ผลต่างระหว่างรุ่นของ "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
{{ข้อมูลมหาวิทยาลัย |
ชื่อ = มหาวิทยาลัยเชียงใหม่|
ภาพ = [[ภาพ:Chiangmai.gif|Chiangmai]] |
ชื่อ = มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
ชื่ออังกฤษ = Chiangmai University |
ย่อ = มช. (CMU) |
ย่ออังกฤษ = CMU |
คำขวัญ = "อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา"<br/>(บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกฝนตนเอง) |
ก่อตั้ง = [[พ.ศ. 2508]] |
ประเภท = [[มหาวิทยาลัยรัฐบาล|รัฐบาล]] |
ตำแหน่งหัวหน้า = อธิการบดี |
หัวหน้า = [[พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์|ศ. ดร. พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์]] |
เพลง = [[เพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยเชียงใหม่]] |
ต้นไม้ = ต้นทองกวาว |
สี = [[สีม่วง|ม่วง]] |
ที่อยู่ = 239 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง [[จังหวัดเชียงใหม่|จ.เชียงใหม่]] 50200 |
โทรศัพท์ = 0 - 5394 - 3210 |
โทรสาร = 0 - 5394 - 3227 |
เว็บ = [http://www.chiangmai.ac.th/ www.chiangmai.ac.th]
}}
 
== ประวัติ ==
{{มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่ตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาค และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เรียกชื่อตามชื่อเมือง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ
เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เรียกชื่อตามชื่อเมือง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ
อำเภอเมือง เชียงใหม่ ขนาบด้วยถนนห้วยแก้ว และถนนสุเทพ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 ก.ม.
และมีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่เศษ เปิดทำการสอน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2507
 
ความเป็นมา
ปี พ.ศ.2484 รัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดตั้งมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคขึ้นแต่เกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 การดำเนินงานจึงชะงักลง ต่อมาในปี พ.ศ.2501 รัฐบาลชุดจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาว่า " จะดำเนินการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค ตลอดถึงการศึกษาชั้นสูง "
พ.ศ.2502 ได้มีการประชุมโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค ภาคการศึกษา 8 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ม.ล.ปิ่น มาลากุล) เป็นประธาน ที่ประชุมมีความเห็นว่า " น่าจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ "
พ.ศ.2503 รัฐบาลชุด จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ลงมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียกชื่อมหาวิทยาลัยนี้ว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
 
1.# เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการพัฒนาภาคเหนือ ทั้งด้านการศึกษาและวิชาชีพ
2.# ต้องการให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์มีคณะ/ภาควิชา ต่าง ๆ เปิดสอนครบถ้วนตามหลักสากล
3.# นอกจากจะเป็นสถาบันสำหรับการศึกษา และวิจัยแล้ว เหตุผลอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องการสร้างความรอบรู้และสร้างนิสัยให้แก่นักศึกษาด้วย
 
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เริ่มเชียงเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ [[18 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2507]] พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดมหาวิทยาลัย อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ [[24 มกราคม]] [[พ.ศ. 2508]]
ในระยะเริ่มต้นได้เปิดดำเนินการสอนเพียง 3 คณะ ที่เป็นรากฐานของทุกสาขาวิชาคือ คณะมนุษยศาสตร์คณะสังคมศาสตร์
และคณะวิทยาศาสตร์ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ได้รับโอนกิจการคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
มาเป็นคณะแพทยศาสตร์สังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปีเดียวกันนี้เอง ได้เริ่มจัดตั้งคณะเกษตรศาสตร์ขึ้นอีกคณะหนึ่ง ในปีการศึกษา
2511 ได้จัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์ และในปีการศึกษา 2513 ได้จัดตั้งคณะใหม่อีก คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 จึง
ได้จัดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 3 คณะคือ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มีคณะทั้งหมดด้วยกัน 17 คณะ โดยในปี พ.ศ. 2518 ได้จัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์เพิ่มขึ้นและตั้งบัณฑิตวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2519
เพื่อเป็นหน่วยประสานงานด้านการเรียนการสอนและมาตรฐานหลักสูตรขั้นบัณฑิตศึกษามีฐานะเทียบเท่าคณะหนึ่งแต่การดำเนินงานด้าน
การสอนและการวิจัยซึ่งกระทำโดยคณาจารย์ของคณะ และได้มีการจัดตั้งคณะวิจิตรศิลป์ขึ้น ในปี พ.ศ. 2525 เปิดรับนักศึกษาตั้งแต่
ปีการศึกษา 2526 ในปี 2536 ได้จัดตั้งคณะเพิ่มขึ้นอีก 3 คณะ คือ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจและ และคณะอุตสาหกรรมเกษตร และในปี พ.ศ. 2538 ได้จัดตั้งคณะเพิ่มอีก 1 คณะคือคณะสัตวแพทยศาสตร์ และในปี พ.ศ. 2543 ได้มีการจัดตั้งคณะ
และในปี พ.ศ. 2538 ได้จัดตั้งคณะเพิ่มอีก 1 คณะคือคณะสัตวแพทยศาสตร์ และในปี พ.ศ. 2543 ได้มีการจัดตั้งคณะ
สถาปัตยกรรมศาสตร์ ขึ้นเป็นคณะที่ 17
 
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ คือเปิดสอนวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงทุกสาขาวิชา ตามหลักของ UNESCO ดังที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้แต่เดิมมา
ตามหลักของ UNESCO ดังที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้แต่เดิมมา
}}
 
== พื้นที่ในมหาวิทยาลัย==
{{พื้นที่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวม 8,502 ไร่ พื้นที่บางส่วนเป็นที่ดินของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เอง ซึ่งมีการซื้อหรือเวนคืนในช่วงการจัดตั้งมหาวิทยาลัย บางส่วนหน่วยงานราชการอื่น โดยเฉพาะกรมป่าไม้ อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ และมีบางส่วนได้รับจากผู้มีจิตศรัทธา พื้นที่เหล่านี้กระจายอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
* บริเวณเชิงดอยและสวนดอก 1,812 ไร่
ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เอง ซึ่งมีการซื้อหรือเวนคืนในช่วงการจัดตั้งมหาวิทยาลัย บางส่วน
* บริเวณสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ 1,293 ไร่
หน่วยงานราชการอื่นโดยเฉพาะกรมป่าไม้อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ และมี บางส่วนได้รับจากผู้มีจิตศรัทธา
* บริเวณสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน 550 ไร่
พื้นที่เหล่านี้กระจายอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
* บริเวณสถานีวิจัยการเกษตรที่สูงดอยป่าเกี๊ยะ 30 ไร่
 
* บริเวณสถานีวิจัยการเกษตรที่สูงหนองหอย 50 ไร
บริเวณเชิงดอยและสวนดอก 1,812 ไร่
* บริเวณค่ายสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ่ 17 ไร
บริเวณสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ 1,293 ไร่
* พื้นที่บริจาคให้แก่คณะแพทยศาสตร์ 12 ไร่
บริเวณสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน 550 ไร่
* พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร ตำบลศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน 4,726 ไร่
บริเวณสถานีวิจัยการเกษตรที่สูงดอยป่าเกี๊ยะ 30 ไร่
* ที่ราชพัสดุ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 12 ไร
บริเวณสถานีวิจัยการเกษตรที่สูงหนองหอย 50 ไร
บริเวณค่ายสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ่ 17 ไร
พื้นที่บริจาคให้แก่คณะแพทยศาสตร์ 12 ไร่
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร ตำบลศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน 4,726 ไร่
ที่ราชพัสดุ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 12 ไร
}}<!--ลบคำว่า โครง-ส่วน ออก เมื่อมีการเพิ่มข้อมูลรวมทั้งส่วนนี้-->
 
==นโยบาย==
14,385

การแก้ไข