ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เอื้อน กลิ่นสาลี"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: ถูกย้อนกลับแล้ว การแก้ไขแบบเห็นภาพ แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขขั้นสูงด้วยมือถือ
ป้ายระบุ: ถูกย้อนกลับแล้ว การแก้ไขแบบเห็นภาพ แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขขั้นสูงด้วยมือถือ
== '''<u>[[เอื้อน กลิ่นสาลี|คดีความ]]</u>''' ==
 
'''ศาลอาญาคดีทุจริตฯตัดสินคดีเงินทอนวัดสำนวนที่ 2 สั่งจำคุก 6 ปี อดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาและอดีตกรรมการ มส.''' และจำคุกอดีตเลขานุการวัด 3 ปี โดยศาลเห็นว่าวัดไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรมแต่รับเงินสนับสนุน 5 ล้านบาท จำเลยทั้งสองนำไปใช้บูรณะก่อสร้างอาคารแทนทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับเงินบูรณะไปแล้ว จากนั้นหมกเม็ดเอาฝากธนาคารกินดอกเบี้ย อันความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน อีกทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องรับโทษเป็น 2 เท่า
 
ศาลตัดสินคดีพระชั้นผู้ใหญ่ทุจริตเงินทอนวัดเป็นสำนวนที่ 2 เปิดเผยขึ้นที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี กทม. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 7 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีทุจริตเงินทอนวัด คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี หรืออดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ อดีตเลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542
 
ฟอกเงิน ต้องรับโทษเป็น 2 เท่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ ลงโทษความผิดฐานฟอกเงินจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 2 กระทง ลงโทษกระทงละ 3 ปี รวมจำคุกเป็นเวลา 6 ปี และจำคุกจำเลยที่ 2 รวม 2 กระทง กระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี
 
'''อดีตพระพรหมดิลก''' '''/ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง''' ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. 122/2562 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี)” อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ “อดีตพระอรรถกิจโสภณ” อดีตเลขาฯ เจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา ระหว่างอุทธรณ์คดี
 
โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้มีการสืบพยานจนเสร็จสิ้นแล้วจำเลยทั้ง 2 ให้การปฏิเสธตลอดมาทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณากรณีไม่น่าที่จำเลยทั้ง 2 จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้ง 2 เป็นพระภิกษุอยู่ในพระธรรมวินัย
 
อีกทั้งยังไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นใดที่ส่อว่าจำเลยทั้ง 2 จะหลบหนีประกอบกับหลักประกันที่จำเลยทั้ง 2 เสนอมาเป็นเงินสด ซึ่งน่าเชื่อถือ จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 2 ระหว่างอุทธรณ์ และโดยที่คดีนี้มีค่าความเสียหายจำนวนมาก จึงให้ตีราคาหลักประกันคนละ 2 ล้านบาท ห้ามจำเลยทั้ง 2 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็วก่อนปล่อยตัวจำเลยทั้ง 2 โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยทั้ง 2 มารายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก 1 เดือนต่อครั้ง ตามวันเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไปจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษา ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
 
อนึ่งหากมีพฤติการณ์ว่าจำเลยทั้ง 2 จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยาน หรือมีพฤติการณ์อันใดอันอาจทำให้เสียหาย หรือเกิดความไม่เป็นธรรมในรูปคดี ก็ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งถอนประกันตัวจำเลยทั้ง 2 ทันที
 
สำหรับคดีนี้พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฟ้องอดีตเจ้าอาวาส) และเป็นผู้สนับสนันเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม
 
ซึ่งคดีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 พ.ค.62 พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติกรรม โอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และการกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิด หรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง อันเป็นการฟอกเงิน
 
จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินพุทธศักราช 2542 มาตรา 5 (1) (2) และมาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานฟอกเงินต้องรับโทษเป็น 2 เท่าการกระทำของจำเลยทั้ง 2 เป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ ลงโทษความผิดฐานฟอกเงินจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 2 กระทง ลงโทษกระทงละ 3 ปี รวมจำคุกเป็นเวลา 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 รวม 2 กระทง กระทงละ 1 ปี 6 เดือนรวมจำคุก 3 ปี
 
นอกจากคดีนี้แล้ว ศาลยังได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ อท.254/2562 ที่อนุญาตให้ประกันตัวพระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) ในคดีที่ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ และพวกรวม 5 คนร่วมกันทุจริตเงินทอนวัดอีก 1 สำนวน
 
โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วจำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธตลอดมา ทั้งในระหว่างสอบสวนและชั้นพิจารณา กรณีไม่น่าที่จำเลยที่ 5 จะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 5 เป็นพระภิกษุอยู่ในพระธรรมวินัย
 
อีกทั้งยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ใดที่ส่อว่าจำเลยที่ 5 จะหลบหนี ประกอบกับโจทก์ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 5 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณา และโดยที่คดีนี้มีมูลค่าราคาความเสียหายจำนวนมาก จึงให้ตีราคาหลักประกัน 2 ล้านบาท ห้ามจำเลยที่ 5 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น
 
ให้ศาลชั้นต้นแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็วก่อนปล่อยตัวจำเลยที่ 5 โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยที่ 5 มารายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก 1 เดือนต่อครั้ง ตามวันเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ไปจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
 
อนึ่งหากมีพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ 5 จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยานหรือมีพฤติการณ์อันใดอันอาจทำให้เสียหายหรือเกิดความไม่เป็นธรรมในรูปคดีก็ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งถอนประกันตัวจำเลยที่ 5 ทันที
 
== อ้างอิง ==
148

การแก้ไข