ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สัทศาสตร์"

เพิ่มขึ้น 20 ไบต์ ,  8 เดือนที่ผ่านมา
เก็บกวาดบทความด้วยบอต
(ย้อนกลับไปรุ่นที่ 9333276 โดย EZBELLAด้วยสจห.)
ป้ายระบุ: ทำกลับ
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
เสียงถูกจัดประเภทในบางส่วนด้วยตำแหน่งของการบีบตัว รวมไปทั้งส่วนของร่างกายที่ใช้ในการบีบตัว ตัวอย่างเช่นคำว่า ''fought'' และ ''thought'' ในภาษาอังกฤษ ทั้งสองเป็น[[คู่เทียบเสียง]] (minimal pair) ที่ต่างกันเพียงอวัยวะที่ใช้บีบตัว มากกว่าตำแหน่งของการบีบตัว "f" ใน ''fought'' เป็นการออก[[เสียงพยัญชนะริมฝีปากล่าง-ฟันบน]] (labiodental consonant) ที่เกิดจากริมฝีปากล่างกับฟันบน "th" ใน ''thought'' เป็นการออก[[เสียงพยัญชนะลิ้น-ฟันบน]] (linguodental consonant) ที่เกิดจากลิ้นกับฟันบน การบีบตัวที่ทำโดยริมฝีปากเรียกว่า[[การห่อริมฝีปาก|เสียงพยัญชนะริมฝีปาก]] (labialization) และที่ทำโดยลิ้นจะเรียกว่าเสียงพยัญชนะลิ้น (lingual)
 
การบีบตัวโดยลิ้นสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายส่วนของช่องเสียง โดยจัดกลุ่มอย่างกว้าง ๆ เป็น[[เสียงพยัญชนะโพรงปาก|โพรงปาก]] [[เสียงพยัญชนะหลังลิ้น|หลังลิ้น]] (dorsal) และ[[เสียงพยัญชนะโคนลิ้น|โคนลิ้น]] (radical) การออกเสียงที่โพรงปากถูกทำโดยส่วนหน้าของลิ้น การออกเสียงที่หลังลิ้นถูกทำโดยส่วนหลังของลิ้น และการออกเสียงที่โคนลิ้นถูกทำใน[[คอหอย]]{{sfn|Ladefoged|2001|p=5}} การแบ่งกลุ่มนี้ไม่พอสำหรับการแยกแยะและอธิบายเสียงพูดทั้งหมด{{sfn|Ladefoged|2001|p=5}} ตัวอย่างเช่น เสียง {{ipa|[s]}} และ {{ipa|[ʃ]}} เป็นเสียงโพรงปากทั้งสอง แต่ถูกผลิตในตำแหน่งที่่ต่างกันที่ต่างกัน เพื่ออธิบายสิ่งนี้ ตำแหน่งเกิดเสียงที่ละเอียดกว่านี้จึงจำเป็นโดยจะพูดถึงพื้นที่ในปากที่เกิดการบีบตัว{{sfn|Ladefoged|Maddieson|1996|p=9}}
 
==== ริมฝีปาก ====
===กล่องเสียง===
{{further|กล่องเสียง}}
[[Fileไฟล์:Larynx (top view).jpg|thumb|มุมมองจากด้านบนของกล่องเสียง|alt=See caption]]
กล่องเสียงเป็นโครงสร้างกระดูกอ่อนที่อยู่ใน[[หลอดลม]]ซึ่งมีหน้าที่[[การเปล่งเสียงพูด|เปล่งเสียงพูด]] (phonation) เส้นเสียงขยับเข้าหากันเพื่อสั่นหรือออกห่างจากกันเพื่อไม่ให้สั่น เส้นเสียงเปลี่ยนเป็นตำแหน่งต่าง ๆ ด้วยการเคลื่อนไหวของ[[กระดูกอ่อนอริทีนอยด์]] (Arytenoid cartilage){{sfn|Ladefoged|2001|p=123}} [[กล่องเสียง|กล้ามเนื้อกล่องเสียงภายใน]] (intrinsic laryngeal muscles) มีหน้าที่ขยับกระดูกอ่อนอริทีนอยด์และปรับความตึงของเส้นเสียง{{sfn|Seikel|Drumright|King|2016|p=222}} ถ้าเส้นเสียงปิดไม่แคบหรือดึงไม่ตึงพอก็จะสั่นแบบไม่สม่ำเสมอหรือไม่สั่นเลย ถ้าสั่นแบบไม่สม่ำเสมอก็อาจให้เสียงต่ำลึกหรือเสียงลมแทรก (breathy voice) ขึ้นอยู่กับว่าสั่นระดับไหน และหากไม่สั่นเลยก็จะเป็นเสียง[[ความไม่ก้อง|ไม่ก้อง]] (voicelessness)
 
ตัวแบบจุดสมดุล (equilibrium-point model) นำเสนอมติต่อปัญหาผกผันโดยอ้างให้เป้าหมายของการเคลื่อนไหวถูกแทนเป็นตำแหน่งของคู่กล้ามเนื้อที่กระทำบนข้อต่อ{{efn|ดูที่ {{harvtxt|Feldman|1966}} สำหรับข้อนำเสนอต้นฉบับ}} กล้ามเนื้อถูกจำลองเป็นสปริงและเป้าหมายเป็นจุดสมดุลของระบบของมวลกับสปริง เพราะว่าใช้สปริง ตัวแบบจุดสมดุลสามารถแก้เพื่อชดเชยหรือตอบสนองต่อการก่อกวนการเคลื่อนไหวได้ ตัวแบบนี้นับเป็นตัวแบบพิกัดเพราะมันสมมุติแทนตำแหน่งกล้ามเนื้อเหล่านี้เป็นจุดในปริภูมิ หรือจุดสมดุล ที่ซึ่งกิริยาคล้ายสปริงของกล้ามเนื้อมาบรรจบกัน{{sfn|Bizzi|Hogan|Mussa-Ivaldi|Giszter|1992}}{{sfn|Löfqvist|2010|p=361}}
 
วิธีการทางท่าทางต่อการผลิตเสียงพูด (speech production) นำเสนอให้การออกเสียงถูกแทนเป็นแบบแผนการเคลื่อนไหวแทนพิกัดเป้าหมายพิกัดหนึ่ง หน่วยที่เล็กที่สุดคือท่าทางที่แทนกลุ่มของ "แบบแผนการเคลื่อนไหวทางสรีระที่สมมูลกันเชิงหน้าที่ที่ถูกควบคุมโดยอ้างอิงจุดหมายที่เกี่ยวข้องกับการพูดจุดหนึ่ง (เช่น การปิดริมฝีปากคู่)"{{sfn|Saltzman|Munhall|1989}} กลุ่มเหล่านี้แทนโครงสร้างทางพิกัดหรือ "synergies" ซึ่งมองการเคลื่อนไหวเป็นการรวมกลุ่มของกล้ามเนื้อที่ทำงานด้วยกันเป็นหน่วยเดียวโดยพึ่งพาภารกิจแทนการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่เป็นปัจเจก{{sfn|Mattingly|1990}}{{sfn|Löfqvist|2010|pp=362–4}} นี่ลดองศาเสรีในการวางแผนการออกเสียงซึ่งเป็นปัญหาโดยเฉพาะในตัวแบบพิกัดแบบภายในซึ่งอนุญาติอนุญาตการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่สำเร็จจุดมุ่งหมายการพูด แทนที่จะเข้ารหัสการเคลื่อนไหวอันหนึ่งให้เป็นตัวแทนนามธรรม การออกเสียงผสมถูกอธิบายเป็นอย่างดีด้วยตัวแบบทางท่าทาง เพราะการออกเสียงในอัตราที่สูงกว่าสามารถอธิบายเป็นการประกอบกันของท่าทางที่อิสระจากกันในการพูดด้วยอัตราที่ช้ากว่า{{sfn|Löfqvist|2010|p=364}}
 
== สวนศาสตร์ ==
[[Fileไฟล์:Waveform spectrogram and transcription of wikipedia in praat.png|thumb|upright=1.5|รูปคลื่น (บน) สเปกโตรแกรม (กลาง) และการถอดเสียง (ล่าง) ของเสียงผู้หญิงที่พูดคำว่า "Wikipedia" แสดงโดย [[Praat]] ซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ทางภาษา{{listen |filename=En-us-Wikipedia.ogg |title=ฟัง|description=เสียงประกอบ|plain=yes}}<!--Aesthetics could be better for the audio-->]]
เสียงพูดถูกผลิตโดยการดัดแปลงกระแสลมโดยฐานกรณ์ทำให้เกิดคลื่นเสียง ฐานกรณ์ที่อยู่ในตำแหน่งและลักษณะต่าง ๆ ทำให้เกิดเสียงที่ต่างกัน นอกจากตำแหน่งของลิ้นแล้วรูปร่างของช่องเสียงก็ส่งผลต่อเสียงที่เปล่งออกมาเช่นเดียวกัน [[ลักษณะเกิดเสียง]] (manner of articulation) จึงเป็นสื่งสำคัญในการพรรณนาเสียงพูด คำว่า ''ทาก'' และ ''ซาก'' ขึ้นต้นด้วยเสียงปุ่มเหงือกทั้งสองคำ แต่ทั้งสองเสียงต่างกันที่ระยะทางระหว่างลิ้นและแนวปุ่มเหงือก ความแตกต่างนี้มีผลมากต่อกระแสลม เสียงที่ถูกผลิตจึงแตกต่างไปด้วย กลไกกระแสลมที่พบได้ทั่วไปที่สุดคือกลไกกระแสลมจาก[[ปอด]] (pulmonic) แต่[[ช่องเส้นเสียง]] (glottis) และ[[ลิ้น]]ก็สามารถใช้ผลิตกระแสลมเช่นกัน
 
หากเส้นเสียงอยู่ห่างกันกว่าที่เป็นในเสียงปกติเล็กน้อยก็จะผลิตลักษณะเสียงพูดที่เรียกว่าเสียงลมแทรกหรือเสียงกระซิบ (whispery voice) ความตึงของเส้นเสียงน้อยกว่าในเสียงปกติทำให้อากาศสามารถไหลได้อิสระกว่าเดิม ทั้งเสียงลมแทรกและเสียงกระซิบอยู่เป็นภาวะต่อเนื่องของรูปคลื่นตั้งแต่รูปคลื่นของเสียงลมแทรกที่ซ้ำคาบกว่าจนถึงรูปคลื่นของเสียงกระซิบที่มีการรบกวนเยอะกว่า ในทางสวนศาสตร์ทั้งสองเสียงยับยั้งความถี่สั่นพ้องแรก โดยเฉพาะเสียงกระซิบซึ่งมีการเบี่ยงเบนที่สุดขีดกว่า{{sfn|Gobl|Ní Chasaide|2010|p=400-401}}
 
เมื่อเส้นเสียงอยู่ใกล้กันก็จะเกิดเสียงต่ำลึก ความตึงของเส้นเสียงน้อยกว่าในเสียงปกติและถูกดึงใกล้กันแน่นทำให้มีเอ็นเสีนเสียงเอ็นเดียวที่สั่น{{efn|ดูที่[[#กล่องเสียง|กล่องเสียง]]สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกายวิภาคของการเปล่งเสียง}} พัลส์ไม่สม่ำเสมอและมีระดับเสียงกับแอมพลิจูดความถี่ที่่ตำที่ตำ{{sfn|Gobl|Ní Chasaide|2010|p=401}}
<!--Gobl และ Ní Chasaide พูดถึงความตึงและหย่อน (tense and lax) ด้วย แต่จะเยอะไป-->
 
===ระบบปอดและระบบใต้ช่องเส้นเสียง===
{{see|การหายใจ}}
<!--[[Fileไฟล์:Respiratory system.svg|thumb]]-->
 
ปอดผลิตเสียงพูดส่วนใหญ่ด้วยการสร้างความดันสำหรับเสียงจากปอด ชนิดของเสียงที่พบเจอบ่อยที่สุดในภาษาต่าง ๆ คือเสียงลมออกจากปอด (pulmonic egress){{sfn|Ladefoged|2001|p=1}} ในทางกลับกันก็มีเสียงลมเข้าปอด แต่ไม่มีภาษาใดในโลกที่ใช้เสียงลมเข้าปอดเป็นหน่วยเสียง{{sfn|Eklund|2008|p=237}} หลายภาษาเช่น[[ภาษาสวีเดน]]ใช้เสียงลมเข้าปอดสำหรับการออกเสียง[[ปรลักษณ์ภาษา]] (paralanguage) เช่นการยืนยัน (affirmation) ในภาษาหลายภาษาที่หลากหลายทางภูมิศาสตร์และพันธุกรรม{{sfn|Eklund|2008}} ทั้งเสียงลมออกและลมเข้าพึ่งพาการจับเส้นเสียงให้อยู่ในท่าท่าหนึ่งและใช้ปอดนำอากาศผ่านเส้นเสียงทำให้สั่น (ก้อง) หรือไม่สั่น (ไม่ก้อง){{sfn|Ladefoged|2001|p=1}} การออกเสียงจากปอดถูกจำกัดด้วยปริมาตรของอากาศที่สามารถหายใจออกได้ในหนึ่งรอบการหายใจ เรียกว่า[[ความจุปอดปกติ]] (vital capacity)
=== การได้ยิน ===
{{hatnote|บทความหลัก: [[การได้ยิน]] สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมดู[[การเข้ารหัสเสียงของเซลล์ประสาท]] (Neuronal encoding of sound)}}
[[Fileไฟล์:Journey of Sound to the Brain.ogg|thumb|เสียงเดินทางจากแหล่งกำเนิดไปสมองอย่างไร|300x300px]]
การได้ยินเสียง ({{lang-en|Audition}}) เป็นระยะแรกของการรับรู้เสียงพูด ฐานกรณ์เปลี่ยนความดันอากาศอย่างเป็นระบบเป็นคลื่นเสียงที่เดินทางไปถึงหูผู้ฟัง คลื่นเสียงชนกับ[[แก้วหู]] (eardrum) ของผู้ฟังทำให้มันสั่น [[กระดูกหู]]ส่งการสั่นของแก้วหูไปที่[[หูชั้นในรูปหอยโข่ง]]หรือคอเคลีย{{sfn|Johnson|2003|p=46–7}} คอเคลียรูปทรงเป็นวงท่อที่เต็มไปด้วยของเหลวซึ่งถูกแบ่งตามแนวยาวโดย[[อวัยวะของคอร์ติ]]ที่มี[[เยื่อกั้นหูชั้นใน]] เยื่อกั้นหูชั้นในหนาขึ้นเรื่อยเมื่อยิ่งเข้าไปในคอเคลียทำให้แต่ละตำแหน่งมีความถี่สั่นพ้องที่ต่างกัน รูปแบบ[[tonotopy|โทโนโทปิค]]นี้ทำให้หูสามารถวิเคราะห์เสียงในลักษณะที่คล้ายกับ[[การแปลงฟูรีเย]]{{sfn|Johnson|2003|p=47}}
 
[[การถอดเสียงแสดงสัทลักษณ์]] ({{lang-en|Phonetic transcription}}) เป็นระบบการถอด[[เสียง (สัทศาสตร์)|เสียง]]ใน[[ภาษาพูด]] (oral language) หรือ[[ภาษามือ]] ระบบการถอดเสียงแสดงสัทลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ[[สัทอักษรสากล]] (IPA) เป็นชุดสัญลักษณ์มาตรฐานสำหรับเสียงพูด{{sfn|O'Grady|2005|p=17}}{{sfn|International Phonetic Association|1999}} ความเป็นมาตรฐานของ IPA ทำให้ผู้ใช้สามารถถอดเสียงภาษา [[ภาษาย่อย]] และ[[เอกัตภาษณ์]] (idiolect){{sfn|O'Grady|2005|p=17}}{{sfn|Ladefoged|2005}}{{sfn|Ladefoged|Maddieson|1996}} IPA เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์นอกจากต่อการศึกษาสัทศาสตร์แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อการสอนภาษา การแสดงมืออาชีพ และ[[อรรถบำบัด]]ด้วย{{sfn|Ladefoged|2005}}
 
แม้ไม่มีภาษามือใด ๆ ที่มีระบบการเขียนที่เป็นมาตรฐาน นักภาษาศาสตร์ได้พัฒนาระบบสัญกรณ์ของตัวเองไว้พรรณนารูปร่างมือ ตำแหน่ง และการเคลื่อนไหว [[ระบบสัญกรณ์ฮัมบวร์ค]] (HamNoSys) มีความคล้าย IPA ตรงที่ระบบนี้อนุญาติอนุญาตให้มีรายละเอียดในระดับที่ต่างกัน ระบบสัญกรณ์บางระบบเช่น KOMVA และ [[สํญกรณ์สโตคี]] (Stokoe notation) ถูกออกแบบสำหรับใช้ในพจนานุกรมและยังใข้ตัวอักษรของภาษาท้องถิ่นสำหรับรูปร่างมือในขณะที่ HamNoSys แทนรูปร่างมือโดยตรง [[SignWriting]] วางเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นระบบการเขียนสำหรับภาษามือที่เรียนรู้ง่าย แต่ก็ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ในกลุ่มคนหูหนวกกลุ่มใดอย่างเป็นทางการ{{Sfn|Baker|van den Bogarde|Pfau|p=242-244|Schermer|2016}}
 
== ภาษามือ ==
398,539

การแก้ไข