ฟุตบอลฮูลิแกน

ฟุตบอลฮูลิแกนนิสซึม (อังกฤษ: football hooliganism)[1] คือ พฤติกรรมเกเร ใช้ความรุนแรง และเป็นอันตราย ที่แสดงออกโดยกลุ่มผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลหัวรุนแรง เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง การทำลายสิ่งของ และการข่มขู่ เป็นต้น[2] บุคคลที่มีพฤติกรรมเช่นนี้เรียก ฟุตบอลฮูลิแกน (football hooligan)

กลุ่มผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลโลโคโมทีเวอไลพ์ซิกขณะกำลังลุกออกจากที่นั่งระหว่างเกมการแข่งขันกับสโมรสรฟุตบอลดีนาโม-ชเวรีน ในการแข่งขันเอฟดีกีบี-โพคาลของเยอรมนีตะวันออก พ.ศ. 2533

โดยปกติแล้วฟุตบอลฮูลิแกนมักจะเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มก๊วนซึ่งเป็นที่รู้จักกันบ่อยครั้งในชื่อ ฟุตบอลเฟิร์ม (football firm; คำสแลงในภาษาอังกฤษที่หมายถึงกลุ่มอาชญากร) ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อข่มขู่และโจมตีกลุ่มผู้สนับสนุนจากสโมสรฟุตบอลอื่นเป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีคำเรียกขานอื่น ๆ ที่ใช้สื่อถึงฟุตบอลเฟิร์มกันทั่วไป เช่น อาร์มี, บอยส์, แคชวลส์ และ ครูว์ ในขณะที่กลุ่มฟุตบอลฮูลิแกนบางสโมสรมีประวัติความขัดแย้งยาวนานกับสโมสรอื่น (ส่วนมากเป็นสโมสรที่อยู่ใกล้เคียงกันในทางภูมิศาสตร์ แต่ไม่ใช่กับทุกกรณี) ส่งผลให้พฤติกรรมฟุตบอลฮูลิแกนในเกมการแข่งขันระหว่างสโมรสรที่มีความขัดแย้งดังกล่าวมีโอกาสที่จะรุนแรงมากเป็นพิเศษ (ในบางครั้งเรียกว่า โลคัลเดอร์บีย์)

ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นก่อน ในระหว่าง หรือหลังจบเกมการแข่งขัน ซึ่งกลุ่มฟุตบอลฮูลิแกนมักจะเลือกสถานที่ก่อเหตุให้ห่างจากสนามที่ใช้แข่งขันเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของตำรวจ แต่ความขัดแย้งก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในสนามแข่งขันหรือถนนและบริเวณโดยรอบสนาม ในกรณีดังกล่าว หน้าต่างของร้านค้าอาจถูกทุบทำลาย ถังขยะอาจถูกวางเพลิง[3][4] และรถตำรวจถูกจับพลิกคว่ำ ส่วนกรณีที่รุนแรงมาก ๆ อาจมีผู้เสียชีวิตจากฝ่ายฮูลิแกน ตำรวจ หรือผู้คนโดยรอบบริเวณ และส่งผลให้ตำรวจปราบจลาจลในชุดเกราะเข้าแทรกแซงสถานการณ์ด้วยแก๊สน้ำตา สุนัขตำรวจ ยานยนต์หุ้มเกราะ และปืนฉีดน้ำแรงดันสูง[5] เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยฮูลิแกนเรียกว่า อักโกร (aggro) ซึ่งมาจากคำว่า aggravation หรือการทำให้ร้ายแรงขึ้น และ บอฟเวอร์ (bovver) ซึ่งเป็นคำที่ออกเสียงด้วยสำเนียงคอกนีย์ของคำว่า bother หรือความรำคาญ ส่วนคำว่า รัน หรือวิ่งคือสัญญาณที่บอกกลุ่มฮูลิแกนว่าให้แยกย้ายหนีไป

กลุ่มฮูลิแกนที่สามารถสละเวลาและเงินของตนได้จะติดตามฟุตบอลทีมชาติไปยังการแข่งขันนอกสถานที่และแสดงพฤติกรรมฮูลิแกนต่อกลุ่มฮูลิแกนของทีมเจ้าบ้านที่ตนไปเยือน นอกจากนี้ยังอาจสร้างความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่สาธาณะอีกด้วย และแม้จะไม่ปรากฏว่ามีกลุ่มฮูลิแกนในระดับทีมชาติเหมือนกับที่มีในระดับสโมสรฟุตบอล แต่กลุ่มฮูลิแกนที่สนับสนุนทีมชาตินั้น ๆ ก็จะใช้ชื่อกลางหรือชื่อรวมเพื่อแสดงออกถึงการเป็นพันธมิตรกับกลุ่มฮูลิแกนของสโมสรฟุตบอลจากชาติเดียวกันแทน

พฤติกรรมแก้ไข

พฤติกรรมฟุตบอลฮูลิแกนมีขอบข่ายที่ค่อนข้างกว้าง ดังนี้

  • การสบประมาท เช่น การพูดล้อเลียน ปรามาส บางครั้งก็พูดจาส่อเสียดลามก
  • การถ่มน้ำลาย
  • การจุดไฟ
  • การขว้างปาสิ่งของลงไปยังสนามเพื่อทำร้ายผู้เล่นหรือเจ้าหน้าที่ หรือเพื่อแสดงออกถึงการดูถูก เช่น การปากล้วยใส่ผู้เล่นผิวสี ซึ่งใช้สื่อถึงการดูถูกเหยียดหยามว่าคนผิวสีเป็นเผ่าพันธุ์ลิง
  • การขว้างปาสิ่งของใส่ผู้สนับสนุนสโมสรฝ่ายตรงข้าม เช่น การปาหิน อิฐ คบเพลิง และระเบิดขวด[3][4]
  • การต่อสู้ด้วยอาวุธ เช่น ไม้เบสบอล ขวดแก้ว หิน เหล็กเส้น มีด พร้า และอาวุธปืน[6]
  • การสร้างความไม่สงบกันเป็นหมู่คณะ เช่น การผลัก ซึ่งอาจทำให้บางส่วนของสนามแข่งขันเช่นรั้วหรือกำแพงพังถล่มลงมา และยังมีผลกระทบที่เหมือนกันคือผู้ชมในสนามคนอื่น ๆ (ที่ไม่ได้ก่อเหตุ) ต่างพยายามหนีหรือเบียดเสียดกันออกจากสถานที่เกิดเหตุ[7]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "What is football hooliganism?". BBC News. สืบค้นเมื่อ 12 May 2015.
  2. "Another sorry outbreak of the English disease". The Independent. London. 17 June 2004. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2007-09-30. สืบค้นเมื่อ 2007-07-25.
  3. 3.0 3.1 Kitsantonis, Niki (19 April 2007). "Soccer: Greece wrestles with fan violence". International Herald Tribune. สืบค้นเมื่อ 2007-11-24.
  4. 4.0 4.1 "novasports.gr". novasports.gr. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2010-03-14. สืบค้นเมื่อ 2010-03-24.
  5. Podnar, Ozren. "The Day Yugoslav Soccer Died". Soccerphile. สืบค้นเมื่อ 2007-07-25.
  6. "German Hooligans Make Mark in Bratislava | World Cup 2006 | Deutsche Welle | 05.09.2005". Dwworld.de. สืบค้นเมื่อ 2010-03-24.
  7. "Fence collapse hits soccer final". BBC News. 30 December 2000. สืบค้นเมื่อ 2010-03-24.