ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เกมจารชน"

เพิ่มขึ้น 288 ไบต์ ,  2 เดือนที่ผ่านมา
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
 
== เลขอันตราย ==
ในรอบแรกจะมีผู้เข้าแข่งขันจำนวน 5 คน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 คน จะถูกมัดเข้ากับเสาโดยสมมุติบทบาทเป็นจารชนที่ถูกจับตัวได้ เมื่อเกมเริ่มต้น ผู้เข้าแข่งขันทายตัวเลข 0-99 โดยพิธีกรจะบอกใบ้ว่าใกล้เคียงเลขอันตรายหรือไม่ ถ้าพิธีกรใบ้ว่า ตัวเลขที่ทายออกมาไม่ใช่เลขอันตรายซึ่งพิธีกรจะบอกว่ามากไปหรือน้อยไป ตัวเลขที่ทายพร้อมทั้งตัวเลขที่อยู่ในช่วงที่พิธีกรใบ้จะถูกตัดออก เช่น หากผู้แข่งขันคนแรกทายว่า 25 แล้วพิธีกรบอกว่า "น้อยไป" ตัวเลขตั้งแต่ 0-25 จะถูกตัดออก และผู้เข้าแข่งขันท่านต่อไปจะทายเลขต่อ ๆ ไปจนกระทั่งมีผู้ทายตัวเลขตรงกับเลขอันตราย (หากเหลือจำนวนตัวเลขน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าแข่งขัน พิธีกรจะให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกเลขที่เหลือคนละตัวตามลำดับการเล่น จากนั้นจะเฉลยเลขอันตรายทันที) ผู้เข้าแข่งขันที่ทายตรงกับเลขอันตราย จะถูกยิงด้วยกระสุนแป้งและ,ตกรอบและเกมจะยุติลงทันที (ในเทปสงกรานต์จะใช้น้ำ+แป้งในขันสาดผู้เข้าแข่งขัน)
 
บางเทปที่มีการออกอากาศ พิธีกรจะนำนักเรียนนักศึกษาที่มาชมในห้องส่ง (ในวันที่บันทึกเทป) มาร่วมเล่นกับผู้เข้าแข่งขันด้วยการมัดคู่กับผู้เข้าแข่งขันเพื่อร่วมชะตากรรมเดียวกัน โดยการเลือกนั้นจะขึ้นอยู่กับพิธีกรว่าให้ไปคู่กับใคร หรือไม่ก็ตามความต้องการของนักเรียนที่เข้ามาร่วมเล่นด้วย
ในช่วงที่สองของเกมผู้เข้าแข่งขันที่เหลือ 4 คนจะถูกแบ่งทีมแบ่งละ 2 ทีม ทีมละ 2 คนโดยกติกามีอยู่ว่า ให้คนในทีมเข้าไปในเป็นตัวประกัน ส่วนอีกคนจะเลือกคำปริศนามา 1 จาก 4 คำปริศนาด้วยกัน (ในช่วงปลายปี [[พ.ศ. 2542]] และช่วงปี [[พ.ศ. 2545]] - [[พ.ศ. 2548|2548]] เพิ่มขึ้นเป็น 6 คำปริศนา) ซึ่งผู้ที่เป็นตัวประกันจะบอกโค้ดลับให้ผู้ร่วมทีมครั้งละ 1 พยางค์ (หากเกินพยางค์เดียวหรือมีหางเสียงออกมา หรือมีเสียงอื่น จะถือว่าฟาล์ว แต่บางครั้งจะไม่บอกหากตัวประกันยังคิดไม่ออก จะถือว่าไม่มีการใบ้ในโค้ดลับนั้น) คนที่ช่วยตัวประกันจะมีเวลาตอบ 5 วินาที ถ้าหมดเวลาแล้วยังไม่สามารถตอบถูก ตัวประกันจะได้ให้โค้ดลับเพิ่ม แต่ถ้าตอบถูกต้องก็ถือว่าช่วยตัวประกันได้สำเร็จและจะได้คะแนนไปโดยในโค้ดลับแรกจะมี 5 คะแนน โค้ดลับที่สองจะมี 4 คะแนน โค้ดลับที่สามจะมี 3 คะแนน โค้ดลับที่สี่จะมี 2 คะแนน โค้ดลับสุดท้ายจะมี 1 คะแนน ต่อมาเป็นสามโค้ดลับในรอบแรก เป็น 3/2/1 คะแนน
 
ส่วนการใบ้รอบที่ 2 ผู้เล่นในทีมจะสลับหน้าที่กัน กล่าวคือ ผู้ที่เป็นคนช่วยตัวประกันในรอบที่แล้วจะต้องเป็นตัวประกัน และตัวประกันในรอบที่แล้วก็จะต้องเป็นคนช่วยตัวประกันแทน และคะแนนในรอบที่ 2 ก็จะเพิ่มเป็น 2 เท่า (10 คะแนน / 8 คะแนน / 6 คะแนน / 4 คะแนน / 2 คะแนน ซึ่งภายหลังเป็น 3 โค้ดลับในรอบที่ 2 เป็น 6/4/2 คะแนน)และถ้าใครทำคะแนนน้อยกว่าตกรอบและเกมจะจบลงทันที
 
รูปแบบแรกของเกมชิงตัวประกันผู้แข่งขันในทีมจะถูกทีมงานจับและนั่งเก้าอี้เลื่อนออกมาและถูกแต่งหน้าให้คล้ายกับถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกแต่งตัวในรูปแบบต่าง ๆ เมื่อใบ้เสร็จก็จะเข็นกลับเข้าไป แต่เมื่อยังทายไม่ถูกตัวประกันก็จะถูกแต่งไปเรื่อย ๆ หากครบ 5 โค้ดลับ ซึ่งภายหลังมาเป็น 3 โค้ดลับ แล้วยังทายคำปริศนาไม่ถูก ตัวประกันจะถูกปล่อยออกมา และหน่วยพิฆาตจะยิงกระสุนแป้งไล่หลังมาด้วยหรือในบางครั้งตัวประกันจะทำท่าเจ็บตัว แต่ถ้าชิงตัวประกันได้สำเร็จ ตัวประกันจะทำการแกล้งหน่วยพิฆาตกลับคืน เช่น ยิงปืนกระสุนแป้ง ทำให้หน่วยพิฆาตคนใดคนหนึ่งเละหรือเละยกทีมแบบเดียวกับตนเอง (ใช้ตั้งแต่ [[16 มีนาคม]] [[พ.ศ. 2541]] - กลางปี [[พ.ศ. 2542]])
 
== เหมืองมรณะ ==
ในปี [[พ.ศ. 2543]] ทีมงานได้เปลี่ยนเกมในช่วงที่สามมาเป็นเหมืองมรณะโดยผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ 2 คนต้องเล่นเกมโดยกติกาของเกม คือ ผู้เข้าแข่งขันต้องนั่งรถเลื่อนที่ใช้ในเหมืองคือรถขนหินขนแร่ ภายหลังได้เปลี่ยนมาใช้กระป๋องเป๊ปซี่ขนาดยักษ์ จากนั้นเลือกคำถามที่มีอยู่ทั้งหมด 10 ข้อด้วยกัน โดยคำถามแต่ละแผ่นป้ายนั้นเป็นคำถามที่เกี่ยวกับความรู้ทั่วไปที่อยู่รอบตัว คำถามที่ถามจากเรื่องราวที่เป็นกระแสในขณะนั้น และคำถามที่ใช้การสำรวจแบบสอบถามทั่วไปหรือโพลซึ่งคำตอบและข้อมูลที่นำมาเป็นคำถามนั้นอ้างอิงและมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น นิตยสาร, เว็บไซต์หรือสำนักโพลต่าง ๆ โดยคำตอบจะมีเพียง 2 คำตอบ และมี 1 คำตอบที่ถูกต้อง เมื่อผู้เข้าแข่งขันตอบถูก รถของฝ่ายตรงข้ามจะเลื่อนลงไปในเหมือง 1 ขั้น แต่ถ้าตอบผิดรถของตนเองจะโดนเลื่อนเข้าเหมืองไป 1 ขั้นแทน จากนั้นจะผลักกันเลือกคำถามจากแผ่นป้ายที่เหลือ และทำเช่นนี้จนกว่ารถของผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งเข้าเหมืองไป ระดับของรถเลื่อนของแต่ละฝ่ายจะมีอยู่ทั้งหมด 3 ระดับ และเมื่อคนใดคนหนึ่งตกเหมืองเกมจะยุติลง
 
ผู้เข้าแข่งขันที่ตกลงไปอยู่ในเหมืองจะถูกทีมงานละเลงแป้งและผงถ่านจนมีสภาพเปรอะเปื้อน และได้รับผลิตภัณฑ์จากทางรายการ 1 คันรถ (ผู้สนับสนุนรายการในขณะนั้น เช่น สบู่วาสลีนฮาร์โมนี่ต่อมาเป็นผงซักฟอกบรีส) เป็นการปลอบใจ โดยเกมนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ [[2 เมษายน]] [[พ.ศ. 2543]] - [[28 มีนาคม]] [[พ.ศ. 2548]]
ผู้ใช้นิรนาม