ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สงครามทาสครั้งที่สาม"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(หน้าใหม่: {{Infobox military conflict|conflict=สงครามทาสครั้งที่สาม|result=โรมันชนะ|casualties1=30,000 killed by Gellius, 6...)
 
[[วุฒิสภาโรมัน]]ได้เริ่มตื่นตระหนกมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อการปล้นสะดมและความสำเร็จทางทหารอย่างต่อเนื่องของกองทัพทาส ในท้ายที่สุด ฝ่ายโรมันก็ได้มีกองทัพจำนวนแปดลีเจียนภายใต้การนำที่แข็งกร้าว แต่มีประสิทธิภาพของ[[มาร์กุส ลิกินิอุส กรัสซุส]] สงครามได้จบลงในปี 71 ก่อนคริสตกาล ภายหลังจากการสู้รบอันยาวนานและดุเดือด ก่อนที่กองทหารลีเจียนของกรัสซุลและคิดว่ากองทหารลีเจียนของ[[ปอมปีย์]]และ[[มาร์กุส เทเรนิตุส วาร์โร ลูซูลุส]]ที่กำลังเคลื่อนทัพเข้ามาเพื่อโอบล้อมพวกเขาเอาไว้ กองทัพของสปาร์ตากุสได้เปิดฉากเข้าปะทะอย่างเต็มกำลังกับกองทหารลีเจียนของกรัสซุสจนพ่ายแพ่อย่างย่อยยับ ในเหล่าบรรดาผู้รอดชีวิตมีจำนวนประมาณ 6,000 คน ซึ่งถูกจับกุมและถูกประหารชีวิตด้วย[[การตรึงกางเขน|การตรึงไม้กางเขน]]ตามทาง[[แอปเปียน เวย์]] (Appian Way)
 
เรื่องราวของการก่อกบฏของ[[พลูทาร์ก]]ได้ชี้ให้เห็นว่า เหล่าทาสเพียงแค่ต้องการหลบหนีไปสู่อิสรภาพและออกจากดินแดนโรมันโดยไปทาง[[ซิซาลไพน์ กอล]] (Cisalpine Gaul) แอปเปียนและฟอลรุสได้อธิบายถึงการก่อกบฎว่าเป็นสงครามการเมืองซึ่งเหล่าทาสมีความตั้งใจจะเข้ายึดกรุงโรม สงครามทาสครั้งที่สามนั้นมีผลกระทบที่สำคัญและแผ่ไปไกลต่อประวัติศาสตร์ในวงกว้างของกรุงโรม ปอมปีย์และกรัสซุสต่างใช้ประโยชน์จากความเร็จในครั้งนี้เพื่อพัฒนาอาชีพทางการเมืองโดยใช้เสียงโห่ร้องไชโยของสาธารณชนและการคุกคามโดยนัยของกองทหารลีเจียนของพวกเขาให้เป็นประโยชน์ เพิ่อที่จะครอบงำการเลือกตั้งตำแหน่งกงสุส เมื่อปี 70 ก่อนคริสตกาล การกระทำของพวกเขาในฐานะกงสุสได้ทำการโค่นล้มสถาบันทางการเมืองของโรมันอย่างมาก และมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงจาก[[สาธารณรัฐโรมัน]]มาเป็น[[จักรวรรดิโรมัน]]
 
[[หมวดหมู่:สาธารณรัฐโรมัน]]
6,066

การแก้ไข