ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2432 ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ พระอุโบสถ[[วัดพระศรีรัตนศาสดาราม]] โดยมี[[สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์]] เป็นพระอุปัชฌาย์ [[สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทโว)|สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (สา ปุสฺสเทโว)]] เป็นพระศีลาจารย์ และ[[สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส|พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส]] เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ผนวชแล้วเสด็จไปประทับ ณ [[วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร]] ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม ศกนั้น จึงทรงย้ายไปประทับ ณ [[วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร]]<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=6|issue=15|pages=124-5|title=ข่าวพระองค์เจ้า และหม่อมเจ้าทรงผนวช|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2432/015/124.PDF|date=14 กรกฎาคม 2432|accessdate= 21 กันยายน 2559|language=ไทย}}</ref> แล้วลาผนวชในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2432<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=51|issue=15|pages=447|title=ข่าวลาผนวช|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2432/051/447_1.PDF|date=23 มีนาคม 2432|accessdate= 21 กันยายน 2559|language=ไทย}}</ref>
 
พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ ทรงเป็นเจ้านายไทยพระองค์แรก ๆ ที่ได้ไปศึกษาต่อที่[[ประเทศอังกฤษ]] ทรงศึกษากฎหมายจาก[[เบลเลียลคอลเลจ]] [[มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด]] แล้วเสด็จกลับมาดำรงตำแหน่งเสนาบดี[[กระทรวงยุติธรรม]]พระองค์แรกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2435<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=9|issue=4|pages=28|title=ประกาศตั้งตำแหน่งเสนาบดี|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2435/004/25_1.PDF|date=24 เมษายน ร.ศ. 111|accessdate=3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561|language=ไทย}}</ref> ทรงปรับปรุงกิจการศาลแบบเก่า ถึงปี พ.ศ. 2437 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ไปราชการในยุโรป<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=11|issue=31|pages=236|title=พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2437/031/235_1.PDF|date=28 ตุลาคม ร.ศ. 113|accessdate=3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561|language=ไทย}}</ref>เพื่อถวายอภิบาลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ( ร.6 ) ที่เสด็จไปศึกษา ณ สหราชอาณาจักรและในยุโรป ตลอดจนปฏิบัติราชการทางการทูตในยุโรปนานถึง 4 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2436 - 2440 นับว่ามีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นช่วงระยะเวลาเกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2466 ทรงรับตำแหน่งอธิบดี[[ศาลฎีกา]]พระองค์ที่ 3 ระหว่างวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2455 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2461
 
เมื่อ พ.ศ. 2441 [[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามตามจารึกใน[[พระสุพรรณบัฏ]]ว่า ''พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสวัสดิวัดนวิศิษฎ์''<ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2441/033/341_1.PDF พระบรมราชโองการ ประกาศ ในการพระราชทาน พระสุพรรณบัตร], เล่ม 15, ตอน 33, 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441, หน้า 341</ref>
 
ต่อมา[[พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนกรมขึ้นเป็น ''พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสวัสดิวัดนวิศิษฎ์'' เมื่อ พ.ศ. 2456<ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2456/A/329.PDF พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนกรม ตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้า และตั้งเจ้าพระยา], เล่ม 30, ตอน ก, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2456, หน้า 329</ref> และทรงได้รับการโปรดเกล้าให้เลื่อนกรมเป็นกรมพระอีกครั้งในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466 มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "''พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ สยามมิศรราชมาตุลาธิบดี ศรีพัชรินทรโสรานุชาร์ย มานวธรรมศาสดรวิธาน นิรุกติปรติภานพิทยโกศล โศภนมิตรสุจริตอาร์ชวาศัย ศรีรัตนไตรยสรณาภิรัต ชเนตภูมิปะภัทปิยมานมนุญ สุนทรธรรมย์บพิตร์''" ทรงศักดินา 15000<ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2466/D/2600.PDF ประกาศสถาปนา เลื่อนกรม ตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้า และตั้งเจ้าพระยา], เล่ม 40, ตอน ง, 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466, หน้า 2600 </ref> เนื่องด้วย พระองค์เป็นพระมาตุลา (น้า) อยู่แต่พระองค์เดียว สมควรจะยกย่องพระอิศริยยศให้ยิ่งขึ้น สนองพระคุณูปการ และความจงรักภักดีซึ่งได้มีมาแต่หนหลัง
[[ไฟล์:สมเด็จกรมสวัสดิ.jpg|thumb|ทรงฉลองพระองค์อย่างเทศ พระอิสริยยศ สมเด็จกรมพระ]]
ต่อมาในพิธีบรมราชาภิเษก[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]]เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2468 (นับแบบปัจจุบันตรงกับ พ.ศ. 2469) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็น " '''''สมเด็จ'''พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ฯ'' " เนื่องด้วยทรงมีอุปการคุณต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานเป็นพระมาตุลาธิบดี (น้า) อยู่แต่พระองค์เดียว<ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2468/A/372.PDF พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาพระอิสริยศเฉลิมพระอภิไธยและเลื่อนกรมพระราชวงศ์], เล่ม 42, ตอน 0 ก, 21 มีนาคม พ.ศ. 2468, หน้า 372</ref>
 
=== สิ้นพระชนม์ ===
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ สิ้นพระชนม์ใน ณ [[เกาะปีนัง]] เมื่อเวลา 4 นาฬิกา วันอังคาร เดือนอ้าย ขึ้น 15 ค่ำ ปีกุนสัปตศก จ.ศ. 1297 ตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2478 พระชันษาได้ 70 ปี หลังจากทรงพระประชวรเนื่องจากตกรถยนต์เมื่อเสด็จเมืองอิโปห์ และ มีอการอาการ เจ็บพระนาภี และ เส้นพระโลหิตในพระเศียรแตก<ref>สาส์นสมเด็จ ลายพระหัตถ์สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ และ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ภาคที่ ๗) พิมพ์ในงานพระราชทานเพิงศพ เสวกโท พระอโศกมนตรี (เรียม เศวตเศรณี) ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๔ หน้าที่ ๓๒ - ๓๓ </ref> พระราชทานเพลิงพระศพ ณ วัดปาตูลันจัง (วัดปิ่นบังอร) วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2478 เวลา 17:00 น. และ ได้ส่งพระอัฐิกลับกรุงเทพทางรถไฟ เพื่อประดิษฐาน ณ วัดราชาธิวาส เมื่อ วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2478<ref>''ราชสกุลวงศ์'',
 
== ที่ประทับ ==
ผู้ใช้นิรนาม