ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{ใช้ปีคศ}}
{{นาซี}}
'''พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน'''<ref>ราชบัณฑิตยสถาน. 17 ส.ค. 2544</ref> ({{lang-de|Nationalsozialistische Deutsche Arbeiterpartei, ย่อ: NSDAP}}) หรือที่นิยมเรียกย่อว่า '''พรรคนาซี''' เป็นพรรคการเมือง[[ฝ่ายขวาจัด]]<ref>{{Cite book|last=Fritzsche, Peter, 1959-|url=https://www.worldcat.org/oclc/37157352|title=Germans into Nazis|date=1998|publisher=Harvard University Press|others=Mazal Holocaust Collection.|isbn=0-674-35091-X|location=Cambridge, Mass.|oclc=37157352}}</ref><ref>{{Cite book|last=Eatwell|first=Roger|url=https://www.worldcat.org/oclc/37930848|title=Fascism : a history|date=1997|publisher=Penguin Books|isbn=0-14-025700-4|location=New York|pages=xvii–xxiv, 21, 26–31, 114–40, 352|oclc=37930848}}</ref> ซึ่งเคลื่อนไหวในเยอรมนี ระหว่างปี ค.ศ. 1920 และ ค.ศ. 1945 ซึ่งได้สร้างและให้การสนับสนุนอุดมการณ์ของลัทธินาซี บรรพบุรุษคือ [[พรรคกรรมกรเยอรมัน]] (Deutsche Arbeiterpartei; DAP) ซึ่งดำรงอยู่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1919 ถึง ค.ศ. 1920 พรรคนาซีเกิดขึ้นมาจากชาวเยอรมันที่เป็นนักชาตินิยม ผู้เหยียดเชื้อชาติ และวัฒนธรรมจากกองกำลังกึ่งทหาร[[ไฟรคอร์]]ที่เป็นประชานิยม ซึ่งได้ต่อสู้กับการก่อการกำเริบของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในเยอรมนี ในช่วงหลัง[[สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง]]{{sfn|Grant|2004|pp=30–34, 44}} พรรคนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงพวกกรรมกรออกจากลัทธิคอมมิวนิสต์และเข้าสู่ลัทธิชาตินิยมแบบ völkisch{{sfn|Mitchell|2008|p=47}} ในช่วงแรก กลยุทธ์ทางการเมืองของนาซีได้มุ่งเป้าไปที่การต่อต้านธุรกิจขนาดใหญ่ ต่อต้าน[[ชนชั้นกลาง]] และวาทศิลป์[[การต่อต้านทุนนิยม|ต่อต้านทุนนิยม]] แม้ว่าสิ่งเหล่าจะถูกมองข้ามไปในภายหลังเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทางธุรกิจ และในปี ค.ศ. 1930 จุดสนใจหลักของพรรคได้เปลี่ยนไปเป็น[[การต่อต้านยิว|การต่อต้านชาวยิว]] และ[[การต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์|ต่อต้านลัทธิมาร์กซิสต์]]{{sfn|McDonough|2003|p=64}}
'''พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน'''<ref>ราชบัณฑิตยสถาน. 17 ส.ค. 2544</ref> ({{lang-de|Nationalsozialistische Deutsche Arbeiterpartei, ย่อ: NSDAP}}) หรือที่นิยมเรียกย่อว่า '''พรรคนาซี''' เดิมมีผู้เข้าร่วมเพียง 7 คน เป็น[[พรรคการเมือง]]ที่ปกครอง[[ประเทศเยอรมนี]]ช่วง[[ไรช์ที่สาม]] ตั้งแต่ ค.ศ. 1933 จนถึงสิ้นสุด[[สงครามโลกครั้งที่สอง]]ในปี 1945 อยู่ใต้การบังคับบัญชาของ [[อดอล์ฟ ฮิตเลอร์]] ฮิตเลอร์ใช้อุดมการณ์[[นาซี]]เป็นสิ่งโฆษณาชวนเชื่อให้ชาวเยอรมันสนับสนุนเขา โดยมีบุคคลต่าง ๆ จากพรรคที่ฮิตเลอร์ไว้วางใจเป็นผู้ดำเนินการแนวทางของประเทศ อย่างเช่น [[โยเซ็ฟ เกิบเบิลส์]] เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาแถลงข่าวและโฆษณาชวนเชื่อ, [[แฮร์มัน เกอริง]] เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการบิน และ นายกรัฐมนตรีปรัสเซีย ถึงแม้ว่าพรรคนาซีจะเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์เด็ดเดี่ยว และ สุดโต่งในด้านของการรักชาติแล้ว พรรคนาซีก็ขึ้นมามีอำนาจอย่างเป็นธรรมในแบบของประชาธิปไตยหลังจากที่มีความขัดแย้งกับ[[สาธารณรัฐไวมาร์|รัฐบาลไวมาร์]]มาหลายปี
 
ทฤษฏีการเหยียดเชื้อชาติของ[[วิทยาศาสตร์เทียม]]เป็นศูนย์กลางของลัทธินาซี ซึ่งแสดงออกในแนวความคิดของ"ชุมชนของประชาชน"([[โฟลค์ซเกไมน์ชัฟท์]]){{sfn|Majer|2013|p=39}} พรรคได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมชาวเยอรมันที่"เป็นที่พึงปรารถนาทางเชื้อชาติ" เป็นสหายร่วมชาติ ในขณะที่ได้ยกเว้นผู้ที่ถูกพิจารณาว่า เป็นผู้คัดค้านทางการเมือง ผู้บกพร่องทางร่างกายหรือสติปัญญา หรือเชื้อสายต่างชาติ (Fremdvölkische){{sfn|Wildt|2012|pp=96–97}} นาซีได้พยายามที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวเจอร์แมนิก ซึ่งเป็น"ชาวอารยันที่เป็น[[ชนชาติปกครอง]]" ผ่านทางความบริสุทธิ์ทางเชื้อชาติและสุพันธุศาสตร์ โครงการสวัสดิการทางสังคมในวงกว้าง และการอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาโดยรวมของสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งสามารถเสียสละเพื่อประโยชน์ของรัฐในนามของประชาชน เพื่อปกป้องความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่งของเชื้อสายอารยัน นาซีได้พยายามกำจัดชาวยิว ชาวโรมานี ชาวโปล และชาวสลาฟอื่น ๆ เป็นส่วนใหญ่ พร้อมกับผู้พิการทางร่างกายและทางจิตใจ พวกเขาได้ระงับสิทธิและแบ่งแยก[[พวกรักร่วมเพศ]] ชาวแอฟริกัน [[พยานพระยะโฮวา]] และฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง{{sfn|Gigliotti|Lang|2005|p=14}} การประหัตประหารได้มาถึงจุดสูงสุด เมื่อรัฐเยอรมันที่ถูกควบคุมโดยพรรคได้กำหนดแนวทาง[[การแก้ปัญหายิวครั้งสุดท้าย|มาตรการสุดท้าย]] - ระบบอุตสาหกรรมของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ซึ่งสามารถสังหารชาวยิวได้ราว 6 ล้านคน และเหยื่อเป้าหมายอื่น ๆ อีกนับล้าน ซึ่งในสิ่งที่เรียกกันว่า [[ฮอโลคอสต์]]{{sfn|Evans|2008|p=318}}
 
[[อดอล์ฟ ฮิตเลอร์]] ผู้นำพรรค ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น[[นายกรัฐมนตรีเยอรมนี|นายกรัฐมนตรีแห่งเยอรมนี]]โดยประธานาธิบดี [[เพาล์ ฟ็อน ฮินเดินบวร์ค]] เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1933 ฮิตเลอร์ได้จัดตั้งระบอบเผด็จการขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถูกเรียกว่า [[นาซีเยอรมนี|ไรช์ที่สาม]]{{sfn|Arendt|1951|p=306}}{{sfn|Curtis|1979|p=36}}{{sfn|Burch|1964|p=58}}{{sfn|Maier|2004|p=32}} ภายหลังความปราชัยของไรช์ที่สามในช่วงท้ายของ[[สงครามโลกครั้งที่สอง]]ในยุโรป พรรคนี้ได้ถูก"ประกาศว่าผิดกฏหมาย" โดย[[ฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง|ฝ่ายสัมพันธมิตร]] ที่ได้ดำเนิน[[การขจัดนาซี]]ในช่วงปีหลังสงคราม ทั้งใน[[เยอรมนี]]และ[[ยุโรปที่ถูกเยอรมนียึดครอง|ดินแดนที่ถูกยึดครองโดยกองทัพนาซี]] การใช้สัญลักษณ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรค ถือเป็นสิ่งผิดกฏหมายในหลายประเทศในยุโรป รวมทั้งเยอรมนีและออสเตรีย
 
==ศัพทมูลวิทยา==
6,081

การแก้ไข