ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เจ้าพระตา"

ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
 
== สงครามนครเวียงจันทน์ ==
ปี พ.ศ. 2314 พระเจ้าสิริบุญสารเห็นว่าหนองบัวลุ่มภูไม่สามารถตีแตกได้ จึงแต่งคณะทูตนำสาส์นพร้อมเครื่องราชบรรณาการไปหา[[พระเจ้ามังระ]]แห่ง[[พม่า|หงสาวดี]]ที่ปกครองอยู่[[จังหวัดเชียงใหม่|นครเชียงใหม่]]ยกทัพลงมาช่วยตีหนองบัวลุ่มภู เมื่อเจ้าพระวราชปิตาทราบข่าวการส่งสาร์นของพระเจ้าสิริบุญสาร พระองค์ก็ได้จัดแจงแต่งค่ายคูประตูเมืองให้มั่นคงหาทางหนีทีไล่พร้อมสรรพ จึงมีรับสั่งให้เจ้าท้าวคำสู เจ้าท้าวคำขุย เจ้าท้าวคำสิงห์ แลท้าวอินทิสารยกไพร่พลกองครัวส่วนหนึ่งลงมาสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ หากพ่ายแพ้สงครามก็จะได้อพยพลงมาสบทบ โดยเจ้าท้าวคำสูได้พากลุ่มไพร่พลมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามลำพะเนียงต่อลำน้ำพองตามแม่น้ำชีลงมาถึงดงใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำชี เรียกว่า ดงผีสิงห์ เจ้าท้าวคำสูพาไพร่พลตั้งบ้านแปงเมืองขึ้น เรียกว่า '''บ้านสิงห์ท่า''' และเจ้าท้าวคำขุยพาไพร่พลส่วนหนึ่งขึ้นไปตั้งบ้านเมืองที่ดงโต่งโต้น เรียกว่า '''บ้านสิงห์โคก''' (ต่อมาคือ[[จังหวัดยโสธร|เมืองยศสุนทรประเทศราช]]) ส่วนเจ้าพระวรราชปิตาได้เกณฑ์เอากำลังไพร่พลจากเมืองผ้าขาว เมืองพันนา เมืองภูเวียง เมืองนาด้วง มาร่วมต้านข้าศึก เมืองทัพนครเวียงจันทน์และทัพสนับสนุนจากพม่ามายั้งทัพตั้งค่ายล้อมเมืองหนองบัวลุ่มภูไว้ด้านหนึ่ง เจ้าพระวรราชปิตา แลเจ้าอุปราชได้นำกำลังไพร่พลออกมารบ เมื่อข้าศึกมีจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าพระวรราชปิตามีพระชนม์สูงวัยจึงอ่อนกำลังลง และเจ้าพระวรราชปิตาถูกพระแสงปืนข้าศึกจนตกม้าถึงแก่ทิวงคตพิราลัย บริเวณช่องน้ำจั่นใต้น้ำตกเฒ่าโต้ เทือกเขาภูพาน และทัพนครเวียงจันทน์จึงสามารถตีหนองบัวลุ่มภูแตกได้
 
== พิราลัย ==
292

การแก้ไข