ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พืชเมล็ดเปลือย"

ปรับปรุงบางส่วน
(ปรับปรุงบางส่วน)
(ปรับปรุงบางส่วน)
[[Gnetophyta]] – ''Gnetum, Ephedra, Welwitschia''
}}
[[Fileไฟล์:Encephalartos sclavoi reproductive cone.jpg|thumb|โคนของ ''[[Encephalartos sclavoi]]'' ที่มีความยาวกว่า 30 ซม.]]
 
'''พืชเมล็ดเปลือย''' ({{lang-en|gymnosperms}}) หรือ '''Acrogymnospermae''' เป็น[[พืชมีเมล็ด]]กลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วย[[พิโนฟิตา|สน]] [[ปรง]] [[แปะก๊วย]] และ[[เนโทไฟตา]] คำ gymnosperm มาจากการรวมคำ[[ภาษากรีกโบราณ]] 2 คำคือ γυμνός (gumnós, “เปลือย”) และ σπέρμα (spérma, “เมล็ด”)<ref>{{cite web|url=https://www.merriam-webster.com/dictionary/gymnosperm|title=Definition of gymnosperm|website=Merriam-Webster|accessdate=February 18, 2021}}</ref> สาเหตุที่เรียกพืชเมล็ดเปลือยเนื่องจากเมล็ดไม่ได้ถูกห่อหุ้มด้วย[[รังไข่ (พฤกษศาสตร์)|รังไข่]]เพราะไม่มี[[ดอก]] โดยเมล็ดเจริญบนแผ่นใบ โคน<ref>{{cite web|url=https://sciencing.com/do-gymnosperms-produce-flowers-fruit-13428148.html|title=Do Gymnosperms Produce Flowers & Fruit?|author=Grant, Bonnie|website=Sciencing|date=July 21, 2017|accessdate=February 18, 2021}}</ref> หรือเจริญอยู่เดี่ยว ๆ ดังที่พบในสกุล ''[[Taxus]]'' ''[[Torreya]]'' และ ''Ginkgo''<ref name="TPL">{{cite web|url=http://www.theplantlist.org/browse/G/|title=Gymnosperms on The Plant List|publisher=Theplantlist.org|access-date=2013-07-24}}</ref> ต่างจาก[[พืชดอก]]ที่เมล็ดห่อหุ้มด้วยรังไข่ซึ่งต่อมาเจริญเป็นผล<ref>{{cite web|url=https://www.thoughtco.com/what-are-gymnosperms-4164250|title=What Are Gymnosperms?|author=Bailey, Regina|website=ThoughtCo|date=May 2, 2018|accessdate=February 18, 2021}}</ref><ref>{{cite web|url=https://www.britannica.com/plant/gymnosperm|title=Gymnosperm plants|author=Delevoryas, Theodore|website=Britannica|accessdate=February 18, 2021}}</ref>
 
พืชเมล็ดเปลือยและพืชมีดอกดอกเป็นสองกลุ่มที่รวมกันเป็นพืชมีเมล็ด (spermatophytes) พืชเมล็ดเปลือยประกอบด้วย 6 ไฟลัม 4 ไฟลัมที่ยังหลงเหลือ ได้แก่ ไซแคโดไฟตา (Cycadophyta) กิงโกไฟตา (Ginkgophyta) เนโทไฟตา (Gnetophyta) และพิโนไฟตา (Pinophyta) ขณะที่อีก 2 ไฟลัมคือ [[เทอริโดสเปอร์มาโตไฟตา]] (Pteridospermatophyta) และ[[คอร์ไดทาเลส]] (Cordaitales) นั้นสูญพันธุ์แล้ว<ref name=":0">{{Cite book|title=Biology of Plants|last=Raven|first=P.H.|publisher=New York: W.H. Freeman and Co.|year=2013}}</ref> ในบรรดา 4 ไฟลัมที่ยังหลงเหลือ สนเป็นไฟลัมที่มีจำนวนชนิดมากที่สุด รองลงมาคือปรง เนโทไฟต์ ([[สกุลมะเมื่อย]] [[เอฟิดรา]] [[เวลวิชเซีย]]) และแปะก๊วย
 
บางสกุล (''Pinus'') มีไมคอไรซามาอยู่ร่วมกับรากพืช บางสกุล (''Cycas'') มีรากพิเศษที่เรียกว่าคอรัลลอยด์ (coralloid) ที่มีแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนมาอาศัยอยู่
 
== ความหลากหลายและต้นกำเนิด ==
ปัจจุบันมีพืชเมล็ดเปลือยอยู่มากกว่า 1,000 สปีชีส์<ref name="TPL" /> เป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่าพืชเมล็ดเปลือยมีกำเนิดในตอนปลายของ[[ยุคคาร์บอนิเฟอรัส]] และเข้าแทนที่ป่าฝน[[ไฟลัมไลโคไฟตา|ไลโคไฟต์]]ในเขตร้อน<ref name="SahneyBentonFerry2010RainforestCollapse">{{cite journal | author= Sahney, S. | author2= Benton, M.J. | author3= Falcon-Lang, H.J. | name-list-style= amp | year=2010 | title= Rainforest collapse triggered Pennsylvanian tetrapod diversification in Euramerica | journal=Geology | volume = 38 | pages = 1079–1082 | doi=10.1130/G31182.1 | issue=12 | bibcode=2010Geo....38.1079S}}</ref><ref>Campbell and Reece; Biology, Eighth edition</ref> เชื่อว่าเป็นผลของการทำสำเนาของยีนทั้งชุดเมื่อประมาณ 319 ล้านปีที่แล้ว<ref name="Jiao2011">Jiao Y, Wickett NJ, Ayyampalayam S, Chanderbali AS, Landherr L, Ralph PE, Tomsho LP, Hu Y, Liang H, [[Soltis PS]], [[Douglas E. Soltis|Soltis DE]], Clifton SW, Schlarbaum SE, Schuster SC, Ma H, Leebens-Mack J, Depamphilis CW (2011) Ancestral polyploidy in seed plants and angiosperms. Nature</ref> ลักษณะเฉพาะของพืชมีเมล็ดในช่วงแรก ๆ เป็นที่ประจักษ์ในซากดึกดำบรรพ์ของพืชกลุ่ม[[โพรจิมโนสเปิร์ม]] (progymnosperm) จาก[[ยุคดีโวเนียน]]ตอนปลาย เมื่อประมาณ 383 ล้านปีที่แล้ว ยังมีข้อเสนออีกว่า ในตอนกลางของมหายุคมีโซโซอิก การถ่ายเรณูของพืชเมล็ดเปลือยที่สูญพันธ์ุไปแล้วบางกลุ่ม ถูกกระทำโดย[[Mecoptera|แมลงแมงป่อง]]สปีชีส์ที่สูญพันธ์ุไปแล้ว แมลงนี้มีการพัฒนา[[proboscis|งวง]] (proboscis) ขึ้นมาเพื่อดูดกินน้ำต้อย และเป็นไปได้ว่ามีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาจากการถ่ายเรณูกับพืชเมล็ดเปลือย โดยเกิดขึ้นมาก่อนที่จะพบวิวัฒนาการร่วมอีกแบบที่ใกล้เคียงกันจากแมลงที่กินน้ำหวานของพืชมีดอกดอก<ref>{{cite journal | last1 = Ollerton | first1 = J. | last2 = Coulthard | first2 = E. | year = 2009 | title = Evolution of Animal Pollination | journal = Science | volume = 326 | issue = 5954| pages = 808–809 | doi = 10.1126/science.1181154 | pmid = 19892970 | bibcode = 2009Sci...326..808O | s2cid = 856038 }}</ref><ref name="Ren">{{cite journal | last1 = Ren | first1 = D | last2 = Labandeira | first2 = CC | last3 = Santiago-Blay | first3 = JA | last4 = Rasnitsyn | first4 = A | last5 = Shih | first5 = CK | last6 = Bashkuev | first6 = A | last7 = Logan | first7 = MA | last8 = Hotton | first8 = CL | last9 = Dilcher | first9 = D. |display-authors=4 | year = 2009 | title = A Probable Pollination Mode Before Angiosperms: Eurasian, Long-Proboscid Scorpionflies | journal = Science | volume = 326 | issue = 5954| pages = 840–847 | doi = 10.1126/science.1178338 | pmid = 19892981 | pmc = 2944650 | bibcode = 2009Sci...326..840R }}</ref> นอกจากนี้มีการค้นพบหลักฐานที่ว่า เรณูของพืชเมล็ดเปลือยในตอนกลางของมหายุคมีโซโซอิกถูกผสมโดยผีเสื้อในวงศ์ [[Kalligrammatidae]] ซึ่งสูญพันธุ์แล้ว สมาชิกในวงศ์นี้มีความคล้ายคลึงกับผีเสื้อยุคใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นนานมาก<ref>{{cite journal | title=The evolutionary convergence of mid-Mesozoic lacewings and Cenozoic butterflies | journal = Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences | last1=Labandeira | first1=Conrad C. | last2=Yang | first2=Qiang | last3=Santiago-Blay | first3=Jorge A. | last4=Hotton | first4=Carol L. | last5=Monteiro | first5=Antónia | last6=Wang | first6=Yong-Jie | last7=Goreva | first7=Yulia | last8=Shih | first8=ChungKun | last9=Siljeström | first9=Sandra | last10=Rose | first10=Tim R. | last11=Dilcher | first11=David L. | last12=Ren | first12=Dong | volume = 283 | issue = 1824| doi=10.1098/rspb.2015.2893 | pages=20152893 | pmid=26842570 | pmc=4760178| year = 2016 }}</ref>
 
[[Fileไฟล์:Zamia integrifolia02.jpg|thumb|''Zamia integrifolia'' พืชพื้นถิ่นของฟลอริดา]]
พืขกลุ่มสนเป็นพืชเมล็ดเปลือยที่หลงเหลืออยู่ที่มีความหลากหลายมากที่สุด โดยมีอยู่เจ็ดถึงแปดวงศ์ รวม 65–70 สกุล และ 600–630 สปีชีส์ (มีอยู่ 696 ชื่อที่ยอมรับกัน)<ref name="Catalogue">[http://www.catalogueoflife.org/show_database_details.php?database_name=Conifer+Database Catalogue of Life: 2007 Annual checklist – Conifer database] {{webarchive |url=https://web.archive.org/web/20090115190412/http://www.catalogueoflife.org/show_database_details.php?database_name=Conifer+Database |date=January 15, 2009 }}</ref> สนเป็นไม้เนื้อเแข็ง ส่วนมากไม่ผลัด[[ใบไม้|ใบ]]<ref>Campbell, Reece, "Phylum Coniferophyta."Biology. 7th. 2005. Print. P.595</ref> ใบมีลักษณะยาว เรียวแหลมเหมือนเข็ม สมาชิกส่วนใหญ่ในวงศ์ Cupressaceae และบางส่วนใน Podocarpaceae มีใบแบนรูปสามเหลี่ยม คล้ายเกล็ดปลา สำหรับสกุล ''[[Agathis]]'' ในวงศ์ Araucariaceae และสกุล ''[[Nageia]]'' ในวงศ์ Podocarpaceae มีใบแบนกว้าง ลักษณะคล้ายสายรัด
 
23,091

การแก้ไข