มหาวิทยาลัยเกียวโต

มหาวิทยาลัยเกียวโต (ญี่ปุ่น: 京都大学โรมาจิKyōto daigaku) หรือเรียกย่อว่า เคียวได (ญี่ปุ่น: 京大โรมาจิKyōdai) เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับที่ 2 ของประเทศญี่ปุ่น[3] และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 22,000 คน มหาวิทยาลัยเกียวโตก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869) ที่เมืองเกียวโต ในจังหวัดเกียวโต

มหาวิทยาลัยเกียวโต
京都大学
Kyoto University seal1.png
คติพจน์ญี่ปุ่น: 自由の学風
คติพจน์อังกฤษ
Freedom of academic culture
ประเภทรัฐ (ระดับชาติ)
สถาปนา18 มิถุนายน 1897; 125 ปีก่อน (1897-06-18)
ทุนทรัพย์¥ 316 พันล้าน (2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ประธานนากาฮิโระ มินาโตะ[1]
อาจารย์3,480 คน (อาจารย์)[2]
เจ้าหน้าที่3,978 คน (พนักงานทั้งหมด)[2]
ผู้ศึกษา22,615 คน[2]
ปริญญาตรี13,038 คน[2]
บัณฑิตศึกษา9,308 คน[2]
ที่ตั้ง, ,
พิกัดภูมิศาสตร์: 35°01′34″N 135°46′51″E / 35.026212°N 135.780842°E / 35.026212; 135.780842
วิทยาเขตเขตเมือง
135 เฮกตาร์ (330 เอเคอร์)
กรีฑา48 ทีม
สี     น้ำเงินเข้ม
ฉายาKyodai
เครือข่ายKansai Big Six, ASAIHL
เว็บไซต์www.kyoto-u.ac.jp

มหาวิทยาลัยเกียวโตมีการเรียนการสอนที่เป็นที่ยอมรับ โดยมีมหาวิทยาลัยคู่แข่งเช่น มหาวิทยาลัยเคโอซึ่งก่อตั้งก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยฮิโตะสึบาชิซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากในหมู่คนญี่ปุ่นและเปิดสอนเฉพาะวิชาด้านสังคมศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยโตเกียวซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งย่านคันโต

หอนาฬิกา มหาวิทยาลัยเกียวโต

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงแก้ไข

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงชาวไทยแก้ไข

อันดับมหาวิทยาลัยแก้ไข

อันดับมหาวิทยาลัย
อันดับในประเทศ(อันดับนานาชาติ)
สถาบันที่จัด อันดับ
QS WORLD (2019) 2 (35)

จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของคอกโครัลลีไซมอนส์ประจำปี ค.ศ. 2019 ได้จัดลำดับให้มหาวิทยาลัยเกียวโตอยู่ในอันดับที่ 35 ของโลก อันดับที่ 7 ของทวีปเอเชีย และอันดับที่ 2 ของประเทศญี่ปุ่น[5]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Profile of President Nagahiro Minato". Kyoto University. สืบค้นเมื่อ 12 November 2020.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "Kyoto University Facts and Figures 2021-2022" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2022-05-07.
  3. ประวัติมหาวิทยาลัยเกียวโต[ลิงก์เสีย]
  4. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-21. สืบค้นเมื่อ 2011-08-04.
  5. http://www.topuniversities.com/university-rankings/world-university-rankings/2019#sorting=rank+region=+country=+faculty=+stars=false+search=

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข