ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อ็อทโทที่ 1 มหาราช"

แทนที่ "ฟรังโกเนีย" → "ฟรังเคิน" +แทนที่ "โลธาริงเกีย" → "โลทริงเงิน" +แทนที่ "อาสนวิร" → "อาสนวิหาร" +แทนที่ "อาเดอไลเดอ" → "อาเดลาอีด" +แทนที่ "อาเดลาอีเด" → "อาเดลาอีด" +แทนที่ "แมกยาร์" → "มัจยาร์" +แทนที่ "อาร์ชบิชอป" → "อัครมุขนายก" ด้วยสจห.
(ย้อนการแก้ไขที่ 8276748 สร้างโดย OctraBot (พูดคุย))
ป้ายระบุ: ทำกลับ
(แทนที่ "ฟรังโกเนีย" → "ฟรังเคิน" +แทนที่ "โลธาริงเกีย" → "โลทริงเงิน" +แทนที่ "อาสนวิร" → "อาสนวิหาร" +แทนที่ "อาเดอไลเดอ" → "อาเดลาอีด" +แทนที่ "อาเดลาอีเด" → "อาเดลาอีด" +แทนที่ "แมกยาร์" → "มัจยาร์" +แทนที่ "อาร์ชบิชอป" → "อัครมุขนายก" ด้วยสจห.)
| house = อ็อทโท
| house-type = ราชวงศ์
|spouse=[[Eadgyth|แอดกิธแห่งอังกฤษ]] (930–946)<br>[[อาเดลาอีเดแห่งอิตาลีดแห่งบูร์กอญ]] (951–973)
|issue=
| father = [[พระเจ้าไฮน์ริชที่ 1 แห่งเยอรมนี|พระเจ้าไฮน์ริชที่ 1]]
{{ใช้ปีคศ|width=264px}}
 
'''อ็อทโทที่ 1 มหาราช''' ({{lang-de|Otto I. der Große}})<ref>Otto I, Holy Roman Emperor[http://www.answers.com/topic/otto-i-holy-roman-emperor]</ref> ทรงเป็นกษัตริย์แห่ง[[อาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก]] (ชื่อเรียกบริเวณที่เป็นประเทศเยอรมนีเยอรมันในยุคนั้น) ในปี ค.ศ. 936 และทรงเป็น[[จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์]]ตั้งแต่ปี ค.ศ. 962 จนสวรรคตในปี ค.ศ. 973 ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ใน[[พระเจ้าไฮน์ริชที่ 1 แห่งเยอรมนี|พระเจ้าไฮน์ริชที่ 1]]กับพระนางมาทิลเดอแห่งริงเงิลไฮม์
 
พระองค์ได้ขึ้นสืบบัลลังก์แห่ง[[ดัชชีซัคเซิน]]และบัลลังก์เยอรมันภายหลังที่พระราชบิดาสวรรคตในปี ค.ศ. 936 และออกพระนามว่า '''พระเจ้าอ็อทโทที่ 1 แห่งเยอรมนี''' เมื่อขึ้นครองราชสมบัติแล้วพระองค์ก็เจริญรอยตามพระปณิธานของพระราชบิดาที่จะรวบรวมแผ่นดินของชนเยอรมันให้เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง พระราชอำนาจของพระองค์แผ่ขยายไปอย่างกว้างไกลผ่านชั้นเชิงการเมืองที่เยี่ยมยอด ไม่ว่าจะด้วยวิธีแต่งงานทางการเมืองหรือการแต่งตั้งสมาชิกพระราชวงศ์ของพระองค์ไปปกครองดัชชีและดินแดงต่างๆ นโยบายของพระองค์ได้ลดอำนาจและจำนวนดยุกลงไปมาก ซึ่งแต่ก่อนทำหน้าที่ปกครองดินแดนร่วมกับกษัตริย์ ดยุกจำนวนมากแปรสถานะจากผู้ปกครองอิสระมาเป็นผู้ปกครองใต้พระราชอำนาจของพระองค์ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงนำศาสนจักร[[โรมันคาทอลิก]]เข้ามาสู่อาณาจักรเพื่อเสริมสร้างพระราชอำนาจของพระองค์
 
หลังทรงจัดการสงครามกลางเมืองระหว่างดัชชีต่างๆได้ พระองค์ก็สามารถมีชัยเหนือพวกแมกยาร์มัจยาร์ (ฮังการี) ในยุทธการที่เลชเฟิลด์ ค.ศ. 955 ได้ ทำให้ยุโรปตะวันตกพ้นภัยจากการรุกรานของฮังการี{{sfn|Reuter|1991|p=254}} นอกจากนี้ การมีชัยเหนือพวกฮังการี[[ลัทธินอกศาสนา|นอกศาสนา]]ยังทำให้พระองค์มีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างมากในฐานะ "ผู้กอบกู้แห่งคริสตจักร" ต่อมาในปี ค.ศ. 961 พระองค์สามารถพิชิต[[ราชอาณาจักรอิตาลี]] และขยายดินแดนของพระองค์ไปทางเหนือ, ตะวันออก และใต้ ในปีค.ศ. 962 พระองค์ทรงราชาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โดยให้พระสันตะปาปาสวมมงกุฎให้ในกรุงโรม เหมือนอย่างที่[[ชาร์เลอมาญ]]เคยทำ
 
== ประวัติศาสตร์ก่อนหน้า ==
หลังจักรพรรดิชาร์เลอมาญสิ้นพระชนม์สวรรคตในปี ค.ศ. 814 จักรวรรดิของพระองค์ถูกแบ่งออก จักรพรรดิคนท้ายๆ ของราชวงศ์การอแล็งเฌียงมีอำนาจเพียงแค่ในอิตาลีเหนือและอิตาลีกลาง เบเรงการ์แห่งฟรีอูลี จักรพรรดิคนสุดท้ายของราชวงศ์การอแล็งเฌียงถูกฆาตกรรมในปี ค.ศ. 924 ตำแหน่งจึงตกเป็นของกษัตริย์ของชาวแฟรงก์ตะวันออกที่ต่อมากลายเป็นกษัตริย์แห่งเยอรมนี ในปี ค.ศ. 919 บรรดาดยุกในเยอรมนีเยอรมันได้เลือกไฮน์ริชพรานล่านก ดยุกแห่งซัคเซินได้รับเลือกเป็นกษัตริย์และสกัดกั้น[[ชาวฮังการี|ชาวแมกยาร์มัจยาร์]], [[ชาวสลาฟ]] และ[[ชนเดนส์|ชาวเดน]]ไว้ได้
 
หลังจักรพรรดิชาร์เลอมาญสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 814 จักรวรรดิของพระองค์ถูกแบ่งออก จักรพรรดิคนท้ายๆ ของราชวงศ์การอแล็งเฌียงมีอำนาจเพียงแค่ในอิตาลีเหนือและอิตาลีกลาง เบเรงการ์แห่งฟรีอูลี จักรพรรดิคนสุดท้ายของราชวงศ์การอแล็งเฌียงถูกฆาตกรรมในปี ค.ศ. 924 ตำแหน่งจึงตกเป็นของกษัตริย์ของชาวแฟรงก์ตะวันออกที่ต่อมากลายเป็นกษัตริย์แห่งเยอรมนี ในปี ค.ศ. 919 บรรดาดยุกในเยอรมนีได้เลือกไฮน์ริชพรานล่านก ดยุกแห่งซัคเซินได้รับเลือกเป็นกษัตริย์และสกัดกั้น[[ชาวฮังการี|ชาวแมกยาร์]], [[ชาวสลาฟ]] และ[[ชนเดนส์|ชาวเดน]]ไว้ได้
 
== ก่อนครองบัลลังก์ ==
[[ไฟล์:Aachener Dom BW 2016-07-09 13-53-18.jpg|thumb|ภาพมุมข้างของบัลลังก์ชาร์เลอมาญใน[[อาสนวิหารอาเคิน]]ที่พระเจ้าอ็อทโทเข้ารับการสวมมงกุฎเป็นกษัตริย์ในปี ค.ศ. 936]]
 
พระเจ้าไฮน์ริชประกาศให้อ็อทโทเป็นผู้สืบบัลลังก์ของพระองค์ หนึ่งเดือนต่อมาพระเจ้าไฮน์ริชสิ้นพระชนม์ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 936 เหล่าดยุกของเยอรมนีเยอรมันได้เลือกอ็อทโทเป็นกษัตริย์ พระองค์ได้รับการสวมมงกุฎจากอาร์ชบิชอปแห่งไมนทซ์และอาร์ชบิชอปอัครมุขนายกแห่งไมนทซ์และอัครมุขนายกแห่งโคโลญที่[[อาเคิน]] นครซึ่งเคยเป็นที่พำนักโปรดของ[[ชาร์เลอมาญ|จักรพรรดิชาร์เลอมาญ]] พระองค์มีพระชนมายุ 23 พรรษาขณะขึ้นเป็นกษัตริย์
 
== กษัตริย์แห่งเยอรมนี ==
[[ไฟล์:Central Europe, 919-1125.jpg|left|thumb|[[ยุโรปกลาง]]ในช่วงปี ค.ศ. 919–1125 [[ราชอาณาจักรเยอรมนี]]ประกอบด้วย[[ดัชชีซัคเซิน]] (เหลือง), [[ดัชชีฟรังโกเนียดัชชีฟรังเคิน]] (ฟ้า), [[ดัชชีบาวาเรีย]] (เขียว), [[ดัชชีชวาเบิน]] (ส้ม), [[ดัชชีลอแรน]] (ชมพูที่เหลือ)]]
 
กษัตริย์หนุ่มต้องการที่จะขึ้นมามีอำนาจเหนือเหล่าดยุกซึ่งพระบิดาของพระองค์ไม่เคยทำได้ นโยบายดังกล่าวก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาในทันที เอเบอร์ฮาร์ดแห่งฟรังโกเนียฟรังเคิน, เอเบอร์ฮาร์ดแห่งบาวาเรีย และกลุ่มชาวซัคเซินผู้ไม่พอใจที่มีแธงค์มาร์ พระเชษฐาต่างมารดาของพระเจ้าอ็อทโทเป็นผู้นำเริ่มกระด้างกระเดื่องในปี ค.ศ. 937 แต่ถูกพระเจ้าอ็อทโทกำราบเรียบอย่างรวดเร็ว แธงค์มาร์ถูกสังหาร เอเบอร์ฮาร์ดแห่งบาวาเรียถูกปลดจากตำแหน่ง ส่วนเอเบอร์ฮาร์ดแห่งฟรังโกเนียฟรังเคินยอมสวามิภักดิ์ต่อองค์กษัตริย์
 
แต่การสวามิภักดิ์ของเอเบอร์ฮาร์ดเป็นเพียงการแสดงตบตา ในปี ค.ศ. 939 เขาได้ร่วมกับกิเซลแบร์ตแห่งโลธาริงเกียและกิเซลแบร์ตแห่งโลทริงเงินและ[[ไฮน์ริชที่ 1 ดยุกแห่งบาวาเรีย|ไฮน์ริช]] พระอนุชาของพระเจ้าอ็อทโทก่อกบฎต่อพระเจ้าอ็อทโทโดยมี[[พระเจ้าหลุยส์ที่ 4 แห่งฝรั่งเศส]]ให้การสนับสนุน ครั้งนี้เอเบอร์ฮาร์ดถูกสังหารในสมรภูมิ ส่วนกิเซลแบร์ตจมน้ำเสียชีวิตขณะกำลังหนี ไฮน์ริชยอมสวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์และพระเจ้าอ็อทโทเองก็ให้อภัย ไฮน์ริชที่ยังคงคิดว่าตนเองคือคนที่พระบิดาอยากให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ได้สมคบคิดวางแผนฆาตกรรมปลงพระชนม์พระเจ้าอ็อทโทในปี ค.ศ. 941 แผนการถูกเปิดโปงและทุกคนที่ร่วมกันสมคบคิดถูกลงโทษยกเว้นไฮน์ริชที่ได้รับการให้อภัยอีกครั้ง ความเมตตาของพระเจ้าอ็อทโททำให้ไฮน์ริชภักดีต่อพระเชษฐานับตั้งแต่นั้นมาและในปี ค.ศ. 947 พระองค์ได้รับพระราชทานตำแหน่งดยุกแห่งบาวาเรีย ตำแหน่งส่วนดยุกของเยอรมนีเยอรมันตำแหน่งอื่นๆ ตกเป็นของเหล่าพระญาติของพระเจ้าอ็อทโท
 
ในช่วงที่การแก่งแย่งชิงดีภายในดำเนินอยู่นั้น พระเจ้าอ็อทโทได้เสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันและได้ขยายขอบเขตอาณาจักรของพระองค์ ทรงปราบ[[ชาวสลาฟ]]ทางฝั่งตะวันออกและได้พื้นที่ส่วนหนึ่งของเดนมาร์กมาอยู่ใต้การปกครอง ทรงตั้งตำแหน่งบิชอปในดินแดนดังกล่าวเพื่อผนึกความเป็นเจ้าประเทศราชของเยอรมนีเยอรมันในดินแดนนั้น โบฮีเมียสร้างปัญหาให้แก่พระเจ้าอ็อทโท แต่พระองค์ก็บีบเจ้าชายโบลสวัฟที่ 1 ให้ยอมจำนนได้ในปี ค.ศ. 950 และบังคับให้จ่ายบรรณาการให้แก่พระองค์ เมื่อฐานในบ้านเกิดแข็งแกร่ง พระเจ้าอ็อทโทไม่เพียงกำจัดการอ้างสิทธิ์ในโลธาริงเกียโลทริงเงินของฝรั่งเศสได้ แต่พระองค์ยังเข้าไปเป็นตัวลางไกล่เกลี่ยปัญหาภายในของฝรั่งเศสด้วย
[[ไฟล์:Meissner-dom-stifter.jpg|thumb|รูปปั้นของพระเจ้าอ็อทโทที่ 1 (ขวา) กับอาเดอแลดลาอีดในอาสนวิรไมเซินวิหารไมเซิน พระเจ้าอ็อทโทกับอาเดอแลดลาอีดอภิเสกสมรสกันหลังทรงผนวกอิตาลี]]
 
อีดิธสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 946 ปี ค.ศ. 951 พระเจ้าอ็อทโทบุกอิตาลีที่เบเรนการ์แห่งอิฟเรอา ลอร์ดพวกขุนนางของอิตาลีได้ทำการยึดบัลลังก์และลักพาตัว[[อาเดอแลดแห่งอิตาลีลาอีดแห่งอิตาลี จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์|อาเดอแลดลาอีด]] เจ้าหญิงอีตาลีจากบูร์กอญซึ่งเป็นพระราชินีม่ายของกษัตริย์คนก่อน เบเรนการ์พยายามบังคับให้พระนางสมรสกับบุตรชายของตนแต่พระนางหนีไปได้และได้ไปขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์เยอรมนีเยอรมัน พระเจ้าอ็อทโทข้าม[[เทือกเขาแอลป์]]มายึดตำแหน่งกษัตริย์ของ[[ลอมบาร์ด|ชาวลอมบาร์ด]]และอภิเษกสมรสกับอาเดอแลดลาอีด พระองค์อนุญาตให้เบเรนการ์ปกครองอิตาลีต่อไปในฐานะในฐานะข้าราชบริวารของพระองค์ พระเจ้าอ็อทโทกับอาเดอแลดลาอีดมีพระโอรสธิดาด้วยกัน คือ
 
* ไฮน์ริช (ประสูติ ค.ศ. 952<ref>Keller, Hagen; Althoff, Gerd (2008). ''Die Zeit der späten Karolinger und der Ottonen: 888–1024''. ''Gebhardt Handbuch der deutschen Geschichte Band 3''(in German). Klett-Cotta, p. 193.</ref>) สิ้นพระชนม์ในวัยเด็ก
* [[จักรพรรดิอ็อทโทที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์|ออทโทที่ 2]] (ประสูติ ค.ศ. 955) จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
 
ในเวลาเดียวกันนั้นในเยอรมนีเยอรมัน ลิวดอล์ฟ พระโอรสของพระเจ้าอ็อทโทกับอีดิธได้ร่วมกับบุคคสำคัญหลายคนของเยอรมันก่อปฏิวัติต่อกษัตริย์ ความสำเร็จลอยมาอยู่ตรงหน้าหนุ่มน้อย และพระเจ้าอ็อทโทได้ต้องถอนทัพกลับซัคเซิน แต่ในปี ค.ศ. 954 การรุกรานของชาวแมกยาร์มัจยาร์เริ่มสร้างปัญหาให้กลุ่มกบฏที่ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับศัตรูของเยอรมนีเยอรมัน การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งลิวดอล์ฟยอมจำนนต่อพระบิดาในปี ค.ศ. 955 พระเจ้าอ็อทโทสามารถบดขยี้ชาวแมกยาร์มัจยาร์ได้ที่สมรภูมิเลชเฟล์ด จากนั้นชาวแมกยาร์มัจยาร์ก็ไม่เคยบุกเยอรมนีเยอรมันอีกเลย พระเจ้าอ็อทโทยังคงประสบความสำเร็จทางทหารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับชาวสลาฟ
<br />
 
จักรพรรดิอ็อทโทเข้ายึดอาณาเขตของ[[จักรวรรดิไบแซนไทน์|จักรวรรดิโรมันตะวันออก]]ทางตอนใต้ของอิตาลีจนส่งผลให้ในปี ค.ศ. 972 ชาวไบเซนไทน์ได้ทำสนธิสัญญากับพระองค์ ยอมรับในตำแหน่งจักรพรรดิของพระองค์อย่างเป็นทางการ ทั้งยังยก[[เธโอฟาโน จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์|เธโอฟาโน]] เจ้าหญิงบาเซนไทน์ให้เป็นเจ้าสาวของอ็อทโท พระโอรสและทายาทของพระองค์
 
หลังจักรพรรดิอ็อทโทกลับถึงเยอรมนีเยอรมันได้ไม่นาน ทรงเรียกประชุมสภาครั้งใหญ่ที่ราชสำนักใน[[เควดลินบวร์ค]] ทรงสิ้นพระชนม์ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 973 ร่างของพระองค์ถูกฝังเคียงข้างอีดิธใน[[มัคเดอบวร์ค]]
 
== อ้างอิง ==
 
* [https://www.thoughtco.com/otto-i-profile-1789230 Holy Roman Emperor Otto I: ThoughtCo.]
{{รายการอ้างอิง}}
 
[[หมวดหมู่:จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์]]
[[หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์เยอรมนีเยอรมัน]]
[[หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์อิตาลี]]
[[หมวดหมู่:ดยุกแห่งซัคเซิน]]
29,736

การแก้ไข