการปรับเปลี่ยนไตเติ้ลโดยเป็นไตเติ้ลรูปแบบแรกที่ไม่มีเพลงประกอบรายการ โดยใช้เพลงบรรเลง และในรักกันสนั่นเมืองคนยักษ์ ปรับเปลี่ยนไตเติ้ลโดยเป็นรูปแบบที่ 2 ที่ไม่มีเพลงประกอบรายการและมีเสียงคอรัสชื่อรายการทั้ง 2 รูปแบบ