ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อูโก กาวัลเลโร"

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ,  11 เดือนที่ผ่านมา
ในฐานะที่เป็นหัวหน้ากองบัญชาการทหารสูงสุดแห่งอิตาลี เขาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับจอมพลเยอรมัน [[อัลแบร์ท เค็สเซิลริง]] เขาได้มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างขัดแย้งกับจอมพล [[แอร์วีน ร็อมเมิล]] ซึ่งได้รุกเข้าสู่อียิปต์ ภายหลังจากความสำเร็จของเขาใน[[ยุทธการที่กาซาลา]]ซึ่งเขาไม่เห็นด้วย ได้สนับสนุนแทนที่ในการวางแผนการบุกครองที่มอลตา อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของเขาได้ตกลงไป ภายใต้ความเป็นผู้นำของกาวัลเลโร กองทัพทหารอิตาลียังคงปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ดีนัก ถึงกระนั้นเขาก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งยศเป็นจอมพลแห่งอิตาลีในปี ค.ศ. 1942 ภายหลังจากการเลื่อนตำแหน่งยศแก่ร็อมเมิลเป็นจอมพล(ส่วนใหญ่เพื่อป้องกันร็อมเมิลจากตำแหน่งยศที่สูงกว่าเขา) แม้จะมีความเข้าใจที่ดีต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในสงครามในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อิตาลีต้องต่อสู้รบ เขาได้นิ่งเฉยต่อมุมมองของมุสโสลินี(จากตัวอย่างที่เขาได้ยืนกรานในการขยายการต่อสู้ของเหล่าทหารอิตาลีบนแนวรบด้านตะวันออก)จนนำไปสู่การแพร่กระจายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรที่มีน้อยของอิตาลี
 
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1943 ภายหลังจากได้พ่ายแพ้อย่างราบคาบในการทัพแอฟริกาและประสบการถูกตีกลับโดยกองทัพอิตาลีในดินแดนรัสเซีย กาวัลเลโรก็ได้ถูกปลดออกและแทนที่โดยนายพล วิ[[วิตโตริโอ แอมโบรซิโอ]]ด้วยผลสะท้อนต่อการปลดกาวัลเลโรออก สมาชิกผู้นำฟาสซิสต์ เช่น [[กาลีซโซ ชิอาโน]] ซึ่งเป็นศัตรูกับเขาอย่างเปิดเผย ได้แสดงความยินดีอย่างออกหน้าออกตา
 
ภายหลังจากรัฐบาลของมุสโสลินีถูกโค่นล้มโดยพระมหากษัตริย์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งคือ[[ปีเอโตร บาโดลโย]] ได้ออกคำสั่งให้ทำการจับกุมกาวัลเลโร ในเอกสารที่เขาเขียนขึ้นในการปกป้องตัวเอง กาวัลเลโรได้อ้างว่าเขาได้ต่อต้านมุสโสลินีและระบอบการปกครองของเขา ภายหลังจากการสงบศึกที่คัสซิบิล(Armistice of Cassibile)ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1943 เยอรมันได้ปลดปล่อยเขา เค็สเซิลริงได้เสนอให้กาวัลเลโรบัญชาการต่อกองทัพแห่ง[[สาธารณรัฐสังคมนิยมอิตาลี]]ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ได้มีการค้นพบถึงจดหมายทำให้มีบางครั้งได้ตั้งคำถามถึงความจงรักภักดีของเขา
1,597

การแก้ไข