ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สุมาเจียว"

เพิ่มขึ้น 631 ไบต์ ,  1 ปีที่แล้ว
เพิ่ม direct
(ครอบครัว)
(เพิ่ม direct)
}}
 
'''สุมาเจียว หรือซือหม่าเจา''' (ค.ศ. 211 – 6 ก.ย. ค.ศ. 265) ชื่อรอง '''จื่อส้าง''' เป็นนายพลทหาร นักการเมือง และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของวุยก๊ก[[วุยก๊ก]]ใน[[ยุคสามก๊ก]]
 
ในปี 263 สุมาเจียวตัดสินใจบุกจ๊กก๊ก[[จ๊กก๊ก]]ที่อ่อนแอลง ทำให้พระเจ้า[[เล่าเสี้ยน]]ยอมแพ้ หลังจากเสร็จศึก สุมาเจียวขึ้นเป็นจิ้นก๋งและรับ[[:en:Nine_bestowments|สิ่งของพระราชทานเก้าระดับ (nine bestowments)]] ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการจะแย่งชิงบัลลังก์ ถึงกระนั้นสุมาเจียวก็ไม่ได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้[[จักรพรรดิ]] โดยขึ้นเป็นจิ้นอ๋องในปี 264 และเสียชีวิตในปี 265 บุตรชายของเขา [[สุมาเอี๋ยน]] ได้ทำการล้มราชวงศ์วุย สถาปนา[[ราชวงศ์จิ้น]]และตั้งตัวเป็นฮ่องเต้จักรพรรดิในปี 266 และอวยยศย้อนหลังให้สุมาเจียว ผู้เป็นบิดา ขึ้นเป็น'''สมเด็จพระจักรพรรดิอุ๋นตี้''' '''(Emperor Wen of Jin)'''
 
มีสำนวนจีนที่เกี่ยวข้องกับสุมาเจียวกล่าวว่า “ความคิดสุมาเจียว ชาวบ้านยังรู้เลย” (司馬昭之心, 路人皆知) ซึ่งแปลว่าความคิดที่ซ่อนไว้ของบางคน (ในกรณีนี้คือล้มล้างราชบัลลังก์) เป็นที่รู้กันดีจนเหมือนไม่ได้ซ่อนไว้ ประโยคนี้มาจากพระเจ้า[[โจมอ]] จักรพรรดิองค์ที่ 4 ของวุยก๊ก ผู้ที่พยายามนำอำนาจในราชสำนักกลับคืนมาแต่ไม่สำเร็จ
 
== ชีวิตช่วงแรก ==
สุมาเจียวเกิดในปี 211 เป็นลูกชายคนที่สองของ[[สุมาอี้]]และ[[จาง ชุนหัว|จางชุนหัว]] ในปลายปี 238 หลังจากสุมาอี้เอาชนะ[[กองซุนเอี๋ยน]] สุมาเจียวได้รับยศ Marquess of Xincheng ประมาณปี 240 เขาได้รับยศ General of the Gentlemen of the Agriculture Colonies (典農中郎將) ประมาณปี 241 เขาถูกแต่งตั้งเป็น Cavalier Attendant-in-Ordinary (散騎常侍) ในเดือนมีนาคมปี 244 โจซอง[[โจซอง]]นำทัพบุกจ๊กก๊กและพ่ายแพ้ สุมาเจียวที่เข้าร่วมรบสามารถตีกลับกองทัพจ๊กก๊กที่บุกค่ายตอนกลางคืนได้ จึงถูกแต่งตั้งเป็น Consultant Gentleman และดำรงยศนี้อยู่ห้าปี (ซึ่งโจซองและพวกน่าจะเป็นคนแต่งตั้งยศให้ เพื่อที่สุมาเจียวจะได้ไม่มีความก้าวหน้าด้านการเมือง)
 
== หน้าที่การงานจนถึงปี 255 ==
 
=== อุบัติการณ์สุสานโกเบงเหลง (Incident at Gaoping Tombs) ===
{{main|อุบัติการณ์สุสานโกเบงเหลง}}มีความไม่ชัดเจนว่าสุมาเจียวมีส่วนร่วมในการก่อรัฐประหารของสุมาอี้ในปี 249 หรือไม่ โดย [[:en:Book_of_Jin|Book of Jin]] กล่าวว่า สุมาเจียวไม่ทราบถึงแผนจนกระทั่งนาทีสุดท้าย ซึ่งนักประวัติศาสตร์หลายคนไม่เห็นด้วย และเชื่อว่าสุมาเจียวมีส่วนร่วมในการวางแผน ถีงกระนั้น สุมาอี้ทำการรัฐประหารสำเร็จและกลายเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในวุยก๊ก สุมาเจียวได้รับเพิ่ม 1,000 households ในปี 251 หลังจากสุมาอี้ปราบกบฏ[[:en:Wang_Ling_(Three_Kingdoms)|อองเหลง]] สุมาเจียวซึ่งเป็นผู้รองบัญชาการได้รับเพิ่ม 300 households และยศ Marquis สำหรับ[[สุมาฮิว]] ลูกชายของสุมาเจียว หลังจากนั้น สุมาเจียวมีส่วนร่วมในการตีกลับทัพจ๊กก๊กที่นำโดย[[เกียงอุย]]
 
=== ศึก Dongxing ===
ในปี 253 สุมาเจียวนำทัพมาเผชิญหน้าง่อก๊ก ขุนพลของวุยก๊กซึ่งประมาทถูกทัพง่อที่นำโดย[[เตงฮอง]]และ[[:en:Lü_Ju|ลีกี]]ตีแตกพ่าย ทำให้ทัพวุยต้องถอยร่นไป หลังจากความพ่ายแพ้ สุมาเจียวถามจอมพล Wang Yi เป็นการส่วนตัวว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบในความล้มเหลวของศึก Wang Yi ตอบว่า “ความรับผิดชอบอยู่กับผู้บัญชาการทหาร” สุมาเจียวโต้ว่า “อยากให้ข้ารับผิดชอบเหรอ?” และสั่งประหาร Wang Yi สุมาสูได้รับ memorial จากข้าราชการโดยต้องการให้ลดยศ[[:en:Wang_Chang_(Three_Kingdoms)|อองซอง]] [[:en:Guanqiu_Jian|บู๊ขิวเขียม]] โฮจุ๋น และคนอื่น ๆ ที่พ่ายแพ้ในจากการทำศึก อย่างไรก็ตาม สุมาสูกล่าวว่า “เป็นเพราะข้าไม่ฟังกงซิว [<nowiki/>[[จูกัดเอี๋ยน]]] เราจึงเผชิญกับชะตากรรมนี้ ข้าควรถูกตำหนิ นายพลจะเป็นฝ่ายผิดได้อย่างไร?” สุมาสูจึงเลื่อนยศให้นายพลที่เข้าร่วมศึก แต่ลดยศสุมาเจียว
 
=== รับช่วงต่อจากสุมาสู ===
ในปี 254 ขณะที่สุมาเจียวอยู่ใน[[เมืองหลวง]] ที่ปรึกษาของพระเจ้า[[โจฮอง]]แนะนำให้พระเจ้าโจฮองโจมตีสุมาเจียวและฆ่าเขาเพื่อยึดกำลังมาสู้กับสุมาสู พระเจ้าโจฮองไม่ได้ทรงทำตาม ต่อมาสุมาสูถึงแผนการนั้น พระเจ้าโจฮองจึงถูกถอดออกจากราชบัลลังก์และเชิญ[[โจมอ]]มาเป็นฮ่องเต้ หลังจากนั้นในปี 255 สุมาสูปราบกบฏบู๊ขิวเขียมและบุนขิม
 
อย่างไรก็ตาม สุมาสูมีอาการเจ็บป่วยที่ตาอย่างรุนแรงจากการปราบกบฏ และเสียชีวิตในอีกไม่ถึงเดือนถัดมา เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ในขณะนั้น สุมาเจียวอยู่ในเมืองฮูโต๋[[ฮูโต๋]]กับสุมาสู พระเจ้าโจมอพยายามยึดอำนาจกลับคืนมา โดยมีพระบรมราชโองการให้สุมาเจียวอยู่ในฮูโต๋ต่อและให้โกหยิว [[:en:Fu_Jia|Fu Jia (傅嘏)]] ที่ปรึกษาของสุมาเจียว เดินทางกลับมาลกเอี๋ยงพร้อมกับทัพหลัก อย่างไรก็ตาม หลังจากฟังคำแนะนำของโกหยิว Fu Jia (傅嘏) และ[[จงโฮย]] สุมาเจียวขัดพระบรมราชโองการโดยเดินทางกลับมา[[ลกเอี๋ยง]] และยังคงมีอำนาจเหมือนเดิม
 
== ในฐานะผู้กุมอำนาจวุยก๊ก ==
 
==== กบฏ Shouchun ครั้งที่ 3 ====
{{main|อุบัติการณ์สุสานโกเบงเหลง}}ในปีถัด ๆ มา สุมาเจียวจัดการรวบอำนาจมากขึ้น ทำให้ฮ่องเต้มีอำนาจน้อยลง และมีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่ถูกมองว่าเป็นการเตรียมตัวที่จะล้มราชบัลลังก์ ในปี 256 สุมาเจียวบอกให้ฮ่องเต้ให้สิทธิ์แก่เขาในการใส่ imperial robes, crowns, and boots ในปี 257 สุมาเจียวส่งกาอุ้นไปหยั่งความคิดของจูกัดเอี๋ยน ซึ่งกาอุ้นถูกจูกัดเอี๋ยนตำหนิอย่างรุนแรง สุมาเจียวจึงตัดสินใจเรียกจูกัดเอี๋ยนเข้าเมืองหลวง โดยอ้างว่าเป็นการเลื่อนยศให้ จูกัดเอี๋ยนปฏิเสธและก่อ[[กบฏ]]โดยขอให้ง่อก๊ก[[ง่อก๊ก]]เข้าช่วยเหลือ สุมาเจียวเดินทางไปล้อม [[:en:Shou_County|Shouchun]] อย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ยึดเมืองได้ในปี 258 หลังปิดโอกาสไม่ให้ง่อก๊กส่งคนมาช่วย จูกัดเอี๋ยนและครอบครัว รวมไปถึงทหาร ถูกประหาร แต่สุมาเจียวไม่ทำอะไรประชาชนและกองกำลังเสริมของง่อก๊ก การกระทำนี้เองทำให้ตระกูลสุมาเป็นที่นิยมมากขึ้น ในปี 258 สุมาเจียวสั่งให้ฮ่องเต้มอบสิ่งของพระราชทานเก้าระดับ ตำแหน่ง[[นายกรัฐมนตรี]] และยศจิ้นก๋งให้แก่เขา และเขาก็ปฏิเสธต่อสาธารณะถึงเก้าครั้ง
 
==== การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าโจมอ และการควบคุมอำนาจวุยก๊กอย่างเบ็ดเสร็จ ====
{{main|รัฐประหารพระเจ้าโจมอ}}ในปี 260 สุมาเจียวสั่งให้ฮ่องเต้มอบสิ่งของพระราชทานเก้าระดับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยศจิ้นก๋งให้แก่เขาอีกครั้ง และเขาก็ปฏิเสธอีกครั้ง ทำให้พระเจ้าโจมอพิโรธ พระเจ้าโจมอทรงนำทัพพร้อมกับบอก [[:en:Wang_Chen_(Three_Kingdoms)|Wang Shen]], [[:en:Wang_Jing_(Three_Kingdoms)|Wang Jing]] และ [[:en:Wang_Ye_(Three_Kingdoms)|Wang Ye]] ว่า พระองค์รู้ว่ามีโอกาสสำเร็จน้อยมาก แต่ก็จะจัดการสุมาเจียว พระเจ้าโจมอบุกไปยังบ้านสุมาเจียว สุมาเตี้ยม น้องชายของสุมาเจียว พยายามขัดขวาง แต่ก็ถอยทัพหลังคนของพระเจ้าโจมอตะโกนเสียงดัง [[กาอุ้น]]มาถึงและเข้าขัดขวาง พระเจ้าโจมอทรงต่อสู้ด้วยพระองค์เอง คนของกาอุ้นก็ไม่กล้าทำร้ายพระองค์และถอยทัพไปด้วย Cheng Ji (成濟) นายทหารของกาอุ้น ถามกาอุ้นว่าให้ทำอะไร กาอุ้นตอบว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้อำนาจยังอยู่ในมือตระกูลสุมาโดยไม่ต้องสนใจผลที่ตามมา กาอุ้นCheng Ji (成濟) จึงฆ่าพระเจ้าโจมอด้วยหอก เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สุมาเจียวเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง
 
ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าโจมอ สาธารณชนต้องการให้ประหารกาอุ้น แต่สิ่งที่สุมาเจียวทำคือสั่งให้[[ฮองไทเฮา|อัครมเหสี]]ของพระเจ้าโจยอยลดยศโจมอย้อนหลังให้เป็นสามัญชนและสั่งให้ฝังศพในฐานะนั้น เขาสั่งประหาร Wang Jing และครอบครัว วันต่อมา หลังจากสุมาหูผู้เป็นลุงร้องขอ สุมาเจียวจึงบอกให้ให้อัครมเหสีของพระเจ้าโจยอยสั่งว่าโจมอถูกลดยศย้อนหลังไปเป็น[[ดยุค]] แต่ฝังศพในฐานะ Imperial Prince สุมาเจียวเรียกตัวโจฮวน[[โจฮวน]]ซึ่งเป็นหลานของโจโฉเข้ามารับตำแหน่งฮ่องเต้ ไม่กี่วันต่อมา สุมาเจียวสั่งประหาร Cheng Ji (成濟) และพี่ชาย/น้องชายด้วยเหตุผลกบฏโดยไว้ชีวิตกาอุ้น โจฮวนเข้ามาในลกเอี๋ยงเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนและรับตำแหน่งฮ่องเต้ สองวันถัดมา สุมาเจียวสั่งให้พระเจ้าโจฮวนมอบสิ่งของพระราชทานเก้าระดับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยศจิ้นก๋งให้แก่เขา ซึ่งเขาก็ปฏิเสธ และปฏิเสธอีกครั้งในเดือนตุลาคม
 
==== ปราบจ๊กก๊ก ====
{{main|การพิชิตจ๊กก๊กของวุยก๊ก}}ในปี 262 สุมาเจียวรำคาญกับการบุกของเกียงอุย เขาจึงคิดจะส่งคนไปลอบสังหารเกียงอุย แต่ [[:en:Xun_Xu|Xun Xu]] ที่ปรึกษาของเขาไม่เห็นด้วย จงโฮยเชื่อว่ากองทัพของเกียงอุยเหนื่อยล้าและตอนนี้เป็นเวลาเหมาะสมในการกำราบจ๊กก๊กอย่างราบคาบ สุมาเจียวแต่งตั้งให้จงโฮย [[จูกัดสู]] และเตงงาย[[เตงงาย]]ดูแลกองทัพ (ถึงแม้ว่าในช่วงแรกเตงงายจะไม่เห็นด้วยกับการบุกจ๊กก๊ก) และพวกเขาออกรบในฤดูใบไม้ร่วงปี 263
 
จงโฮย จูกัดสู และเตงงาย เผชิญหน้ากับจ๊กก๊กเพียงเล็กน้อย แผนของจ๊กก๊กคือล่อให้ฝ่ายวุยเข้ามาแล้วค่อยล้อมตี แต่แผนนี้ส่งผลตรงกันข้าม เพราะกองทัพวุยเคลื่อนพลได้เร็วกว่าที่คิดไว้ โดยข้ามจากเมืองชายแดนฝ่ายจ๊กไปยัง Yang’an Pass ที่สำคัญและยึดเอาไว้ได้ เกียงอุยสามารถต้านทัพไม่ให้ทัพวุยเคลื่อนพลได้ จนกระทั่งเตงงายนำทัพผ่านภูเขาลงมาบน [[:en:Jiangyou|Jiangyou]] เอาชนะ[[จูกัดเจี๋ยม]] และเคลื่อนพลตรงไปยัง[[เฉิงตู]] เมืองหลวงของจ๊กก๊ก พระเจ้าเล่าเสี้ยนทรงตกพระทัยกับความเร็วการบุกอย่างรวดเร็วของทัพเตงงายและทรงเชื่อว่าเกียงอุยจะกลับมาป้องกันเมืองหลวงไม่ทัน จึงตัดสินใจยอมแพ้ต่อวุยก๊ก ในวันที่ 9 ธันวาคม เนื่องด้วยความสำเร็จในการบุกจ๊กก๊ก ในที่สุดสุมาเจียวก็ตัดสินใจยอมรับสิ่งของพระราชทานเก้าระดับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยศจิ้นก๋งจากพระเจ้าโจฮวน
 
==== กบฏจงโฮย ====
{{main|กบฏจงโฮย}}หลังจากปราบจ๊กก๊ก เตงงายส่งจดหมายซึ่งแสดงความจองหองของเขาไปให้สุมาเจียว ทำให้สุมาเจียวเกิดความระแวง จงโฮย ผู้มีแผนที่จะก่อกบฏเอง ส่งจดหมายไปหาสุมาเจียว ทำให้สุมาเจียวสั่งให้จงโฮยจับกุมเตงงาย ในขณะเดียวกันสุมาเจียวก็ไม่ไว้ใจจงโฮย จึงนำทัพไปที่เตียงอัน จงโฮยได้จับเตงงายไว้ และนำทัพของเตงงายมารวมกับทัพตัวเอง และก่อกบฏในปี 264 โดยมีเกียงอุยเป็นที่ปรึกษา แต่จงโฮยและเตงงายก็ถูกทหารของตัวเองฆ่า สุมาเจียว[[นิรโทษกรรม]]ให้ทุกคนในจ๊กก๊ก
 
== เสียชีวิต ==
หลังจากปราบกบฏจงโฮยสำเร็จ สุมาเจียวขึ้นเป็นจิ้นอ๋องเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 264 ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายก่อนที่จะแย่งชิงราชบัลลังก์ เขาเตรียมที่จะแก้ไขกฎหมายและระบบราชการให้อาณาจักรของเขาเป็นอย่างที่ต้องการ เช่น ระบบศักดินาห้าอันดับของ[[ราชวงศ์โจว]] (ซึ่งเลิกใช้ไปในสมัย[[ราชวงศ์ฉิน]]) และเขายังต้องการที่จะอวยยศย้อนหลังให้สุมาอี้ผู้เป็นบิดาเป็น King Xuan of Jin และสุมาสูผู้เป็นพี่ชายเป็น King Jing of Jin สุมาเจียวสงบศึกกับง่อก๊กเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาเมื่อเขาจะขึ้นเป็นจักรพรรดิ
 
ต่อมา สุมาเจียวต้องการจะแต่งตั้งทายาท เขาพิจารณาสุมาฮิว ลูกชายคนรองลงมาที่มีความสามารถ ที่ถูกสุมาสูผู้เป็นพี่ชายรับเป็นบุตรบุญธรรมเพราะสุมาสูไม่มีบุตรชาย เนื่องจากสุมาสูประสบความสำเร็จในการได้มาและรักษาอำนาจของตระกูลสุมา สุมาเจียวจึงอยากให้การสืบอำนาจกลับไปอยู่ที่ลูกชายของสุมาสู อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาส่วนใหญ่แนะนำให้เป็นสุมาเอี๋ยน ลูกชายคนโต ท้ายที่สุดสุมาเจียวก็แต่งตั้งสุมาเอี๋ยนเป็นทายาท
*'''พ่อแม่'''
**[[สุมาอี้]] (179-251)
**[[จาง ชุนหัว|จางชุนหัว]] (189-247)
*'''ภรรยาและบุตรธิดา'''
**[[:en:Wang_Yuanji|อองหยวนจี]] (217-268)
***Princess Jingzhao (京兆公主)
***[[สุมาเอี๋ยน]] (236-290) ลูกชายคนแรก
34

การแก้ไข