ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร''' ({{lang-sa|प्रज्ञापारमिताहृदय}}, สันสกฤต-โรมาไนซ์ : Prajñāpāramitā Hṛdaya; {{lang-zh|摩訶般若波羅蜜多心經}}; {{lang-bo| རིན་ཆེན་སྡེབཅོམ་ལྡན་འདས་མ་ཤེས་རབ་ཀྱི་ཕ་རོལ་ཏུ་ཕྱིན་པའི་སྙིང་པོ}}) คือ[[พระสูตร]]ที่สำคัญและเป็นที่นิยมยิ่งในพุทธศาสนาฝ่าย[[มหายาน]] ชื่อ "ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร" มีความหมายตามตัวอักษรว่า "พระสูตรอันเป็นหัวใจแห่ง[[ปรัชญาปารมิตา|ปฏิปทาอันยวดยิ่งแห่งความรู้แจ้ง]]" ในภาษาอังกฤษมักแปลโดยสังเขปว่า "หฤทัยสูตร" (The Heart Sūtra) พระสูตรนี้มักได้รับการยอมรับว่าเป็นพระสูตรที่มีผู้รู้จักและนิยมที่สุดมากกว่าพระสูตรใดของพุทธศาสนา <ref>Pine, Red. The Heart Sutra: The Womb of the Buddhas (2004)</ref> <ref>Pine, Red. The Heart Sutra: The Womb of the Buddhas (2004)4</ref> <ref>Nattier, Jan. 'The Heart Sutra: A Chinese Apocryphal Text?'</ref>
 
== รายละเอียด ==
เอ็ดเวิร์ด คอนเซ (Edward Conze) ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาพุทธได้จัดลำดับพระสูตรนี้ ให้อยู่ในลำดับที่ 3 ของทั้งหมด 4 ลำดับพัฒนาการของพระสูตรสายปรัชญาปารมิตา อย่างไก็ตาม พระสูตรนี้อาจมีช่วงลำดับพัฒนาการคาบเกี่ยวกับยุคที่ 4 เนื่องจากตอนท้ายของพระสูตรปรากฏคาถา (ซึ่งบางครั้งเรียกว่า[[ธารณี]]) อันเป็นลักษณะของพัฒนาการของสายตันตระ ซึ่งเป็นพัฒนาการช่วงหลังสุดของพุทธศาสนา นอกจากนี้ ในบางกรณีพระสูตรดังกล่าวยังได้รับการจัดหมวดหมู่เข้าอยู่ในหมวดตันตระ ในพระไตรปิฎกสายทิเบตบางสาย <ref>Conze, Edward. (1967)</ref> คอนเซ ประเมินอายุของพระสูตรไว้ว่า น่าจะมีจุดกำเนิดอยู่ในช่วงปีค.ศ. 350 แต่นักวิชาการบางคนคาดว่า น่าจะมีอายุเก่ากว่าถึง 2 ศตวรรษ <ref>Lopez, Donald S., Jr. The Heart Sutra Explained: Indian and Tibetan Commentaries (1988)</ref> อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า ไม่สามารถประเมินอายุของพระสูตรได้เกินศตวรรษที่ 7 <ref>Nattier, Jan. 'The Heart Sutra: A Chinese Apocryphal Text?'</ref>
 
พระสูตรฉบับภาษาจีนมักนำมาสาธยายระหว่างประกอบพิธีทางศาสนาโดยพระภิกษุนิกาย[[ฉาน]]ในจีน ([[เซน]]) ในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีความสำคัญกับนิกายชินงอน[[ชิงงน]] โดยท่านคูไค ผู้ก่อตั้งนิกายนี้ในญี่ปุ่นยังได้รจนาอรรถกถาไว้ รวมถึงอีกหลายนิกายใน[[ศาสนาพุทธแบบทิเบต]]ก็ยังศึกษาพระสูตรนี้อย่างยิ่งยวดอีกด้วย
 
พระสูตรนี้จัดอยู่ในกลุ่มพระสูตรจำนวนหยิบมือที่มิได้เป็นพุทธวจนะโดยตรง ในบางฉบับมีการเอ่ยถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชื่นชมและรับรองวจนะของ[[พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์]] อาทิเช่นพระสูตรฉบับฝ่าเยว่ ที่มีอายุราวปีค.ศ. 735 <ref>Pine, Red. The Heart Sutra: The Womb of the Buddhas (2004)</ref> อย่างไรก็ตาม การระบุถึงในส่วนนี้ ไม่ปรากฏในฉบับของพระถังซำจั๋ง ขณะที่ฉบับภาษาทิเบตมีขนาดยาวกว่า <ref>Nattier, Jan. 'The Heart Sutra: A Chinese Apocryphal Text?'</ref> <ref>Tibetan Version of the Heart Sutra (English)". Dharmaweb. 2005-10-29. Retrieved 2013-03-16.</ref> กระนั้นก็ตาม ฉบับแปลภาษาทิเบตซึ่งพบที่ตุนหวงไม่ปรากฏอารัมภกถา ส่วนในพระไตรปิฎกฉบับภาษาจีนเก็บรักษาทั้งฉบับยาวและฉบับสั้น ซึ่งยังคงพบต้นฉบับในภาษาสันสกฤตทั้ง 2 ฉบับ <ref>Nattier, Jan. 'The Heart Sutra: A Chinese Apocryphal Text?'</ref>
 
พระมหาคณาจารย์โพธิ์แจ้งและมหาวัชราจารย์โซนัมรินโปเช่ กล่าวว่า "คำสวดนี้เป็นคาถาหัวใจของปรัชญาปารามิตาสูตร เลียนคำมาจากสันสฤตโบราณ ฉะนั้นจึงไม่ขอแปลความหมาย บทธารณีในภาษาจีนได้จบเพียงเท่านี้ แต่ในสันสฤตได้มีอีกประโยคว่า ได้กล่าวปรัชญาปารามิตาสูตรจบแล้ว ในภาษาทิเบตมีการบรรยายที่มาของพระสูตร และ บท สรุปของพระสูตรนี้ ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในสังยุตตนิกายว่า “ดูกรกัจจนะโลกนี้ติด อยู่กับสิ่งสองประการ คือ “ความมี”และ “ความไม่มี” ผู้ใดเห็นความเกิดขึ้นของสิ่งทั้งหลาย ในโลกตามความเป็นจริงและด้วยปัญญา “ความไม่มี”อะไรในโลกจะไม่มีแก่ผู้นั้น ดูก่อนกัจจนะ ผู้ใดเห็นความดับของสิ่งทั้งหลายในโลกตามความเป็นจริงและด้วยปัญญา “ความมี” อะไรในโลกจะไม่มีแก่ผู้นั้น”" <ref>ฤทธิชัย เอกสินิทธ์กุล. (2541). ปรัชญาปารามิตาหฤทัยสูตร. </ref>
 
== เนื้อหา ==
=== ฉบับเต็ม ===
ปรัชญาปาระมิตาหฤทัยสูตรัม (วิสตะระมาตฤกา)
 
นะมะห์ สรวะชญายะ
 
เอวัมฺ มะยา ศรุตัมฯ เอกัสมิน สะมะเย ภะคะวาน ราชะคฤเห วิหะระติ สมะ คฤธระกูเฏ ปะรวะเต มะหะตา ภิกษุสังเฆนะ สารธัง มะหะตา จะ โพธิสัตฺตวะสังเฆนะฯ เตนะ ขะลุ สะมะเยนะ ภะคะวาน คัมภีราวะสัมโพธัง นามะ สมาธิง สะมาปันนะห์ฯ เตนะ จะ สะมะเยนะ อารยาวะโลกิเตศวะโร โพธิสัตฺตโว มหาสัตฺตโว คัมภีรายาง ปรัชญาปาระมิตายาง จารยาง จะระมาณะห์ เอวัง วยะวะโลกะยะติ สมะฯ ปัญจะ สกันธางสตางศจะ สวะภาวะศูนยาง วยะวะโลกะยะติฯฯ
 
อะถายุษมาน ศาริปุโตร พุทธานุภาเวนะ อารยาวะโลกิเตศวรัง โพธิสัตตวะเมตะทะโวจัต-ยะห์ กัศจิต กุละปุโตร (วา กุละทุหิตา วา อัสยาง) คัมภีรายาง ปรัชญาปารมิตายาง จารยาง จะรตุกามะห์ กะถัง ศิกษิตะวยะห์ เอวะมุกเต อารยาวโลกิเตศวะโร โพธิสัตตโว มหาสัตตวะห์ อายุษมันตัง ศาริปุตระเมตะทะโวจัต-ยะห์ กัศจิจฉาริปุตระ กุละปุโตร วะ กุละทูหิตา วา (อัสยาง) คัมภีรายาง ปรัชญาปารมิตายาง จะรยาง จะรตุกามะห์ เตไนวัง วยะวโลกิตะวยัม-ปัญจะ สกันธางสตางศจะ สวภาวะศูนยาน สะมะนุปัศยะติ สมะฯ รูปัง ศูนยตา ศูนยะไตวะ รูปังฯ รูปานนะ ปฤถัก ศูนยะตา ศูนยะตายา นะ ปฤถัก รูปัมฯ ยัทรูปัง สา ศูนยะตา ยา ศูนยะตา ตัทรูปัมฯ เอวัง เวทะนาสังชญาสังสการะวิชญานานิ จะ ศูนยะตาฯ เอวัง ศาริปุตระ สะรวะธรฺมาห์ ศูนยะตาลักษณา อะนุตปันนา อนิรุทธา อะมะลา วิมะลา อะนูนา อะสังปูรณาห์ฯ ตัสมาตตะรหิ ศาริปุตระ ศูนยตายาง นะ รูปัม นะ เวทะนา นะ สังชญา นะ สังสการาห์ นะ วิชญานัม นะ จักษุรนะ นะ ศโรตรัง นะ ฆราณัง นะ ชิหวา นะ กาโย นะ มะโน นะ รูปัง นะ ศัพโท นะ คันโธ นะ ระโส นะ สปรัษฏะวยัง นะ ธรมะห์ฯ นะ จักษุรธาตุรยาวันนะ มะโนธาตุรนะ ธรมะธาตุรนะ มะโนวิชญานะธาตุห์ฯ นะ วิทยา นาวิทยา นะ กษโย ยาวันนะ ชรามะระณัง นะ ชะรามะระณักษะยะห์ นะ ทุห์ขะสะมุทะยะนิโรธะมารคา น ชญานัง นะ ปราปติรนาปราปติห์ฯ ตัสมาจฉาริปุตระ อะปราปติเวนะ โพธิสัตตวานาง ปรัชญาปารมิตามาศริตยะ วิหะระติ จิตตาวะระณะห์ฯ จิตตาวะระณะนาสติตวาทะตรัสโต วิปะรยาสาติกรานโต นิษฐะนิรวาณะห์ฯ ตรยะธวะวยะวะสถิตาห์ สะรวะพุทธาห์ ปรัชญาปารมิตามาศริตยะ อะนุตตุรามง สัมยักสังโพธิมะภิสังพุทธาห์ฯ ตัสมาท ชญาตะวยะห์ ปรัชญาปารมิตามหามันตระห์ อนุตตะระมันตระห์ อะสะมะสะมะมันตระห์ สรวะทุห์ขะประศะมะนะมันตระห์ สัตยะมะมิถยัตวาต ปรัชญาปารมิตายามุกโต มันตระห์ฯ ตัทยะถา คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โพธิ สวาหาฯ เอวัง ศาริปุตระ คัมภีรายาง ปรัชญาปารมิตายาง จะรยาง ศิกษิตะวยัง โพธิสัตตเวนะฯฯ
 
อะถะ ขะลุ ภะคะวาน ตัสมาตสะมาเธรวยุตถายะ อารยาวะโลกิเตศวระสะยะ โพธิสัตตวะสยะ สาธุการะมะทาต-สาธุ สาธุ กุละปุตระฯ เอวะเมตัต กุละปุตระ เอวเมตัท คัมภีรายาง ปรัชญาปารมิตายาง จะรยัง จะรตะวยัง ยะถา ตวะยา นิรทิษฏัมฯ อนุโมทยะเต ตะถาคะไตรัรหัทภิห์ฯฯ
 
อิทะมะโวจะภะคะวานฯ อานันทะมะนา อายุษมาน ศาริปุตระห์ อารยาวะโลกิเตศวระศจะ โพธิสัตตวะห์ สา จะ สรวาวะตี ปะริษัต สะเทวะมานุษาสุระคันธรวะศจะ โลโก ภะคะวะโต ภาษิตะมะภยะนันทันฯฯ
 
อิติ ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรัม สะมาปตัมฯฯ
 
=== ฉบับย่อ ===
'''ปรชฺญาปารมิตาหฤทยสูตรมฺ (สํกษิปฺตมาตฤกา)'''
 
นมะ สรฺวชญฺาย
 
อารฺยาวโลกิเตศวฺรโพธิสตฺตฺโว คมฺภีรายำ ปรชฺญาปารมิตายำ จารฺยำ จรมาโณ วฺยวโลกยติ สมฯ ปญฺจ สฺกนฺธาะ สตำศจ สฺวภาวศูนฺยานฺ ปศฺยติ สมฯฯ
 
อิห ศาริปุตฺร รูปํ ศูนฺยตา ศูนยไตว รูปํฯ รูปฺปานฺน ปฤถกฺ ศูนฺยตา ศูนฺยตายา น ปฤถกฺ รูปมฺฯ ยทฺรูปํ สา ศูนฺยตา ยา ศูนฺยตา ตทฺรูปัมฺฯฯ
 
เอวเมว เวทนาสํชญาสํสการวิชฺญานฺนิฯฯ
 
อิหํ ศาริปุตร สฺรวธรฺมาะ ศูนฺยตาลกฺษฺณา อนุตฺปนฺนา อนิรุทฺธา อมลา น วิมลา โนนา น ปริปูรฺณาะฯ ตสฺมาจฺฉาริปุตฺร ศูนฺยตายำ น รูปํ น เวทนา น สํชฺญา น สํสฺการาะ น วิชฺญานิฯ นะ จกฺษะศฺโรตฺรฆฺราณชิหฺวากายมนำสิฯ น รูปศพฺทคนฺธรสสฺปฺรษฺฏวฺยธรฺมะฯ น จกฺษุรฺธาตุรฺยาวนฺน มโนธาตุะฯฯ
 
น วิทฺยา นาวิทฺยา น วิทฺยากฺษฺโย นาวิทฺยากฺษฺโย ยาวนฺน ชฺรามรณำ น ชฺรามรณกฺษฺโย น ทุะขสมุทยนิโรธมารฺคา น ชญานํ น ปราปฺติตฺวมฺฯฯ
 
โพธิสตฺตฺวาสยะ ปรฺชฺญาปารมิตามาศฺริตฺย วิหรติ จิตฺตาวรณฯ จิตฺตาวรณนาสฺติวาทตรสฺโต วิปรฺยาสาติกรานฺโต นิษฺฐนิรฺวาณะฯ ตฺรฺยธฺววฺยวสถิตาะ สรฺวพุทฺธาะ ปรฺชฺญาปารมิตามาศฺริตฺย อนุตฺตุรำ สมฺยกฺสํโพธิมภิสํพุทฺธาะฯฯ
 
ตสฺมาชฺชฺญาตฺวยะ ปรชฺญาปารมิตามหามนฺโตฺรฺ มหาวิทฺยามนฺโตฺรนุตฺตรมนฺโตฺรฺสมสมมนฺตฺระ สรฺวทุะขปฺรศมนะ สตฺยมมิถฺยตฺวาตฺ ปฺรชฺญาปารมิตายามุกฺโต มนฺตระฯ ตทฺยถา คเต คเต ปารคเต ปารสํคเต โพธิ สวาหา
 
อิติ ปรชฺญาปารมิตาหฤทยสูตรํ สฺมาปฺตมฺฯฯ
 
== อ้างอิง ==