ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่"

ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
โรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่เดิมเปิดเรียนอยู่ระหว่างวัดพระบาทกับวัดมิ่งเมือง (ปัจจุบันวัดทั้งสองได้รวมเข้าเป็นวัดเดียวกัน มีชื่อว่า วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร) ชื่อในสมัยนั้นคือ "'''โรงเรียนเทพวงศ์'''" ตามชื่อเจ้าผู้ครองนครแพร่ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนขึ้นประมาณก่อน พ.ศ. 2444 (ก่อตั้งวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2443) ซึ่งนามโรงเรียนนี้ได้รับโปรดเกล้าฯพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2443) หลังจากเกิดกบฏเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ พ.ศ. 2445 โรงเรียนเทพวงศ์ได้รับการยกฐานะเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดมีชื่อว่า "'''โรงเรียนตัวอย่างเมืองแพร่'''" รับนักเรียนได้ประมาณ 200 คน
 
ต่อมาในสมัยของพระยานิกรกิตติการ (กั๊ก ศรีเพ็ญ) ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้ย้ายโรงเรียนไปตั้งที่ใหม่ ณ บริเวณตรงข้ามกับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ (คือสถานที่ตั้งโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่) [[พระยาบุรีรัตน์ (น้อยหนู มหายศปัญญา)|เจ้าบุรีรัตน์ (น้อยหนู มหายศปัญญา)]] กรมการที่ปรึกษาโรงเรียนตัวอย่างเมืองแพร่ ได้มอบไม้สักทอง 100 ท่อน โดยอาศัยแรงงานนักโทษกับช่างไม้พื้นเมืองก่อสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2454 โดยมีวัตถุประสงค์จะสร้างเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนั้นเมื่อสร้างอาคารไม้สักและโรงเรียนเสร็จในปี 2455 จึงได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และได้รับพระราชทานนามตามใบบอกที่ 213 เลขที่รับ 169 ลงวันที่ 6/5/56 (วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2456) ว่า "'''โรงเรียนพิริยาลัย'''" ซึ่งคงอาศัยเค้านามเต็มจาก "[[เจ้าพิริยเทพวงษ์]]" เจ้าผู้ครองนครแพร่
 
วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2456 โรงเรียนพิริยาลัยเริ่มเปิดสอน ในฐานะโรงเรียนประจำจังหวัดแพร่ มีพิธีเปิดโรงเรียนวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2456 ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้พร้อมกับมหาชนชาวเมืองแพร่บ่ายหน้าสู่กรุงเทพมหานครถวายบังคมแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้วกระตุกผ้าคลุมจุลมงกุฎ หรือพระเกี้ยว พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประดิษฐานอยู่ที่หน้ามุขอาคารไม้ออก สมมุติว่าโดยเปิดพระราชานุสาวรีย์ แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กระตุกผ้าคลุมป้ายโรงเรียนออกตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “โรงเรียนพิริยาลัย” และมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภ์แก่โรงเรียนนี้” ต่อมาเมื่อวัน 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2457 [[สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส]] สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 10 (พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4) ได้เสด็จมายังโรงเรียนพิริยาลัย เพื่อประทานธงนามโรงเรียน 13 คัน แล้ว และทรงประน้ำพระพุทธมนต์แก่นักเรียน พร้อมประทานพระโอวาท ต่อมาเมืองแพร่ได้รับการยกฐานะเป็น "มณฑลมหาราษฎร์" ในปี พ.ศ. 2458 โรงเรียนพิริยาลัยจังได้เปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนประจำมณฑลไปด้วย ชื่อว่า "'''โรงเรียนประจำมณฑลมหาราษฎร์พิริยาลัย'''" จนเมื่อ พ.ศ. 2469 มณฑลได้ถูกยุบเป็นจังหวัด โรงเรียนพิริยาลัยจึงกลับมาเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดตามเดิม มีชื่อเรียกในสมัยนั้นว่า "'''โรงเรียนประจำจังหวัดแพร่พิริยาลัย'''"
 
ในปี พ.ศ. 2477 ทางราชการทหารได้อนุเคราะห์ไม้อาคารที่ทำงาน และบ้านพักจากตำบลเด่นชัยให้แก่โรงเรียน รวมกับเงินที่ได้รับเงินบริจาคสมทบอีกส่วนหนึ่งจากประชาชนชาวเมืองแพร่ นายคำรพ นุชนิยม ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ ซึ่งดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ในขณะนั้นด้วย ได้ซื้อที่นาติดถนน เพชรรัตน์ (ถนนยันตรกิจโกศล) เป็นที่ตั้งโรงเรียนแห่งใหม่ ่แล้วสร้างอาคารไม้สองชั้น จำนวน 10 ห้องเรียนขึ้น (อาคารผึ้ง ปัจจุบันได้รื้อถอนไปแล้ว) ณ บริเวณที่ตั้งอาคาร 2 (ไชยลังกา) และอาคาร 3 (นิกรกิตติการ) ขณะนี้
794

การแก้ไข