รอย โจนส์ จูเนียร์

รอย โจนส์ จูเนียร์ (อังกฤษ: Roy Jones, Jr.) มีชื่อจริงว่า รอย ลีเวสตา โจนส์ จูเนียร์ (Roy Levesta Jones, Jr.) นักมวยสากลชาวอเมริกัน เขาคืออดีตแชมป์โลกสี่รุ่น และได้รับการยอมรับอย่างมากว่าเป็นหนึ่งในนักมวยที่เก่งที่สุดตลอดกาล

รอย โจนส์ จูเนียร์
Jones, Roy Jr (2007).JPG
ชื่อจริงรอย ลีเวสตา โจนส์ จูเนียร์
ฉายาพริตตี บอย (Pretty Boy)
รุ่นไลท์มิดเดิลเวท (สมัครเล่น)
ซูเปอร์เวลเตอร์เวท
มิดเดิลเวท
ซูเปอร์มิดเดิลเวท
ไลท์เฮฟวีเวท
ครุยเซอร์เวท
เฮฟวีเวท
เกิด16 มกราคม พ.ศ. 2512
สหรัฐ เพนซาโคลา รัฐฟลอริดา,
ชกทั้งหมด75
ชนะ66
ชนะน็อก47
แพ้9
เสมอ0
สถิติเหรียญรางวัล
มวยสากลสมัครเล่น
โอลิมปิกฤดูร้อน
เหรียญเงิน - รองชนะเลิศ โซล 1988 ไลท์มิดเดิลเวท

ประวัติแก้ไข

รอย โจนส์ จูเนียร์ มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ยังชกมวยสากลสมัครเล่นอยู่ เมื่อติดทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในรุ่นไลท์มิดเดิลเวท ในการแข่งขันโอลิมปิกที่โซล ประเทศเกาหลีใต้ โจนส์สามารถผ่านไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่ปรากฏว่าเมื่อต้องพบกับ พัก ซี-ฮัน นักมวยเจ้าภาพ โจนส์ถูกปล้นชัยชนะไปอย่างหน้าตาเฉย โดยแพ้คะแนนไปอย่างขัดสายตาคนดูทั้งโลก ซึ่งผลการชกในครั้งนี้ถือเป็นข้อครหาข้อหนึ่งของการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้เลยทีเดียว

หลังจากนั้น จึงหันมาชกมวยสากลอาชีพ มีสถิติชนะรวด โดยไม่มีแพ้หรือเสมอ จนได้มีโอกาสชิงแชมป์โลก IBF รุ่นมิดเดิลเวท ที่ว่างอยู่กับ เบอร์นาร์ด ฮอปกินส์ นักมวยเพื่อนร่วมชาติ ผลปรากฏว่าโจนส์เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้อย่างเอกฉันท์เมื่อครบ 12 ยก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2536

ในรุ่นนี้โจนส์ป้องกันแชมป์เพียงครั้งเดียว โดยชนะน็อกไปในยกที่ 2 จากนั้นจึงสละเข็มขัดขึ้นไปชกในรุ่นที่ใหญ่กว่าเดิม คือ ซูเปอร์มิดเดิลเวท และได้ชิงแชมป์โลก IBF ในรุ่นนี้ของ กับ เจมส์ โทนีย์ ยอดนักชกไร้พ่ายในเวลานั้น ปรากฏว่าโจนส์ก็สามารถเอาชนะได้อย่างขาดลอยอีกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537

รอย โจนส์ จูเนียร์ ป้องกันตำแหน่งแชมป์ซูเปอร์มิดเดิลเวทไว้ได้ทั้งหมด 5 ครั้ง แล้วจึงสละแชมป์ขยับขึ้นไปชกในรุ่นไลท์เฮฟวีเวท จนได้โอกาสชิงแชมป์เฉพาะกาลที่ว่างของ WBC กับ ไมค์ แม็คคัลลัม ก็ปรากฏว่าโจนส์ก็เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้อีกเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ที่เมืองแทมปา

แต่แล้วนักมวยไร้พ่ายอย่าง รอย โจนส์ จูเนียร์ ก้ต้องมาพบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก เมื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก WBC ไลท์เฮฟวีเวทนี้ครั้งแรก เมื่อแพ้ DQ ต่อ มอนเทล กริฟฟิน ไปอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพราะชกติดพันขณะที่กริฟฟินทรุดลงไปในยกที่ 9 กรรมการห้ามบนเวทีเห็นว่าเป็นการชกซ้ำ จึงตัดสินให้โจนส์แพ้ไป

รอย โจนส์ จูเนียร์ จึงเก็บความแค้นนี้ไว้ และมาระบายออกเมื่อได้โอกาสล้างตากับกริฟฟินอีกครั้ง คราวนี้โจนส์น็อกกริฟฟินแย่งเข็มขัดแชมป์คืนมาได้แค่ยกแรกเท่านั้นเอง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2540

รอย โจนส์ ป้องกันตำแหน่งในรุ่นไลท์เฮฟวีเวทนี้ไว้ได้ถึง 12 ครั้ง โดยทำการรวบแชมป์ของทั้ง 3 สถาบันใหญ่ และสถาบันเล็ก ๆ อย่าง IBO และ IBA และรวมถึงสถาบันระดับภูมิภาคอย่าง NBA ด้วย ซึ่งในช่วงนี้ รอย โจนส์ จูเนียร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นนักมวยที่เก่งกาจที่สุดในโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ จนเรียกได้เลยว่า ไม่มีใครที่จะเป็นคู่ปรับกับโจนส์ได้ในรุ่นระหว่างนี้ บวกกับการออกหมัดที่ว่องไวมาก จนกล่าวได้ว่าเป็นสปีดหมัดที่ไวที่สุดในวงการมวยโลกเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว

จากนั้น รอย โจนส์ จึงข้ามไปชกในรุ่นเฮฟวีเวท ซึ่งโจนส์ก็ประสบความสำเร็จเมื่อเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน จอห์น รุยซ์ แชมป์โลก WBA รุ่นเฮฟวี่เวท ชาวอเมริกัน ของ ไปได้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2546 ทั้งที่ก่อนการชกโจนส์ชั่งน้ำหนักได้เพียงแค่ 193 ปอนด์เท่านั้น (88 กิโลกรัม) ขณะที่รุยซ์หนักถึง 226 ปอนด์ (103 กิโลกรัม) และนับว่าโจนส์เป็นนักมวยที่ขึ้นมาจากรุ่นมิดเดิลเวทเป็นคนแรกในรอบ 106 ปี ที่สามารถเอาชนะในรุ่นเฮฟวีเวทได้ และเป็นคนแรกด้วยที่ขึ้นมาจากรุ่นมิดเดิลเวทที่ได้แชมป์โลกในรุ่นเฮฟวีเวท

จากนั้นโจนส์ก็ได้สละแชมป์โลกไปโดยไม่ได้ป้องกันตำแหน่งกับใคร เพื่อลดกลับไปชกในรุ่นไลท์เฮฟวีเวทที่เหมาะสมกับตนเองตามเดิม และโจนส์ก็สามารถเอาชนะคะแนน อันโตนิโอ ทาร์เวอร์ นักมวยเพื่อนร่วมชาติเจ้าของเหรียญทองแดงในโอลิมปิกที่แอตแลนต้า ได้เป็นแชมป์โลก WBC และ IBO รุ่นไลท์เฮฟวีเวทอีกครั้ง แต่ผลการชกครั้งนี้หลายฝ่ายเห็นว่าทาร์เวอร์ทำได้ดีกว่าและน่าจะเป็นฝ่ายชนะคะแนนมากกว่า ทั้งคู่จึงได้ล้างตากันอีกครั้ง ในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2547 คราวนี้ปรากฏว่าเป็นฝ่ายเทรเวอร์ที่เอาชนะทีเคโอโจนส์ได้ไปอย่างหายสงสัย

จากนั้นรอย โจนส์ ได้หวนกลับมาชิงแชมป์โลก IBF อีกครั้ง กับ เกล็น จอห์นสัน นักชกชาวจาเมกา ปรากฏว่าโจนส์เป็นฝ่ายแพ้น็อกจอห์นสันไปอีกในยกที่ 9 เมื่อเดือนกันยายน ปีเดียวกัน

หลังจากนั้นในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 โจนส์ก็ได้มีโอกาสชกล้างตาอีกครั้งกับทาร์เวอร์ คราวนี้โจนส์ก็เป็นฝ่ายแพ้คะแนน 12 ยกไปอีก ท่ามกลางเสียงกล่าวขานว่า หมดยุคของเขาแล้ว

รอย โจนส์ จูเนียร์ ยังคงชกทำฟอร์มไปอีก 3 ครั้ง รวมทั้งการเอาชนะคะแนน เฟลิกซ์ ตรินิดัด อดีตยอดนักมวยชาวปวยร์โตรีกันที่หวนกลับชกอีกครั้งในรุ่นไลท์เฮฟวีเวทด้วย

และรอย โจนส์ ก็ได้พบกับ โจ คัลซากี ยอดนักชกชาวเวลส์ ผู้เป็นเจ้าของสถิติไม่แพ้ใครและเป็นแชมป์ไลท์เฮฟวี่เวทผู้ป้องกันตำแหน่งไว้ได้มากมายของ WBO เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 และเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปเมื่อครบ 12 ยก ท่ามกลางหน้าตาที่แตกยับเยิน

ในช่วงที่รุ่งเรือง รอย โจนส์ จูเนียร์ นอกจากถูกยกย่องว่าเป็นนักมวยที่เก่งที่สุดในโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว เขายังใช้เวลาว่างจากการชกมวยเล่นบาสเก็ตบอลด้วย โดยเล่นในทีมของรัฐฟลอริดาบ้านเกิดในลีกระดับรองมาจาก NBA และยังเป็นศิลปินเพลงแร็พ ได้ออกอัลบั้มถึงหลายชุด และยังเป็นนักแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูดในบทตัวประกอบอีกด้วย ผลงานการแสดงของโจนส์ก็ได้แก่ The Devil's Avocate ในปี พ.ศ. 2539 และ The Matrix Reloaded ในปี พ.ศ. 2546 เป็นต้น

เกียรติประวัติแก้ไข

  • แชมป์ WBC Continental Americas รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท
  • แชมป์โลก IBF รุ่นมิดเดิลเวท
  • แชมป์โลก IBF รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท
    • ชิง, 18 พฤศจิกายน​ 2537 ชนะคะแนน เจมส์ โทนีย์ (  สหรัฐ) ที่ เอ็มจีเอ็มแกรนด์ลาสเวกัส ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 1, 18 มีนาคม 2538 ชนะทีเคโอ อันตอเน เบิร์ด (  สหรัฐ) ยก 1 ที่ เพนซาโคลาซีวิกเซนเตอร์ เพนซาโคลา รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 2, 24 มิถุนายน​ 2538 ชนะทีเคโอ​ วินนี แพเซียนซา (  สหรัฐ) ยก 6 ที่ บอร์ดวอล์กฮอล แอตแลนติกซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 3, 30 กันยายน 2538 ชนะทีเคโอ โทนี ธอร์นตัน (  สหรัฐ) ยก 3 ที่ เพนซาโคลาซีวิกเซนเตอร์ เพนซาโคลา รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 4, 15 มิถุนายน​ 2539 ชนะอาร์ทีดี อีริก ลูคัส (  แคนาดา) ยก 11 ที่ แจ็กสันวิลล์คอลิเซียม แจ็กสันวิลล์ รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 5, 4 ตุลาคม​ 2539 ชนะทีเคโอ ไบรแอนท์ แบรนนอน (  สหรัฐ) ยก 2 ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐ
    • สละแชมป์
  • แชมป์เฉพาะกาล WBC รุ่นไลท์เฮฟวีเวท
    • ชิง, 22 พฤศจิกายน​ 2539 ชนะคะแนน ไมก์ แมกคัลลัม (  จาเมกา) ที่ แอมาไลอารีนา แทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐ (ต่อมา WBC ได้แต่งตั้งเป็นแชมป์โลกจริง)
  • แชมป์โลก WBC รุ่นไลท์เฮฟวีเวท
    • เสียแชมป์ (ในการป้องกันครั้งแรก), 21 มีนาคม 2540 แพ้ดีคิว มอนเทล กริฟฟิน (  สหรัฐ) ยก 9 ที่ ฮาร์ดร็อกไลฟ์ แอตแลนติกซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐ
  • แชมป์โลก WBC รุ่นไลท์เฮฟวีเวท (สมัยที่ 2)
    • ชิง, 7 สิงหาคม 2540 ชนะน็อก มอนเทล กริฟฟิน (  สหรัฐ) ยก 1 ที่ ฟอกซ์วูดรีสอร์ทคาสิโน เลนยาร์ด รัฐคอนเนกทิคัต สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 1 และชิงแชมป์โลก WBA ในรุ่นเดียวกัน, 18 กรกฎาคม​ 2541 ชนะคะแนน ลู เดล บัลเล (  สหรัฐ) ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 2 , 14 พฤศจิกายน​ 2541 ชนะทีเคโอ โอติส แกรนท์ (  แคนาดา) ยก 10 ที่ ฟอกซ์วูดรีสอร์ทคาสิโน เลนยาร์ด รัฐคอนเนกทิคัต สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 3, 9 กรกฎาคม​ 2542 ชนะทีเคโอ ริชาร์ด เฟรเซอร์ (  สหรัฐ) ยก 2 ที่ เพนซาโคลาซีวิกเซนเตอร์ เพนซาโคลา รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 4 และชิงแชมป์โลก IBF ในรุ่น​เดียวกัน, 5 มิถุนายน​ 2542 ชนะคะแนน เรจจี จอห์นสัน (  สหรัฐ) ที่ แฮราห์ กัลฟ์ คอสท์ ไบโลซี รัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 5, 15 มกราคม 2543 ชนะคะแนน เดวิด เทเลสโก (  สหรัฐ) ที่ เรดิโอซิตีมิวสิกฮอล นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 6, 13 พฤษภาคม 2543 ชนะทีเคโอ ริชาร์ด ฮอล (  จาเมกา) ยก 11 ที่ แบงก์เกอร์ไลฟ์ ฟิลด์ เฮาส์ อินเดียแนโพลิส รัฐอินดีแอนา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 7 และชิงแชมป์โลก IBO ในรุ่นเดียวกัน, 9 กันยายน 2543 ชนะอาร์ทีดี อีริก ฮาร์ดดิง (  สหรัฐ) ยก 10 ที่ สมูททีคิงเซนเตอร์ นิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา สหรัฐ (ภายหลัง WBA เลื่อนตำแหน่งให้เป็นซูเปอร์แชมป์ในรุ่นเดียวกัน)
    • ป้องกันครั้งที่ 8, 24 กุมภาพันธ์ 2544 ชนะอาร์ทีดี เดอร์ริก ฮาร์มอน (  สหรัฐ) ยก 10 ที่ แอมาไลอารีนา แทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 9 และชิงแชมป์โลก WBF กับ IBA ในรุ่นเดียวกัน, 28 กรกฎาคม​ 2544 ชนะคะแนน ฆูลิโอ เซซาร์ กอนซาเลซ (  เม็กซิโก) ที่ สเตเปิลส์เซ็นเตอร์ ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 10 และชิงแชมป์โลกเดอะริงในรุ่นเดียวกัน, 2 กุมภาพันธ์ 2545 ชนะน็อก เกลน เคลลี (  ออสเตรเลีย) ยก 7 ที่ อเมริกันแอร์ไลน์สอารีนา ไมแอมี รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 11, 7 กันยายน 2545 ชนะทีเคโอ คลินตัน วูดส์ (  สหราชอาณาจักร) ยก 6 ที่ โมดาเซนเตอร์ พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐ (ต่อมาสละแชมป์โลก WBC , IBF และ WBF)
    • ป้องกันครั้งที่ 12 (เฉพาะแชมป์โลก WBA , IBO กับเดอะริง) และชิงแชมป์โลก WBC ในรุ่นเดียวกัน, 8 พฤศจิกายน​ 2546 ชนะคะแนน อันโตนิโอ ทาร์เวอร์ (  สหรัฐ) ที่ แมนดะเลย์เบย์ ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐ
    • เสียแชมป์, 15 พฤษภาคม​ 2547 แพ้ทีเคโอ อันโตนิโอ ทาร์เวอร์ (  สหรัฐ) ยก 2 ที่ แมนดะเลย์เบย์ ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐ
  • แชมป์โลก WBA รุ่นเฮฟวีเวท
    • ชิง, 1 มีนาคม 2546 ชนะคะแนน จอห์น รุยซ์ (  สหรัฐ) ที่ โธมัสแอนด์แมกเซนเตอร์ ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐ
    • สละแชมป์
  • แชมป์ WBO - NABO รุ่นไลท์เฮฟวีเวท
  • แชมป์โลก IBC รุ่นไลท์เฮฟวีเวท
    • ชิง, 14 กรกฎาคม​ 2550 ชนะคะแนน แอนโทนี แฮนด์ชอว์ (  สหรัฐ) ที่ มิสซิสซิปปี​ คอสท์ คอลิเซียม ไบโลซี รัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐ
    • สละแชมป์
  • แชมป์ WBO - NBCO รุ่นไลท์เฮฟวีเวท (สมัยที่ 2)
    • ชิง, 21 มีนาคม 2552 ชนะทีเคโอ โอมาร์ เชกา (  สหรัฐ) ยก 5 ที่ เพนซาโคลาซีวิกเซนเตอร์ เพนซาโคลา รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ป้องกันครั้งที่ 1, 15 สิงหาคม 2552 ชนะอาร์ทีดี เจฟ เลซี (  สหรัฐ) ยก 10 ที่ มิสซิสซิปปี​ คอสท์ คอลิเซียม ไบโลซี รัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐ
    • สละแชมป์
  • แชมป์ UBO Intercontinental (แชมป์เงา UBO) รุ่นครุยเซอร์เวท
  • แชมป์โลก WBU (สถาบันของเยอรมนี) รุ่นครุยเซอร์เวท
  • แชมป์โลก WBF รุ่นครุยเซอร์เวท
    • ชิง, 17 กุมภาพันธ์​ 2560 ชนะทีเคโอ บ็อบบี กันน์ (  แคนาดา) ยก 8 ที่ เชสเซนเตอร์ วิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ สหรัฐ
    • สละแชมป์
  • แชมป์โลก WBU (สถาบันของเยอรมนี) รุ่นครุยเซอร์เวท (สมัยที่ 2)
    • ชิง, 8 กุมภาพันธ์ 2561 ชนะคะแนน สกอทท์ ซิมมอน (  สหรัฐ) ที่ เพนซาโคลาเบย์เซนเตอร์ เพนซาโคลา รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • สละแชมป์
  • เคย​ชิงแชมป์​ต่อไปนี้​แต่​ไม่​ส​ำ​เร็จ
    • ชิงแชมป์โลก WBF รุ่นไลท์เฮฟวีเวท, 15 พฤษภาคม​ 2547 แพ้ทีเคโอ อันโตนิโอ ทาร์เวอร์ (  สหรัฐ) ยก 2 ที่ แมนดะเลย์เบย์ ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐ
    • ชิงแชมป์โลก IBF รุ่นไลท์เฮฟวีเวท, 25 กันยายน 2547 แพ้น็อก เกลน จอห์นสัน (  จาเมกา) ยก 9 ที่ เฟดเอ็กซ์ฟอรัม เมมฟิส รัฐเทนเนสซี สหรัฐ
    • ชิงแชมป์โลก IBO และเดอะริงรุ่นไลท์เฮฟวีเวท, 1 ตุลาคม​ 2549 แพ้คะแนน อันโตนิโอ ทาร์เวอร์ (  สหรัฐ) ที่ แอมาไลอารีนา แทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐ
    • ชิงแชมป์โลกเดอะริงรุ่นไลท์เฮฟวีเวท, 8 พฤศจิกายน​ 2551 แพ้คะแนน โจ คัลซากี (  สหราชอาณาจักร) ที่ เมดิสันสแควร์การ์เดน นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐ
    • ชิงแชมป์โลก IBO รุ่นครุยเซอร์เวท, 2 ธันวาคม 2552 แพ้ทีเคโอ​ แดนนี กรีน (  ออสเตรเลีย) ยก 1 ที่ ซิดนีย์ซูเปอร์โดม ซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข