ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระราชเขมากร (ประยุทธ ภูริทตฺโต)"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
 
{{กึ่งล็อก2}}
{{กล่องข้อมูล พระสงฆ์ไทย
| ชื่อ = ประยุทธ
| ชื่อภาพ = [[ไฟล์:พระราชเขมากร.png|200px|center]]
| ฉายา = ภูริทตฺโต
| ชื่อทั่วไป =
| สมณศักดิ์ = พระราชเขมากร
| วันเกิด = [[4 พฤศจิกายน]] [[พ.ศ. 2508]]
| วุฒิ = [[นักธรรมชั้นเอก]]<br/ > [[เปรียญธรรม 9 ประโยค]]<br/ > พธ.บ. เกียรตินิยม <br/ > M.A.(Psy.) <br/ > Ph.d (Psy.)
| ตำแหน่ง =เจ้าคณะจังหวัดแพร่ <br/>เจ้าอาวาส[[วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร]]
| ก่อนหน้า = พระราชวิสุทธี (ก๋วน อคฺคปญฺโญ)
}}
รองศาสตราจารย์ ดร. '''พระราชเขมากร''' นามเดิม '''ประยุทธ วงศ์ยศ''' ผู้จัดการ[[โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา]] เจ้าคณะจังหวัดแพร่ และเจ้าอาวาส[[วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร]]
พระราชเขมากร มีนามเดิมว่า ประยุทธ วงศ์ยศ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ณ บ้านเลขที่ 23 หมู่ 3 ตำบลห้วยอ้อ [[อำเภอลอง]] [[จังหวัดแพร่]] โยมมารดาชื่อนางคำ วงศ์ยศ บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ [[18 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2520]] ณ พัทธสีมาวัดนาหลวง ตำบลห้วยอ้อ [[อำเภอลอง]] [[จังหวัดแพร่]] มีพระครูอดุลยธรรมรังสี (หลวงปู่สี) เจ้าอาวาสวัดนาหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาอยู่ที่วัดนาแก และศึกษาพระปริยัติธรรมที่แผนกธรรมสำนักศาสนศึกษา[[วัดพระธาตุศรีดอนคำ]] และสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท
 
ปีพ.ศ. 2523 นางคำ วงศ์ยศ มารดาได้เสียชีวิต จิตใจเริ่มสับสนวุ่นวาย หลังเทศกาลสงกรานต์ จึงขอลาสิกขากับ[[พระครูวิจิตรนวการโกศล (สมจิต จิตตคุตโต)|ครูบาสมจิต จิตตฺคุตโต]] แต่ครูบาท่านไม่อนุญาต ท่านให้ข้อคิดว่า ''สึกไปก็ช่วยอะไรใครไม่ได้ จงช่วยตัวเองเสียก่อน'' จากนั้นจึงตัดสินใจไม่ลาสิกขา ก่อนย้ายมาเรียนภาษาบาลี ที่สำนักวัดหนองม่วงไข่ โดยมี[[พระราชรัตนมุนี (รส คันธรโส)]] เจ้าคณะจังหวัดแพร่ และเจ้าสำนักศาสนศึกษา หลังจากสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค จึงลากลับไปเยี่ยมบ้านที่อำเภอลอง และเข้าไปกราบ[[พระครูวิจิตรนวการโกศล (สมจิต จิตตคุตโต)|พระครูวิจิตรนวการโกศล (ครูบาสมจิต จิตตคุตโต)]] [[วัดสะแล่ง]] และอุปสมบทที่วัดสะแล่ง ได้รับฉายานามว่า '''ภูริทัตโตภูริทตฺโต''' ต่อมาได้ไปศึกษาต่อที่วัดคลองโพธิ์ [[จังหวัดอุตรดิตถ์]] หลังจากนั้นท่านได้รับคำแนะนำจาก[[พระเทพปริยัติเมธี (รุ่น)]] ให้ไปสอบเปรียญธรรมประโยค 9 ท่านจึงตัดสินใจเดินทางเข้า[[กรุงเทพมหานคร]] แต่การจะหาวัดอยู่จำพรรษาในสมัยนั้นหายากยิ่ง สุดท้ายได้พำนักที่วัดใหม่พิเรนทร์ ด้วยความเมตตาจากเจ้าอาวาส โดยมีข้อแม้ว่า ภายใน 3 ปี หากสอบไม่ได้ต้องออกจากวัด พร้อมกันนี้ พระมหาประยุทธ ยังสมัครสอบเรียนที่[[มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]] ที่วัดมหาธาตุ ใช้เวลา 4 ปี ได้ปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ. เกียรตินิยม) พร้อมกับสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อปี พ.ศ. 2538 และได้ศึกษาต่อปริญญาโท M.A.(Psy.) และ Ph.d(Psy.)<ref>อริยะโลกที่ 6 .สมฤทธิ์ ชัยพลังฤทธิ์ .สืบค้นวันที่ 29 มกราคา พ.ศ. 2560</ref>
 
==วิทยาฐานะ==
*เป็นเจ้าสำนักเรียนจังหวัดแพร่
 
==เกียรติยศและเกียรติคุณที่ได้รับ==
===สมณศักดิ์===
* 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น[[พระราชาคณะ]]ชั้นสามัญที่ ''พระเมธีธรรมาลังการ''<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=121|issue=15 ข ฉบับทะเบียนฐานันดร|pages=11|title=ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/0B/00146819.PDF|date=15 กันยายน พ.ศ. 2547|accessdate=31 มกราคม พ.ศ. 2560|language=ไทย}}</ref>
* 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ ''พระราชเขมากร ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี''<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=131|issue=20 ข|pages=3|title=ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/B/020/1.PDF|date=26 กันยายน พ.ศ. 2557|accessdate=31 มกราคม พ.ศ. 2560|language=ไทย}}</ref>
 
===สมณศักดิ์ต่างประเทศ===
* 19 มกราคม พ.ศ.2561 ได้รับการแต่งตั้งสมศักดิ์เป็น[[พระครูบา]] ที่ ''พระครูบาพระราชเขมากร ประยุทธ ภูริทตฺโต'' จากสมเด็จอาชญาธรรมพระเจ้า เขมจารมหาเถระ สมเด็จพระสังฆราชนครเชียงตุง ประเทศเมียนมาร์
 
===เกียรติคุณที่ได้รับ===
*พ.ศ. 2550 ได้รับ[[รางวัลเสาเสมาธรรมจักร]]ทองคำ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สาขาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ
*พ.ศ. 2550 ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ผู้สนองงานใน[[สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี]] ในการสนับสนุน โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา
*พ.ศ. 2552 ได้รับรางวัลพัดยศสมณาคุณสภากาชาดชั้นที่ 3 โล่คนดีศรีพุทธศาสน์ รางวัล และเงินรางวัล 33,000 บาท จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
 
==สมณศักดิ์==
* 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น[[พระราชาคณะ]]ชั้นสามัญที่ ''พระเมธีธรรมาลังการ''<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=121|issue=15 ข ฉบับทะเบียนฐานันดร|pages=11|title=ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/0B/00146819.PDF|date=15 กันยายน พ.ศ. 2547|accessdate=31 มกราคม พ.ศ. 2560|language=ไทย}}</ref>
* 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ ''พระราชเขมากร ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี''<ref>{{cite journal|journal=ราชกิจจานุเบกษา|volume=131|issue=20 ข|pages=3|title=ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์|url=http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/B/020/1.PDF|date=26 กันยายน พ.ศ. 2557|accessdate=31 มกราคม พ.ศ. 2560|language=ไทย}}</ref>
 
== อ้างอิง ==
805

การแก้ไข