ผลต่างระหว่างรุ่นของ "แผลไหม้"

เพิ่มขึ้น 120,431 ไบต์ ,  1 เดือนที่ผ่านมา
แปลจากวิกิอังฤษ+บทความเดิม
(ย้อนการแก้ไขของ 2001:44C8:4289:1F64:1:1:51E4:B28D (พูดคุย) ไปยังรุ่นก่อนหน้าโดย Horus)
ป้ายกำกับ: ย้อนรวดเดียว
(แปลจากวิกิอังฤษ+บทความเดิม)
{{ใช้ปีคศ}}
{{Infobox disease
{{short description |การบาดเจ็บที่เนื้อหรือผิวหนัง มักมีเหตุจากความร้อนจัด }}
| Name = แผลไหม้
{{Infobox medical condition (new)
| Image = Hand2ndburn.jpg
| Caption name = แผลไหม้ระดับสองที่มือ
| image = Hand2ndburn.jpg
| DiseasesDB = 1791
| caption = แผลไหม้ระดับสองที่[[มือ]]
| ICD10 = {{ICD10|T|20||t|20}}–{{ICD10|T|31||t|20}}
| field = เวชบำบัดวิกฤติ ศัลยกรรมพลาสติก<ref>{{cite web | title = Burns - British Association of Plastic Reconstructive and Aesthetic Surgeons | url = http://www.bapras.org.uk/public/patient-information/surgery-guides/burns | archiveurl = https://web.archive.org/web/20200810191151/https://www.bapras.org.uk/public/patient-information/surgery-guides/burns | archivedate = 2020-08-10 | url-status = live | website = BAPRAS}}</ref>
| ICD9 = {{ICD9|940}}–{{ICD9|949}}
| symptoms = '''ระดับ 1''' - แดงโดยไม่มีตุ่มพอง<ref name=Tint2010/><br/>
| ICDO =
'''ระดับ 2''' - มีตุ่มพองและเจ็บ<ref name=Tint2010/><br/>
| OMIM =
'''ระดับ 3''' - แผลแข็งโดยไม่เจ็บ<ref name=Tint2010/>
| MedlinePlus = 000030
| complications = [[ติดเชื้อ]]<ref name=TBCChp3/>
| eMedicineSubj = article
| duration = หลายวันจนถึงหลายสัปดาห์<ref name=Tint2010/>
| eMedicineTopic = 1278244
| types = ระดับ 1-2-3 (Superficial, partial-thickness, full-thickness)<ref name=Tint2010/>
| MeshID = D002056
| causes = [[ความร้อน]] [[ความเย็น]] [[ไฟฟ้า]] [[สารเคมี]] การเสียดสี [[การแผ่รังสี]]<ref name=TBCChp4/>
| risks = [[ไฟ]]หุงต้มแบบเปิดโล่ง เตาหุงต้มที่ไม่ปลอดภัย [[การสูบบุหรี่]] การติดเหล้า สถานที่ทำงานไม่ปลอดภัย<ref name=WHO2016/>
| treatment = ขี้นอยู่กับความรุนแรง<ref name=Tint2010/>
| medication = [[ยาระงับปวด]] ให้น้ำเกลือ วัคซีนบาดทะยัก<ref name=Tint2010/>
| frequency = 67 ล้าน (2015)<ref name=GBD2015Pre/>
| deaths = 176,000 (2015)<ref name=GBD2015De/>
}}
<!-- นิยามและเหตุ -->
'''แผลไหม้''' ({{lang-en |burn}}) เป็น[[การบาดเจ็บ]]ที่[[ผิวหนัง]]หรือ[[เนื้อเยื่อ]]อื่น ๆ มีเหตุจาก[[ความร้อน]] [[ความเย็น]] การเสียดสี หรือ[[การแผ่รังสี]] (เช่น ไหม้[[แดด]])<ref name="TBCChp4">{{cite book | editor = Herndon, D | title = Total burn care | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4377-2786-9 | page = 46 | chapter-url = https://books.google.com/books?id=nrG7ZY4QwQAC&pg=PA47-IA4 | edition = 4th | chapter = Chapter 4: Prevention of Burn Injuries | year = 2012}}</ref>
โดยมักเกิดจากของเหลวร้อน (คือถูกลวก) ของแข็งร้อน หรือ[[ไฟ]]<ref name="WHO2014">{{cite web | title = Burns Fact sheet N°365 | url = http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs365/en/ | website = WHO | access-date = 2016-03-03 | date = April 2014 | archive-url = https://web.archive.org/web/20151110140702/http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs365/en/ | archive-date = 2015-11-10 | url-status = dead}}</ref>
แม้อัตราการเกิดจะคล้าย ๆ กันในหญิงชาย แต่เหตุมักจะต่างกัน<ref name="WHO2016" />
สำหรับหญิงในภูมิประเทศบางแห่ง ความเสี่ยงมาจากการใช้[[ไฟ]]หุงต้มแบบเปิดโล่งหรือเตาหุงต้มที่ไม่ปลอดภัย<ref name=WHO2016/><!-- Quote=The higher risk for females is associated with open fire cooking, or inherently unsafe cookstoves, which can ignite loose clothing.-->
สำหรับชาย ความเสี่ยงมาจากที่ทำงาน<ref name=WHO2016/>
ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ รวมทั้งการติดเหล้าและ[[การสูบบุหรี่]]<ref name=WHO2016/>
ยังอาจเกิดเพราะทำร้ายตัวเองหรือถูกคนอื่นทำร้าย<ref name=WHO2016/>
 
<!-- อาการ -->
'''แผลไหม้ ''' ({{lang-en|burn}}) เป็น[[การบาดเจ็บ]]ต่อ[[ผิวหนัง]]หรือเนื้อเยื่ออื่นอย่างหนึ่ง มีสาเหตุจาก[[ความร้อน]] [[ไฟฟ้า]] [[สารเคมี]] [[แรงเสียดทาน]] หรือ[[การแผ่รังสี]]<ref name=TBCChp4>{{cite book|editor=Herndon D|title=Total burn care|publisher=Saunders|location=Edinburgh|isbn=978-1-4377-2786-9|page=46|url=https://books.google.com/books?id=nrG7ZY4QwQAC&pg=PA47-IA4|edition=4th|chapter=Chapter 4: Prevention of Burn Injuries}}</ref> แผลไหม้ส่วนใหญ่เกิดจากความร้อนจากของเหลว ของแข็งร้อน หรือไฟ
แผลไหม้ที่มีผลต่อผิวหนังชั้นบนสุดจัดอยู่ในระดับ 1 (ไหม้ตื้น, superficial)<ref name=Tint2010/><ref name=EMP2009/>
มีสีแดงโดยไม่มีตุ่มพองและเจ็บราว ๆ {{nowrap |3 วัน}}<ref name=Tint2010/><ref name=EMP2009>{{cite journal | last = Granger | first = Joyce | title = An Evidence-Based Approach to Pediatric Burns | journal = Pediatric Emergency Medicine Practice | date = Jan 2009 | volume = 6 | issue = 1 | url = http://www.ebmedicine.net/topics.php?paction=showTopic&topic_id=186 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20131017123658/http://www.ebmedicine.net/topics.php?paction=showTopic&topic_id=186 | archive-date = 2013-10-17}}</ref>
เมื่อไหม้ลึกถึงหนังข้างใต้ ก็จัดเป็นระดับ 2 (partial-thickness)<ref name=Tint2010/>
มักมีตุ่มพองและเจ็บมาก<ref name=Tint2010/>
อาจใช้เวลาถึง {{nowrap |8 สัปดาห์}}กว่าจะหายและอาจมีแผลเป็น<ref name=Tint2010/>
ในแผลไหม้ระดับ 3 (full-thickness) จะไหม้ตลอดหนังทุกชั้น<ref name=Tint2010/>
มักไม่เจ็บและแผลจะแข็ง<ref name=Tint2010/>
ปกติจะไม่หายเอง<ref name=Tint2010/>
แผลไหม้ระดับ 4 ไหม้เนื้อเยื่อที่ลึกยิ่งขึ้น เช่น [[กล้ามเนื้อ]] [[เอ็น]] หรือ[[กระดูก]]<ref name=Tint2010>{{cite book | author = Tintinalli, Judith E. | title = Emergency Medicine: A Comprehensive Study Guide (Emergency Medicine (Tintinalli)) | publisher = McGraw-Hill Companies | location = New York | year = 2010 | pages = 1374-1386 | isbn = 978-0-07-148480-0}}</ref>
แผลมักดำและมักเป็นเหตุให้เสียส่วนที่ไหม้นั้น ๆ<ref name=Tint2010/><ref>{{cite book | last1 = Ferri | first1 = Fred F. | title = Ferri's netter patient advisor | date = 2012 | publisher = Saunders | location = Philadelphia, PA | isbn = 9781455728268 | page = 235 | edition = 2nd | url = https://books.google.com/books?id=li1VCwAAQBAJ&pg=PA235 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20161221093201/https://books.google.ca/books?id=li1VCwAAQBAJ&pg=PA235 | archive-date = 2016-12-21}}</ref>
 
<!--การป้องกันและรักษา -->
แผลไหม้ที่กระทบเพียงผิวหนังชั้นบนสุดเรียก แผลไหม้ระดับหนึ่ง แผลดูแดงไม่มีตุ่มพอง และตรงแบบปวดกินเวลาประมาณสามวัน เมื่อการบาดเจ็บลึกถึงผิวหนังข้างใต้ เรียก แผลไหม้ระดับสอง มักมีตุ่มพองและมักเจ็บมาก การหายใช้เวลานานถึงแปดสัปดาห์และอาจมีแผลเป็น ในแผลไหม้ระดับสาม การบาดเจ็บลามไปถึงผิวหนังทุกชั้น มักไม่เจ็บและบริเวณแผลไหม้จะแข็ง แผลมักไม่หายเอง และแผลไหม้ระดับสี่จะเป็นบาดแผลถึงที่เนื้อเยื่อลึกลงไป เช่น [[กล้ามเนื้อ]] [[เอ็นกล้ามเนื้อ]] หรือ[[กระดูก]] แผลไหม้มักมีสีดำและมักนำสู่การเสียส่วนที่ถูกไหม้นั้น
แผลไหม้ปกติป้องกันได้<ref name=WHO2016>{{cite web | title = Burns | url = http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs365/en/ | website = World Health Organization | access-date = 2017-08-01 | date = September 2016 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20170721132816/http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs365/en/ | archive-date = 2017-07-21}}</ref>
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง<ref name=Tint2010/>
การไหม้ตื้น ๆ อาจรักษาด้วยแค่[[ยาระงับปวด]]ธรรมดา ๆ เทียบกับการไหม้มากซึ่งอาจต้องรักษาเป็นเวลานานในศูนย์รักษาแผลไหม้<ref name=Tint2010/>
การแช่น้ำเย็นอาจช่วยลดความเจ็บและความเสียหาย
แต่ในบางกรณี การแช่นาน ๆ อาจทำให้[[ตัวเย็นเกิน]]<ref name=Tint2010/><ref name=EMP2009/>
แผลไหม้ระดับ 2 อาจต้องทำความสะอาดด้วย[[น้ำ]]และ[[สบู่]] แล้วทายาพันแผล<ref name=Tint2010/>
วิธีการรักษาตุ่มพองยังไม่แน่ชัด อาจสมควรทิ้งไว้เฉย ๆ ถ้าเล็ก หรือระบายน้ำออกถ้าใหญ่<ref name=Tint2010/>
แผลไหม้ระดับ 3 อาจต้อง[[ผ่าตัด]] เช่น การปลูกถ่ายหนัง (skin grafting)<ref name=Tint2010/>
แผลไหม้มาก ๆ มักต้องให้น้ำเกลือจำนวนมาก เพราะหลอดเลือดฝอยรั่วและเพราะ[[อาการบวมน้ำ|บวมน้ำ]]<ref name=EMP2009/>
ภาวะแทรกซ้อนที่สามัญสุดคือ[[การติดเชื้อ]]<ref name=TBCChp3>{{cite book | editor = Herndon, D | title = Total burn care | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4377-2786-9 | page = 23 | chapter-url = https://books.google.com/books?id=nrG7ZY4QwQAC&pg=PA15 | edition = 4th | chapter = Chapter 3: Epidemiological, Demographic, and Outcome Characteristics of Burn Injury | year = 2012}}</ref>
ควรให้วัคซีนบาดทะยักถ้าไม่มีภูมิ<ref name=Tint2010/>
 
<!-- วิทยาการระบาดและพยากรณ์โรค -->
การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของแผลไหม้ แผลไหม้พื้นผิวอาจรักษาด้วย[[ยาระงับปวด]]อย่างง่าย ขณะที่แผลขนาดใหญ่อาจต้องการการรักษาที่ศูนย์รักษาแผลไหม้ ซึ่งใช้เวลานาน การใช้น้ำเย็นจากก๊อกอาจช่วยลดอาการเจ็บปวดและลดความรุนแรงของแผลได้ แต่แผลไหม้ที่เป็นวงกว้างอาจทำให้เกิด[[ภาวะตัวเย็นเกิน]] แผลไหม้ระดับสองอาจต้องทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ และการทำแผล วิธีการรักษาแผลพุพองยังไม่แน่ชัด แต่การปล่อยแผลให้เป็นอย่างเดิมนั้นอาจสมเหตุสมผล แผลไหม้ระดับสามมักต้องการการผ่าตัด เช่นการตัดแต่งผิวหนัง แผลไหม้ขนาดใหญ่ต้องรักษาด้วยการฉีดของเหลวเข้าเส้นเลือด เพราะการตอบสนองต่อการอักเสบอาจทำให้ของเหลวใน[[หลอดเลือดฝอย]]ไหลออกมา และเกิด[[การบวมน้ำ]]ได้ แผลไหม้ในกรณีร้ายแรงอาจทำให้เกิด[[การติดเชื้อ]]
ในปี 2015 ไฟและความร้อนทำให้คนบาดเจ็บ {{nowrap |67 ล้านครั้ง}}<ref name=GBD2015Pre>{{cite journal | title = Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015 | journal = Lancet | volume = 388 | issue = 10053 | pages = 1545-1602 | date = October 2016 | pmid = 27733282 | pmc = 5055577 | doi = 10.1016/S0140-6736(16)31678-6 | last1 = Vos | first1 = Theo | last2 = Allen | first2 = Christine | last3 = Arora | first3 = Megha | last4 = Barber | first4 = Ryan M. | last5 = Bhutta | first5 = Zulfiqar A. | last6 = Brown | first6 = Alexandria | last7 = Carter | first7 = Austin | last8 = Casey | first8 = Daniel C. | last9 = Charlson | first9 = Fiona J. | last10 = Chen | first10 = Alan Z. | last11 = Coggeshall | first11 = Megan | last12 = Cornaby | first12 = Leslie | last13 = Dandona | first13 = Lalit | last14 = Dicker | first14 = Daniel J. | last15 = Dilegge | first15 = Tina | last16 = Erskine | first16 = Holly E. | last17 = Ferrari | first17 = Alize J. | last18 = Fitzmaurice | first18 = Christina | last19 = Fleming | first19 = Tom | last20 = Forouzanfar | first20 = Mohammad H. | last21 = Fullman | first21 = Nancy | last22 = Gething | first22 = Peter W. | last23 = Goldberg | first23 = Ellen M. | last24 = Graetz | first24 = Nicholas | last25 = Haagsma | first25 = Juanita A. | last26 = Hay | first26 = Simon I. | last27 = Johnson | first27 = Catherine O. | last28 = Kassebaum | first28 = Nicholas J. | last29 = Kawashima | first29 = Toana | last30 = Kemmer | first30 = Laura | displayauthors = 29 }}</ref>
ทำให้เข้า ร.พ. {{nowrap |2.9 ล้านครั้ง}}และเสียชีวิต {{nowrap |176,000 ราย}}<ref name=GBD2015De>
{{cite journal | title = Global, regional, and national life expectancy, all-cause mortality, and cause-specific mortality for 249 causes of death, 1980-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015 | journal = Lancet | volume = 388 | issue = 10053 | pages = 1459-1544 | date = October 2016 | pmid = 27733281 | pmc = 5388903 | doi = 10.1016/S0140-6736(16)31012-1 | last1 = Wang | first1 = Haidong | last2 = Naghavi | first2 = Mohsen | last3 = Allen | first3 = Christine | last4 = Barber | first4 = Ryan M. | last5 = Bhutta | first5 = Zulfiqar A. | last6 = Carter | first6 = Austin | last7 = Casey | first7 = Daniel C. | last8 = Charlson | first8 = Fiona J. | last9 = Chen | first9 = Alan Zian | last10 = Coates | first10 = Matthew M. | last11 = Coggeshall | first11 = Megan | last12 = Dandona | first12 = Lalit | last13 = Dicker | first13 = Daniel J. | last14 = Erskine | first14 = Holly E. | last15 = Ferrari | first15 = Alize J. | last16 = Fitzmaurice | first16 = Christina | last17 = Foreman | first17 = Kyle | last18 = Forouzanfar | first18 = Mohammad H. | last19 = Fraser | first19 = Maya S. | last20 = Fullman | first20 = Nancy | last21 = Gething | first21 = Peter W. | last22 = Goldberg | first22 = Ellen M. | last23 = Graetz | first23 = Nicholas | last24 = Haagsma | first24 = Juanita A. | last25 = Hay | first25 = Simon I. | last26 = Huynh | first26 = Chantal | last27 = Johnson | first27 = Catherine O. | last28 = Kassebaum | first28 = Nicholas J. | last29 = Kinfu | first29 = Yohannes | last30 = Kulikoff | first30 = Xie Rachel | displayauthors = 29 }}</ref><ref name=GBD2016>
{{cite journal | last1 = Haagsma | first1 = JA | last2 = Graetz | first2 = N | last3 = Bolliger | first3 = I | last4 = Naghavi | first4 = M | last5 = Higashi | first5 = H | last6 = Mullany | first6 = EC | last7 = Abera | first7 = SF | last8 = Abraham | first8 = JP | last9 = Adofo | first9 = K | last10 = Alsharif | first10 = U | last11 = Ameh | first11 = EA | last12 = Ammar | first12 = W | last13 = Antonio | first13 = CA | last14 = Barrero | first14 = LH | last15 = Bekele | first15 = T | last16 = Bose | first16 = D | last17 = Brazinova | first17 = A | last18 = Catalá-López | first18 = F | last19 = Dandona | first19 = L | last20 = Dandona | first20 = R | last21 = Dargan | first21 = PI | last22 = De Leo | first22 = D | last23 = Degenhardt | first23 = L | last24 = Derrett | first24 = S | last25 = Dharmaratne | first25 = SD | last26 = Driscoll | first26 = TR | last27 = Duan | first27 = L | last28 = S | first28 = Petrovich Ermakov | last29 = Farzadfar | first29 = F | last30 = Feigin | first30 = VL | last31 = Franklin | first31 = RC | last32 = Gabbe | first32 = B | last33 = Gosselin | first33 = RA | last34 = Hafezi-Nejad | first34 = N | last35 = Hamadeh | first35 = RR | last36 = Hijar | first36 = M | last37 = Hu | first37 = G | last38 = Jayaraman | first38 = SP | last39 = Jiang | first39 = G | last40 = Khader | first40 = YS | last41 = Khan | first41 = EA | last42 = Krishnaswami | first42 = S | last43 = Kulkarni | first43 = C | last44 = Lecky | first44 = FE | last45 = Leung | first45 = R | last46 = Lunevicius | first46 = R | last47 = Lyons | first47 = RA | last48 = Majdan | first48 = M | last49 = Mason-Jones | first49 = AJ | last50 = Matzopoulos | first50 = R | last51 = Meaney | first51 = PA | last52 = Mekonnen | first52 = W | last53 = Miller | first53 = TR | last54 = Mock | first54 = CN | last55 = Norman | first55 = RE | last56 = Orozco | first56 = R | last57 = Polinder | first57 = S | last58 = Pourmalek | first58 = F | last59 = Rahimi-Movaghar | first59 = V | last60 = Refaat | first60 = A | last61 = Rojas-Rueda | first61 = D | last62 = Roy | first62 = N | last63 = Schwebel | first63 = DC | last64 = Shaheen | first64 = A | last65 = Shahraz | first65 = S | last66 = Skirbekk | first66 = V | last67 = Søreide | first67 = K | last68 = Soshnikov | first68 = S | last69 = Stein | first69 = DJ | last70 = Sykes | first70 = BL | last71 = Tabb | first71 = KM | last72 = Temesgen | first72 = AM | last73 = Tenkorang | first73 = EY | last74 = Theadom | first74 = AM | last75 = Tran | first75 = BX | last76 = Vasankari | first76 = TJ | last77 = Vavilala | first77 = MS | last78 = Vlassov | first78 = VV | last79 = Woldeyohannes | first79 = SM | last80 = Yip | first80 = P | last81 = Yonemoto | first81 = N | last82 = Younis | first82 = MZ | last83 = Yu | first83 = C | last84 = Murray | first84 = CJ | last85 = Vos | first85 = T | display-authors = 6 | title = The global burden of injury: incidence, mortality, disability-adjusted life years and time trends from the Global Burden of Disease study 2013 | journal = Injury Prevention | volume = 22 | issue = 1 | pages = 3-18 | date = February 2016 | pmid = 26635210 | pmc = 4752630 | doi = 10.1136/injuryprev-2015-041616 }}</ref>
ผู้เสียชีวิตโดยมากอยู่ใน[[ประเทศกำลังพัฒนา]]โดยเฉพาะใน[[เอเชียอาคเนย์]]<ref name=WHO2016/>
แผลไหม้ขนาดใหญ่อาจทำให้เสียชีวิต
แต่การรักษาสมัยใหม่นับตั้งแต่[[คริสต์ทศวรรษ]] 1960 ก็ทำให้ได้ผลดีขึ้น โดยเฉพาะในเด็กและคนหนุ่มสาว<ref name=TBCChp1>{{cite book | editor = Herndon, D | title = Total burn care | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4377-2786-9 | page = 1 | chapter-url = https://books.google.com/books?id=nrG7ZY4QwQAC | edition = 4th | chapter = Chapter 1: A Brief History of Acute Burn Care Management | year = 2012}}</ref>
ใน[[สหรัฐ]] คนที่รับเข้าศูนย์แผลไหม้เฉพาะทางประมาณ{{nowrap |[[ร้อยละ]] 96}} รอดชีวิต<ref name=ABA2012>{{cite web | title = Burn Incidence and Treatment in the United States: 2012 Fact Sheet | url = http://www.ameriburn.org/resources_factsheet.php | work = American Burn Association | access-date = 2013-04-20 | year = 2012 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20130221151012/http://www.ameriburn.org/resources_factsheet.php | archive-date = 2013-02-21}}</ref>
ผลระยะยาวขึ้นอยู่กับขนาดแผลและอายุคนไข้<ref name=Tint2010/>
 
{{TOC limit}}
ขณะที่แผลไหม้ขนาดใหญ่อาจอันตรายถึงชีวิต แต่การรักษาในสมัยใหม่นับตั้งแต่ ค.ศ. 1960 ได้พัฒนาประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการรักษาในเด็กและวัยหนุ่มสาว<ref name=TBCChp1>{{cite book|editor=Herndon D|title=Total burn care|publisher=Saunders|location=Edinburgh|isbn=978-1-4377-2786-9|page=1|url=https://books.google.com/books?id=nrG7ZY4QwQAC&printsec=frontcover|edition=4th|chapter=Chapter 1: A Brief History of Acute Burn Care Management}}</ref> ทั่วโลกมีคน 11 ล้านคนรับการรักษา และมีผู้เสียชีวิตจากแผลไหม้ 300,000 คนต่อปี<ref name=Epi2011>{{cite journal|last=Peck|first=MD|title=Epidemiology of burns throughout the world. Part I: Distribution and risk factors|journal=Burns : journal of the International Society for Burn Injuries|date=November 2011|volume=37|issue=7|pages=1087–100|pmid=21802856|doi=10.1016/j.burns.2011.06.005}}</ref> ในสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยประมาณ 96% ที่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์รักษาแผลไหม้รอดชีวิตมาได้<ref name=ABA2012>{{cite web|title=Burn Incidence and Treatment in the United States: 2012 Fact Sheet|url=http://www.ameriburn.org/resources_factsheet.php|work=American Burn Association|accessdate=20 April 2013|year=2012}}</ref> ผลการรักษาระยะยาวขึ้นกับขนาดของแผลไหม้และอายุของผู้ป่วย
 
== อาการ ==
อาการของแผลไหม้ขึ้นอยู่กับความลึก
แผลตื้น ๆ ทำให้เจ็บเป็นเวลา {{nowrap |2-3 วัน}}แล้วหนังก็จะลอกต่อมา<ref name=EMP2009/><ref name=TBCChp10/>
แผลที่รุนแรงกว่านั้นอาจทำให้เจ็บหรือตึง
แผลระดับ 3 อาจทำให้ไม่รู้สึกการแตะเบา ๆ หรือการถูกเจาะ<ref name=TBCChp10/>
แผลตื้นมักจะแดง ที่หนักขึ้นอาจเป็นสีชมพู ขาว หรือดำ<ref name=TBCChp10/>
แผลใกล้ ๆ ปากหรือขนไหม้ในจมูกอาจชี้ว่า มีแผลไหม้ในทางลมหายใจ แต่ก็ไม่แน่นอน<ref name=Schw2010/>
อาการน่าเป็นห่วงรวมทั้งหายใจลำบาก เสียงแหบ หายใจเข้ามีเสียงฮื้ด (stridor, wheezing)<ref name=Schw2010/>
แผลมักคันเมื่อกำลังหาย โดยเกิดในผู้ใหญ่{{nowrap |ร้อยละ 90}} และเกือบทั้งหมดในเด็ก<ref name=Itchy2009>{{cite journal | last1 = Goutos | first1 = I | last2 = Dziewulski | first2 = P | last3 = Richardson | first3 = PM | title = Pruritus in burns: review article | journal = Journal of Burn Care & Research | volume = 30 | issue = 2 | pages = 221-8 | date = Mar-Apr 2009 | pmid = 19165110 | doi = 10.1097/BCR.0b013e318198a2fa | s2cid = 3679902 }}</ref>
ความชาอาจคงยืนเป็นเวลานานถ้าเป็นแผลไหม้เนื่องกับไฟฟ้า<ref name=RosenChp140/>
แผลไหม้อาจก่อความทุกข์ทางใจ<ref name=Epi2011/>
 
{| class="wikitable"
|-
! ประเภท<ref name=Tint2010/> !! ชั้นที่เกี่ยวข้อง !! การปรากฏ !! ผิว !! ความรู้สึก !! เวลาหาย !! พยากรณ์โรค !! ตัวอย่าง
|-
| ระดับ 1 <br>(ตื้น ๆ){{Efn-la | Superficial (first-degree) }}
|| [[หนังกำพร้า]]<ref name=EMP2009/>
|| ผิวแดงไร้ตุ่มพอง<ref name=Tint2010/>
|| แห้ง
|| [[เจ็บปวด]]<ref name=Tint2010/>
|| 5-10&nbsp;วัน<ref name=Tint2010/><ref name=AFP2012/>
|| หายได้ดี<ref name=Tint2010/> การไหม้[[แดด]]บ่อย ๆ จะเพิ่มความเสี่ยง[[มะเร็งผิวหนัง]]ภายหลังในชีวิต<ref>{{cite book | last = Buttaro | first = Terry | title = Primary Care: A Collaborative Practice | year = 2012 | publisher = Elsevier Health Sciences | isbn = 978-0-323-07585-5 | page = 236 | url = https://books.google.com/books?id=YBcHR-wQOWQC&pg=PA236 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160513060829/https://books.google.com/books?id=YBcHR-wQOWQC&pg=PA236 | archive-date = 2016-05-13 }}</ref>
|| [[ไฟล์:Sunburn.jpg|70px| ผิวไหม้แดดจัดเป็นแผลไหม้ระดับที่ 1 ]]
|-
| ระดับ 2 <br>แบบตื้น{{Efn-la | Superficial partial thickness (second-degree) }}
|| ไหม้ไปถึงหนังแท้ที่ผิว ๆ (papillary)<ref name=Tint2010/>
|| แดงโดยมีตุ่มพองใส<ref name=Tint2010/> ซีดถ้ากด<ref name=Tint2010/>
|| ชื้น/เปียก<ref name=Tint2010/>
|| เจ็บมาก<ref name=Tint2010/>
|| 2-3 สัปดาห์<ref name=Tint2010/><ref name=TBCChp10/>
|| อักเสบรอบ ๆ (เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ) แต่ปกติไม่กลายเป็นแผลเป็น<ref name=TBCChp10>{{cite book | editor = Herndon, D | title = Total burn care | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4377-2786-9 | page = 127 | edition = 4th | chapter = Chapter 10: Evaluation of the burn wound: management decisions | year = 2012 }}</ref>
|| [[ไฟล์:Scaldburn.jpg|70px|นิ้วโป้งมีแผลไหม้ระดับ 2]]
|-
| ระดับ 2 <br>แบบลึก{{Efn-la | Deep partial thickness (second-degree) }}
|| ไหม้ไปถึงหนังแท้ส่วนลึก (reticular)<ref name=Tint2010/>
|| เหลืองหรือขาว ไม่ค่อยซีด อาจเป็นตุ่มพอง<ref name=Tint2010/>
|| ค่อนข้างแห้ง<ref name=TBCChp10/>
|| ตึงและไม่สบาย<ref name=TBCChp10/>
|| 3-8&nbsp;สัปดาห์<ref name=Tint2010/>
|| เป็นแผลเป็น ผิวตึง (อาจต้องตัดออกหรือปลูกถ่ายผิวหนัง)<ref name=TBCChp10/>
|| [[ไฟล์:major-2nd-degree-burn.jpg|70px|แผลไหม้ระดับ 2 จากน้ำเดือด]]
|-
| ระดับ 3{{Efn-la | Full thickness (third-degree) }}
|| ไหม้ตลอดหนังแท้<ref name=Tint2010/>
|| แข็ง มีสีขาว/น้ำตาล<ref name=Tint2010/> {{nowrap |ไม่ซีด}}<ref name=TBCChp10/>
|| เหมือนหนังสัตว์<ref name=Tint2010/>
|| ไม่เจ็บ<ref name=Tint2010/>
|| นาน (เป็นเดือน ๆ) ไม่หายสนิท<ref name=Tint2010/>
|| แผลเป็น ผิวตึง อาจต้องตัดออก (แนะนำให้ตัดออกตั้งแต่เนื่อง ๆ)<ref name=TBCChp10/>
|| [[ไฟล์:8-day-old-3rd-degree-burn.jpg|70px|แผลไหม้ระดับ 3 ในวันที่ 8 เนื่องกับ[[ท่อไอเสีย]][[จักรยานยนต์]]]]
|-
| ระดับ 4{{Efn-la | Fourth-degree }}
|| ไหม้ตลอดหนัง เข้าไปถึงไขมัน [[กล้ามเนื้อ]] และ[[กระดูก]]ข้างใต้<ref name=Tint2010/>
|| หนังตายล่อนเป็นสีดำ
|| แห้ง
|| ไม่เจ็บ
|| ต้องตัดออก<ref name=Tint2010/>
|| ตัดอวัยวะออก พิการอย่างสำคัญ และในบางกรณี ถึงตาย<ref name=Tint2010/>
|| [[ไฟล์:Ожог кисть.jpg|70px|แผลไหม้ระดับ 4]]
|}
{{notelist | group = lower-alpha |30em}}
 
== เหตุ ==
แผลไหม้มีเหตุจากสิ่งภายนอกต่าง ๆ รวมทั้ง[[ความร้อน]] [[สารเคมี]] [[ไฟฟ้า]] และ[[การแผ่รังสี]]<ref>{{cite book | first1 = Caroline Bunker | last1 = Rosdahl | first2 = Mary T | last2 = Kowalski | title = Textbook of basic nursing | year = 2008 | publisher = Lippincott Williams & Wilkins | location = Philadelphia | isbn = 978-0-7817-6521-3 | page = 1109 | url = https://books.google.com/books?id=odY9mXicPlYC&pg=PA1109 | edition = 9th | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160512052038/https://books.google.com/books?id=odY9mXicPlYC&pg=PA1109 | archive-date = 2016-05-12}}</ref>
ใน[[สหรัฐ]] เหตุสามัญที่สุดคือ ไฟ ({{nowrap |ร้อยละ 44}}), ถูกลวก ({{nowrap |ร้อยละ 33}}), วัตถุร้อน ({{nowrap |ร้อยละ 9}}), ไฟฟ้า ({{nowrap |ร้อยละ 4}}) และสารเคมี ({{nowrap |ร้อยละ 3}})<ref name=ABA2012pgi>National Burn Repository Pg. i</ref>
โดยมากเกิดที่บ้าน ({{nowrap |ร้อยละ 60}}) หรือที่ทำงาน ({{nowrap |ร้อยละ 9}})<ref name=ABA2012/>
โดยมากเป็นอุบัติเหตุ มี{{nowrap |ร้อยละ 2}} ถูกทำร้าย และ {{nowrap |ร้อยละ 1-2}} มาจากพยายาม[[ฆ่าตัวตาย]]<ref name=Epi2011/>
เหตุเหล่านี้อาจก่อแผลไหม้ในทางเดินลมหายใจหรือ[[ปอด]] ซึ่งเกิดราว ๆ {{nowrap |ร้อยละ 6}}<ref name=TBCChp3/>
คนจนเกิดแผลไหม้มากกว่า<ref name=Epi2011/>
การสูบบุหรี่และการติดเหล้าเป็นปัจจัยเสี่ยง<ref name=WHO2014/>
แผลไหม้เนื่องกับไฟสามัญกว่าในเขตที่หนาวกว่า<ref name=Epi2011/>
ปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะของประเทศกำลังพัฒนารวมการหุงต้มด้วยไฟที่เปิดโล่งหรือด้วยไฟก่อที่พื้น<ref name=TBCChp4/>
ปัญหาพัฒนาการในเด็ก และโรคเรื้อรังในผู้ใหญ่<ref name=LMIC2006/>
 
=== เหตุความร้อน ===
{{Image frame
| width = 520<!-- Must be kept at this size at this point (December 2017) -->
| content = {{Global Heat Maps by Year | table = Fire Death Rate.tab | column = number | columnName = อัตรายตายต่อ 100,000 คน | year = 2017}}
| caption = อัตราตายเพราะไฟระหว่างปี 1990-2017<ref>{{cite web | title = Death rate from fires and burns, 2017 | url = https://ourworldindata.org/grapher/fire-death-rates | website = Our World in Data | access-date = 2019-11-17 | archiveurl = https://web.archive.org/web/20200727053446/https://ourworldindata.org/grapher/fire-death-rates | archivedate = 2020-07-27 | url-status = live}}</ref>
| align = right
}}
ในสหรัฐ ไฟและน้ำร้อนเป็นเหตุสามัญสุด<ref name=TBCChp3/>
สำหรับไฟไหม้ในบ้านที่ทำให้เสียชีวิต การสูบบุหรี่เป็นเหตุ{{nowrap |ร้อยละ 25}} และ{{nowrap |อุปกรณ์ทำความร้อน}}{{nowrap |ร้อยละ 22}}<ref name=TBCChp4/>
เกือบครึ่งมีเหตุจากการพยายามดับไฟ<ref name=TBCChp4/>
การถูกลวกมีเหตุจากน้ำร้อนหรือแก๊สร้อน สามัญที่สุดเนื่องกับเครื่องดื่มร้อน น้ำร้อนจากก๊อกน้ำหรือฝักบัวอาบน้ำใน[[ห้องน้ำ]] [[น้ำมันประกอบอาหาร]] หรือจาก[[ไอน้ำ]]<ref>{{cite book | editor-last1 = Murphy | editor-first1 = Catherine | editor-last2 = Gardiner | editor-first2 = Mark | editor-first3 = Sarah | editor-last3 = Eisen | title = Training in paediatrics : the essential curriculum | year = 2009 | publisher = Oxford University Press | location = Oxford | isbn = 978-0-19-922773-0 | page = 36 | url = https://books.google.com/books?id=FLBMvTff9sMC&pg=PA36 | last1 = Eisen | first1 = Sarah | last2 = Murphy | first2 = Catherine | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160425162003/https://books.google.com/books?id=FLBMvTff9sMC&pg=PA36 | archive-date = 2016-04-25 }}</ref>
การถูกลวกสามัญที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า {{nowrap |5 ขวบ}}<ref name=Tint2010/>
โดยใน[[สหรัฐ]]และ[[ออสเตรเลีย]] เป็นคนไข้เกินกว่า 2/3<ref name=TBCChp3/>
การถูกวัสดุร้อนเป็นเหตุแผลไหม้ของเด็ก{{nowrap |ร้อยละ 20-30}}<ref name=TBCChp3/>
ทั่วไปแล้ว การถูกลวกจะก่อแผลไหม้{{nowrap |ระดับ 1}} หรือ 2 แต่ก็อาจก่อ{{nowrap |ระดับ 3}} ด้วยเพราะติดแช่อยู่นาน<ref name=Mag2008/>
[[ดอกไม้ไฟ]]เป็นเหตุสามัญในช่วงวันเทศกาลวันหยุดในประเทศหลายประเทศ<ref>{{cite book | last = Peden | first = Margie | title = World report on child injury prevention | year = 2008 | publisher = World Health Organization | location = Geneva, Switzerland | isbn = 978-92-4-156357-4 | page = 86 | url = https://books.google.com/books?id=UeXwoNh8sbwC&pg=PA86 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160424080036/https://books.google.com/books?id=UeXwoNh8sbwC&pg=PA86 | archive-date = 2016-04-24}}</ref>
โดยเฉพาะสำหรับเด็กชายวัยรุ่น<ref>{{cite web | title = World report on child injury prevention | url = http://www.who.int/violence_injury_prevention/child/injury/world_report/Burns_english.pdf | author = World Health Organization | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20130531030219/http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/43851/1/9789241563574_eng.pdf | archive-date = May 2008}}</ref>
 
=== เหตุสารเคมี ===
[[สารเคมี]]เป็นเหตุให้เกิดแผลไหม้{{nowrap |ร้อยละ 2-11}} แต่เป็นเหตุให้ตายเพราะแผลไหม้ถึง{{nowrap |ร้อยละ 30}}<ref name=Hard2012>{{cite journal | last1 = Hardwicke | first1 = J | last2 = Hunter | first2 = T | last3 = Staruch | first3 = R | last4 = Moiemen | first4 = N | title = Chemical burns--an historical comparison and review of the literature | journal = Burns | volume = 38 | issue = 3 | pages = 383-7 | date = May 2012 | pmid = 22037150 | doi = 10.1016/j.burns.2011.09.014 }}</ref>
มีสาร {{nowrap |25,000 อย่าง}}ที่อาจเป็นเหตุ<ref name=Tint2010/>
โดยมากเป็นด่าง ({{nowrap |ร้อยละ 55}}) หรือกรด ({{nowrap |ร้อยละ 26}}) ที่มีฤทธิ์แรง<ref name=Hard2012/>
การตายมักเกิดจากการกิน<ref name=Tint2010/>
สารสามัญรวมทั้ง [[กรดซัลฟิวริก]]ในผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ โซเดียมไฮโปคลอไรต์ในสารฟอกขาวที่พบในน้ำยาซักผ้าขาว และ[[ไฮโดรคาร์บอน]]ที่เพิ่ม[[แฮโลเจน]]ดังที่พบในน้ำยาลอกสีเป็นต้น<ref name=Tint2010/>
[[กรดไฮโดรฟลูออริก]]อาจก่อแผลลึกที่ไม่มีอาการจนกระทั่งหลังช่วงระยะหนึ่ง<ref name=HF2008>{{cite journal | last1 = Makarovsky | first1 = I | last2 = Markel | first2 = G | last3 = Dushnitsky | first3 = T | last4 = Eisenkraft | first4 = A | title = Hydrogen fluoride--the protoplasmic poison | journal = The Israel Medical Association Journal | volume = 10 | issue = 5 | pages = 381-5 | date = May 2008 | pmid = 18605366 }}</ref>
[[กรดฟอร์มิก]]อาจทำให้เซลล์[[เม็ดเลือดแดง]]จำนวนมากแตก<ref name=Schw2010/>
 
=== เหตุไฟฟ้า ===
การบาดเจ็บเหตุไฟฟ้าอาจจัดหมู่เป็นแบบไฟฟ้าแรงสูง ({{nowrap |>= 1,000 [[โวลต์]]}}) ไฟฟ้าแรงต่ำ ({{nowrap |< 1,000 [[โวลต์]]}}) หรือแบบไฟวาบที่เกิดจากอาร์กไฟฟ้า<ref name=Tint2010/>
เหตุหลักต่อเด็กเกิดจาก[[สายไฟ]] ({{nowrap |ร้อยละ 60}}) ตามด้วยปลั๊กไฟ ({{nowrap |ร้อยละ 14}})<ref name=TBCChp3/>
[[ฟ้าผ่า]]ก็อาจเป็นเหตุได้ด้วย<ref>{{cite journal | last1 = Edlich | first1 = RF | last2 = Farinholt | first2 = HM | last3 = Winters | first3 = KL | last4 = Britt | first4 = LD | last5 = Long | first5 = WB | title = Modern concepts of treatment and prevention of lightning injuries | journal = Journal of Long-Term Effects of Medical Implants | volume = 15 | issue = 2 | pages = 185-96 | year = 2005 | pmid = 15777170 | doi = 10.1615/jlongtermeffmedimplants.v15.i2.60 }}</ref>
ปัจจัยเสี่ยงถูกฟ้าผ่ารวมทั้งการเล่น[[กีฬา]]กลางแจ้งหรือทำงานกลางแจ้ง<ref name=RosenChp140/>
อัตราตายเหตุถูกฟ้าฝ่าอยู่ราว ๆ {{nowrap |ร้อยละ 10}}<ref name=RosenChp140/>
แม้การบาดเจ็บหลักเนื่องกับไฟฟ้าอาจเป็นแผลไหม้ แต่[[กระดูก]]ก็อาจหักหรือ[[ข้อ]]หลุดเนื่องจากถูกกระแทกหรือเพราะการหดเกร็ง[[กล้ามเนื้อ]]<ref name=RosenChp140/>
สำหรับไฟฟ้าแรงสูง ความเสียหายโดยมากอาจอยู่ข้างใน ดังนั้น จึงไม่สามารถรู้ว่าบาดเจ็บแค่ไหนเพียงตรวจดูแค่ผิวหนัง<ref name=RosenChp140/>
การถูกไฟช็อตไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าแรงสูงหรือแรงต่ำก็ดีอาจทำให้[[หัวใจเต้นผิดจังหวะ]]หรือ[[หัวใจหยุดเต้น]]<ref name=RosenChp140/>
 
=== เหตุการแผ่รังสี ===
แผลไหม้เหตุ[[การแผ่รังสี]]อาจมาจากการถูก[[รังสีอัลตราไวโอเลต]]นาน ๆ เช่น จาก[[แสงอาทิตย์]] จาก[[การเชื่อมอาร์ก]] เป็นต้น หรือจากการแผ่รังสีแตกไอออน (ionizing radiation) เช่น จากการฉายรังสี จาก[[เอกซเรย์]] หรือจากฝุ่นกัมมันตรังสี<ref>{{cite book | last = Prahlow | first = Joseph | title = Forensic pathology for police, death investigators, and forensic scientists | year = 2010 | publisher = Humana | location = Totowa, N.J. | isbn = 978-1-59745-404-9 | page = 485 | url = https://books.google.com/books?id=rF1WTiX0nHEC&pg=PA485 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160520001002/https://books.google.com/books?id=rF1WTiX0nHEC&pg=PA485 | archive-date = 2016-05-20}}</ref>
การตากแดดเป็นเหตุสามัญสุดสำหรับแผลไหม้เหตุการแผ่รังสี และสำหรับแผลไหม้ระดับ 1 ด้วย<ref>{{cite journal | last1 = Kearns | first1 = RD | last2 = Cairns | first2 = CB | last3 = Holmes | first3 = JH | last4 = Rich | first4 = PB | last5 = Cairns | first5 = BA | title = Thermal burn care: a review of best practices. What should prehospital providers do for these patients? | journal = EMS World | volume = 42 | issue = 1 | pages = 43-51 | date = January 2013 | pmid = 23393776 }}</ref>
โดยเกิดขึ้นง่ายแค่ไหนขึ้นอยู่กับลักษณะผิว<ref>{{cite journal | last1 = Balk | first1 = SJ | title = Ultraviolet radiation: a hazard to children and adolescents | journal = Pediatrics | volume = 127 | issue = 3 | pages = e791-817 | date = March 2011 | pmid = 21357345 | doi = 10.1542/peds.2010-3502 }}</ref>
ผลของการแผ่รังสีแตกไอออนต่อผิวจะขึ้นอยู่กับว่าถูกนานแค่ไหน ผมอาจร่วงหลังจากได้ขนาด 3{{nbsp}}[[เกรย์ (หน่วยวัด)|เกรย์]] แดงหลังจาก 10{{nbsp}}เกรย์ หนังลอกหลังจาก 20{{nbsp}}เกรย์ เนื้อตายหลังจาก 30{{nbsp}}เกรย์<ref name=RosenChp144>{{cite book | last = Marx | first = John | title = Rosen's emergency medicine : concepts and clinical practice | year = 2010 | publisher = Mosby/Elsevier | location = Philadelphia | isbn = 978-0-323-05472-0 | edition = 7th | chapter = Chapter 144: Radiation Injuries}}</ref>
ถ้าแดง อาจจะไม่ปรากฏจนสักระยะหนึ่ง<ref name=RosenChp144/>
ส่วนการรักษานั้นเหมือนกับแผลไหม้อื่น ๆ<ref name=RosenChp144/>
แผลไหม้เหตุไมโครเวฟเกิดจากความร้อนที่เนื่องกับคลื่น[[ไมโครเวฟ]]<ref name=Micro2001/>
แม้การถูกเพียงแค่ 2{{nbsp}}วินาทีก็อาจก่อแผล แต่นี่ไม่สามัญ<ref name=Micro2001>{{cite book | last = Krieger | first = John | title = Clinical environmental health and toxic exposures | year = 2001 | publisher = Lippincott Williams & Wilkins | location = Philadelphia, Pa. [u.a.] | isbn = 978-0-683-08027-8 | page = 205 | url = https://books.google.com/books?id=PyUSgdZUGr4C&pg=PA205 | edition = 2nd | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160505132548/https://books.google.com/books?id=PyUSgdZUGr4C&pg=PA205 | archive-date = 2016-05-05}}</ref>
 
=== เหตุที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ ===
ในบุคคลที่เข้า ร.พ. เนื่องกับแผลไหม้เหตุไฟหรือถูกลวก {{nowrap |ร้อยละ 3-10}} เป็นเพราะถูกทำร้าย<ref name=Peck2012/>
รวมทั้งทารุณกรรมต่อเด็ก ทะเลาะกันส่วนตัว ถูกคู่ครองทำร้าย คนแก่ถูกทำร้าย และทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์<ref name=Peck2012/>
การแช่ติดอยู่กับของร้อนหรือในน้ำร้อนอาจชี้ว่าเป็นทารุณกรรมต่อเด็ก<ref name=Mag2008>{{cite journal | last1 = Maguire | first1 = S | last2 = Moynihan | first2 = S | last3 = Mann | first3 = M | last4 = Potokar | first4 = T | last5 = Kemp | first5 = AM | title = A systematic review of the features that indicate intentional scalds in children | journal = Burns | volume = 34 | issue = 8 | pages = 1072-81 | date = December 2008 | pmid = 18538478 | doi = 10.1016/j.burns.2008.02.011 }}</ref>
ซึ่งอาจเกิดเมื่ออวัยวะปลาย ๆ หรือบางครั้งก้น ถูกกดให้แช่น้ำร้อน<ref name=Mag2008/>
ปกติมีขอบบนที่ชัดเจนและมักจะเสมอกัน (symmetrical)<ref name=Mag2008/>
โดยส่วนพับของผิวหนังอาจทำให้ส่วนนั้นไม่ไหม้ (เรียกใน[[ภาษาอังกฤษ]]ว่า "sock burns", "glove burns" หรือ "zebra stripes")<ref name=Scielo2011>{{cite journal | last1 = Gondim | first1 = RM | last2 = Muñoz | first2 = DR | last3 = Petri | first3 = V | title = Child abuse: skin markers and differential diagnosis | journal = Anais Brasileiros de Dermatologia | volume = 86 | issue = 3 | pages = 527-36 | date = June 2011 | pmid = 21738970 | doi = 10.1590/S0365-05962011000300015 }}</ref>
 
แผลไหม้จงใจด้วยไฟ[[บุหรี่]]มักพบที่[[ใบหน้า|หน้า]] หลัง[[มือ]] หรือหลัง[[เท้า]]<ref name=Scielo2011/>
ตัวชี้ทารุณกรรมอื่น ๆ รวมทั้งแผลไหม้เป็นวง (circumferential burns) การไร้แผลที่เป็นรอยน้ำกระเซ็น แผลไหม้โดยลึกเท่า ๆ กัน และมีลักษณะอาการถูกละเลยและทารุณกรรมอื่น ๆ<ref name=TBCChp61/>
การเผาเจ้าสาวซึ่งเป็นทารุณกรรมในครอบครัวอย่างหนึ่งเกิดในวัฒนธรรมบางอย่าง เช่น[[อินเดีย]]ที่เผาผู้หญิงเพราะสามีหรือครอบครัวสามีคิดว่าได้[[สินสอด (ให้แก่ฝ่ายชาย)|สินสอด]]ไม่พอ<ref>
{{cite journal | last1 = Jutla | first1 = RK | last2 = Heimbach | first2 = D | title = Love burns: An essay about bride burning in India | journal = The Journal of Burn Care & Rehabilitation | volume = 25 | issue = 2 | pages = 165-70 | date = Mar-Apr 2004 | pmid = 15091143 | doi = 10.1097/01.bcr.0000111929.70876.1f }}</ref><ref>
{{cite book | last = Peden | first = Margie | title = World report on child injury prevention | year = 2008 | publisher = World Health Organization | location = Geneva, Switzerland | isbn = 978-92-4-156357-4 | page = 82 | url = https://books.google.com/books?id=UeXwoNh8sbwC&pg=PA82 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160617123505/https://books.google.com/books?id=UeXwoNh8sbwC&pg=PA82 | archive-date = 2016-06-17}}</ref>
ใน[[ปากีสถาน]] กรดเป็นเหตุใน{{nowrap |อัตราร้อยละ 13}} เมื่อจงใจทำร้ายผู้อื่น และมักเป็นทารุณกรรมในครอบครัว<ref name=TBCChp61>{{cite book | editor = Herndon, D | title = Total burn care | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4377-2786-9 | pages = 689-698 | edition = 4th | chapter = Chapter 61: Intential burn injuries | year = 2012}}</ref>
การเผาตนเองก็ใช้เป็นวิธี[[การประท้วง]]อย่างหนึ่งในที่ต่าง ๆ ของโลก<ref name=Epi2011/>
 
== พยาธิสรีรวิทยา ==
[[ไฟล์:Burn Degree Diagram.svg|thumb|
แผลไหม้ระดับ 1-2-3 (จากบนลงล่าง)
]]
เมื่อ[[อุณหภูมิ]]สูงกว่า 44 [[องศาเซลเซียส]] [[โปรตีน]]ในเซลล์จะเริ่มเสียรูปแล้วสลาย<ref name=Rosen2009>{{cite book | last = Marx | first = John | title = Rosen's emergency medicine : concepts and clinical practice | year = 2010 | publisher = Mosby/Elsevier | location = Philadelphia | isbn = 978-0-323-05472-0 | edition = 7th | chapter = Chapter 60: Thermal Burns}}</ref>
มีผลให้[[เซลล์]]และ[[เนื้อเยื่อ]]เสียหาย<ref name=Tint2010/>
การทำงานผิดปกติของผิวหนังเป็นผลของแผลไหม้ต่อ[[สุขภาพ]]โดยตรง<ref name=Tint2010/>
รวมทั้ง[[ระบบประสาทรับความรู้สึกทางกาย|ความรู้สึก]] การป้องกันไม่ให้เสียน้ำโดย[[ระเหย]] และการควบคุม[[อุณหภูมิร่างกาย]]<ref name=Tint2010/>
ปัญหาที่[[เยื่อหุ้มเซลล์]]ทำให้เซลล์เสีย[[โพแทสเซียม]]ออกนอกเซลล์แล้วได้น้ำกับ[[โซเดียม]]เพิ่ม<ref name=Tint2010/>
 
สำหรับแผลใหญ่ (คือมากกว่า{{nowrap |ร้อยละ 30}} ของผิวร่างกายทั้งหมด) จะมี[[การอักเสบ]]อย่างสำคัญ<ref name=Roj2012>{{cite journal | last1 = Rojas | first1 = Y | last2 = Finnerty | first2 = CC | last3 = Radhakrishnan | first3 = RS | last4 = Herndon | first4 = DN | title = Burns: an update on current pharmacotherapy | journal = Expert Opinion on Pharmacotherapy | volume = 13 | issue = 17 | pages = 2485-94 | date = December 2012 | pmid = 23121414 | pmc = 3576016 | doi = 10.1517/14656566.2012.738195 }}</ref>
ทำให้น้ำซึมออกมาจาก[[หลอดเลือดฝอย]]ยิ่งขึ้น<ref name=Schw2010/>
แล้วทำให้[[อาการบวมน้ำ|บวมน้ำ]]ต่อมา<ref name=Tint2010/>
ทำให้[[ปริมาตร]]ของ[[เลือด]]โดยรวมลดลง โดยเลือดที่เหลือก็จะเสีย[[น้ำเลือด]] (พลาสมา) อย่างสำคัญ และทำให้เลือดข้นขึ้น<ref name=Tint2010/>
เลือดที่ไหลได้แย่ลง ไปยังอวัยวะต่าง ๆ เช่น [[ไต]]และ[[ทางเดินอาหาร]] อาจทำให้[[ไตวาย]]และเกิด[[แผลเปื่อย]]ใน[[กระเพาะอาหาร]] (gastric ulcer)<ref>{{cite book | last = Hannon | first = Ruth | title = Porth pathophysiology : concepts of altered health states | year = 2010 | publisher = Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins | location = Philadelphia, PA | isbn = 978-1-60547-781-7 | page = 1516 | url = https://books.google.com/books?id=2-MFXOEG0lcC&pg=PA1516 | edition = 1st Canadian | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160501122809/https://books.google.com/books?id=2-MFXOEG0lcC&pg=PA1516 | archive-date = 2016-05-01}}</ref>
 
แคเทโคลามีน (catecholamine) และคอร์ติซอล (cortisol) ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ระดับ[[เมแทบอลิซึม]]สูงผิดปกติเป็นปี ๆ<ref name=Roj2012/>
ซึ่งทำให้[[หัวใจ]]ปั๊มเลือดมากขึ้น [[หัวใจเต้นเร็ว]] และ[[ภูมิคุ้มกัน]]อ่อนแอ<ref name=Roj2012/>
 
== การวินิจฉัย ==
แผลไหม้อาจจัดหมวดตามความลึก เหตุให้เกิดแผล ขนาด และการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกัน
หมวดที่ใช้มากที่สุดเป็นไปตามความลึก
ซึ่งระบุด้วยการตรวจแผล แต่ก็อาจตัดเนื้อออกตรวจ<ref name=Tint2010/>
การระบุความลึกให้แม่นยำโดยตรวจเพียงครั้งเดียวอาจยาก จึงอาจต้องตรวจซ้ำหลาย ๆ วัน<ref name=Schw2010/>
สำหรับคนที่[[ปวดศีรษะ|ปวด]]หรือเวียนหัวและมีแผลไหม้จากไฟ ควรพิจารณา[[ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ]]ด้วย<ref name=CEM2012/>
[[ไซยาไนด์]]เป็นพิษก็ควรพิจารณาด้วยเหมือนกัน<ref name=Schw2010>{{cite book | last = Brunicardi | first = Charles | title = Schwartz's principles of surgery | year = 2010 | publisher = McGraw-Hill, Medical Pub. Division | location = New York | isbn = 978-0-07-154769-7 | edition = 9th | chapter = Chapter 8: Burns}}</ref>
 
=== ตามขนาด ===
[[ไฟล์:513 Degree of burns.jpg|thumb|left|
ในบรรดาวิธีต่าง ๆ ระดับแผลไหม้สามารถกำหนดโดยขนาดผิวหนังที่ไหม้
ภาพแสดงอัตราส่วนผิวหนังของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อช่วยระบุขนาดแผลไหม้
'''(จากบนลงล่าง)''' ศีรษะและคอ, แขน, ลำตัว, อวัยวะเพศ และขา
]]
ขนาดจะวัดโดยสัดส่วนแผลไหม้เทียบกับพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมด (total body surface area ตัวย่อ TBSA)<ref name=Tint2010/>
แผลระดับ 1 ที่ปรากฏเป็นสีแดงไร้ตุ่มพองไม่รวมอยู่ในการประเมินเช่นนี้<ref name=Tint2010/>
แผลไหม้โดยมาก ({{nowrap |ร้อยละ 70}}) มีผลต่อพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมดน้อยกว่า{{nowrap |ร้อยละ 10}}<ref name=TBCChp3/>
มีวิธีระบุสัดส่วนแผลไหม้หลายอย่างรวมทั้ง Wallace rule of nines (กฎเลขเก้าของวอลเลซ), Lund and Browder chart และวิธีประเมินขึ้นกับขนาดมือ<ref name=EMP2009/>
กฎเลขเก้าจำได้ง่ายแต่แม่นสำหรับคนอายุมากกว่า 16{{nbsp}}ปีเท่านั้น<ref name=EMP2009/>
วิธี Lund and Browder chart จะแม่นกว่า เพราะใช้อัตราส่วนร่างกายที่ต่าง ๆ กันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่<ref name=EMP2009/>
ขนาดมือของบุคคล (รวมฝ่ามือและนิ้ว) จะราว ๆ {{nowrap |ร้อยละ 1}} ของพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมด<ref name=EMP2009/>
 
กฎเลขเก้า (เข้ากับรูปที่แสดงได้) ระบุส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเป็นร้อยละเก้า ๆ รวมทั้ง [[แขน]]ซ้าย (9%) แขนขวา (9%) [[ศีรษะ]]กับ[[คอ]] (9%) [[หน้าอก]] (9%) ท้อง (9%) หลังทั้งหมด (18%) [[ขา]]ซ้าย (18%) ขาขวา (18%) และ[[อวัยวะเพศ]]/บริเวณขาหนีบ (1%)<ref>{{Cite journal | doi = 10.1136/bmj.329.7457.101 | title = ABC of burns: Initial management of a major burn: II—assessment and resuscitation | date = July 2004 }}<!-- Hettiaratchy, S. Papini, R (July 2004). "ABC of burns: Initial management of a major burn: II—assessment and resuscitation". BMJ. 329 (7457): 101-103. PMC 449823 Freely accessible. PMID 15242917. --></ref>
 
=== ความรุนแรง ===
{| class="wikitable" style = "float: right; margin-left:15px; text-align:center"
|+ ระดับความรุนแรงตาม American Burn Association<br />
{{small|พื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมด (total body surface area ตัวย่อ '''TBSA''')}}<ref name=CEM2012/>
|-
! น้อย !! ปานกลาง !! มาก
|-
| ผู้ใหญ่ <10% TBSA || ผู้ใหญ่ 10-20% TBSA || ผู้ใหญ่ >20% TBSA
|-
| เด็กหรือคนชรา < 5% TBSA || เด็กหรือคนชรา 5-10% TBSA|| เด็กหรือคนชรา >10% TBSA
|-
| ไหม้ลึก{{Efn-lr | full thickness burn }} <2% || ไหม้ลึก 2-5% || ไหม้ลึก >5%
|-
| || บาดเจ็บเหตุไฟฟ้าแรงสูง || แผลไหม้เหตุไฟฟ้าแรงสูง
|-
| || อาจบาดเจ็บเพราะสูดเข้าไป || รู้ว่าบาดเจ็บเพราะสูตรเข้าไป
|-
| || แผลไหม้เป็นวง{{Efn-lr | circumferential burn }} || แผลไหม้อย่างสำคัญที่หน้า ข้อต่อ มือ หรือเท้า
|-
| || ปัญหาสุขภาพอย่างอื่น || การบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกันอื่น ๆ
|}
{{notelist | group = lower-roman }}
 
เพื่อระบุการต้องส่งไปศูนย์รักษาแผลไหม้ สมาคมแผลไหม้อเมริกัน (American Burn Association) ได้สร้างระบบการจัดหมวดหมู่ขึ้นอย่างหนึ่ง
ในระบบนี้ แผลไหม้อาจเป็นแบบมาก (major) ปานกลาง (moderate) หรือน้อย (minor)
ประเมินโดยอาศัยปัจจัยหลายอ่าง รวมทั้งพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมดที่ไหม้ อวัยวะต่าง ๆ ที่ไหม้ อายุ และการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกัน<ref name=CEM2012/>
แบบน้อยปกติรักษาได้ที่บ้าน แบบปานกลางมักรักษาที่ รพ. และแบบมากรักษาที่ศูนย์รักษาแผลไหม้<ref name=CEM2012>{{cite book | editor-last1 = Mahadevan | editor-first1 = SV | editor-last2 = Garmel | editor-first2 = GM | title = An introduction to clinical emergency medicine | year = 2012 | publisher = Cambridge University Press | location = Cambridge | isbn = 978-0-521-74776-9 | pages = 216-219 | url = https://books.google.com/books?id=pyAlcOfBhjIC&pg=PA216 | edition = 2nd | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160520142151/https://books.google.com/books?id=pyAlcOfBhjIC&pg=PA216 | archive-date = 2016-05-20}}</ref>
 
== การป้องกัน ==
ตามประวัติแล้ว แผลไหม้ราว ๆ ครึ่งเชื่อว่าป้องกันได้<ref name=TBCChp4/>
โปรแกรมป้องกันการถูกไหม้ได้ลดอัตราแผลไหม้แบบหนักได้อย่างสำคัญ<ref name=Rosen2009/>
วิธีการป้องกันรวมทั้งจำกัด[[อุณหภูมิ]]น้ำร้อน เครื่องตรวจควันไฟ ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง การสร้าง[[อาคาร]]ที่ดี และเสื้อผ้ากันไฟ<ref name=TBCChp4/>
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องทำน้ำร้อนให้ต่ำกว่า {{nowrap |48.8 องศาเซลเซียส}}<ref name=TBCChp3/>
วิธีอื่นเพื่อป้องกันน้ำลวกรวมการใช้[[เทอร์มอมิเตอร์]]วัดอุณหภูมิน้ำอาบ อุปกรณ์กันกระเด็นที่ใช้กับภาชนะหุงต้ม<ref name=Rosen2009/>
แม้ผลของกฎหมายควบคุมดอกไม้ไฟจะไม่ชัดเจน แต่ก็มีหลักฐานในเบื้องต้นว่ามีประโยชน์<ref>{{cite book | last = Jeschke | first = Marc | title = Handbook of Burns Volume 1: Acute Burn Care | year = 2012 | publisher = Springer | isbn = 978-3-7091-0348-7 | page = 46 | url = https://books.google.com/books?id=olshnFqCI0kC&pg=PA46 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160517021627/https://books.google.com/books?id=olshnFqCI0kC&pg=PA46 | archive-date = 2016-05-17}}</ref>
รวมทั้งการจำกัดขายให้เด็ก<ref name=TBCChp3/>
 
== การรักษา ==
การรักษาพยาบาลเริ่มตั้งแต่ประเมินและรักษาเสถียรภาพทางลมหายใจของบุคคล ของ[[การหายใจ]] และของ[[การเดินเลือด]]<ref name=EMP2009/>
ถ้าสงสัยว่าสูดความร้อนเข้าไปด้วย การช่วยหายใจด้วยหลอดหายใจอาจจำเป็นตั้งแต่เนื่อง ๆ<ref name=Schw2010/>
แล้วจึงรักษาแผลไหม้
คนที่มีแผลใหญ่อาจต้องพันด้วยผ้าสะอาดจนกว่าจะมาถึง [[รพ.]]<ref name=Schw2010/>
เพราะแผลไหม้เสี่ยง[[ติดเชื้อ]] ก็จะให้วัคซีนบาดทะยักถ้าไม่ได้ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันไว้ในระยะ 5{{nbsp}}ปีที่ผ่านมา<ref>{{cite book | editor = Klingensmith, M | title = The Washington manual of surgery | year = 2007 | publisher = Lippincott Williams & Wilkins | location = Philadelphia, Pa. | isbn = 978-0-7817-7447-5 | page = 422 | url = https://books.google.com/books?id=XTYAxJntdvAC&pg=PA422 | edition = 5th | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160520044310/https://books.google.com/books?id=XTYAxJntdvAC&pg=PA422 | archive-date = 2016-05-20}}</ref>
ในสหรัฐ คนไข้แผลไหม้{{nowrap |ร้อยละ 95}} ที่มายัง[[แผนกฉุกเฉิน]]จะได้รักษาแล้วให้กลับบ้าน
ที่เหลือต้องเข้ารักษาใน รพ.<ref name=Epi2011/>
ถ้าแผลใหญ่ ต้องให้อาหารตั้งแต่เนื่อง ๆ<ref name=Roj2012/><!-- early enteral nutrition -->
ควรได้[[โปรตีน]]เพิ่ม โดยสารอาหารรอง (trace element) และ[[วิตามิน]]ก็มักจำเป็น<ref>{{cite journal | last1 = Rousseau | first1 = AF | last2 = Losser | first2 = MR | last3 = Ichai | first3 = C | last4 = Berger | first4 = MM | title = ESPEN endorsed recommendations: nutritional therapy in major burns | language = English | journal = Clinical Nutrition | volume = 32 | issue = 4 | pages = 497-502 | date = August 2013 | pmid = 23582468 | doi = 10.1016/j.clnu.2013.02.012 }}</ref>
ในบางประเทศ การให้[[ออกซิเจน]]ด้วยหีบให้ออกซิเจนในแรงดันอากาศสูง (hyperbaric oxygenation) เพิ่มอาจมีประโยชน์<ref>{{cite journal | last1 = Cianci | first1 = P | last2 = Slade | first2 = JB | last3 = Sato | first3 = RM | last4 = Faulkner | first4 = J | title = Adjunctive hyperbaric oxygen therapy in the treatment of thermal burns | journal = Undersea & Hyperbaric Medicine | volume = 40 | issue = 1 | pages = 89-108 | date = Jan-Feb 2013 | pmid = 23397872 }}</ref>
 
=== น้ำเกลือ ===
สำหรับผู้ที่เลือดไหลเวียนไม่ดี (poor tissue perfusion) ควรให้น้ำเกลือแบบ isotonic crystalloid solution (สารละลายคริสแทลลอยด์ซึ่งมี[[ความดันออสโมซิส]]เสมอเลือด)<ref name=EMP2009/>
ในเด็กที่มีผิวไหม้เป็นเนื้อที่ (ของ total body surface area หรือ TBSA) {{nowrap |ร้อยละ 10-20}} และผู้ใหญ่ที่มีมากกว่า{{nowrap |ร้อยละ 15}} ควรให้น้ำเกลือและตามเฝ้าสังเกต<ref name=EMP2009/><ref name=Enoch2009>
{{cite journal | last1 = Enoch | first1 = S | last2 = Roshan | first2 = A | last3 = Shah | first3 = M | s2cid = 40561988 | title = Emergency and early management of burns and scalds | journal = BMJ | volume = 338 | pages = b1037 | date = April 2009 | pmid = 19357185 | doi = 10.1136/bmj.b1037 }}</ref><ref>
{{cite journal | last1 = Hettiaratchy | first1 = S | last2 = Papini | first2 = R | title = Initial management of a major burn: II--assessment and resuscitation | journal = BMJ | volume = 329 | issue = 7457 | pages = 101-3 | date = July 2004 | pmid = 15242917 | pmc = 449823 | doi = 10.1136/bmj.329.7457.101 }}</ref>
ในผู้ที่มี TBSA ยิ่งกว่า{{nowrap |ร้อยละ 25}} ควรทำเช่นนี้แม้ก่อนไปถึง รพ. ถ้าเป็นไปได้<ref name=Enoch2009/>
สูตรพาร์กแลนด์ (Parkland formula) สามารถใช้ระบุปริมาตรน้ำเกลือที่ต้องให้ใน 24{{nbsp}}ชม. แรก<!--<ref name=Schw2010/> -->
เป็นสูตรที่ผลลัพธ์แปรไปตามพื้นที่แผลไหม้เป็นอัตราของ {{abbr |TBSA| total body surface area }} และน้ำหนัก<!--*** เริ่มเชิงอรรถ ***-->{{Efn-ua | {{nbsp}}
<math>V = 4 \cdot m \cdot (A \cdot 100)</math>
*'''m''' คือ น้ำหนักเป็น[[กิโลกรัม]]
*'''A''' คือ มีแผลไหม้เป็นอัตราร้อยละของ {{abbr |TBSA| total body surface area }}
*ตัวอย่างคนไข้หนัก 75 กก. มีแผลไหม้ครอบคลุมร้อยละ 20 ของพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมด ควรให้น้ำเกลือ {{nowrap |4 x 75 x 20 เท่ากับ 6,000 มล.}} ใน {{nowrap |24 ชม.}} แรก
}} <!--*** จบเชิงอรรถ ***-->
น้ำเกลือครึ่งหนึ่งจะให้ใน 8{{nbsp}}ชม. แรก และที่เหลือใน 16{{nbsp}}ชม. ต่อมา<!--<ref name=Schw2010/> -->
เวลาจะคำนวณเริ่มเมื่อถูกไหม้ ไม่ใช่เริ่มตั้งแต่ให้น้ำเกลือ
เด็กต้องได้น้ำเกลือประเภทอื่น ๆ รวมทั้ง[[กลูโคส]]<ref name=Schw2010/>
อนึ่ง ผู้ที่บาดเจ็บทางเดินลมหายใจด้วยต้องได้น้ำเกลือมากกว่า<ref>{{cite book | last = Jeschke | first = Marc | title = Handbook of Burns Volume 1: Acute Burn Care | year = 2012 | publisher = Springer | isbn = 978-3-7091-0348-7 | page = 77 | url = https://books.google.com/books?id=olshnFqCI0kC&pg=PA77 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160519022020/https://books.google.com/books?id=olshnFqCI0kC&pg=PA77 | archive-date = 2016-05-19}}</ref>
แม้การให้ไม่พออาจเป็นปัญหา แต่การให้เกินก็มีผลลบด้วย<ref>{{cite journal | last1 = Endorf | first1 = FW | last2 = Ahrenholz | first2 = D | title = Burn management | journal = Current Opinion in Critical Care | volume = 17 | issue = 6 | pages = 601-5 | date = December 2011 | pmid = 21986459 | doi = 10.1097/MCC.0b013e32834c563f | s2cid = 5525939 }}</ref>
สูตรเป็นเพียงแค่แนวปฏิบัติ ควรปรับให้ได้ปัสสาวะ >30&nbsp;มล./ชม. ในผู้ใหญ่ หรือ >1{{nbsp}}มล./กก. ในเด็ก โดยมีความดันเลือดแบบ mean arterial pressure (MAP) ยิ่งกว่า 60&nbsp;mmHg<ref name=Schw2010/>
แม้จะมักใช้น้ำเกลือแบบ lactated Ringer's solution แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าดีกว่าน้ำเกลือธรรมดา (normal saline)<ref name=EMP2009/>
น้ำเกลือแบบคริสแทลลอยด์ดูเหมือนจะดีเท่า ๆ กับแบบคอลลอยด์ (colloid) แต่เพราะแบบหลังแพงกว่าจึงไม่แนะนำ<ref>
{{cite journal | last1 = Lewis | first1 = SR | last2 = Pritchard | first2 = MW | last3 = Evans | first3 = DJ | last4 = Butler | first4 = AR | last5 = Alderson | first5 = P | last6 = Smith | first6 = AF | last7 = Roberts | first7 = I | title = Colloids versus crystalloids for fluid resuscitation in critically ill people | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 8 | pages = CD000567 | date = August 2018 | pmid = 30073665 | pmc = 6513027 | doi = 10.1002/14651858.CD000567.pub7 }}</ref><ref>
{{cite journal | last1 = Eljaiek | first1 = R | last2 = Heylbroeck | first2 = C | last3 = Dubois | first3 = MJ | title = Albumin administration for fluid resuscitation in burn patients: A systematic review and meta-analysis | journal = Burns | volume = 43 | issue = 1 | pages = 17-24 | date = February 2017 | pmid = 27613476 | doi = 10.1016/j.burns.2016.08.001 }}</ref>
[[การถ่ายเลือด]]จำเป็นในกรณีจำนวนน้อย<ref name=Tint2010/>
ซึ่งแนะนำก็ต่อเมื่อระดับ[[เฮโมโกลบิน]]ตกต่ำกว่า {{nowrap |60-80 ก./ล.}} ({{nowrap |6-8 ก./ดล.}})<ref>{{cite journal | last1 = Curinga | first1 = G | last2 = Jain | first2 = A | last3 = Feldman | first3 = M | last4 = Prosciak | first4 = M | last5 = Phillips | first5 = B | last6 = Milner | first6 = S | title = Red blood cell transfusion following burn | journal = Burns | volume = 37 | issue = 5 | pages = 742-52 | date = August 2011 | pmid = 21367529 | doi = 10.1016/j.burns.2011.01.016 }}</ref>
เพราะเสี่ยง[[ภาวะแทรกซ้อน]]<ref name=Schw2010/>
เข็มให้น้ำเกลืออาจสอดผ่านผิวที่ไหม้ถ้าจำเป็น หรืออาจให้ผ่านไขกระดูก (intraosseous infusion)<ref name=Schw2010/>
 
=== การพยาบาลแผล ===
การแช่เย็นตั้งแต่เนื่อง ๆ (ภายใน {{nowrap |30 นาที}}หลังเกิดเหตุ) ลดความลึกของแผลและความเจ็บ แต่ถ้าทำมากเกินไปก็อาจทำให้[[ตัวเย็นเกิน]]<ref name=Tint2010/><ref name=EMP2009/>
ควรทำด้วยน้ำเย็นอุณหภูมิระหว่าง {{nowrap |10-25 องศาเซลเซียส}} โดยไม่ใช้น้ำแข็งเพราะอาจทำให้แย่ลง<ref name=EMP2009/><ref name=Rosen2009/>
แผลไหม้เหตุสารเคมีอาจต้องล้างให้มาก ๆ<ref name=Tint2010/>
การทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำ การเอาเนื้อตายออก และการปิดแผลเป็นเรื่องสำคัญ<!--<ref name=Rosen2009/> -->
ถ้ามีตุ่มพองที่ยังไม่แตก ไม่ชัดเจนว่าควรทำอย่างไร<!--<ref name=Rosen2009/> -->
มีหลักฐานในเบื้องต้นบ้างว่า ควรทิ้งไว้เฉย ๆ <!--<ref name=Rosen2009/> -->
แผลไหม้ระดับสองควรตรวจอีกหลังจาก {{nowrap |2 วัน}}<ref name=Rosen2009/>
สำหรับแผลไหม้ระดับ 1 และ 2 การปิดแผลเช่นไรดีมีแต่หลักฐานคุณภาพไม่ดี\<ref name="The Cochrane Database of Systematic Reviews">{{cite journal | last1 = Wasiak | first1 = J | last2 = Cleland | first2 = H | last3 = Campbell | first3 = F | last4 = Spinks | first4 = A | title = Dressings for superficial and partial thickness burns | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 3 | issue = 3 | pages = CD002106 | date = March 2013 | pmid = 23543513 | doi = 10.1002/14651858.CD002106.pub4 | pmc = 7065523 | hdl = 10072/58266 | hdl-access = free }}</ref>
การไม่ปิดแผลไหม้ระดับ 1 นั้นเหมาะสม<ref name=Rosen2009/>
 
แม้มักจะแนะนำยาทาปฏิชีวนะ แต่ก็มีหลักฐานสนับสนุนน้อย<ref name=Anti2010/><ref>{{Cite journal | last1 = Hoogewerf | first1 = Cornelis J. | last2 = Van Baar | first2 = Margriet E. | last3 = Hop | first3 = M. Jenda | last4 = Nieuwenhuis | first4 = Marianne K. | last5 = Oen | first5 = Irma M. M. H. | last6 = Middelkoop | first6 = Esther | date = 2013-01-31 | title = Topical treatment for facial burns | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | issue = 1 | pages = CD008058 | doi = 10.1002/14651858.CD008058.pub2 | issn = 1469-493X | pmid = 23440823}}</ref>
ยาปฏิชีวนะซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน (silver sulfadiazine) ไม่แนะนำเพราะอาจทำให้หายช้า<ref name="The Cochrane Database of Systematic Reviews" /><ref>{{Cite journal | last1 = Barajas-Nava | first1 = Leticia A. | last2 = López-Alcalde | first2 = Jesús | last3 = Roqué i Figuls | first3 = Marta | last4 = Solà | first4 = Ivan | last5 = Bonfill Cosp | first5 = Xavier | date = 2013-06-06 | title = Antibiotic prophylaxis for preventing burn wound infection | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | issue = 6 | pages = CD008738 | doi = 10.1002/14651858.CD008738.pub2 | issn = 1469-493X | pmid = 23740764}}</ref>
มี[[หลักฐานทางวิทยาศาสตร์|หลักฐาน]]ไม่เพียงพอสนับสนุนให้ใช้ผ้าปิดที่มีซิลเวอร์<ref>{{cite journal | last1 = Storm-Versloot | first1 = MN | last2 = Vos | first2 = CG | last3 = Ubbink | first3 = DT | last4 = Vermeulen | first4 = H | title = Topical silver for preventing wound infection | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | issue = 3 | pages = CD006478 | date = March 2010 | pmid = 20238345 | doi = 10.1002/14651858.CD006478.pub2 | editor1-last = Storm-Versloot | editor1-first = Marja N }}</ref>
หรือการปิดแผลแบบดูดอากาศลดความดัน (negative-pressure wound therapy)<ref>{{cite journal | last1 = Dumville | first1 = JC | last2 = Munson | first2 = C | last3 = Christie | first3 = J | title = Negative pressure wound therapy for partial-thickness burns | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 12 | issue = 12 | pages = CD006215 | date = December 2014 | pmid = 25500895 | doi = 10.1002/14651858.CD006215.pub4 | pmc = 7389115 }}</ref>
ซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีนดูไม่ต่างกับโฟมมีซิลเวอร์เพื่อช่วยให้แผลหาย<ref>{{cite journal | last1 = Chaganti | first1 = P | last2 = Gordon | first2 = I | last3 = Chao | first3 = JH | last4 = Zehtabchi | first4 = S | title = A systematic review of foam dressings for partial thickness burns | journal = The American Journal of Emergency Medicine | volume = 37 | issue = 6 | pages = 1184-1190 | date = June 2019 | pmid = 31000315 | doi = 10.1016/j.ajem.2019.04.014 }}</ref>
 
=== ยา ===
แผลไหม้อาจเจ็บมาก แต่ก็มีวิธีลดความเจ็บ<!--<ref name=Rosen2009/> -->
เช่นใช้[[ยาระงับปวด]]ธรรมดา ๆ เช่น [[ไอบิวพรอเฟน]]และ[[พาราเซตามอล]] และใช้ยากลุ่ม[[โอปิออยด์]] เช่น [[มอร์ฟีน]]<!--<ref name=Rosen2009/> -->
ยากลุ่ม[[เบ็นโซไดอาเซพีน]]อาจให้พร้อมกับยาระงับปวดเพื่อลดความวิตกกังวล<ref name=Rosen2009/>
เมื่อกำลังหาย อาจนวด ใช้[[สารต้านฮิสตามีน]] หรือการกระตุ้นประสาทผ่านผิว (transcutaneous electrical nerve stimulation) เพื่อแก้คัน<ref name=Itchy2009/>
แต่สารต้านฮิสตามีนก็ได้ผลเพื่อจุดประสงค์นี้เพียงในคนไข้{{nowrap |ร้อยละ 20}}<ref>{{cite journal | last1 = Zachariah | first1 = JR | last2 = Rao | first2 = AL | last3 = Prabha | first3 = R | last4 = Gupta | first4 = AK | last5 = Paul | first5 = MK | last6 = Lamba | first6 = S | title = Post burn pruritus--a review of current treatment options | journal = Burns | volume = 38 | issue = 5 | pages = 621-9 | date = August 2012 | pmid = 22244605 | doi = 10.1016/j.burns.2011.12.003 }}</ref>
มีหลักฐานเบื้องต้นสนับสนุนให้ใช้ยา gabapentin (ปกติใช้รักษา[[โรคลมชัก]] ความเจ็บปวดเหตุโรคเส้นประสาท อาการวัยทอง อาการขาอยู่ไม่เป็นสุข)<ref name=Itchy2009/>
คืออาจสมควรกับคนที่ไม่ดีขึ้นเมื่อใช้สารต้านฮิสตามีน<ref name=TBCChp64>{{cite book | editor = Herndon, D | title = Total burn care | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4377-2786-9 | page = 726 | edition = 4th | chapter = Chapter 64: Management of pain and other discomforts in burned patients | year = 2012}}</ref>
ลิโดเคน (lidocaine) ที่ให้ทางเส้นเลือดต้องมีงานศึกษาเพิ่มขึ้นก่อนจะแนะนำให้ใช้แก้ปวด<ref>{{cite journal | last1 = Wasiak | first1 = J | last2 = Mahar | first2 = PD | last3 = McGuinness | first3 = SK | last4 = Spinks | first4 = A | last5 = Danilla | first5 = S | last6 = Cleland | first6 = H | last7 = Tan | first7 = HB | title = Intravenous lidocaine for the treatment of background or procedural burn pain | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 10 | issue = 10 | pages = CD005622 | date = October 2014 | pmid = 25321859 | pmc = 6508369 | doi = 10.1002/14651858.CD005622.pub4 }}</ref>
 
การให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดแนะนำก่อนการผ่าตัดสำหรับคนไข้ที่ไหม้มาก (>60% TBSA)<ref name=TBCChp31>{{cite book | editor = Herndon, D | title = Total burn care | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4377-2786-9 | page = 664 | edition = 4th | chapter = Chapter 31: Etiology and prevention of multisystem organ failure | year = 2012}}</ref>
จนถึงปี 2008 แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ไม่แนะนำให้ทำอย่างนี้โดยทั่วไปเพราะ[[แบคทีเรียดื้อยา|แบคทีเรียอาจดื้อยา]]<ref name=Anti2010>{{cite journal | last1 = Avni | first1 = T | last2 = Levcovich | first2 = A | last3 = Ad-El | first3 = DD | last4 = Leibovici | first4 = L | last5 = Paul | first5 = M | title = Prophylactic antibiotics for burns patients: systematic review and meta-analysis | journal = BMJ | volume = 340 | pages = c241 | date = February 2010 | pmid = 20156911 | pmc = 2822136 | doi = 10.1136/bmj.c241 }}</ref>
และเพราะเสี่ยงติดเชื้อรา<ref name=Schw2010/>
แต่หลักฐานเบื้องต้นก็แสดงว่า อาจเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในคนไข้ที่มีแผลไหม้ใหญ่และรุนแรง<ref name=Anti2010/>
แต่ไซโตไคน์แบบ[[ไกลโคโปรตีน]]คือ อิริโทรพอยเอติน (Erythropoietin) ก็ไม่พบว่ามีผลป้องกันหรือรักษาภาวะเลือดจางในคนไข้แผลไหม้<ref name=Schw2010/>
ในกรณีที่มีเหตุจาก[[กรดไฮโดรฟลูออริก]] แคลเซียมกลูโคเนต (calcium gluconate) เป็นยาแก้พิษโดยเฉพาะ และอาจให้ทางเส้นเลือดและ/หรือใช้ทา<ref name=HF2008/>
ฮอร์โมนการเติบโตของมนุษย์แบบลูกผสม (recombinant human growth hormone ตัวย่อ rhGH) ในกรณีที่ไหม้เกิน{{nowrap |ร้อยละ 40}} ปรากฏว่า ช่วยให้หายเร็วขึ้นแม้ไม่มีผลต่อความเสี่ยงตาย<ref>{{cite journal | last1 = Breederveld | first1 = RS | last2 = Tuinebreijer | first2 = WE | title = Recombinant human growth hormone for treating burns and donor sites | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 9 | issue = 9 | pages = CD008990 | date = September 2014 | pmid = 25222766 | doi = 10.1002/14651858.CD008990.pub3 | pmc = 7119450 }}</ref>
การใช้[[สเตอรอยด์]]รักษาไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน<ref>{{cite journal | last1 = Snell | first1 = JA | last2 = Loh | first2 = NH | last3 = Mahambrey | first3 = T | last4 = Shokrollahi | first4 = K | title = Clinical review: the critical care management of the burn patient | journal = Critical Care | volume = 17 | issue = 5 | pages = 241 | date = October 2013 | pmid = 24093225 | pmc = 4057496 | doi = 10.1186/cc12706 }}</ref>
 
=== การผ่าตัด ===
แผลที่ต้องปิดด้วยการปลูกถ่ายหนัง (skin graft) หรือแผ่นเนื้อเยื่อปะปลูก (flap) ควรทำให้เร็วที่สุด โดยปกติคือแผลซึ่งยิ่งกว่าแผลไหม้ระดับ 3 เล็ก ๆ<ref>{{cite book | last = Jeschke | first = Marc | title = Handbook of Burns Volume 1: Acute Burn Care | year = 2012 | publisher = Springer | isbn = 978-3-7091-0348-7 | page = 266 | url = https://books.google.com/books?id=olshnFqCI0kC&pg=PA266 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160510210401/https://books.google.com/books?id=olshnFqCI0kC&pg=PA266 | archive-date = 2016-05-10}}</ref>
แผลไหม้เป็นวงของแขนขาหรือหน้าอกอาจต้องผ่าตัดเอาหนังออกที่เรียกว่า escharotomy<ref name=Surgery2009/>
เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการเดินเลือดหรือการหายใจ<ref name=Surgery2009>{{cite journal | last1 = Orgill | first1 = DP | last2 = Piccolo | first2 = N | title = Escharotomy and decompressive therapies in burns | journal = Journal of Burn Care & Research | volume = 30 | issue = 5 | pages = 759-68 | date = Sep-Oct 2009 | pmid = 19692906 | doi = 10.1097/BCR.0b013e3181b47cd3 }}</ref>
ไม่ชัดเจนว่านี่มีประโยชน์สำหรับแผลที่คอหรือนิ้วหรือไม่<ref name=Surgery2009/>
การผ่าตัดพังผืด (fasciotomy) อาจจำเป็นสำหรับแผลไหม้เหตุไฟฟ้า<ref name=Surgery2009/>
การปลูกถ่ายหนังอาจใช้สิ่งทดแทนหนังชั่วคราว ไม่ว่าจะได้จากสัตว์ (มนุษย์ผู้บริจาคหรือหมู) หรืออาจสังเคราะห์
โดยใช้ปิดแผล ป้องกันการติดเชื้อและการเสียน้ำ แต่ในที่สุดก็จะเอาออก
หรือว่า หนังมนุษย์ที่ปลูกถ่ายอาจติดอย่างถาวรถ้าไม่มีปฏิกิริยาปฏิเสธสิ่งปลูกถ่าย<ref>{{cite web | title = General data about burns | url = http://burncentrecare.co.uk/burn_wounds_surgery.htm | website = Burn Centre Care | archiveurl = https://web.archive.org/web/20200727055418/http://burncentrecare.co.uk/burn_wounds_surgery.htm | archivedate = 2020-07-27 | url-status = live}}</ref>
 
ไม่มีหลักฐานว่าการใช้คอปเปอร์ซัลเฟตเพื่อให้เห็นอนุภาคฟอสฟอรัสแล้วเอาออกจะช่วยให้แผลหายสำหรับแผลไหม้เหตุฟอสฟอรัส
และการดูดซึมคอปเปอร์ซัลเฟตเข้าในเลือดมีผลร้าย<ref>{{Cite journal | last1 = Barqouni | first1 = Loai | last2 = Abu Shaaban | first2 = Nafiz | last3 = Elessi | first3 = Khamis | date = 2014-06-04 | editor-last = Cochrane Wounds Group | title = Interventions for treating phosphorus burns | journal = Cochrane Database of Systematic Reviews | issue = 6 | pages = CD008805 | language = en | doi = 10.1002/14651858.CD008805.pub3 | pmc = 7173745 | pmid = 24896368}}</ref>
 
=== แพทย์ทางเลือก ===
[[น้ำผึ้ง]]ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อช่วยรักษาแผลและอาจมีประโยชน์สำหรับแผลไหม้ระดับ 1 และ 2<ref>{{cite journal | last1 = Wijesinghe | first1 = M | last2 = Weatherall | first2 = M | last3 = Perrin | first3 = K | last4 = Beasley | first4 = R | title = Honey in the treatment of burns: a systematic review and meta-analysis of its efficacy | journal = The New Zealand Medical Journal | volume = 122 | issue = 1295 | pages = 47-60 | date = May 2009 | pmid = 19648986 }}</ref>
มีหลักฐานพอควรว่ามันช่วยแผลที่ไม่ไหม้ตลอดหนัง<ref>
{{cite journal | last1 = Norman | first1 = G | last2 = Christie | first2 = J | last3 = Liu | first3 = Z | last4 = Westby | first4 = MJ | last5 = Jefferies | first5 = JM | last6 = Hudson | first6 = T | last7 = Edwards | first7 = J | last8 = Mohapatra | first8 = DP | last9 = Hassan | first9 = IA | last10 = Dumville | first10 = JC | display-authors = 6 | title = Antiseptics for burns | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 7 | pages = CD011821 | date = July 2017 | pmid = 28700086 | pmc = 6483239 | doi = 10.1002/14651858.cd011821.pub2 }}</ref><ref>
{{cite journal | last1 = Jull | first1 = AB | last2 = Cullum | first2 = N | last3 = Dumville | first3 = JC | last4 = Westby | first4 = MJ | last5 = Deshpande | first5 = S | last6 = Walker | first6 = N | title = Honey as a topical treatment for wounds | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 3 | issue = 3 | pages = CD005083 | date = March 2015 | pmid = 25742878 | doi = 10.1002/14651858.CD005083.pub4 }}</ref>
หลักฐานสนับสนุนให้ใช้[[ว่านหางจระเข้]]มีคุณภาพไม่ดี<ref name=Aloe2012/>
แม้อาจช่วยลดความเจ็บ<ref name=AFP2012>{{cite journal | last1 = Lloyd | first1 = EC | last2 = Rodgers | first2 = BC | last3 = Michener | first3 = M | last4 = Williams | first4 = MS | title = Outpatient burns: prevention and care | journal = American Family Physician | volume = 85 | issue = 1 | pages = 25-32 | date = January 2012 | pmid = 22230304 }}</ref>
และงานทบทวนวรรณกรรมของกลุ่มแพทย์ไทยปี 2007 พบหลักฐานเบื้องต้นว่าช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น<ref>{{cite journal | last1 = Maenthaisong | first1 = R | last2 = Chaiyakunapruk | first2 = N | last3 = Niruntraporn | first3 = S | last4 = Kongkaew | first4 = C | title = The efficacy of aloe vera used for burn wound healing: a systematic review | journal = Burns | volume = 33 | issue = 6 | pages = 713-8 | date = September 2007 | pmid = 17499928 | doi = 10.1016/j.burns.2006.10.384 }}</ref>
แต่งานทบทวนต่อ ๆ มาตั้งแต่ปี 2012 ก็ไม่พบว่าดีกว่าซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน<ref name=Aloe2012>{{cite journal | last1 = Dat | first1 = AD | last2 = Poon | first2 = F | last3 = Pham | first3 = KB | last4 = Doust | first4 = J | title = Aloe vera for treating acute and chronic wounds | journal = The Cochrane Database of Systematic Reviews | volume = 2 | issue = 2 | pages = CD008762 | date = February 2012 | pmid = 22336851 | doi = 10.1002/14651858.CD008762.pub2 | url = http://epublications.bond.edu.au/hsm_pubs/499 }}</ref>
มี[[งานทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม]]เพียง 3{{nbsp}}งานที่ใช้[[พืช]]รักษาแผลไหม้ คือมี 2{{nbsp}}งานเกี่ยวกับว่านหางจระเข้ และงานหนึ่งเกี่ยวกับ[[ข้าวโอ๊ต]]<ref>{{cite journal | last1 = Bahramsoltani | first1 = R | last2 = Farzaei | first2 = MH | last3 = Rahimi | first3 = R | title = Medicinal plants and their natural components as future drugs for the treatment of burn wounds: an integrative review | journal = Archives of Dermatological Research | volume = 306 | issue = 7 | pages = 601-17 | date = September 2014 | pmid = 24895176 | doi = 10.1007/s00403-014-1474-6 | s2cid = 23859340 }}</ref>
 
มีหลักฐานน้อยว่า[[วิตามินอี]]ช่วยไม่ให้เป็นแผลเป็น<ref name=Juck2009/>
ไม่แนะนำให้ใช้เนย<ref>{{cite book | first1 = Carol | last1 = Turkington | first2 = Jeffrey S | last2 = Dover | first3 = Birck | last3 = Cox | title = The encyclopedia of skin and skin disorders | year = 2007 | publisher = Facts on File | location = New York, NY | isbn = 978-0-8160-7509-6 | page = 64 | url = https://books.google.com/books?id=GKVPHoIs8uIC&pg=PA64 | edition = 3rd | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160518052410/https://books.google.com/books?id=GKVPHoIs8uIC&pg=PA64 | archive-date = 2016-05-18}}</ref>
ในประเทศมีรายได้น้อย แผลไหม้จะรักษาด้วยแพทย์แผนโบราณอาจถึง 1/3 ซึ่งรวมการทาไข่ โคลน ใบ[[สมุนไพร]] หรือมูลโค<ref name=LMIC2006>{{cite journal | last1 = Forjuoh | first1 = SN | title = Burns in low- and middle-income countries: a review of available literature on descriptive epidemiology, risk factors, treatment, and prevention | journal = Burns | volume = 32 | issue = 5 | pages = 529-37 | date = August 2006 | pmid = 16777340 | doi = 10.1016/j.burns.2006.04.002 }}</ref>
การผ่าตัดจะจำกัดในบางกรณีเพราะจนหรือไม่มีหมอ<ref name=LMIC2006/>
มีวิธีอื่น ๆ นอกจากยาที่สามารถลดความเจ็บปวดและความวิตกกังวลรวมทั้งการบำบัดด้วยความเป็นจริงเสมือน (virtual reality therapy) [[การสะกดจิต]] และวิธีการทางพฤติกรรมต่าง ๆ รวมทั้งวิธีหลอกล่อใจ<ref name=TBCChp64/>
 
== พยากรณ์โรค ==
{| class="wikitable" style = "float: right; margin-left:15px; text-align:center"
|+ พยากรณ์โรคในสหรัฐ<ref name=ABA2012pg10>National Burn Repository, Pg. 10</ref>
|-
!TBSA !! อัตราตาย
|-
| 0-9% || 0.6%
|-
| 10-19% || 2.9%
|-
| 20-29% || 8.6%
|-
| 30-39% || 16%
|-
| 40-49% || 25%
|-
| 50-59% || 37%
|-
| 60-69% || 43%
|-
| 70-79% || 57%
|-
| 80-89% || 73%
|-
| 90-100% || 85%
|-
|หายใจเข้า ||23%
|}
พยากรณ์โรคแย่กว่าสำหรับผู้มีแผลใหญ่ คนมีอายุมากกว่า และหญิง<ref name=Tint2010/>
การบาดเจ็บเพราะหายใจเอาควันเข้า การบาดเจ็บสำคัญอื่น ๆ เช่น กระดูกยาวแตก/หัก และการมีสภาพหนักอย่างอื่นร่วม (เช่น [[โรคหัวใจ]] [[โรคเบาหวาน]] โรคทางจิตเวช และการตั้งใจฆ่าตัวตาย) ก็มีผลต่อพยากรณ์โรคด้วย<ref name=Tint2010/>
ในสหรัฐโดยเฉลี่ย ผู้ที่รับเข้าศูนย์แผลไหม้เฉพาะทาง{{nowrap |ร้อยละ 4}} เสียชีวิต<ref name=TBCChp3/>
โดยผลที่ได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล
ยกตัวอย่างเช่น คนไข้ที่มีแผลไหม้น้อยกว่า 10%{{nbsp}}TBSA มีอัตราตายน้อยกว่า 1% และคนไข้ที่มีแผลไมห้ยิ่งกว่า 90%{{nbsp}}TBSA มีอัตราตาย 85%<ref name=ABA2012pg10/>
แต่ใน[[อัฟกานิสถาน]] คนไข้ที่มีแผลไหม้เกิน 60%{{nbsp}}TBSA ไม่ค่อยรอด<ref name=TBCChp3/>
 
ระบบ Baux score ได้ใช้เพื่อคำนวณพยากรณ์โรคสำหรับแผลไหม้แบบหนัก
การคำนวณดั้งเดิมบวกขนาดแผลไหม้ (%&nbsp;TBSA) กับอายุคนไข้ แล้วใช้ผลลัพธ์เป็นอัตราความเสี่ยงตาย<ref name=Schw2010/>
แต่เพราะการพยาบาลได้ดีขึ้น ปัจจุบันนี้จึงไม่ค่อยแม่น<ref name=Schw2010/>
หนังสือแพทย์ปี 2016 ระบุว่า โดยขึ้นอยู่กับศูนย์แพทย์ คะแนนที่ระบุว่าคนไข้ไม่สามารถรอดชีวิตได้อยู่ที่ 160 และคะแนนที่ระบุว่าคนไข้อาจรอดชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 110 โดยจะบวกเพิ่มอีก 17{{nbsp}}คะแนนถ้าคนไข้บาดเจ็บเนื่องจากสูดความร้อนเข้าไปด้วย<ref name="Tintinalli8th">{{Cite book | title = Tintinalli’s Emergency Medicine: A Comprehensive Study Guide | authors = Fleisman, Ross J; Ma, O John | date = 2016 | publisher = McGraw-Hill Education | isbn = 978-0071794763 | editor-last = Tintinalli | editor-first = Judith E. | edition = 8th | location = New York, NY | chapter = Chapter 255: Trauma in the Elderly | editor-last2 = Stapczynski | editor-first2 = J. Stephan | editor-last3 = Ma | editor-first3 = O. John | editor-last4 = Yealy | editor-first4 = Donald M. | editor-last5 = Meckler | editor-first5 = Garth D. | editor-last6 = Cline | editor-first6 = David M. | page = 1689 }}</ref>
 
แผลไหม้ในปี 2013 ทำให้[[สูญเสียปีสุขภาวะ]] {{nowrap |12.3 ล้านปี}} และก่อปีที่บุคคลอยู่อย่างพิการ {{nowrap |1.2 ล้านปี}}<ref name=GBD2016/>
 
=== ภาวะแทรกซ้อน ===
อาจเกิด[[ภาวะแทรกซ้อน]]หลายอย่าง โดย[[การติดเชื้อ]]สามัญที่สุด<ref name=TBCChp3/>
ตามลำดับโอกาสการเกิด ภาวะแทรกซ้อนรวมทั้ง[[ปอดบวม]] เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (cellulitis) การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และ[[การหายใจล้มเหลว]]<ref name=TBCChp3/>
ปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อรวมทั้ง แผลไหม้เกิน 30%{{nbsp}}TBSA แผลไหม้ตลอดหนัง (ระดับ 3) อายุน้อยมกาหรือแก่มาก แผลไหม้ที่ขาหรือฝีเย็บ<ref>{{cite book | editor-first1 = Christopher | editor-last1 = King | editor-first2 = Fred M. | editor-last2 = Henretig | editor-first3 = Brent R. | editor-last3 = King | editor-first4 = John | editor-last4 = Loiselle | editor-first5 = Richard M. | editor-last5 = Ruddy | editor-first6 = James F. | editor-last6 = Wiley II | title = Textbook of pediatric emergency procedures | year = 2008 | publisher = Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins | location = Philadelphia | isbn = 978-0-7817-5386-9 | page = 1077 | url = https://books.google.com/books?id=Xi0rlODiFY0C&pg=PA1077 | edition = 2nd | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160522005447/https://books.google.com/books?id=Xi0rlODiFY0C&pg=PA1077 | archive-date = 2016-05-22}}</ref>
ปอดบวมเกิดบ่อยเป็นพิเศษสำหรับผู้สูดความร้อนเข้าไป<ref name=Schw2010/>
[[ภาวะเลือดจาง]]เหตุแผลไหม้ตลอดหนังที่กินพื้นที่ยิ่งกว่า 10%{{nbsp}}TBSA เป็นเรื่องสามัญ<ref name=EMP2009/>
แผลไหม้เหตุไฟฟ้าอาจก่ออาการ compartment syndrome (เนื้อเยื่อมีเลือดเลี้ยงไม่พอเพราะแรงดันที่เพิ่มขึ้นในส่วนของร่างกาย) หรือ rhabdomyolysis ([[กล้ามเนื้อโครงร่าง]]ที่เสียหายเกิดสลายตัวอย่างรวดเร็ว) เพราะกล้ามเนื้อเสียหาย<ref name=Schw2010/>
ภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำที่ขาประเมินว่าเกิดกับคนไข้{{nowrap |ร้อยละ 6-25}}<ref name=Schw2010/>
ระดับเมแทบอลิซึมที่สูงเป็นปี ๆ หลังแผลไหม้หนักอาจทำให้กระดูกหนาแน่นน้อยลงและเสียกล้ามเนื้อ<ref name=Roj2012/>
อาจเป็นแผลเป็นหลังจากหาย โดยเฉพาะในเด็กผิวเข้ม<ref name=Juck2009>{{cite journal | last1 = Juckett | first1 = G | last2 = Hartman-Adams | first2 = H | title = Management of keloids and hypertrophic scars | journal = American Family Physician | volume = 80 | issue = 3 | pages = 253-60 | date = August 2009 | pmid = 19621835 }}</ref>
หลังจากเกิดเหตุการณ์ เด็กอาจมีปัญหาทางจิตใจอย่างสำคัญและมี[[ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ]] ({{abbr |PTSD| post-traumatic stress disorder }})<ref name=Psyc2009/>
แผลเป็นอาจก่อความคิดความรู้สึกกับร่างกายของตนที่ไม่ดี (disturbance in body image)<ref name=Psyc2009>{{cite book | last = Roberts | first = Michael C. | title = Handbook of pediatric psychology. | year = 2009 | publisher = Guilford | location = New York | isbn = 978-1-60918-175-8 | page = 421 | url = https://books.google.com/books?id=niMTm_3_KBoC&pg=PA421 | edition = 4th | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160430060735/https://books.google.com/books?id=niMTm_3_KBoC&pg=PA421 | archive-date = 2016-04-30}}</ref>
ในประเทศกำลังพัฒนา แผลไหม้ขนาดสำคัญอาจมีผลให้ถูกแยกตัวทางสังคม ยากจนอย่างรุนแรง และทิ้งลูก<ref name=Epi2011/>
 
== วิทยาการระบาด ==
[[ไฟล์:Fires world map - DALY - WHO2004.svg|thumb | upright = 1.4|
[[การสูญเสียปีสุขภาวะ]] ({{abbr |DALY| Disability-adjusted life year }}) เนื่องกับไฟต่อประชากร 100,000&nbsp;คนในปี 2004<ref>{{cite web | url = http://www.who.int/healthinfo/global_burden_disease/estimates_country/en/index.html | title = WHO Disease and injury country estimates | year = 2009 | work = World Health Organization | access-date = 2009-11-11 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20091111101009/http://www.who.int/healthinfo/global_burden_disease/estimates_country/en/index.html | archive-date = 2009-11-11 }}</ref>
{{Col-begin}}
{{Col-break}}
{{legend |#b3b3b3|ไร้ข้อมูล}}
{{legend |#ffff65|<&nbsp;50}}
{{legend |#fff200|50-100}}
{{legend |#ffdc00|100-150}}
{{legend |#ffc600|150-200}}
{{legend |#ffb000|200-250}}
{{legend |#ff9a00|250-300}}
{{Col-break}}
{{legend |#ff8400|300-350}}
{{legend |#ff6e00|350-400}}
{{legend |#ff5800|400-450}}
{{legend |#ff4200|450-500}}
{{legend |#ff2c00|500-600}}
{{legend |#cb0000|>&nbsp;600}}
{{col-end}}
]]
ในปี 2015 ไฟและความร้อนทำให้บาดเจ็บ {{nowrap |67 ล้านครั้ง}}<ref name=GBD2015Pre/>
ซึ่งทำให้เข้า รพ. {{nowrap |2.9 ล้านครั้ง}}และคนเสียชีวิต 238,000{{nbsp}}ราย<ref name=GBD2016/>
โดยลดลงจาก 300,000{{nbsp}}คนในปี 1990<ref>{{cite journal | title = Global, regional, and national age-sex specific all-cause and cause-specific mortality for 240 causes of death, 1990-2013: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2013 | journal = Lancet | volume = 385 | issue = 9963 | pages = 117-71 | date = January 2015 | pmid = 25530442 | pmc = 4340604 | doi = 10.1016/s0140-6736(14)61682-2 | author1 = GBD 2013 Mortality Causes of Death Collaborators }}</ref>
จึงจัดเป็นเหตุบาดเจ็บอันดับ{{nbsp}}4 รองจากอุบัติเหตุยานยนต์ การตก และ[[ความรุนแรง]]<ref name=Epi2011>{{cite journal | last1 = Peck | first1 = MD | title = Epidemiology of burns throughout the world. Part I: Distribution and risk factors | journal = Burns | volume = 37 | issue = 7 | pages = 1087-100 | date = November 2011 | pmid = 21802856 | doi = 10.1016/j.burns.2011.06.005 }}</ref>
แผลไหม้{{nowrap |ร้อยละ 90}} เกิดใน[[ประเทศกำลังพัฒนา]]<ref name=Epi2011/>
ซึ่งให้เหตุผลว่าเป็นเพราะอยู่กันอย่างแออัดและหุงต้มอย่างไม่ปลอดภัย<ref name=Epi2011/>
โดยรวม แผลไหม้ถึงตายเกือบ{{nowrap |ร้อยละ 60}} เกิดใน[[เอเชียอาคเนย์]]โดยมีอัตรา 11.6{{nbsp}}คนต่อประชากร 100,000{{nbsp}}คน<ref name=TBCChp3/>
จำนวนคนไข้แผลไหม้ถึงตายได้ลดลงจาก 280,000{{nbsp}}คนในปี 1990 เหลือ 176,000{{nbsp}}คนในปี 2015<ref name=Loz2012>{{cite journal | last1 = Lozano | first1 = R | last2 = Naghavi | first2 = M | last3 = Foreman | first3 = K | last4 = Lim | first4 = S | last5 = Shibuya | first5 = K | last6 = Aboyans | first6 = V | last7 = Abraham | first7 = J | last8 = Adair | first8 = T | last9 = Aggarwal | first9 = R | last10 = Ahn | first10 = SY | last11 = Alvarado | first11 = M | last12 = Anderson | first12 = HR | last13 = Anderson | first13 = LM | last14 = Andrews | first14 = KG | last15 = Atkinson | first15 = C | last16 = Baddour | first16 = LM | last17 = Barker-Collo | first17 = S | last18 = Bartels | first18 = DH | last19 = Bell | first19 = ML | last20 = Benjamin | first20 = EJ | last21 = Bennett | first21 = D | last22 = Bhalla | first22 = K | last23 = Bikbov | first23 = B | last24 = A | first24 = Bin Abdulhak | last25 = Birbeck | first25 = G | last26 = Blyth | first26 = F | last27 = Bolliger | first27 = I | last28 = Boufous | first28 = S | last29 = Bucello | first29 = C | last30 = Burch | first30 = M | last31 = Burney | first31 = P | last32 = Carapetis | first32 = J | last33 = Chen | first33 = H | last34 = Chou | first34 = D | last35 = Chugh | first35 = SS | last36 = Coffeng | first36 = LE | last37 = Colan | first37 = SD | last38 = Colquhoun | first38 = S | last39 = Colson | first39 = KE | last40 = Condon | first40 = J | last41 = Connor | first41 = MD | last42 = Cooper | first42 = LT | last43 = Corriere | first43 = M | last44 = Cortinovis | first44 = M | last45 = de Vaccaro | first45 = KC | last46 = Couser | first46 = W | last47 = Cowie | first47 = BC | last48 = Criqui | first48 = MH | last49 = Cross | first49 = M | last50 = Dabhadkar | first50 = KC | last51 = Dahodwala | first51 = N | last52 = De Leo | first52 = D | last53 = Degenhardt | first53 = L | last54 = Delossantos | first54 = A | last55 = Denenberg | first55 = J | last56 = DC | first56 = Des Jarlais | last57 = Dharmaratne | first57 = SD | last58 = Dorsey | first58 = ER | last59 = Driscoll | first59 = T | last60 = Duber | first60 = H | last61 = Ebel | first61 = B | last62 = Erwin | first62 = PJ | last63 = Espindola | first63 = P | last64 = Ezzati | first64 = M | last65 = Feigin | first65 = V | last66 = Flaxman | first66 = AD | last67 = Forouzanfar | first67 = MH | last68 = Fowkes | first68 = FG | last69 = Franklin | first69 = R | last70 = Fransen | first70 = M | last71 = Freeman | first71 = MK | last72 = Gabriel | first72 = SE | last73 = Gakidou | first73 = E | last74 = Gaspari | first74 = F | last75 = Gillum | first75 = RF | last76 = Gonzalez-Medina | first76 = D | last77 = Halasa | first77 = YA | last78 = Haring | first78 = D | last79 = Harrison | first79 = JE | last80 = Havmoeller | first80 = R | last81 = Hay | first81 = RJ | last82 = Hoen | first82 = B | last83 = Hotez | first83 = PJ | last84 = Hoy | first84 = D | last85 = Jacobsen | first85 = KH | last86 = James | first86 = SL | last87 = Jasrasaria | first87 = R | last88 = Jayaraman | first88 = S | last89 = Johns | first89 = N | last90 = Karthikeyan | first90 = G | last91 = Kassebaum | first91 = N | last92 = Keren | first92 = A | last93 = Khoo | first93 = JP | last94 = Knowlton | first94 = LM | last95 = Kobusingye | first95 = O | last96 = Koranteng | first96 = A | last97 = Krishnamurthi | first97 = R | last98 = Lipnick | first98 = M | last99 = Lipshultz | first99 = SE | last100 = Ohno | first100 = SL | last101 = Mabweijano | first101 = J | last102 = MacIntyre | first102 = MF | last103 = Mallinger | first103 = L | last104 = March | first104 = L | last105 = Marks | first105 = GB | last106 = Marks | first106 = R | last107 = Matsumori | first107 = A | last108 = Matzopoulos | first108 = R | last109 = Mayosi | first109 = BM | last110 = McAnulty | first110 = JH | last111 = McDermott | first111 = MM | last112 = McGrath | first112 = J | last113 = Mensah | first113 = GA | last114 = Merriman | first114 = TR | last115 = Michaud | first115 = C | last116 = Miller | first116 = M | last117 = Miller | first117 = TR | last118 = Mock | first118 = C | last119 = Mocumbi | first119 = AO | last120 = Mokdad | first120 = AA | last121 = Moran | first121 = A | last122 = Mulholland | first122 = K | last123 = Nair | first123 = MN | last124 = Naldi | first124 = L | last125 = Narayan | first125 = KM | last126 = Nasseri | first126 = K | last127 = Norman | first127 = P | last128 = O'Donnell | first128 = M | last129 = Omer | first129 = SB | last130 = Ortblad | first130 = K | last131 = Osborne | first131 = R | last132 = Ozgediz | first132 = D | last133 = Pahari | first133 = B | last134 = Pandian | first134 = JD | last135 = Rivero | first135 = AP | last136 = Padilla | first136 = RP | last137 = Perez-Ruiz | first137 = F | last138 = Perico | first138 = N | last139 = Phillips | first139 = D | last140 = Pierce | first140 = K | last141 = Pope | first141 = CA | last142 = Porrini | first142 = E | last143 = Pourmalek | first143 = F | last144 = Raju | first144 = M | last145 = Ranganathan | first145 = D | last146 = Rehm | first146 = JT | last147 = Rein | first147 = DB | last148 = Remuzzi | first148 = G | last149 = Rivara | first149 = FP | last150 = Roberts | first150 = T | last151 = De León | first151 = FR | last152 = Rosenfeld | first152 = LC | last153 = Rushton | first153 = L | last154 = Sacco | first154 = RL | last155 = Salomon | first155 = JA | last156 = Sampson | first156 = U | last157 = Sanman | first157 = E | last158 = Schwebel | first158 = DC | last159 = Segui-Gomez | first159 = M | last160 = Shepard | first160 = DS | last161 = Singh | first161 = D | last162 = Singleton | first162 = J | last163 = Sliwa | first163 = K | last164 = Smith | first164 = E | last165 = Steer | first165 = A | last166 = Taylor | first166 = JA | last167 = Thomas | first167 = B | last168 = Tleyjeh | first168 = IM | last169 = Towbin | first169 = JA | last170 = Truelsen | first170 = T | last171 = Undurraga | first171 = EA | last172 = Venketasubramanian | first172 = N | last173 = Vijayakumar | first173 = L | last174 = Vos | first174 = T | last175 = Wagner | first175 = GR | last176 = Wang | first176 = M | last177 = Wang | first177 = W | last178 = Watt | first178 = K | last179 = Weinstock | first179 = MA | last180 = Weintraub | first180 = R | last181 = Wilkinson | first181 = JD | last182 = Woolf | first182 = AD | last183 = Wulf | first183 = S | last184 = Yeh | first184 = PH | last185 = Yip | first185 = P | last186 = Zabetian | first186 = A | last187 = Zheng | first187 = ZJ | last188 = Lopez | first188 = AD | last189 = Murray | first189 = CJ | last190 = AlMazroa | first190 = MA | last191 = Memish | first191 = ZA | display-authors = 6 | title = Global and regional mortality from 235 causes of death for 20 age groups in 1990 and 2010: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2010 | journal = Lancet | volume = 380 | issue = 9859 | pages = 2095-128 | date = December 2012 | pmid = 23245604 | doi = 10.1016/S0140-6736(12)61728-0 | hdl = 10536/DRO/DU:30050819 | s2cid = 1541253 | url = https://zenodo.org/record/2557786 }}</ref><ref name=GBD2015De/>
ในประเทศพัฒนาแล้ว ชายผู้ใหญ่มีอัตราตายเหตุแผลไหม้เป็นทวีคูณของหญิง<!--<ref name=Epi2011/> -->
โดยน่าจะเป็นเพราะมีอาชีพและกิจกรรมที่เสี่ยงกว่า<!--<ref name=Epi2011/> -->
แต่ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ หญิงเสี่ยงเป็นทวีคูณเทียบกับชาย
โดยมักเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครัวหรือความรุนแรงในครอบครัว<ref name=Epi2011/>
ในเด็กประเทศกำลังพัฒนา ความตายเหตุแผลไหม้เกิดในอัตราเป็นสิบ ๆ เท่าของประเทศพัฒนาแล้ว<ref name=Epi2011/>
รวม ๆ แล้วสำหรับเด็ก มันเป็นเหตุการเสียชีวิตหนึ่งในท๊อป 15<ref name=TBCChp4/>
ระหว่างคริสต์ทศวรรษ{{nbsp}}1980 จนถึงปี 2004 อัตราแผลไหม้จนเสียชีวิตและอัตราการเกิดแผลไหม้ทั่วไปได้ลดลงในประเทศหลาย ๆ ประเทศ<ref name=Epi2011/>
 
=== ประเทศพัฒนาแล้ว ===
การบาดเจ็บเหตุแผลไหม้ประมาณ 500,000{{nbsp}}รายได้รับการรักษาต่อปีใน[[สหรัฐ]]<ref name=Rosen2009/>
ทำให้เสียชีวิตราว ๆ 3,300{{nbsp}}รายในปี 2008<ref name=TBCChp4/>
การบาดเจ็บ ({{nowrap |ร้อยละ 70}}) และการเสียชีวิตเหตุแผลไหม้โดยมากเกิดกับผู้ชาย<ref name=Tint2010/><ref name=ABA2012/>
แผลไหม้เพราะไฟเกิดมากที่สุดในคนอายุระหว่าง {{nowrap |18-35 ปี}} เทียบกับการถูกลวกที่เกิดมากสุดในเด็กอายุน้อยกว่า 5{{nbsp}}ขวบและคนชราอายุเกิน 65{{nbsp}}ปี<ref name=Tint2010/>
แผลไหม้เหตุไฟฟ้าทำให้คนเสียชีวิต {{nowrap |1,000 รายต่อปี}}<ref name=Ed2005>{{cite journal | last1 = Edlich | first1 = RF | last2 = Farinholt | first2 = HM | last3 = Winters | first3 = KL | last4 = Britt | first4 = LD | last5 = Long | first5 = WB | title = Modern concepts of treatment and prevention of electrical burns | journal = Journal of Long-Term Effects of Medical Implants | volume = 15 | issue = 5 | pages = 511-32 | year = 2005 | pmid = 16218900 | doi = 10.1615/jlongtermeffmedimplants.v15.i5.50 }}</ref>
ฟ้าผ่าทำให้คนเสียชีวิต {{nowrap |60 รายต่อปี}}<ref name=RosenChp140>{{cite book | last = Marx | first = John | title = Rosen's emergency medicine : concepts and clinical practice | year = 2010 | publisher = Mosby/Elsevier | location = Philadelphia | isbn = 978-0-323-05472-0 | edition = 7th | chapter = Chapter 140: Electrical and Lightning Injuries}}</ref>
ในยุโรป แผลไหม้แบบตั้งใจเกิดกับชายวัยกลางคนบ่อยสุด<ref name=Peck2012/>
 
=== ประเทศกำลังพัฒนา ===
ใน[[อินเดีย]] คนประมาณ {{nowrap |7-8 แสนคนต่อปี}}ได้แผลไหม้ที่สำคัญ แต่น้อยคนมากที่จะได้ดูแลในศูนย์รักษาแผลไหม้<ref name=Ahu2004>{{cite journal | last1 = Ahuja | first1 = RB | last2 = Bhattacharya | first2 = S | title = Burns in the developing world and burn disasters | journal = BMJ | volume = 329 | issue = 7463 | pages = 447-9 | date = August 2004 | pmid = 15321905 | pmc = 514214 | doi = 10.1136/bmj.329.7463.447 }}</ref>
อัตราสูงสุดเกิดในหญิงอายุระหว่าง {{nowrap |16-35 ปี}}<ref name=Ahu2004/>
เหตุส่วหนึ่งก็เพราะครัวไม่ปลอดภัยและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่หลวม ๆ ตามปกติของคนอินเดีย<ref name=Ahu2004/>
ประเมินว่า กรณี 1/3 เกิดจากเสื้อผ้าติดไฟจากไฟที่เปิดโล่ง<ref>{{cite book | last = Gupta | title = Textbook of Surgery | year = 2003 | publisher = Jaypee Brothers Publishers | isbn = 978-81-7179-965-7 | page = 42 | url = https://books.google.com/books?id=eXZznFybjEwC&pg=PR42 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160427034919/https://books.google.com/books?id=eXZznFybjEwC&pg=PR42 | archive-date = 2016-04-27}}</ref>
แผลไหม้ที่จงใจเป็นเรื่องสามัญและเกิดในอัตราสูงในหญิงอายุน้อย โดยเกิดจากความรุนแรงในครอบครัวและการทำร้ายตัวเอง<ref name=Epi2011/><ref name=Peck2012>{{cite journal | last1 = Peck | first1 = MD | title = Epidemiology of burns throughout the World. Part II: intentional burns in adults | journal = Burns | volume = 38 | issue = 5 | pages = 630-7 | date = August 2012 | pmid = 22325849 | doi = 10.1016/j.burns.2011.12.028 }}</ref>
 
== ประวัติ ==
[[ไฟล์:Guillaume Dupuytren.jpg|thumb|right|
แพทย์ชาวฝรั่งเศสกีโยม ดิวพวีแตรน (Guillaume Dupuytren) ผู้พัฒนาการจัดหมวดหมู่ระดับแผลไหม้ขึ้น]]
ภาพวาดถ้ำจาก 3,500&nbsp;ปีกว่าได้บันทึกเรื่องแผลไหม้และวิธีรักษา<ref name=TBCChp1/>
บันทึกการรักษาแผลไหม้อียิปต์ที่เก่าแก่สุดกล่าวถึงผ้าปิดแผลที่ใช้กับนมของมารดาที่มีทารกชาย<ref name="Pećanac-">{{cite journal | last1 = Pećanac | first1 = M | last2 = Janjić | first2 = Z | last3 = Komarcević | first3 = A | last4 = Pajić | first4 = M | last5 = Dobanovacki | first5 = D | last6 = Misković | first6 = SS | title = Burns treatment in ancient times | journal = Medicinski Pregled | volume = 66 | issue = 5-6 | pages = 263-7 | year = 2013 | pmid = 23888738 | doi = 10.1016/s0264-410x(02)00603-5 }}</ref>
และพาไพรัสของเอดวินสมิทเมื่อ {{nowrap |1,500 ปีก่อน ค.ศ.}} กล่าวถึงการรักษาด้วยน้ำผึ้งและยาทาที่ทำจากพืช<ref name=TBCChp1/>
มีวิธีการรักษาอื่น ๆ ที่ใช้ในประวัติศาสตร์ รวมทั้งใบชาที่พบในบันทึกจีน {{nowrap |600 ปีก่อน ค.ศ.}}, ไขมันหมูและน้ำส้มสายชูโดย[[ฮิปพอคราทีส]]เมื่อ {{nowrap |400 ปีก่อน ค.ศ.}} และ[[ไวน์]]กับยางไม้หอม (myrrh) โดยนักสารานุกรมชาวโรมัน Aulus Cornelius Celsus ที่บันทึกไว้เมื่อ {{nowrap |100 ปีก่อน ค.ศ.}}<ref name=TBCChp1/>
ช่างตัดผม-นักผ่าตัด<!--*** เริ่มเชิงอรรถ ***-->{{Efn-ua |
barber-surgeon
}}<!--*** จบเชิงอรรถ ***-->
ชาวฝรั่งเศส Ambroise Paré เป็นผู้กล่าวถึงแผลไหม้ระดับต่าง ๆ เป็นคนแรกในคริสต์ทศวรรษ 1500<ref name=David2012>{{cite book | last = Song | first = David | title = Plastic surgery | publisher = Saunders | location = Edinburgh | isbn = 978-1-4557-1055-3 | page = 393.e1 | url = https://books.google.com/books?id=qMDwwF8vsSEC&pg=PA393-IA3 | edition = 3rd | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160502014656/https://books.google.com/books?id=qMDwwF8vsSEC&pg=PA393-IA3 | archive-date = 2016-05-02 | date = 2012-09-05}}</ref>
ส่วนแพทย์ชาวฝรั่งเศสกีโยม ดิวพวีแตรน (Guillaume Dupuytren) ได้ขยายระดับเช่นนี้เป็นถึง 6 ระดับในปี 1832<ref name=TBCChp1/><ref>{{cite book | last = Wylock | first = Paul | title = The life and times of Guillaume Dupuytren, 1777-1835 | year = 2010 | publisher = Brussels University Press | location = Brussels | isbn = 978-90-5487-572-7 | page = 60 | url = https://books.google.com/books?id=OWrznUOS1agC&pg=PA60 | url-status = live | archive-url = https://web.archive.org/web/20160516062656/https://books.google.com/books?id=OWrznUOS1agC&pg=PA60 | archive-date = 2016-05-16}}</ref>
 
รพ. รักษาแผลไหม้แห่งแรกได้เปิดใน[[กรุงลอนดอน]]ปี 1843 และการพัฒนาวิธีการรักษาแผลไหม้ตามที่พบในปัจจุบันก็เริ่มเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่{{nbsp}}19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่{{nbsp}}20<ref name=TBCChp1/><ref name=David2012/>
ในช่วง[[สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง]] นักเคมีชาวอังกฤษ Henry Drysdale Dakin และศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส Alexis Carrel ได้พัฒนามาตรฐานการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อแผลกับแผลไหม้โดยใช้สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ซึ่งลดอัตราตายอย่างสำคัญ<ref name=TBCChp1/>
ในคริสต์ทศวรรษ{{nbsp}}1940 ความสำคัญในการตัดหนัง/อวัยวะออกและการปลูกถ่ายหนังก็รู้แล้ว ในเวลาเดียวกัน การให้น้ำเกลือและสูตรการให้ก็ได้พัฒนาขึ้น<ref name=TBCChp1/>
ในคริสต์ทศวรรษ{{nbsp}}1970 นักวิจัยได้แสดงความสำคัญของภาวะมีเมแทบอลิซึมเกินที่ติดตามแผลไหม้ขนาดใหญ่<ref name=TBCChp1/>
{{Clear}}
 
== เชิงอรรถ ==
{{notelist | group = upper-alpha |30em}}
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง |30em}}
 
=== อ้างอิงอื่น ๆ ===
* {{cite book | title = National Burn Repository | year = 2012 | publisher = American Burn Association | url = http://www.ameriburn.org/2012NBRAnnualReport.pdf | access-date = 2013-04-20 | archive-url = https://web.archive.org/web/20160303225754/http://www.ameriburn.org/2012NBRAnnualReport.pdf | archive-date = 2016-03-03 | url-status = dead }}
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
{{Medical resources
| DiseasesDB = 1791
| ICD10 = {{ICD10 |T|20|t|20}}-{{ICD10 |T|31|t|20}}
| ICD9 = {{ICD9 |940}}-{{ICD9 |949}}
| Curlie = Health/Conditions_and_Diseases/Wounds_and_Injuries/Burns/
| MedlinePlus = 000030
| eMedicineSubj = article
| eMedicineTopic = 1278244
| MeshID = D002056
}}
{{Commons category |Burns | lcfirst = yes}}
*[http://www.mdcalc.com/parkland-formula-for-burns/ Parkland Formula]
* {{cite web | url = https://medlineplus.gov/burns.html | publisher = U.S. National Library of Medicine | work = MedlinePlus | title = Burns }}
{{การบาดเจ็บ}}
[[หมวดหมู่:การบาดเจ็บ]]
[[หมวดหมู่:แผลไหม้| ]]
[[หมวดหมู่:ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์]]
[[หมวดหมู่:การถ่ายเทถ่ายโอนความร้อน]]
[[หมวดหมู่:ความเจ็บปวด]]
{{โครงแพทย์}}
11,807

การแก้ไข