ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เรือวาซา"

เพิ่มขึ้น 2,103 ไบต์ ,  8 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ''คอนสทิทิวชัน'' สร้างขึ้นหลังยุคยุทธนาวี ยึดตามกลยุทธเส้นแนวประจัญบาน ซึ่งเรือจะเรียงเป็นแนวเดียวและทั้งกลุ่มเรือจะหันปืนเรือด้านหนึ่งไปทางศัตรู ปืนจะโจมตีไปในทิศทางเดียวกันและอาจยิงไปที่เป้าหมายเดียวกัน ในศตวรรษที่ 17 ยุทธวิธีที่เกี่ยวข้องกองเรือขนาดใหญ่ยังไม่ได้รับการพัฒนา การต่อสู้เป็นเรือลำต่อลำหรือเป็นกลุ่มเรือขนาดเล็กและมุ่งเน้นไปที่การขึ้นยึดเรือ ''วาซา'' แม้จะมีปืนเรือที่น่าเกรงขาม แต่ถูกสร้างด้วยบนพื้นฐานยุทธวิธีเหล่านี้ และดังนั้นปืนข้างลำเรือทั้งหมดนั้นจึงหันปืนไปในทิศทางเดียวกันอย่างคร่าวๆด้วยเจตนาที่ให้ปืนยิงได้อย่างอิสระ และปืนถูกจัดเรียงไปตามความโค้งของตัวเรือซึ่งหมายความว่า เรือจะมีปืนใหญ่ในทุกทิศทางและครอบคลุมทุกมุมอย่างแท้จริง<ref>The guns facing fight aft, the ''stern chasers'', were still not on board when the ship sank, however; Hocker (2011) pp. 58–59</ref>
 
วิชาปืนใหญ่ของกองทัพเรือในศตวรรษที่ 17 ยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้น ปืนใหญ่มีราคาแพงและมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเรือรบ ซึ่งอาจมีอายุมากกว่าศตวรรษในขณะที่เรือรบส่วนใหญ่มีอายุใช้งานเพียง 15 ถึง 20 ปี ในสวีเดนและอีกหลายประเทศในยุโรป เรือจะไม่มีปืนเป็นของตนเองแต่จะได้รับอาวุธจากคลังแสงสำหรับทุกการรบ เรือมักจะติดตั้งปืนที่มีขนาดและอายุแตกต่างกันมาก สิ่งที่ได้ทำให้ ''วาซา'' มีอำนาจยิงสูงนั้น ไม่เพียงแต่ปืนจำนวนมากที่ถูกอัดลงไปในเรือที่ค่อนข้างเล็ก แต่ยังรวมถึงปืนหลัก 24 ปอนด์ จำนวน 46 กระบอกแบบใหม่ที่มีการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและได้มาตรฐาน หล่อเป็นชุดเดียวกันที่โรงหล่อปืนของรัฐในสตอกโฮล์มภายใต้การดูแลของเมดดาร์ดัส กัสส์ (Medardus Gessus) ผู้ก่อตั้งชาวสวิส ปืนหัวเรือ 24 ปอนด์ 2 กระบอกเป็นแบบเก่าและมีขนาดที่หนักกว่า ยังมีปืนขนาดหนักอีก 4 กระบอกซึ่งตั้งใจจะติดตั้งที่ท้ายเรือ แต่โรงหล่อปืนใหญ่ไม่สามารถทำการหล่อปืนได้ทันการต่อเรือ และ ''วาซา'' ก็ต้องรอเกือบปีหลังต่อเสร็จจึงจะหล่อเสร็จสิ้น เมื่อแล่นเรือในเดือนสิงหาคม 1628 ปืนแปดกระบอกจาก 72 กระบอกยังไม่ได้รับการส่งมอบ ปืนใหญ่ทั้งหมดในช่วงเวลานั้น จะต้องทำจากแม่พิมพ์ที่ทำขึ้นมาเองซึ่งไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ปืนของ ''วาซา'' มีความแม่นยำและสม่ำเสมอในการผลิต ซึ่งขนาดมิติของปืนนั้นแปรผันไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร และปากกระบอกลำกล้องปืนไม่เกิน 146&nbsp;มม. (5.7&nbsp;นิ้ว) อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหลือของ ''วาซา'' ประกอบด้วยปืน 3 ปอนด์ 8 กระบอก ปืนครกขนาดใหญ่ 6 กระบอก สำหรับใช้ในระหว่างการดำเนินการขึ้นยึดเรือและปืนฟอลคอนเน็ต 1 ปอนด์ 2 กระบอก รวมกับ[[ดินปืน]] 894 กิโลกรัม (1,970 ปอนด์) และกระสุนปืนชนิดต่างๆมากกว่า 1,000 นัด<ref>Hocker in Cederlund (2006), pp. 47–51.</ref>
<!--Naval gunnery in the 17th century was still in its infancy. Guns were expensive and had a much longer lifespan than any warship. Guns with a lifetime of over a century were not unheard of, while most warships would be used for only 15 to 20 years. In Sweden and many other European countries, a ship would normally not "own" its guns, but would be issued armament from the armory for every campaign season. Ships were therefore usually fitted with guns of very diverse age and size. What allowed ''Vasa'' to carry so much firepower was not merely that an unusually large number of guns were crammed into a relatively small ship, but also that the 46 main 24-pounder guns were of a new and standardised lightweight design, cast in a single series at the state gun foundry in Stockholm, under the direction of the Swiss-born founder Medardus Gessus. Two additional 24-pounders, of a heavier and older design, were mounted in the bows, the so-called ''[[Chase gun|bow chasers]]''. Four more heavy guns were intended for the stern, but the cannon foundry could not cast guns as fast as the navy yard could build ships, and ''Vasa'' waited nearly a year after construction was finished for its armament. When the ship sailed in August 1628, eight of the planned armament of 72 guns had still not been delivered. All cannons during this time had to be made from individually made moulds that could not be reused, but ''Vasa's'' guns had such uniform precision in their manufacturing that their primary dimensions varied by only a few millimetres, and their bores were almost exactly 146&nbsp;mm (5.7&nbsp;in). The remaining armament of ''Vasa'' consisted of eight 3-pounders, six large caliber ''stormstycken'' (similar to what the English called [[howitzer]]s) for use during boarding actions, and two 1-pound [[falconet (cannon)|falconets]]. Also included on board were 894 kilograms (1,970&nbsp;lb) of [[gunpowder]] and over 1,000 shot of various types for the guns.<ref>Hocker in Cederlund (2006), pp. 47–51.</ref>-->
 
=== การตกแต่ง ===
9,290

การแก้ไข