ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การล้อมเลนินกราด"

เพิ่มขึ้น 7,955 ไบต์ ,  4 เดือนที่ผ่านมา
[[File:RIAN archive 216 The Volkovo cemetery.jpg|thumb|ชายสามคนกำลังฝังศพเหยื่อของการล้อมเลนินกราดใน ปี ค.ศ. 1941 ]]
 
การปิดล้อมเป็นเวลา 228 วันทำให้เกิดทุพภิกขภัยอย่างรุนแรงในภูมิภาคเลนินกราดโดยผ่านการทำลายล้างสิ่งอำนวยประโยชน์ น้ำ พลังงาน และเสบียงอาหาร ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,500,000 คน<ref>{{Harvnb|Salisbury|1969|p=590f}}</ref> ทหารและพลเรือนและผู้อพยพจำนวนกว่า 1,400,000 คน (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก) มีจำนวนหลายคนต่างเสียชีวิตระหว่างการอพยพ เนื่องจากสภาพความอดอยากและการทิ้งระเบิด<ref name=autogenerated8>{{Harvnb|Brinkley|Haskey|2004|p= 210}}</ref><ref name=autogenerated3>{{Harvnb|Wykes|1972|pp= 9–21}}</ref><ref name=autogenerated9/> สุสานอนุสรณ์ Piskaryovskoye ในเลนินกราดได้ถือว่ามีจำนวนเหยื่อพลเรือนกว่าครึ่งล้านคนจากการล้อมเพียงลำพัง การทำลายทางเศรษฐกิจและความสูญเสียมนุษย์ในเลนินกราดของทั้งสองฝ่ายมีมากเกินกว่า[[ยุทธการที่สตาลินกราด]] [[ยุทธการที่มอสโก]] หรือ[[การทิ้งระเบิดที่โตเกียว]] การปิดล้อมเลนินกราดได้ถูกจัดว่า เป็นการปิดล้อมที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และนักประวัติศาสตร์บางคนต่างพูดถึงปฏิบัติการปิดล้อมในแง่ของการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ว่าเป็น "นโบายความอดอยากที่มีแรงจูงใจทางเชื้อชาติ" ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญของสงครามการทำลายล้างของเยอรมันที่มีต่อประชากรชาวโซเวียตส่วนมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน<ref>{{Harvnb|Ganzenmüller|2005|pp= 17,20}}</ref><ref>{{Harvnb|Barber|Dzeniskevich|2005|}}</ref>
{{โครง-ส่วน}}
 
พลเรือนในเมืองต่างประสบความอดอยากอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวของปี ค.ศ. 1941-42 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1941 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1942 มีเพียงอาหารอย่างเดียวที่สามารถให้แก่พลเมืองได้คือ ก้อนขนมปัง 125 กรัมต่อวัน โดยประมาณ 50–60% ซึ่งประกอบไปด้วยขี้เลื่อยและส่วนผสมอื่น ๆ ที่กินไม่ได้ ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำสุด (ลดลงถึง −30 องศาเซลเซียล (−22 องศาฟาเรนไฮต์)),และพร้อมด้วยบริการขนส่งในเมืองได้ปิดตัวลง แม้แต่ระยะทางไม่กี่กิโลเมตรไปยังตู้จำหน่ายอาหาร ก็ต้องพบเจอกับสิ่งกีดขวางที่ผ่านไปไม่ได้สำหรับประชากรจำนวนมาก จำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1942 อยู่ที่ 100,000 คนต่อเดือน ส่วนมากจากความอดอยาก<ref name="reid284">{{Harvnb|Reid|2011|p= 284}}</ref> ผู้คนมักจะเสียชีวิตล้มลงตามท้องถนน และในไม่ช้าประชาชนก็คุ้นเคยชินกับการเห็นถึงความตาย<ref>{{Cite book|last=Anderson, M. T., author.|title=Symphony for the city of the dead : Dmitri Shostakovich and the siege of Leningrad|isbn=978-0-7636-9100-4|pages=284|oclc=975000281|date=7 February 2017}}</ref>
 
==== การกินเนื้อมนุษย์ ====
ในขณะที่รายงานถึงการกินเนื้อมนุษย์ได้ปรากฏขึ้นในฤดูหนาว ค.ศ. 1941-42 บันทึกรายงานของหน่วยเอ็นเควีดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้ถูกตีพิมพ์จนถึง ค.ศ. 2004 หลักฐานส่วนใหญ่เกี่ยวกับการกินเนื้อมนุษย์ที่ปรากฏให้เห็นก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย Anna Reid ได้ชี้ให้เห็นว่า "สำหรับคนส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้น การกินเนื้อมนุษย์เป็นเรื่องราวนิยายสยองขวัญมือสองมากกว่าประสบการณ์ส่วนบุคคลโดยตรง" การบอกเล่าถึงความน่ากลัวของเลนินกราดในช่วงเวลานั้น ตำรวจมักจะข่มขู่ผู้ต้องสงสัยที่ไม่ให้ความร่วมมือด้วยการจับขังในคุกที่มีมนุษย์กินคนอยู่ด้วย Dimitri Lazarev ผู้บันทึกอนุทินในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในการล้อมเลนินกราด ได้เล่าว่า ลูกสาวและหลานสาวของเขาได้ท่องเพลงกล่อมเด็กที่ชวนขนลุกซึ่งถูกดัดแปลงมาจากเพลงช่วงก่อนสงคราม โดยมีเนื้อหาว่า:
 
เจ้าโรคร้ายมันเดินไปเดินมา
ด้วยหน้าตาที่หมองเศร้า
ในตระกร้าของเขาเต็มไปด้วยก้นของศพ
ฉันมีเนื้อมนุษย์สำหรับมื้อกลางวัน,
ชี้นนี้ฉันจะทำ!
อึ๋ย, หิวจัง เสียดายจัง!
และสำหรับมื้อเย็นนี้, แน่นอน
ฉันต้องการเจ้าเด็กน้อย.
ฉันจะพาเพื่อนบ้านไป',
ขโมยเขาออกมาจากเปลนอน<ref name="reid354">{{Harvnb|Reid|2011|p=354}}</ref>
{{โครง-ส่วน}}
 
6,727

การแก้ไข