ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โจนแห่งเคนต์"

ย้อนการแก้ไขที่ 9464708 สร้างโดย Anggorn1 (พูดคุย)
(ย้อนการแก้ไขที่ 9464708 สร้างโดย Anggorn1 (พูดคุย))
{{ปรับภาษา}}
[[ไฟล์:Joan_of_Kent.jpg|thumb|ภาพวาดจากยุคกลางของโจนแห่งเคนต์]]
'''โจน เคาน์เตสแห่งเคนต์''' ({{Lang-en|Joan, Countess of Kent}}) หรือ '''สาวน้อยผู้งดงามแห่งเคนต์''' ({{Lang-en|The Fair Maid of Kent}}) เป็นพระราชมารดาของใน[[พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ]] และเป็นพระวรชายาพระชายาของ[[เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ|เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ เจ้าชายแห่งเวลส์]] พระราชโอรสและทายาทของ[[พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ|พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3]]
 
== วัยเยาว์ ==
โจนประสูติเกิดที่[[พระราชวังวูดสต็อก]]เมื่อวันที่ 28 หรือ 29 กันยายน ค.ศ. 1328 โดยทรงเธอเป็นพระบุตรองค์คนที่สามหรือสี่ของ[[เอ็ดมันด์แห่งวูดสต็อก เอิร์ลที่ 1 แห่งเคนต์|เอ็ดมันด์แห่งวูดสต็อก]] พระราชโอรสของ[[พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ|พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1]] ที่ประสูติแต่เกิดจากพระมเหสีองค์คนที่สอง คือ พระนาง[[มาร์เกอริตแห่งฝรั่งเศส|มาร์เกอรีตแห่งฝรั่งเศส]] พระราชธิดาของ[[พระเจ้าฟีลิปที่ 3 แห่งฝรั่งเศส]] พระมารดาของโจนคือมาร์กาเร็ต เวก บารอนเนสเวกที่ 3 แห่งลิดเดลล์ซึ่งเป็นพระชายาชายาคนที่สองของเอ็ดมันด์
 
เอ็ดมันด์ทรงเป็นผู้สนับสนุนที่ภักดีต่อ[[พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ]]ผู้เป็นพระเชษฐาต่างมารดา พระองค์จึงไม่ถูกกับ[[อิซาเบลลาแห่งฝรั่งเศส|อีซาแบลแห่งฝรั่งเศส]] พระราชินีของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 (ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเอ็ดมันด์) และ[[โรเจอร์ มอร์ติเมอร์ เอิร์ลที่ 1 แห่งมาร์ช]] คนรักของพระนางซึ่งต่อมาทั้งคู่ได้ร่วมมือกันถอดพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ลงจากบัลลังก์และให้พระราชโอรสน้อย (และเป็นพระภาดาลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งของโจน) ขึ้นเสวยราชสมบัติครองบัลลังก์เป็น[[พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ|พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3]] โดยมีมอติเมอร์และพระราชินีอีซาแบลเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน หลังพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 สวรรคตอย่างปริศนาในที่คุมขัง สองผู้สำเร็จราชการแผ่นดินได้สั่งบั่นพระเศียรพระตัดหัวบิดาของโจนด้วยข้อหากบฏ เนื่องจากในตอนที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ยังมีชีวิต เอ็ดมันด์ได้ร่วมวางแผนเพื่อช่วยพระเชษฐาออกมาจากที่คุมขัง
 
หลังเอ็ดมันด์ทรงถูกสำเร็จโทษประหารชีวิต พระชายาชายาของพระองค์กับพระบุตรลูกๆ (ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโจนที่ขณะนั้นมีพระชนมายุอายุไม่ถึง 2 ชันษาปี) ถูกคุมตัวใน[[ปราสาทอารันเดล]] จอห์น พระบุตรองค์คนที่สี่และพระโสทรานุชาน้องชายของโจนประสูติเกิดหลังพระบิดาถูกสำเร็จโทษประหารชีวิตได้หนึ่งเดือน เคาน์เตสม่ายแห่งเคนต์กับพระบุตรเคาน์เตสม่ายแห่งเคนต์กับลูกๆ ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ดีขึ้นเมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 บรรลุนิติภาวะ ทรงหลุดพ้นจากอำนาจควบคุมของมอร์ติเมอร์และขึ้นปกครองบ้านเมืองอย่างเต็มตัว กษัตริย์ได้รับครอบครัวเอ็ดมันด์ผู้เป็นพระปิตุลามาอยู่ในการดูแล อีกทั้งพระราชินี[[ฟีลีปาแห่งแอโน|ฟีลีปา]] พระมเหสีของพระองค์ยังเป็นพระภคินีลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สองของโจน โดยทั้งคู่ต่างเป็นพระราชนัดดาลูกหลานของพระเจ้าฟีลิปที่ 3 แห่งฝรั่งเศส โจนกับพระพี่น้องเติบโตในราชสำนัก ในพระราชินุปถัมภ์ครัวเรือนของพระราชินี
 
== การสมรสครั้งแรก ==
เมื่อทรงเจริญพระชนม์เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น โจนเป็นที่หมายตาของชายมากมาย ทรงเธอมีพระสิริโฉมงดงามดีทั้งรูปโฉมและพรั่งพร้อมด้วยสติปัญญา ทั้งยังเติบโตในครัวเรือนเดียวกันกับพระราชบุตรคนแรกๆ ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 คือ [[เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ|เอ็ดเวิร์ด]]ผู้เป็นพระราชโอรสและทายาท กับสองพระราชธิดา คือ [[อิซาเบลลา เคาน์เตสแห่งเบดฟอร์ด|อิซาเบลลา]]และโจน
 
ในปี ค.ศ. 1340 ขณะมีอายุได้ 12 ปี โจนแอบสมรสอย่างลับๆ กับ[[ธอมัส ฮอลแลนด์ เอิร์ลที่ 2 แห่งเคนต์|ธอมัส ฮอลแลนด์]]วัย 26 ปี โดยไม่ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอนุญาตกษัตริย์ ซึ่งตามหลักแล้วด้วยลำดับฐานะของเธอจะต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อนจึงจะสมรสได้ หลังสมรสได้ไม่นานฮอลแลนด์ต้องเดินทางไปทวีปใหญ่เพื่อร่วมทำศึกกับแฟลนเดอส์และฝรั่งเศส ในช่วงฤดูหนาวถัดมา (ค.ศ. 1340 หรือ ค.ศ. 1341) ระหว่างที่ฮอลแลนด์ยังอยู่ต่างแดน ครอบครัวของโจนได้จับเธอสมรสกับวิลเลียม มอนตาคิวต์ บุตรชายและทายาทของเอิร์ลที่ 1 แห่งซอลส์บรี โจนวัย 13 ปีไม่ได้แย้งอะไรและได้สมรสกับมอนตาคิวต์ที่มีอายุเท่ากันกับเธอ ภายหลังโจนได้บอกว่าเธอไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าตนเองสมรสอยู่แล้วกับธอมัส ฮอลแลนด์ เนื่องจากกลัวว่าจะทำให้ฮอลแลนด์ถูกประหารชีวิตด้วยข้อหากบฏ ทั้งนี้เธออาจถูกเกลี้ยกล่อมว่าการสมรสครั้งแรกของเธอไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บิดาของมอนตาคิวต์ถึแก่กรรมในปี ค.ศ. 1344 สามีของโจนได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเอิร์ลที่ 2 แห่งซอลส์บรี
 
ในปี ค.ศ. 1348 ฮอลแลนด์กลับมาจากการทำศึกในฝรั่งเศสและได้เป็นมหาดเล็กรับใช้เอิร์ลแห่งซอลส์บรี ต่อมาเขากระอักกระอ่วนเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังรับใช้รัชใช้ชายที่สมรสกับภรรยาของตน การสมรสของฮอลแลนด์กับโจนก็ถูกเปิดเผยเมื่อเขาสารภาพเรื่องการสมรสอย่างลับๆ ของตนต่อกษัตริย์และยื่นคำร้องต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเพื่อขอตัวภรรยาคืน โดยอ้างว่าโจนถูกบังคับให้สมรสกับเอิร์ลแห่งซอลส์บรีทั้งที่เธอสมรสกับเขาอยู่ก่อนแล้วและการสมรสของทั้งคู่ถูกทำให้สมบูรณ์แล้ว โจนถูกเอิร์ลแห่งซอลส์บรีคุมตัวราวกับนักโทษ กระทั่งในปี ค.ศ. 1349 [[สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 6]] ได้ประกาศให้การสมรสของโจนกับเอิร์ลแห่งซอลส์บรีเป็นโมฆะและให้เขาคืนตัวเธอให้ธอมัส ฮอลแลนด์
 
ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1352 โจนได้สืบทอดตำแหน่งเป็นเคาน์เตสที่ 4 แห่งเคนต์และบารอนเนสเวกที่ 5 แห่งลิดเดลต่อจากจอห์น พระอนุชาซึ่งสิ้นพระชนม์น้องชายที่ถึงแก่กรรม ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1353 ฮอลแลนด์ได้รับแต่งตั้งเป็นเอิร์ลแห่งเคนต์โดยสิทธิ์ของภรรยา
 
ตลอดชีวิตสมรส 11 ปี ธอมัส ฮอลแลนด์กับโจนมีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ