ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อัลเฟรท ฟ็อน ชลีเฟิน"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{Infobox officeholder
| honorific-prefix = [[กราฟ (บรรดาศักดิ์)|กราฟ]]
| name = อัลเฟรท ฟ็อน ชลีฟเฟินชลีเฟิน
| image = Alfred von Schlieffen.jpg
| image_size = 185px
| death_place = กรุงเบอร์ลิน [[จักรวรรดิเยอรมัน]]
| death_cause =
| spouse = อันนา ''เกรฟิน'' ฟ็อน ชลีฟเฟินชลีเฟิน
| children =
| nickname =
}}
 
'''อัลเฟรท [[กราฟ (บรรดาศักดิ์)|''กราฟ'']] ฟ็อน ชลีฟเฟินชลีเฟิน''' ({{lang-de|''Alfred ''Graf'' von Schlieffen''}}) เป็นจอมพลและนักยุทธศาสตร์ทหารเยอรมันจาก[[ราชอาณาจักรปรัสเซีย]] ดำรงตำแหน่ง[[คณะเสนาธิการใหญ่ (เยอรมนี)|หัวหน้าคณะเสนาธิการใหญ่]]ระหว่างปี ค.ศ. 1891 ถึง 1891–1906 เขาเป็นผู้คิดค้น "[[แผนชลีฟเฟินชลีเฟิน]]" ({{lang|de|''Schlieffen-Plan''}}) อันเป็นแผนเพื่อบุกโจมตีประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม
 
==ประวัติ==
อัลเฟรท ฟ็อน ชลีฟเฟินชลีเฟิน เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1833 ที่กรุงเบอร์ลิน ราชอาณาจักรปรัสเซีย เป็นบุตรของนายทหารบกปรัสเซียนามว่าพันตรีมัคมักนุส ({{lang|de|''Magnus''}}) ตระกูลชลีฟชลีเฟินเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ซึ่งครองบรรดาศักดิ์[[กราฟ (บรรดาศักดิ์)|กราฟ]] ({{lang|de|''Graf''}}) เด็กชายอัลเฟรทอาศัยอยู่กับบิดาที่คฤหาสน์ในภาค[[ไซลีเซีย]] และออกจากบ้านเพื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนเมื่อปี ค.ศ. 1842 ซึ่งในช่วงวันวัยหนุ่มนี้เอง เขาไม่เคยมีความคิดหรือสนใจที่จะเป็นทหารเลย เขาไม่ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหารปรัสเซีย แต่เข้าศึกษาวิชากฎหมายที่[[มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน]]{{sfn|Dupuy|1977|p= 128}} ระหว่างศึกษาที่เบอร์ลินในปี ค.ศ. 1853 เขาก็ถูกบังคับเกณฑ์ทหารเป็นเวลาหนึ่งปี<ref name="V.J. Curtis 2003">V. J. Curtis, "Understanding Schlieffen," ''The Army Doctrine and Training Bulletin'' 6, no. 3 (2003), p. 56.</ref> แต่แทนที่เขาจะเลือกเป็นเพียงทหารกองหนุน เขากลับเลือกเส้นทางสู่การเป็นทหารสัญญาบัตร
 
ในปี ค.ศ. 1858 ชลีฟชลีเฟินเข้าศึกษาที่โรงเรียนการสงครามขณะมีอายุเพียง 25 ปี ซึ่งค่อนข้างหนุ่มกว่าคนอื่นๆอื่น ๆ เขาจบการศึกษาในปี ค.ศ. 1861 ด้วยเกียรติยมเกียรตินิยม ซึ่งช่วยประกันเส้นทางสู่นายทหารเสนาธิการให้แก่เขา ในปี ค.ศ. 1862 เขาได้เข้าสังกัดกรมแผนที่ทหาร{{sfn|Dupuy|1977|p= 128}} ซึ่งทำให้เขามีความรู้ด้านภูมิศาสตร์รวมถึงกลยุทธที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพอากาศ นับเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในอนาคตอย่างมหาศาล เขารับราชการทหารติดต่อกันยาวนานกว่า 53 ปี ผ่านสงครามใหญ่สองครั้ง จนเกษียณตัวเองในจุดสูงสุดของกองทัพบก
 
==อ้างอิง==
133,907

การแก้ไข