ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วัดทุ่งศรีเมือง"

เพิ่มขึ้น 1,029 ไบต์ ,  9 เดือนที่ผ่านมา
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ด้านหลังของหอพระพุทธบาทมีเจดีย์อิงครึ่งองค์ ใช้บรรจุอัฐิของเสด็จเจ้าอุปราชคำพันธ์ เจ้าองค์ครองนครจำปาศักดิ์ ซึ่งถูกทายาทนำมาบรรจุไว้เมื่อปี พ.ศ. 2517{{sfn|เอกพรไพศาล, ห้างหุ้นส่วนจำกัด|2004|p=15}}{{efn|name=fn1}} ปัจจุบัน หลังการบูรณะหอพระพุทธบาทได้นำอัฐิดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่อื่นแทน{{sfn|สมศรี ชัยวณิชยา|ปกรณ์ ปุกหุต|2005|p=20}} นอกจากนี้ บริเวณนอกกำแพงของหอพระพุทธบาทมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง บรรจุอัฐิของพระครูวิโรจน์รัตโนบล (รอด นนฺตโร) ผู้ก่อตั้งวัดทุ่งศรีเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2492 โดยพระครูวิจิตรธรรมภาณี (กิ่ง มหปฺผโล) เจ้าอาวาสวัดมณีวนารามในขณะนั้น{{sfn|สมศรี ชัยวณิชยา|ปกรณ์ ปุกหุต|2005|p=20}} ส่วนบริเวณด้านหลังของหอพระพุทธบาทนั้นเป็นประตูวัดทิศตะวันออก หรือซุ้มประตูโขง ชื่อ ''ซุ้มประตูหาญชนะ'' ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ .2502 โดย ช่างคำเหมา ศิษย์ของพระครูวิโรจน์ฯ ส่วนซุ้มประตูทางทิศเหนือฝั่งวิหารศรีเมืองถูกสร้างขึ้นแบบศิลปะเขมรโบราณ สร้างโดยตระกูลเวียงสมศรี ซึ่งเป็นตระกูลช่างใหญ่ของเมืองอุบลราชธานีในขณะนั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 8 ปี (พ.ศ. 2525-2533) และซุ้มประตูทางทิศใต้เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2537 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปี{{sfn|สมศรี ชัยวณิชยา|ปกรณ์ ปุกหุต|2005|p=21}}
====หอไตรวัดทุ่งศรีเมือง====
[[File:Wat Thung Si Muang (Ubon Ratchathani)-008.jpg|thumb|ส่วนยอดของหอพระไตรปิฎก วัดทุ่งศรีเมือง แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของ[[หน้าบัน]] [[ช่อฟ้า]] [[ใบระกา]] [[หางหงส์]] [[นาคลำยอง]] [[ไขราจั่ว]]และ[[ไขราปีกนก]] ซึ่งมีลักษณะเป็น[[ศิลปะรัตนโกสินทร์|งานช่วงหลวงแบบรัตนโกสินทร์]]ในสมัยรัชกาลที่ 3 หรือ[[ศิลปะอยุธยา|แบบอยุธยาตอนปลายดั้งเดิม]] ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก[[ศิลปะล้านช้าง|ศิลปะแบบล้านช้างเวียงจันทน์]]อีกต่อหนึ่ง]]
หอไตรวัดทุ่งศรีเมือง หรือหอพระไตรปิฎก ถูกสร้างขึ้นในช่วงราวปี พ.ศ. 2384 -2385{{sfn|สมศรี ชัยวณิชยา|ปกรณ์ ปุกหุต|2005|p=22}}{{sfn|ศุภชัย ศรีใส|อำนวย วงพงศธร|2011|p=4}} บางแหล่งอ้างว่าอาจสร้างขึ้นก่อน พ.ศ. 2360 ซึ่งตรงกับช่วงสมัย[[รัชกาลที่ 3]] แห่ง[[กรุงรัตนโกสินทร์]] และพระเจ้าพรหมราชวงศา (กุทอง สุวรรณกูฏ) เจ้าเมืองอุบลราชธานีคนที่ 3{{sfn|ศุภชัย ศรีใส|อำนวย วงพงศธร|2011|p=4}} โดยมีพระอริยวงศาจารย์ญาณวิมล อุบลสังฆปาโมกข์ (สุ้ย คำหลัก) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองอุบลราชธานีและพำนักอยู่ ณ [[วัดมณีวนาราม]] (วัดป่าน้อย) ในขณะนั้น และญาคูช่าง เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง{{sfn|ศุภชัย ศรีใส|อำนวย วงพงศธร|2011|p=4}}{{sfn|สมศรี ชัยวณิชยา|ปกรณ์ ปุกหุต|2005|p=23}} เพื่อใช้เก็บรักษา[[พระไตรปิฎก]]ซึ่งทำจากใบลาน ไม่ให้ถูกทำลายโดยมด ปลวกและแมลงต่างๆ โดยถูกสร้างขึ้นจากไม้ทั้งหลัง ตั้งอยู่กลางสระน้ำ เพื่อให้ความชื้นจากสระน้ำช่วยไม้ให้ใบลานเปราะแตกหักง่ายจากความร้อน จึงช่วยยืดอายุการใช้งานคัมภีร์ใบลานเหล่านั้นได้นานมากขึ้น{{sfn|ศุภชัย ศรีใส|อำนวย วงพงศธร|2011|p=4}} โดยมีผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีสะพานไม้ทอดสู่ฝั่ง ตัวอาคารเป็นเรือนไม้เครื่องสับขนาดสี่ห้อง กว้าง 8.2 เมตร ยาว 9.85 เมตร สูงจากระดับพื้นน้ำถึงยอดหลังคาประมาณ 10 เมตร แปลนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ตกแต่งด้วยฝาไม้กระดาน บานหน้าต่างและประตูเขียนลายน้ำรูป[[เทวดา (ศาสนาพุทธ)|เทวดา]] (ทวารบาล) โครงสร้างอาคารทั้งหมดถูกยึดต่อกันด้วยการเข้าเดือย ลักษณะพิเศษของหอพระไตรปิฎกแห่งนี้คือ ถูกสร้างขึ้นด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะจาก 3 สกุลช่าง คือ ไทย พม่า และลาว กล่าวคือ [[ช่อฟ้า]] [[ใบระกา]]ถูกสร้างขึ้นตามแบบ[[ศิลปะรัตนโกสินทร์|ศิลปะไทยภาคกลาง]] หลังคาเป็นชั้นลด มี[[ไขรา|ไขราปีก]] และ[[ไขรา|ไขราจั่ว]] ส่วนอิทธิพลศิลปกรรมแบบพม่านั้นถูกส่งผ่านมาทาง[[ศิลปะล้านช้าง|ศิลปะลาวล้านช้าง]] ปรากฏที่ชั้นหลังคาทรงจั่วซ้อนกัน{{efn|name=fn3}} หน้าบันแกะสลักลวดลายเป็นพันธุ์ไม้ มีรูปลิงและนกแทรกอยู่ทางด้านตะวันออก ระหว่างชั้นลดของหน้าบันสลัก[[ลายไทย]] ได้แก่ ลายกระจังรวน และลายประจำยามก้ามปู [[คันทวย]]ด้านซ้ายและขวาของประตูทางเข้าถูกสลักเป็นรูปเทพพนม ส่วนคันทวยอื่นๆรอบอาคารถูกสลักเป็นรูป[[พญานาค]] บริเวณกรอบล่างของ[[ฝาปะกน]]มีลวดลายสลักโดยรอบ ซึ่งเป็นลวดลายที่เกี่ยวกับ[[ชาดก]] [[สัตว์หิมพานต์]] และปริศนาธรรมพื้นบ้านอีสาน เช่น หาบช้างซาแมว ส่วนภายในหอไตรส่วนกลางซึ่งเป็นห้องเก็บ[[พระไตรปิฎก]] มีการสร้างยกฐานสูงขึ้นอีกหนึ่งชั้น มีบันไดขึ้นทางทิศตะวันออก ผนังห้องด้านนอกตกแต่งลวดลายไทย[[ลงรักปิดทอง]]{{sfn|สมศรี ชัยวณิชยา|ปกรณ์ ปุกหุต|2005|p=23-25}}
 
10,255

การแก้ไข