ฟุตบอลทีมชาตินอร์เทิร์นไอร์แลนด์

ฟุตบอลทีมชาตินอร์เทิร์นไอร์แลนด์ หรือ ฟุตบอลทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของไอร์แลนด์เหนือ ในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติ อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสมาคมฟุตบอลไอริช (IFA) โดยเป็นฟุตบอลทีมชาติที่เป็นสมาชิกของยูฟ่าและฟีฟ่า

นอร์เทิร์นไอร์แลนด์
Shirt badge/Association crest
ฉายาGreen and White Army, Norn Iron
เจ้าพ่อลูกเซ็ตพีซ (ฉายาในภาษาไทย)
สมาคมสมาคมฟุตบอลไอริช
สมาพันธ์ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนว่าง
กัปตันสตีเวน เดวิส
ติดทีมชาติสูงสุดแพท เจนนิงส์ (119)
ทำประตูสูงสุดเดวิด ฮีลีย์ (36)
สนามเหย้าวินด์ซอร์ปาร์ก
รหัสฟีฟ่าNIR
อันดับฟีฟ่า 33 Decrease 4 (19 กันยายน 2562)[1]
อันดับฟีฟ่าสูงสุด25 (มิถุนายน 2016)
อันดับฟีฟ่าต่ำสุด129 (กันยายน 2012)
อันดับอีแอลโอ103 (กันยายน 2014)
อันดับอีแอลโอสูงสุด4 or 15[2] (1882-5 or พฤษภาคม 1986)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด97 (กุมภาพันธ์ 2004)
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
Flag of Ireland ไอร์แลนด์ 0 - 13 อังกฤษ ธงชาติอังกฤษ
(เบลฟาสต์, ไอร์แลนด์; 18 กุมภาพันธ์ 1882)
ชนะสูงสุด
Flag of Ireland ไอร์แลนด์ 7 - 0 เวลส์ ธงชาติเวลส์
(เบลฟาสต์, นอร์เทิร์นไอร์แลนด์; 1 กุมภาพันธ์ 1930)
แพ้สูงสุด
Flag of Ireland ไอร์แลนด์ 0 - 13 อังกฤษ ธงชาติอังกฤษ
(เบลฟาสต์, ไอร์แลนด์; 18 กุมภาพันธ์ 1882)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม3 (ครั้งแรกใน 1958)
ผลงานดีที่สุดรอบก่อนรองชนะเลิศ, 1958, 1982
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม1 (ครั้งแรกใน 2016)
ผลงานดีที่สุดรอบ 16 ทีมสุดท้าย, 2016

ทีมชาตินอร์เทิร์นไอร์แลนด์ เป็นทีมที่เปลี่ยนแปลงมาจากทีมชาติไอร์แลนด์ดั้งเดิม โดยภายหลังจากที่เกาะไอร์แลนด์ ได้แยกออกเป็น 2 ส่วน คือไอร์แลนด์เหนือ คือดินแดนส่วนบนของเกาะที่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรและ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ คือดินแดนส่วนใต้ที่เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะและได้แยกตัวเป็นเอกราช ทำให้มีฟุตบอลทีมชาติไอร์แลนด์อยู่ถึง 2 ทีม คือทีมชาติไอร์แลนด์ดั้งเดิม ที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร (IFA) และ ทีมชาติไอร์แลนด์ที่ตั้งขึ้นใหม่ ของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (FAI) ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย ต่อมาฟีฟ่าได้มีคำสั่งให้ทีมชาติไอร์แลนด์เดิม เปลี่ยนชื่อเป็นทีมชาตินอร์เทิร์นไอร์แลนด์ และทีมชาติไอร์แลนด์ใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็น ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์

แม้ไอร์แลนด์เหนือจะมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร แต่ทีมชาตินอร์เทิร์นไอร์แลนด์ ก็เป็นสมาชิกของฟีฟ่าและยูฟ่า ทำให้มีสิทธิลงแข่งขันในรายการสำคัญต่างๆ ยกเว้นกีฬาโอลิมปิกที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ให้ชาติที่เป็นองค์ประกอบของสหราชอาณาจักรทั้งอังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์และไอร์แลนด์เหนือ รวมตัวกันลงแข่งขันในนามทีมชาติสหราชอาณาจักร

ทีมชาตินอร์เทิร์นไอร์แลนด์เคยผ่านเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้ง โดยผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ในฟุตบอลโลก 1958 และ ฟุตบอลโลก 1982 ส่วนในปี 1986 ตกรอบแรก นอกจากนี้ยังผ่านเข้าไปเล่นในรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นครั้งแรกในปี 2016

ประวัติแก้ไข

ยุคทีมชาติไอร์แลนด์แก้ไข

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1882 , 15 เดือน หลังจากก่อตั้งสมาคมฟุตบอลไอริช (IFA) ทีมชาติไอร์แลนด์ได้ลงแข่งขันฟุตบอลระดับชาติเป็นครั้งแรก โดยเป็นการแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมชาติอังกฤษ ที่เมืองเบลฟาสต์ ซึ่งผลการแข่งขันนัดดังกล่าว ทีมชาติไอร์แลนด์เป็นฝ่ายแพ้คาบ้านไปถึง 13–0 และเป็นสถิติแพ้ขาดลอยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นสถิติชนะขาดลอยมากที่สุดของทีมชาติอังกฤษอีกด้วย

ปี ค.ศ. 1884 ไอร์แลนด์ได้ลงแข่งขันในบริติชโฮมแชมเปียนชิป ที่จัดขึ้นเป็นปีแรก และแพ้รวดตลอดการแข่งขัน โดยถูกยิงมากถึง 19 ประตู และยิงได้แค่ประตูเดียว หลังจากนั้นไอร์แลนด์ ก็ยังไม่สามารถเอาชนะทีมคู่แข่งในการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติได้เลยแม้แต่นัดเดียว จนกระทั่งวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1887 ไอร์แลนด์ก็สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เป็นครั้งแรก โดยเป็นการเอาชนะทีมชาติเวลส์ ไป 4–1 ที่เมืองเบลฟาสต์

ปี ค.ศ. 1899 สมาคมฟุตบอลไอริช ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกฏการเรียกตัวผู้เล่นมาติดทีมชาติ จากเดิมเฉพาะผู้เล่นที่อาศัยอยู่ในเกาะไอร์แลนด์เท่านั้น ที่จะมีสิทธิถูกเรียกตัวมาเล่นให้ทีมชาติ และผู้เล่นส่วนใหญ่จะคัดเลือกมาจากไอริช ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก 3 สโมสรฟุตบอลในเมืองเบลฟาสต์ ได้แก่ ลินฟิลด์, คลิฟตันวิลล์ และ ดิสทิลเลรี , ในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1899 ในการแข่งขันกับทีมชาติเวลส์ มีผู้เล่นที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเกาะไอร์แลนด์ ถูกเรียกมาติดทีมชาติถึง 4 ราย จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ไอร์แลนด์สามารถเอาชนะไปได้ 1–0 และอีก 3 สัปดาห์ถัดมา ในวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1899 อาร์ชี กู๊ดออล นักฟุตบอลจากสโมสรแอสตันวิลลา ที่เป็น 1 ใน 4 ผู้เล่นที่อาศัยอยู่นอกเกาะไอร์แลนด์ กลายเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดของทีมชาติในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่สามารถทำประตูให้ทีมชาติได้ โดยเขาทำประตูได้ในนัดที่แพ้ทีมชาติสกอตแลนด์ 9–1 ซึ่งในขณะนั้นเขามีอายุ 34 ปี 279 วัน

ปี ค.ศ. 1920 สหราชอาณาจักรได้ออกพระราชบัญญัติรัฐสภาไอร์แลนด์ขึ้น ทำให้ต่อมาเกาะไอร์แลนด์ได้ถูกแบ่งแยกการปกครองออกเป็น 2 ส่วน คือไอร์แลนด์เหนือ และ ไอร์แลนด์ใต้ ก่อนที่ในปี ค.ศ. 1922 ไอร์แลนด์ใต้จะประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร กลายเป็นเสรีรัฐไอริช

ผู้เล่นคนสำคัญแก้ไข

อดีตผู้เล่นคนสำคัญแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "The FIFA/Coca-Cola World Ranking". FIFA. 19 กันยายน 2562. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562.
  2. The official Elo ratings pages combine the pre-1923 IFA team's results with the post-1923 FAI team. The highest ranking for the pre-1923 team is 4th, in 1882-5.("World Football Elo Ratings: Ireland". สืบค้นเมื่อ 2007-02-14.) The "new" Northern Ireland team is introduced to the Elo ranking in 1923, with an initial points total higher than the FAI team inherits from the "old" IFA team: 1600 as opposed to 1522. The highest rank the IFA team subsequently attains, based on this, is 15th, in May 1986.("World Football Elo Ratings: Northern Ireland". สืบค้นเมื่อ 2007-02-14.)