ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ฐานันดรศักดิ์เจ้านายฝ่ายเหนือ"

 
เจ้าระดับรองของนครแพร่ ถึงแม้จะมีตำแหน่งเป็นชั้น ''พระ'' แต่ภายใน[[ล้านนา]]หรือในนครแพร่เองก็จะได้รับการยอมรับว่ามีฐานันดรศักดิ์สูงกว่ากลุ่มขุนนางเค้าสนามหลวงที่มาจากไพร่และเจ้าผู้ครองนครเป็นผู้แต่งตั้ง เพราะเจ้าระดับรองลงมาเหล่านี้ล้วนสืบเชื้อสายมาจากเจ้าผู้ครองนครแพร่ หรืออาจเป็นขุนนางเป็นคหบดีที่ได้เสกสมรสกับราชธิดานัดดาของเจ้าผู้ครองนครแพร่ ซึ่งมักเรียกกันว่า ''เจ้าพระ''<ref>''เชื้อสายเจ้าหลวงเมืองแพร่ ๔ สมัย'', หน้า ๖๗ และ ๑๑๐</ref>
 
<br />
 
=== เจ้านายฝ่ายหญิง ===
เจ้านายฝ่ายหญิง มีอิสริยยศ ดังนี้
 
*'''มหาเทวี''' หมายถึง พระมารดาในเจ้าหลวงองค์ที่อยู่ในราชสมบัติ และเป็นพระชายาในเจ้าหลวงองค์ก่อน นิยมเรียกว่าแม่เจ้าเฒ่า หรือแม่เจ้าหลวงเฒ่า
*'''ราชเทวี''' หมายถึง พระชายาเอกในเจ้าหลวงองค์ที่อยู่ในราชสมบัติ นิยมเรียกว่าแม่เจ้า หรือแม่เจ้าหลวง
*'''เทวี''' หมายถึง พระชายารองในเจ้าหลวงองค์ที่อยู่ในราชสมบัติ นิยมเรียกว่าแม่เจ้า
 
อนึ่งการสืบตำแหน่งเจ้าหลวง หรือสืบความเป็นเจ้าของล้านนาสามารถสืบทางฝ่ายหญิงได้เพราะวัฒนธรรมล้านนานั้นนับถือผีบรรพบุรุษ (ผีปู่ย่า) ซึ่งเป็นผีฝ่ายผู้หญิง วิถีชีวิตของเจ้านายล้านนาจึงแตกต่างจากเจ้านายสยามอย่างสิ้นเชิง เพราะผู้หญิงสามารถสืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูล และมีการตรากฎหมายรองรับชัดเจนในสมัยพระเจ้าสุทโธธัมมราชา (King Thalun) ''(คัดลอกจากบทความของอ.ชัยวุฒิ ไชยชนะ)''การสืบทอดผ่านทางผีปู่ย่าของฝ่ายหญิงไม่ว่าเจ้านายผู้หญิงจะแต่งงานกับเจ้าที่ต่ำศักดิ์ หรือแต่งงานกับไพร่ บุตรธิดาที่เกิดมาจะมีความเป็นเจ้าโดยปริยาย แต่หากเจ้านายผู้ชายแต่งงานกับไพร่ บุตรธิดาที่เกิดมาจะเป็นไพร่ธรรมดาสามัญหากผีฝ่ายหญิงไม่ปรากฏชัด โดยเฉพาะส่วนใหญ่ถูกกล่าวหาว่าหญิงไพร่มีเชื้อผีกะหรือผีปอบ ในทางกลับกันลูกทาสที่ถือผีคุ้มหลวงอาจมีสถานะเหนือกว่าทั้งนี้เป็นเพราะผีปู่ย่าของฝ่ายหญิงนั้นสำคัญมากต้องมีการสืบให้รู้ ดังเช่น
 
1.[[พระยาเทพวงศ์]] ขึ้นเจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 1 สืบผ่านทางราชเทวีคือ[[แม่เจ้าสุชาดา]] ราชธิดาใน[[พระยาศรีสุริยวงศ์ (พระเมืองไชย)|พระยาศรีสุริยวงศ์]] เจ้าผู้ครองนครแพร่สมัยธนบุรี กับราชเทวี
 
2.[[พระยาพิมพิสารราชา]] ขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 3 สืบผ่านทางพระมารดาคือ[[เจ้าปิ่นแก้ว|แม่เจ้าปิ่นแก้ว]] ราชธิดาในพระยาเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 1 กับแม่เจ้าสุชาดาราชเทวี ซึ่งมีบิดาเป็นเพียงพระวังขวา
 
3.[[พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์]] ขึันเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 สืบผ่านทางราชเทวีคือ'''[[เจ้าอุษา|แม่เจ้าอุษา]]''' ราชธิดาใน[[พระเจ้ามโหตรประเทศ]] เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 5 กับแม่เจ้าสุวรรณคำแผ่นราชเทวี ซึ่งมีตำแหน่งเดิมเป็นพระยาเมืองแก้ว(พระยาบุรีรัตน์)
 
4.[[พระเจ้าอินทวิชยานนท์]] ขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 สืบผ่านทางราชเทวีคือ'''[[เจ้าทิพเกสร|แม่เจ้าทิพเกสร]]''' ราชธิดาองค์โตในพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ กับแม่เจ้าอุษาราชเทวี เป็นโอรสใน[[พระยาราชวงศ์ (มหาพรหมคำคง)]]
 
5.หรือการขึ้นรั้งตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครลำปางของ[[เจ้าราชบุตร (แก้วเมืองพวน ณ ลำปาง)]] โดยการอ้างสิทธิ์ของเจ้าศรีนวล ณ ลำปาง ราชธิดาใน[[เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต]] กับแม่เจ้าเมืองชื่นราชเทวี ซึ่งโดยหลักการแล้วการแต่งตั้งเจ้าผู้ครองนคร สมควรจะแต่งตั้งจากเจ้าขันห้าใบ ที่ดำรงฐานันดรชั้นสูงกว่า กล่าวคือ สมควรจะแต่งตั้ง[[เจ้าราชวงศ์ (แก้วปราบเมรุ ณ ลำปาง)]] ซึ่งดำรงฐานันดรเป็น "เจ้าราชวงศ์"
 
== อ้างอิง ==
805

การแก้ไข