ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
}}
 
'''สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม''' ({{lang-en|Mammal}}; จาก[[ภาษาละติน]] ''mamma'' "หน้าอก") เป็นกลุ่ม[[สัตว์]][[สัตว์มีกระดูกสันหลัง|มีกระดูกสันหลัง]]ที่ประกอบขึ้นเป็นชั้น '''Mammalia''' สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีลักษณะเด่น ได้แก่ มี[[ต่อมน้ำนม]]ที่พบในเพศเมีย (หรือพบได้ในเพศผู้เป็นบางครั้ง<ref>{{cite web|last1=Swaminathan|first1=Nikhil | name-list-format = vanc |title=Strange but True: Males Can Lactate|url=https://www.scientificamerican.com/article/strange-but-true-males-can-lactate/|website=Scientific American|language=en}}</ref>) ทำหน้าที่ผลิตน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูกอ่อน<ref>[http://www.dlf.ac.th/dltv/dltv-uploads/libs/html/161/animal/mama.html ลักษณะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม]</ref> มี[[คอร์เทกซ์ใหม่]] (บริเวณหนึ่งของสมอง) มี[[ขนสัตว์]]หรือ[[เส้นผม]] และมี[[กระดูกหู]]ชั้นกลางสามชิ้น ลักษณะเด่นดังกล่าวจำแนกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมออกจาก[[สัตว์เลื้อยคลาน]]และ[[สัตว์ปีก]] ซึ่งสัตว์ทั้งสามกลุ่มนั้นเบนออกจากกันเมื่อ 201–227 ล้านปีก่อน ในช่วงปลายยุคไทรแอสซิก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีอยู่ประมาณ 5,450 [[สปีชีส์|ชนิด]] [[อันดับ (ชีววิทยา)|อันดับ]]ที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ [[อันดับสัตว์ฟันแทะ]], [[อันดับค้างคาว]] และ[[อันดับตุ่น]] สามอันดับขนาดรองลงมาได้แก่ [[อันดับวานร]] ([[เอป]], [[ลิง]] และอื่น ๆ), [[อันดับสัตว์กีบคู่]] ([[อันดับฐานวาฬและโลมา|วาฬ–โลมา]] และสัตว์กีบคู่อย่าง[[ยีราฟ]]) และ[[อันดับสัตว์กินเนื้อ]] ([[แมว]], [[หมา]], [[แมวน้ำ]] และอื่น ๆ)
 
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเป็น[[สัตว์เลือดอุ่น]]เช่นเดียวกับ[[สัตว์ปีก]] ลักษณะนี้วิวัฒนาการอย่างเป็นอิสระจากกันระหว่าง[[ชั้น (ชีววิทยา)|ชั้น]]ทั้งสอง และเป็นตัวอย่างหนึ่งของ[[วิวัฒนาการเบนเข้า]] สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมสามารถดำรงชีวิตได้ในทุกสภาพสิ่งแวดล้อม<ref name="สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม">สัตววิทยา (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม), บพิธ-นันทพร จารุพันธุ์, สำนักพิมพ์[[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]], 2547, หน้า 411</ref>
 
ในทาง[[แคลดิสติกส์]] ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประวัติวิวัฒนาการ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเป็นสมาชิกเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ของเคลด[[ไซแนปซิดา]] เคลดนี้และ[[เซารอปซิดา]]รวมกันเป็นเคลด[[แอมนิโอตา]]ที่ใหญ่กว่า บรรพบุรุษไซแนปซิดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเป็น[[เพลิโคซอร์]]จากเคลด[[สเฟนาโคดอนเทีย]] อันเป็นกลุ่มที่รวมถึง''[[ไดมีเทรอดอน]]''ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เมื่อสิ้นสุด[[ยุคคาร์บอนิเฟอรัส]]ประมาณ 300 ล้านปีก่อน กลุ่มนี้เบนออกจากสาย[[เซารอปซิดา]]ที่นำไปสู่สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ปีกในปัจจุบัน สายนี้ตามกลุ่มสเตมสเฟนาโคดอนเทียได้แยกออกเป็นกลุ่มที่หลากหลายของไซแนปสิดที่ไม่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม (บางครั้งอ้างอิงอย่างผิด ๆ ว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม) ก่อนที่จะเกิดสัตว์กลุ่ม[[เธอแรปซิด]]ใน[[ยุคไซซูราเลียน|ยุคเพอร์เมียนตอนต้น]] อันดับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในปัจจุบันกำเนิดขึ้นใน[[ยุคพาลิพาลีโอจีน]]และ[[ยุคนีโอจีน|นีโอจีน]]แห่ง[[มหายุคซีโนโซอิก]] หลัง[[เหตุการณ์การสูญพันธุ์ยุคครีเทเชียส–พาลิโอจีน|การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ที่ไม่ใช่สัตว์ปีก]] และกลายเป็นกลุ่มสัตว์บกที่ครองพื้นที่มาตั้งแต่ 66 ล้านปีก่อนจนถึงปัจจุบัน
 
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีรูปร่างพื้นฐานเป็น[[การเดินด้วยสี่เท้า|สัตว์สี่เท้า]] (Quadruped) และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมส่วนมากใช้ส่วนปลายทั้งสี่นี้ใน[[การเคลื่อนที่บนบก]] แต่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมบางชนิด ส่วนปลายดังกล่าวปรับตัวใช้[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทางทะเล|ในทะเล]] [[สัตว์บินและร่อน|บนอากาศ]] [[การเคลื่อนที่บนต้นไม้|บนต้นไม้]] [[ฟอสซอเรียล|ใต้ดิน]] หรือ[[การเดินด้วยสองเท้า|ด้วยสองขา]] สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีขนาดตั้งแต่[[ค้างคาวคุณกิตติ]]ขนาด 30–40 มิลลิเมตร (1.2–1.6 นิ้ว) จนถึงวาฬสีน้ำเงินขนาด 30 เมตร (98 ฟุต) ซึ่งอาจเป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีชีวิตมา ช่วงชีวิตสูงสุดแตกต่างกันไปตั้งแต่ 2 ปีของ[[หนูผี]]จนถึง 211 ปีของ[[วาฬหัวคันศร]] สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทั้งหมดในปัจจุบันออกลูกเป็นตัว ยกเว้น[[โมโนทรีม]]ห้า[[สปีชีส์|ชนิด]]ที่ออกลูกเป็นไข่ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มีสปีชีส์มากที่สุด คือ [[พลาเซนทาเรีย]] ซึ่งมี[[รก]]ที่ทำหน้าที่เลี้ยงตัวอ่อนระหว่าง[[ระยะมีครรภ์|ที่อยู่ในครรภ์]]
4,148

การแก้ไข