ผลต่างระหว่างรุ่นของ "จังหวัดกาญจนบุรี"

เพิ่มขึ้น 77 ไบต์ ,  10 เดือนที่ผ่านมา
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: การแก้ไขแบบเห็นภาพ ผู้ใช้ใหม่เพิ่มลิงก์ไปยังเว็บอื่น
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
}}
 
<ref name=":0" /><ref name="oceansmile" /><ref name="oceansmile" />'''จังหวัดกาญจนบุรี''' เป็น[[จังหวัดของประเทศไทย|จังหวัด]]หนึ่งที่ตั้งอยู่ใน[[ภาคตะวันตก (ประเทศไทย)|ภาคตะวันตก]]ของ[[ประเทศไทย]] มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจาก[[จังหวัดนครราชสีมา]] และ[[จังหวัดเชียงใหม่]] และมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตก มีระยะทางห่างจาก[[กรุงเทพมหานคร]]ประมาณ 129 กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับ[[ประเทศพม่า]]ระยะทางประมาณ 370 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ทิศเหนือ จรด[[จังหวัดตาก]]และ[[จังหวัดอุทัยธานี]] ทิศใต้ จรด[[จังหวัดราชบุรี]] ทิศตะวันออก จรด[[จังหวัดสุพรรณบุรี]]และ[[นครปฐม]] ทิศตะวันตก จรด[[ประเทศพม่า]]
[[ไฟล์:Kanchanaburi montages.jpg|thumb|400px|จากซ้ายมือบนตามเข็มนาฬิกา; ด่านพระเจดีย์สามองค์, พระพุทธเมตตาฯ วัดทิพย์สุคนธาราม, ปราสาทเมืองสิงห์, สะพานข้ามแม่น้ำแคว, เขื่อนศรีนครินทร์, สะพานมอญ, วัดใต้บาดาล สังขละบุรี]]
 
กาญจนบุรียังปรากฏในพงศาวดารเหนือว่า กาญจนบุรีเป็นเมืองขึ้นของสุพรรณบุรีใน[[สมัยสุโขทัย]] ครั้นมาถึง[[สมัยอยุธยา]] กาญจนบุรีก็มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการทำสงครามระหว่างกองทัพไทยกับ[[พม่า]] จนกระทั่งถึง[[สมัยกรุงธนบุรี]]และ[[รัตนโกสินทร์]] เดิมตัวเมืองกาญจนบุรีเดิมนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า (บริเวณ[[เขาชนไก่]]ในปัจจุบัน) ภายหลังจนถึง พ.ศ. 2374 [[พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว]] รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้ก่อสร้าง[[กำแพงเมือง]]และ[[ป้อมปราการ]]ขึ้นเป็นการถาวร ณ เมืองกาญจนบุรีใหม่โดยตั้งอยู่ ณ ตำบลปากแพรก อันเป็นสถานที่บรรจบของ[[แม่น้ำแควใหญ่]]และ[[แม่น้ำแควน้อย]] โดยตัวเมืองอยู่ฝั่งตะวันออกของ[[แม่น้ำแม่กลอง]]กับแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งมีความเหมาะสมทางยุทธศาสตร์และด้านการค้า โดยเริ่มก่อสร้างเมืองเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2374 และสำเร็จในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2375 และได้แยกออกจากสุพรรณบุรีนับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งนี้โดยมีพระราชประสงค์ส่วนใหญ่เพื่อติดต่อค้าขายกับเมืองราชบุรี ดังพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสไทรโยค กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า "แต่มีเมืองปากแพรกเป็นที่ค้าขาย ด้วยเขาชนไก่เมืองเดิมอยู่เหนือมากมีแก่งถึงสองแก่ง ลูกค้าไปมาลำบาก จึงลงมาตั้งเมืองเสียที่ปากแพรกนี้เป็นทางไปมาแก่เมืองราชบุรีง่าย เมืองที่สร้างขึ้นใหม่ กว้าง 5 เส้น ยาว 10 เส้น 18 วา มีป้อม 4 มุมเมือง ป้อมย่านกลางด้านยาวตรงหน้าเมืองทิศตะวันตกเฉียงใต้มีป้อมใหญ่อยู่ตรงเนิน ด้านหลังมีป้อมเล็กตรงกับป้อมใหญ่ 1 ป้อม" การสร้างเมืองกาญจนบุรีใหม่นี้ ดังปรากฏในศิลาจารึกดังนี้ ให้พระยาราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจเป็นพระยาประสิทธิสงครามรามภักดีศรีพิเศษประเทศนิคมภิรมย์ราไชยสวรรค์พระยากาญจนบุรี ครั้งกลับเข้าไปเฝ้าโปรดเกล้าฯ ว่าเมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองอังกฤษ พม่า รามัญ ไปมาให้สร้างเมืองก่อกำแพงขึ้นไว้จะได้เป็นชานพระนครเขื่อนเพชรเขื่อนขัณฑ์มั่นคงไว้แห่งหนึ่ง ในปัจจุบันกำแพงถูกทำลายลงโดยธรรมชาติและหน่วยราชการเพื่อประโยชน์อย่างอื่น เหลือเพียงประตูเมืองและกำแพงเมืองบางส่วน<ref name = "oceansmile"/>
 
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการจัดรูปแบบการปกครองเป็น[[มณฑลเทศาภิบาล]] กาญจนบุรีถูกโอนมาขึ้นกับ[[มณฑลราชบุรี]]<ref name=":0">"ประวัติความเป็นมาของจังหวัดราชบุรี." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.finearts.go.th/fad1/parameters/km/item/ประวัติความเป็นมาของจังหวัดราชบุรี.html สืบค้น 28 พฤษภาคม 2561.</ref> และยกฐานะเป็นจังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2467
 
เหตุการณ์ที่ทำให้กาญจนบุรีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือช่วง[[สงครามโลกครั้งที่ 2]] เมื่อญี่ปุ่นได้ตัดสินใจสร้างทางรถไฟยุทธศาสตร์ จาก[[สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก|ชุมทางหนองปลาดุก]]ในประเทศไทยไปยังเมือง[[ทันบูซายัต]]ในพม่า โดยเกณฑ์เชลยศึกและแรงงานจำนวนมากมาเร่งสร้างทางรถไฟอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความเป็นอยู่ที่ยากแค้นและโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้า ซึ่งภาพและเรื่องราวของความโหดร้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในกาญจนบุรี
ผู้ใช้นิรนาม