ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สงครามสยาม-เวียดนาม พ.ศ. 2327"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
[[ไฟล์:Battle of Rạch Gầm-Xoài Mút.png|thumb|270x270px|แผนที่แสดงการรบที่สักเกิ่ม-สว่ายมุ๊ต ฝ่ายสยามยกทัพเรือมาจากซาเด๊ก ล่องตามแม่น้ำโขงไปทางตะวันออกเพื่อเข้าตีเมืองหมีทอ (Mỹ Tho) ฝ่ายเตยเซินตั้งซุ่มอยู่ที่สักเกิ่มและสว่ายมุ๊ต ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบลง]]
ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2328 กรมหลวงเทพหริรักษ์มีพระบัญชาให้พระยาวิชิตณรงค์ตั้งรักษาเป็นทัพหลังอยู่ที่บ้านป่ายุง (Ba Giồng) และเสด็จนำทัพเรือจากซาเด๊ก เข้าโจมตีเหงียนเหวะที่หมีทอ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2328 ทัพฝ่ายสยามล่องตามแม่น้ำโขงมาถึงสักเกิ่มและสว่ายมุ๊ต จุดที่เหงียนเหวะได้เตรียมซุ่มไว้ นำไปสู่'''การรบที่สักเกิ่ม-สว่ายมุ๊ต''' (Battle of Rạch Gầm-Xoài Mút) ทัพฝ่ายเตยเซินได้เข้าปิดล้อมทางหัวและท้ายของทัพเรือสยาม ทำให้ทัพฝ่ายสยามถูกล้อมทั้งหน้าและหลัง ทัพเตยเซินเข้าโจมตีกระหนาบสองข้างทำให้ทัพเรือสยามทิ้งเรือหนีขึ้นบกพ่ายแพ้แตกพ่ายไป<ref name=":2" /> ในเวลานั้นเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมเจิ่งนองไปทั่วสมรภูมิ สร้างความลำบากให้แก่ทัพฝ่ายสยามในการถอยทางบก ข้าหลวงในกรมหลวงเทพหริรักษ์หากระบือได้ตัวหนึ่ง ให้ทรงกระบือลุยน้ำเสด็จไปยังกัมพูชา<ref name=":2" /> ฝ่ายองเชียงสือซึ่งได้เตรียมเรือไว้ก่อนหน้าแล้ว ล่องเรือกลับมาถึงกัมพูชาเช่นกัน องเชียงสือได้รับความลำบากขาดแคลนอาหารจนกระทั่งเหงียนวันถ่าญ (Nguyễn Văn Thành 阮文誠) คนสนิทขององเชียงสือจำต้องปล้นหาอาหารมาประทังเลี้ยงองเชียงสือผู้เป็นนายของตน
 
== บทสรุปและเหตุการณ์สืบเนื่อง ==
ในสงครามสยาม-เวียดนาม พ.ศ. 2527 นี้ ฝ่ายสยามขาดความชำนาญเกี่ยวกับภูมิประเทศลักษณะสาขาของคลองต่างๆบริเวณปากแม่น้ำโขง ทำให้ฝ่ายเวียดนามเตยเซินสามารถใช้ลักษณะของแม่น้ำเพื่อปิดล้อมทัพเรือสยาม จนนำไปสู่ชัยชนะของฝ่ายเตยเซินในที่สุด
 
หลังจากการรบที่สักเกิ่ม-สว่ายมุ๊ตเพียงสิบเดือน เกิด[[สงครามเก้าทัพ]]ขึ้น ทำให้การตีเมืองไซ่ง่อนคืนให้แก่องเชียงสือจำต้องยุติ องเชียงสือส่งคนสนิทของตนได้แก่ เลวันเกวิน และเหงียนวันถ่าญ เข้าร่วมกับสยามในการรบกับพม่า ในระหว่างที่พำนักอยู่กรุงเทพองเชืองสือติดต่อ"สังฆราชอาดรัง" (Bishop of Adran) [[ปีแยร์ ปีโญ เดอ เบแอน]] (Pierre Pigneau de Behaine) บาทหลวงชาวฝรั่งเศสในการขอความช่วยเหลือทางทหารจาก[[พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส|พระเจ้าหลุยส์ที่ 16]] จนบรรลุข้อตกลงกับราชสำนักฝรั่งเศสในพ.ศ. 2330
 
ฝ่ายราชวงศ์เตยเซิน เหงียนเหวะยกทัพขึ้นเหนือเข้ายึดเมืองดงกิญและเวียดนามภาคเหนือได้สำเร็จในพ.ศ. 2329 ยกเลิกการปกครองของราชวงศ์เลและตระกูลจิ่ญไปในที่สุด เหงียนเหวะปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นพระเจ้ากวางจุง (Quang Trung) แห่งราชวงศ์เตยเซิน เมื่อพระเจ้ากวางจุงสวรรคตในพ.ศ. 2331 ราชวงศ์เตยเซินอ่อนแอลง เปิดโอกาสให้องเชียงสือ เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เข้ายึดเมืองไซง่อนและเวียดนามภาคใต้เป็นฐานที่มั่น ตั้งตนเป็น"เจ้าอนัมก๊ก"ได้ด้วยความช่วยเหลือจากกองเรือฝรั่งเศส ระหว่างที่องเชียงสือเป็นเจ้าอนัมก๊กอยู่ที่เมืองไซ่ง่อนนั้น ได้ส่งเครื่องบรรณการมาถวายที่กรุงเทพฯห้าครั้ง<ref name=":2" /> ต่อมาในพ.ศ. 2344 เจ้าอนัมก๊กองเชียงสือสามารถยึดเมืองเว้ได้ ปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็น''ฮว่างเด๊''พระเจ้าเวียดนามยาล็องและสถาปนา[[ราชวงศ์เหงียน]]
 
ในพ.ศ. 2353 พระเจ้ายาล็องมีสาสน์มาถวายแด่[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] ทูลขอเมืองบันทายมาศให้ไปขึ้นแก่ญวน<ref>[[กรมพระยาดำรงราชานุภาพ|ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จกรมพระยา]].. '''พระราชพงษาวดาร กรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ ๒'''. ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ปีมโรงอัฐศก พ.ศ. ๒๔๕๙; พิมพ์ที่โรงพิมพ์ไทย ณสพานยศเส.</ref> เมืองบันทายมาศจึงเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนามอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่นั้น
 
== อ้างอิง ==
1,966

การแก้ไข