ผลต่างระหว่างรุ่นของ "แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี"

เพิ่มข้อมูลและการอ้างอิง
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
(เพิ่มข้อมูลและการอ้างอิง)
ป้ายระบุ: การแก้ไขแบบเห็นภาพ ภารกิจสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่
}}
 
'''แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี''' ({{lang-en|Harry Potter and the Goblet of Fire}}) คือหนังสือเล่มที่สี่ในหนังสือชุด[[แฮร์รี่ พอตเตอร์]] โดย [[เจ.เค. โรว์ลิ่ง]] และแปลโดย[[งามพรรณ เวชชาชีวะ]]จัดพิมพ์โดย[[สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์]] ตีพิมพ์และวางจำหน่ายเป็นฉบับภาษาอังกฤษครั้งแรกในปีวันที่ 8 กรกฎาคม [[พ.ศ. 2543]] และได้ทำลายสถิติในการพิมพ์มากถึง 5,000,000 ในการพิมพ์ครั้งแรกใน[[สหราชอาณาจักร]]และ[[สหรัฐ|สหรัฐอเมริกา]] และเป็นฉบับภาษาไทยในเดือน[[มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2544]] วรรณกรรมชุดนี้ถือว่ายาวมากอย่างไม่น่าจะมีใครทำมาก่อน โดยในฉบับภาษาไทยมีความยาวทั้งหมดถึง 832 หน้า (ฉบับบลูมส์บูรี่มีความยาวทั้งหมด 636 หน้า) หนังสือเล่มนี้สร้างสถิติโดยเป็นหนังสือเล่มแรกที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากกว่าชิ้นงานวรรณกรรมเยาวชนอื่นๆ มีเพียงหนังสือเล่มต่อๆ มาในชุดเดียวกันนี้เท่านั้นที่สามารถลบสถิตินี้ได้ นั่นคือ[[แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์]]และ[[แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม]]<ref>{{Cite web|date=2007-07-14|title=A Potter timeline for muggles|url=https://www.thestar.com/entertainment/2007/07/14/a_potter_timeline_for_muggles.html|website=thestar.com|language=en}}</ref> โดยเฉพาะจากการที่ เจ. เค. โรว์ลิ่งออกมาเตือนผู้อ่านก่อนหนังสือจะตีพิมพ์ว่าจะมีตัวละครเสียชีวิตในเล่มนี้ ซึ่งสร้างกระแสของการคาดการณ์ว่าตัวละครใดจะเสียชีวิต และสร้างปรากฏการณ์ 'คลั่งแฮร์รี่ พอตเตอร์' ทั่วโลก
 
วรรณกรรมชิ้นนี้ยังได้รับรางวัล Hugo Award ใน [[พ.ศ. 2544]] เป็นเรื่องเดียวในหนังสือชุด[[แฮร์รี่ พอตเตอร์]]อีกด้วย และได้มีการนำมาผลิตเป็น[[แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี (ภาพยนตร์)|ภาพยนตร์]]ใน พ.ศ.2548
 
== โครงเรื่อง ==
 
=== การเปิดปีการศึกษาใหม่ของฮอกวอตส์และ[[การประลองเวทไตรภาคี]] ===
แฮร์รี่กลับมาเรียนชั้นปีที่สี่ที่ฮอกวอตส์ในปีการศึกษาใหม่(ปี 4) และพบว่าอาจารย์สอนวิชาการต่อสู้กับศาสตร์มืดคนใหม่คือ[[อลาสเตอร์ มู้ดดี้]] ชายแก่อดีตมือปราบมารซึ่งมีนิสัยบ้าบิ่นแปลกๆ และมีตาวิเศษที่สามารถมองทะลุได้ รวมถึงการที่เขาไม่ค่อยถูกกับ[[เซเวอรัส สเนป|สเนป]]เท่าไรนัก และดูจะเอ็นดูแฮร์รี่เป็นพิเศษจากการที่เขาช่วยแฮร์รี่ไว้หลายครั้งจากสเนปและพวกของ[[เดรโก มัลฟอย|มัลฟอย]] มู้ดดี้สอนให้นักเรียนให้รู้จักกับคำสาปโทษผิดสถานเดียวได้แก่ คำสาปกรีดแทง คำสาปสะกดใจและ คำสาปพิฆาตซึ่งผู้ใช้คำสาปเหล่านี้กับคนอื่นมีโทษสถานเดียวคือถูกจองจำที่คุกอัซคาบันตลอดชีวิต มู้ดดี้เป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนมากจากวิธีการสอนที่ท้าทายของเขา
 
ในปีนี้ไม่มีการแข่งขันควิดดิชระหว่างบ้านแต่ได้มีการจัดการแข่งขันประลองเวทย์ไตรภาคีขึ้นมาอีกครั้งหลังจากระงับไปเป็นเวลานานเนื่องจากยอดการเสียชีวิตจากการแข่งขันสูงมาก การประลองเวทย์ไตรภาคีเป็นการแข่งขันระหว่างโรงเรียนเวทมนตร์คาถาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปสามโรงเรียนได้แก่[[ฮอกวอตส์]], [[โบซ์บาตง]]และ[[เดิร์มสแตรงก์]] โดยผู้ที่จะเข้าแข่งขันจะต้องหย่อนชื่อของตนเองลงไปในถ้วยอัคนี ซึ่งจะดีดชื่อของตัวแทนโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือก ตัวแทนของโบซ์บาตงคือ [[เฟลอร์ เดอลากูร์]] สาวสวยเลือดผสม[[วีล่า]] ตัวแทนของเดิร์มสแตรงคือ วิกเตอร์ ครัม ซีกเกอร์ทีมชาติบัลแกเรียผู้เก่งกาจ และตัวแทนของฮอกวอตส์คือ[[เซดริก ดิกกอรี่]]จากบ้าน[[ฮัฟเฟิลพัฟ]] เด็กหนุ่มหน้าตาดีและนิสัยดี และคนสุดท้ายคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ซึ่งอายุไม่ถึงเกณฑ์และได้รับคัดเลือกด้วย ทำให้ทุกคนพากันคิดว่าเขาใช้กลโกงเพื่อให้ได้เป็นตัวแทน แม้แต่[[รอน วีสลีย์]] เพื่อนรักที่สุดของแฮร์รี่ก็ไม่เว้น เพราะรอนมีปมในใจว่าตนมักจะถูกมองข้าม ไม่เป็นที่สนใจเหมือนแฮร์รี่ ทำให้ทั้งสองโกรธกันและไม่พูดกันเลยหลังจากนั้น แฮร์รี่ต้องหาหนทางผ่านภารกิจที่ต้องแข่งขันร่วมกับ[[เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์]]เพื่อนสนิทที่เหลืออยู่ของเขา แฮร์รี่สังเกตเห็น[[โช แชง]]ซีกเกอร์จากบ้าน[[เรเวนคลอ]]และแอบชอบเธออยู่
ถ้วยไตรภาคีที่จริงแล้วเป็นกุญแจนำทางซึ่งพาพวกเขาทั้งสองคนไปยังสุสาน ที่ที่พวกเขาพบกับ[[ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์]] (หรือหางหนอน) และ[[ลอร์ดโวลเดอมอร์]] เซดริกถูกปีเตอร์สังหารในทันทีโดยใช้คำสาปพิฆาต "อะวาดา เคดาฟ-รา" และกรีดเลือดของแฮร์รี่เพื่อนำไปใช้ในพิธีปลุกชีพลอร์ดโวลเดอมอร์ขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้โวลเดอมอร์สามารถจับต้องตัวแฮร์รี่ได้และมีพลังมากกว่าเดิม
 
ต่อมาโวลเดอร์มอร์เรียกบรรดาผู้เสพความตายมาด้วยการปลุกรอยตรามารจากตัวของเขา และบังคับให้แฮร์รี่ต่อสู้กับเขาด้วยไม้กายสิทธิ์เพื่อพิสูจน์ว่า "เด็กชายผู้รอดชีวิต" ไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่าไม้กายสิทธิ์ของทั้งสองคนกลับให้ผลแปลกประหลาดเรียกว่า "ไพรออร์ อินคานตาโต้" เนื่องจากแกนกลางของไม้กายสิทธิ์ทำมาจากขน[[นกฟีนิกซ์]]ตัวเดียวกันซึ่งก็คือฟอกส์ ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่และโวลเดอมอร์เชื่อมต่อกันด้วยลำแสงสีทอง และบังคับให้ไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอร์มอร์คายคำสาปก่อนหน้าออกมา ทำให้ภาพเงาหรือวิญญาณของผู้ที่ถูกลอร์ดโวลเดอร์มอร์สังหารปรากฏขึ้น ได้แก่เซดริก (แม้โรว์ลิ่งจะบอกว่าปีเตอร์เป็นคนฆ่าก็ตาม แต่เชื่อกันว่าปีเตอร์ใช้ไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอมอร์) แฟรงค์ ไบรซ์ ชายแก่มักเกิ้ลที่แฮร์รี่เห็นในฝันในตอนต้น เจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์ เบอร์ธา จอร์กิ้นส์ เจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์ รวมถึงพ่อแม่ของแฮร์รี่ ทุกคนช่วยกันบังโวลเดอมอร์เพื่อเปิดทางให้แฮร์รี่หนี แฮร์รี่หนีมาจากบรรดาผู้เสพความตายพาร่างไร้ชีวิตของเซดริก ดิกกอรี่กลับมาที่ฮอกวอตส์ได้อย่างหวุดหวิดตามคำขอร้องของวิญญาณของเซดริก
 
เมื่อแฮร์รี่กลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้งท่ามกลางความงงงวยจากการหายตัวไปของเขา อาจารย์สอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดและอดีตมือปราบมาร ศาสตราจารย์มู้ดดี้เป็นผู้พาเขาขึ้นไปบนปราสาท แล้วเผยตัวว่าเป็นผู้เสพความตาย และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ตั้งแต่เอาชื่อแฮร์รี่ไปใส่ถ้วยอัคนี นำแฮร์รี่มาจนถึงภารกิจสุดท้าย และทำให้แน่ใจว่าแฮร์รี่จะได้เผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ ในขณะที่มู้ดดี้กำลังจะสังหารแฮร์รี่ ทันใดนั้นดัมเบิลดอร์, [[มิเนอร์วา มักกอนนากัล|มักกอนนากัล]]และ[[เซเวอร์รัส สเนป|สเนป]]ก็บุกเข้ามาในห้องและหยุดมู้ดดี้ไว้ และหลังจากดัมเบิลดอร์สืบสวนศาสตราจาย์มู้ดดี้ด้วยสัจจะเซรุ่มของสเนป แฮร์รี่ก็พบว่ามู้ดดี้แท้ที่จริงแล้วคือ บาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ สมุนผู้จงรักภักดีต่อโวลเดอมอร์ที่ปลอมตัวเป็นมู้ดดี้โดยใช้[[น้ำยาสรรพรส]] ส่วนศาสตราจารย์มู้ดดี้ตัวจริงนั้นถูกบาร์ตี้จูเนียร์ซ่อนเอาไว้ในหีบวิเศษมาตลอดทั้งปี
 
หลังจากที่ดัมเบิลดอร์ทราบแน่ชัดแล้วว่าโวลเดอมอร์กลับคืนชีพอีกครั้ง จึงเริ่มรวบรวมสมาชิกและจัดตั้ง[[ภาคีนกฟีนิกซ์]]ขึ้นมาใหม่ ในขณะที่มีการเปิดเผยว่าคาร์คารอฟ อาจารย์ใหญ่ของเดิร์มสแตรงก์และสเนปเคยเป็นผู้เสพความตายมาก่อน บาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ถูก[[ผู้คุมวิญญาณ]]จุมพิตดูดวิญญาณออกไปเสียก่อนที่จะให้การอีกครั้งกับรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีฟัดจ์ปฏิเสธคำกล่าวของดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่ที่ว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้ว แฮร์รี่ถือเป็นผู้ชนะในการแข่งขันประลองเวทย์ไตรภาคีและได้รับรางวัลทองหนึ่งพันเกลเลียน แต่เขาไม่ยินดีกับมันแม้แต่น้อย เขาพยายามมอบรางวัลทองพันเกลเลียนให้พ่อแม่ของเซดริกแต่ทั้งคู่ไม่รับ แฮร์รี่จึงมอบให้กับพี่น้องฝาแฝดเฟร็ดกับจอร์จ วีสลีย์แทน เพื่อเป็นทุนในการตั้งร้านขายของเล่นวิเศษ ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็จับได้ว่าริต้า สกีตเตอร์ซึ่งลงข่าวให้ร้ายพวกเขามาตลอดแท้จริงแล้วหาข่าวโดยการแปลงเป็นแมลงปีกแข็ง ซึ่งแสดงว่าเธอเป็นแม่มด[[แอนนิเมจัส]]ที่ไม่ได้จดทะเบียนอันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เธอจึงขังริต้าไว้ในขวดเป็นการแก้แค้นและขู่ไม่ให้ริต้าเขียนข่าวแลกกับการเก็บความลับเรื่องนี้ และปีการศึกษาของฮอกวอตส์และการเรียนในชั้นปีที่สี่ของแฮร์รี่ก็จบลงอีกครั้ง
183

การแก้ไข