ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วัดเนกขัมมาราม (จังหวัดราชบุรี)"

ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
 
==ประวัติหลวงพ่ออู่สำเภาทอง (แดง)==
 
ประวัติหลวงพ่ออู่สำเภาทอง( หลวงปู่แดง ) หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักขึ้นจากศิลาแลง (ศิลาแดง) หน้าตักกว้าง ๕๙ นิ้ว สูง ๖๙ นิ้ว ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดสร้าง แต่ได้สันนิษฐานกันตามพุทธลักษณะว่า เป็นพระพุทธรูปโบราณ แต่เดิมนั้นชาวบ้านเรียกท่านว่า “ หลวงปู่แดง ” ตามพุทธลักษณะของท่าน และอีกประการหนึ่งเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยที่พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยานั้น พวกพม่าได้กวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินเงินทอง แม่กระทั่งพระพุทธรูปต่างๆ พม่าก็นำไปเผาไฟ เพื่อหลอมเอาทองคำที่หุ้มองค์พระนำกลับไปพม่า ที่นำไปไม่ได้ก็ทุบทำลายเสียหายเป็นอันมาก มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเห็นการกระทำของพม่า จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่สลักด้วยศิลาแลง (ศิลาแดง) หลายองค์ลงเรือสำเภาใหญ่หนีมาถึงเมืองราชบุรี และมาเกยตื้นที่โคกหลวง และได้สร้างวัดขึ้นชื่อว่าวัดโคกหลวง และนำพระพุทธรูปที่ได้อัญเชิญมาด้วยนั้นขึ้นประดิษฐานที่วัดโคกหลวงนี้ หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) ได้ประดิษฐานอยู่ที่หน้าอุโบสถ และหลวงพ่อศรีโสภิส ได้ประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ (ปัจจุบันวัดอมรญาติสมาคม ได้อัญเชิญไปเป็นพระประธานอุโบสถ เมื่อครั้งวัดโคกหลวงนี้ได้เป็นวัดร้าง) หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) มีพระพักตร์กลมอิ่มยิ้มละมัย ในส่วนของพระเมาลีตอนโคนสุดเป็นรูปกลีบบัว ส่วนปลายแหลมเป็นเปลวเพลิง ตรงกลางเป็นรูปอุณาโลม เม็ดพระศกขมวดปลายแหลมเป็นก้นหอย พระกรรณ (หู) ยาวจรดพระอังสา (บ่า) พระเพลาเป็นแบบสมาธิ พระหัตถ์ขวาคว่ำบนพระชานุ (เข่า) พระหัตถ์ซ้ายหงายบนพระเพลา ซึ่งเรียกพระพุทธรูปปางนี้ว่า “ ชนะมาร – สดุ้งมาร – มารวิชัย ” ลำพระองค์ได้สัดส่วน ห่อหุ้มด้วยทองคำเปลวซึ่งสาธุชนทั่วไปได้มาปิดทองถวาย ลักษณะอ่อนช้อยงดงาม ต่อมา วัดโคกหลวงนี้ได้เป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา พระธรรมวิรัตสุนทร (หลวงพ่อเชย) เจ้าอาวาสวัดโชติทายการาม เจ้าคณะอำเภอดำเนินสะดวก และพระธรรมธรถนอม อตฺตนาโถ เจ้าอาวาสวัดเนกขัมมาราม พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดเนกขัมมาราม ได้ทำพิธีอัญเชิญองค์หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) มาประดิษฐานที่วิหารหน้าวัดเนกขัมมาราม ริมคลองขุดลัดราชบุรี ซึ่งในระยะแรกนั้น ได้ปลูกวิหารเป็นไม้ มุงสังกะสี พอกันแดดกันฝนให้องค์พระ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๖ เวลา ๐๙.๓๙ น. พระครูไพศาลพัฒนาภรณ์ (ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็น พระครูวินัยธรชุ่ม สมฺปนฺโน) เจ้าอาวาส และคณะกรรมการ คณะศิษยานุศิษย์ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างวิหารจตุรมุขหลังใหม่อันงามสง่าสมศักดิ์ศรี เพื่อเป็นที่ประทับประดิษฐานหลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) ให้เป็นที่ถาวรสืบไป
ประวัติหลวงพ่ออู่สำเภาทอง( หลวงปู่แดง )
 
ประวัติหลวงพ่ออู่สำเภาทอง( หลวงปู่แดง ) หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักขึ้นจากศิลาแลง (ศิลาแดง) หน้าตักกว้าง ๕๙ นิ้ว สูง ๖๙ นิ้ว ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดสร้าง แต่ได้สันนิษฐานกันตามพุทธลักษณะว่า เป็นพระพุทธรูปโบราณ แต่เดิมนั้นชาวบ้านเรียกท่านว่า “ หลวงปู่แดง ” ตามพุทธลักษณะของท่าน และอีกประการหนึ่งเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยที่พม่ายกทัพมาตี[[กรุงศรีอยุธยา]]นั้น พวกพม่าได้กวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินเงินทอง แม่แม้กระทั่งพระพุทธรูปต่างๆ พม่าก็นำไปเผาไฟ เพื่อหลอมเอาทองคำที่หุ้มองค์พระนำกลับไปพม่า ที่นำไปไม่ได้ก็ทุบทำลายเสียหายเป็นอันมาก มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเห็นการกระทำของพม่า จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่สลักด้วยศิลาแลง (ศิลาแดง) หลายองค์ลงเรือสำเภาใหญ่หนีมาถึงเมืองราชบุรี และมาเกยตื้นที่โคกหลวง และได้สร้างวัดขึ้นชื่อว่า[[วัดโคกหลวง]] และนำพระพุทธรูปที่ได้อัญเชิญมาด้วยนั้นขึ้นประดิษฐานที่วัดโคกหลวงนี้ หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) ได้ประดิษฐานอยู่ที่หน้าอุโบสถ และหลวงพ่อศรีโสภิส ได้ประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ (ปัจจุบัน[[วัดอมรญาติสมาคม]] ได้อัญเชิญไปเป็นพระประธานอุโบสถ เมื่อครั้งวัดโคกหลวงนี้ได้เป็นวัดร้าง) หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) มีพระพักตร์กลมอิ่มยิ้มละมัย ในส่วนของพระเมาลีตอนโคนสุดเป็นรูปกลีบบัว ส่วนปลายแหลมเป็นเปลวเพลิง ตรงกลางเป็นรูปอุณาโลม เม็ดพระศกขมวดปลายแหลมเป็นก้นหอย พระกรรณ (หู) ยาวจรดพระอังสา (บ่า) พระเพลาเป็นแบบสมาธิ พระหัตถ์ขวาคว่ำบนพระชานุ (เข่า) พระหัตถ์ซ้ายหงายบนพระเพลา ซึ่งเรียกพระพุทธรูปปางนี้ว่า “ ชนะมาร – สดุ้งมาร – มารวิชัย ” ลำพระองค์ได้สัดส่วน ห่อหุ้มด้วยทองคำเปลวซึ่งสาธุชนทั่วไปได้มาปิดทองถวาย ลักษณะอ่อนช้อยงดงาม ต่อมา วัดโคกหลวงนี้ได้เป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา พระธรรมวิรัตสุนทร (หลวงพ่อเชย) เจ้าอาวาสวัดโชติทายการาม เจ้าคณะอำเภอดำเนินสะดวก และพระธรรมธรถนอม อตฺตนาโถ เจ้าอาวาสวัดเนกขัมมาราม พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดเนกขัมมาราม ได้ทำพิธีอัญเชิญองค์หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) มาประดิษฐานที่วิหารหน้าวัดเนกขัมมาราม ริมคลองขุดลัดราชบุรี ซึ่งในระยะแรกนั้น ได้ปลูกวิหารเป็นไม้ มุงสังกะสี พอกันแดดกันฝนให้องค์พระ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๖ เวลา ๐๙.๓๙ น. พระครูไพศาลพัฒนาภรณ์ (ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็น พระครูวินัยธรชุ่ม สมฺปนฺโน) เจ้าอาวาส และคณะกรรมการ คณะศิษยานุศิษย์ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างวิหารจตุรมุขหลังใหม่อันงามสง่าสมศักดิ์ศรี เพื่อเป็นที่ประทับประดิษฐานหลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) ให้เป็นที่ถาวรสืบไป
 
หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) มีพระพักตร์กลมอิ่มยิ้มละมัย ในส่วนของพระเมาลีตอนโคนสุดเป็นรูปกลีบบัว ส่วนปลายแหลมเป็นเปลวเพลิง ตรงกลางเป็นรูปอุณาโลม เม็ดพระศกขมวดปลายแหลมเป็นก้นหอย พระกรรณ (หู) ยาวจรดพระอังสา (บ่า) พระเพลาเป็นแบบสมาธิ พระหัตถ์ขวาคว่ำบนพระชานุ (เข่า) พระหัตถ์ซ้ายหงายบนพระเพลา ซึ่งเรียกพระพุทธรูปปางนี้ว่า “ ชนะมาร – สดุ้งมาร – มารวิชัย ” ลำพระองค์ได้สัดส่วน ห่อหุ้มด้วยทองคำเปลวซึ่งสาธุชนทั่วไปได้มาปิดทองถวาย ลักษณะอ่อนช้อยงดงาม
 
ต่อมา วัดโคกหลวงนี้ได้เป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา พระธรรมวิรัตสุนทร (หลวงพ่อเชย) เจ้าอาวาสวัดโชติทายการาม เจ้าคณะอำเภอดำเนินสะดวก และพระธรรมธรถนอม อตฺตนาโถ เจ้าอาวาสวัดเนกขัมมาราม พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดเนกขัมมาราม ได้ทำพิธีอัญเชิญองค์หลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) มาประดิษฐานที่วิหารหน้าวัดเนกขัมมาราม ริมคลองขุดลัดราชบุรี ซึ่งในระยะแรกนั้น ได้ปลูกวิหารเป็นไม้ มุงสังกะสี พอกันแดดกันฝนให้องค์พระ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๖ เวลา ๐๙.๓๙ น. พระครูไพศาลพัฒนาภรณ์ (ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็น พระครูวินัยธรชุ่ม สมฺปนฺโน) เจ้าอาวาส และคณะกรรมการ คณะศิษยานุศิษย์ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างวิหารจตุรมุขหลังใหม่อันงามสง่าสมศักดิ์ศรี เพื่อเป็นที่ประทับประดิษฐานหลวงพ่ออู่สำเภาทอง (หลวงปู่แดง) ให้เป็นที่ถาวรสืบไป
 
==เจ้าอาวาส==